มาเก๊า…. เที่ยวเองง่ายๆ ไม่ง๊อทัวร์

0
22929

 

15417853_10211150224848449_349616878_o

สวัสดีค่ะ ทริปนี้เราใช้เวลาอยู่ที่มาเก๊ากัน 3 วัน 2 คืน จะพาไปดูเมืองเก่าที่ยังคงความสวยงาม และอยู่ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบันของเมืองมาเก๊ากันค่ะ                                                                                 มาเก๊า เป็นเขตปกครองพิเศษที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน มีพื้นที่เพียง 29.5 ตารางกิโลเมตร โดยในปี พ.ศ. 2430 จีนได้ยกมาเก๊าให้แก่โปรตุเกส เพื่อเป็นการตอบแทนที่โปรตุเกสช่วยจีนการปราบปรามโจรสลัด ในเขตทะเลจีนใต้ ก่อนที่จะได้รับการส่งมอบกลับคืนสู่ประเทศจีน เมื่อปี ค.ศ.1999 ทำให้สถานที่ต่างๆ ภายในเมืองมาเก๊ามีทั้งสถาปัตยกรรมแบบจีนที่ผสมผสานกับแบบยุโรปดั้งเดิม ด้วยเหตุนี้เองมรดกโลกภายในเมืองมาเก๊าจึงมีทั้งวัฒนธรรมตะวันตก และตะวันออกภายในพื้นที่เล็กๆ ของเมืองแห่งนี้ เราจะพาไปดูความสวยงามของที่นี้กัน ตามมาเลย ^^

15424571_10211146103025406_287331116_n-115403082_10211146103225411_70176062_n

วันที่ 1 : เราเดินทางโดยสายการบิน แอร์เอเชีย ไฟล์ ออกจากดอนเมืองเวลา 06.35น. เนื่องจากเช้ามากๆ เราก็ขอฝากท้องกับอาหารเช้าบนเครื่องกัน มื้อเช้าสำคัญค่ะ ปลาแซมอนย่างซอสอะไรสักอย่าง คือชิ้นใหญ่มาก เสริฟพร้อมซุป และของหวาน อิ่มแปร่ ^^

ถึงมาเก๊า 10.20 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. นิดๆ ก็ถึงละค่ะ (เวลามาเก๊าจะเร็วกว่าไทยเรา 1 ชม.) เข้ามาในสนามบิน ผ่าน ตม. เรียบร้อยเราก็ดิ่งมาที่ตู้ขายซิมเน็ต ได้มา 2 ซิม พูดถึงสภาพอากาศตอนที่เราไปค่อนข้างร้อนค่ะสามารถแต่งตัวชิวๆ สบายๆ เดินเล่นได้เลย

dsc08972

ไปค่ะ เราจะพาไปขึ้นรถฟรี เดินตรงมาทางประตูทางออก เลี้ยวขวา จะเจอที่จอดรถบัสของคาสิโนต่างๆ เราไม่ได้ไปเล่นนะคะ เราเพียงแค่ขอติดเราไปลงที่นั้น ^^ เราสองคนเลือกขึ้นของ Venetian ค่ะ ไม่รู้ว่าใกล้ที่พักรึเปล่า แต่ขอติดรถไปเดินเล่นก่อนละกัน เดินขึ้นรถมาแล้วเลือกที่นั่งได้เลย นั่งฟรีแล้วแถมยังไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ^^

dsc08976dsc08978

รถบัสที่วิ่งระหว่าง สนามบินมาเก๊ามา Venetian จะจอดที่ Main Lobby เราก็เดินตรงที่ฝากกระเป๋า ฝั่ง Main Lobby เสียค่าใช้จ่ายไป 10 MOP เป็นเงินไทยประมาณ 40 บาท และพนังงานจะย้ายกระเป๋าไปที่ West Lobby             บริเวณ Main Lobby จะมีรูปปั่นวีนัสตั้งอยู่ตรงทางเข้าให้เห็นอยู่เด่นชัด ด้านบนจะเป็นภาพวาดแบบโรมันอยู่ที่เพดาน เสาแต่ละต้นก็จะเป็นเสาโรมัน อารมณ์นั้นเหมือนยืนอยู่ในวังเลยละค่ะ ^^

dsc08983dsc09000

ภายในของ Venatian ตกแต่งหรูหรา สถาปัตยกรรม แบบยุโรป มองไปทางไหนก็สวยงาม พี่เติ้ลนี่ถ่ายรูปเพลินเลยค่ะ จากนั้นก็เดินมาทาง Hotel Suites Grand Canal Shoppes ขึ้นบันไดเลื่อนมาก็จะเจอกับความอลังการ ของ Venetian คลองเวนิสจำลอง ที่นี้จะจำลองบรรยากาศคล้ายๆกับเมืองเวนิช ประเทศอิตาลี มีเรือกอนโดล่า ที่พนักท่องเที่ยวชมบรรยากาศภายใน Venetian สองข้างทางของคลองเวนิสจะมีร้านขายของมากมาย ทั้งสินค้าแบรนด์เนม ร้านขายของที่ละลึก ต่างๆ ให้นักเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกันกลับไปด้วย

dsc09013dsc09030dsc09020

หันไปเห็นทางนั้นเค้าต่อแถวยาวๆซื้ออะไรนะ อ่อ ร้านทาร์ดไข่ นี่เอง ชื่อร้าน Lord Strow’s Bakery & Cafe ใครที่เคยมาแล้ว เค้าบอกกันว่า ห้ามพลาด!!! ต้องซื้อกินให้ได้ ไม่รอช้าต่อแถวค่ะ ราคาอยู่ที่ 10 MOP หรือประมาณ 40 บาท/ชิ้น ลองกินแล้วเทียบกับราคาถือว่าคุ้มค่ะ แต่ต้องกินร้อนๆนะ กรอบ หอม หวาน อร่อย เจนกับพี่เติ้ลโดนกันไปคนละ 3 ชิ้น แฮร่ๆ

dsc09024dsc09054

เดินเล่นถ่ายรูปกันจนหิว เราก็หาทานข้าวเที่ยงกันที่นี้ซะเลย อาหารที่นี้ค่อนข้างแพง เราเลือกกินข้าวมันไก่ สิงคโปรในราคา 75 MOP รสชาติดีค่ะแต่ไก่ไม่สุก เทียบกับปริมาณถือว่าได้เยอะนะคะ ข้าวนี่พูนเลย ^^

dsc09047dsc09051

หลังจากเดินเล่นอยู่จนถึงเกือบบ่ายโมง เราก็เดินกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ฝั่ง west Lobby                             ในเรื่องความปลอดภัยของสิ่งของในกระเป๋า หรือการดูแลกระเป๋าเราค่อนข้างเชื่อใจค่่ะ ที่นี่มีระบบจัดการกระเป๋าค่อนข้างดี ในตอนฝากพนักงานจะให้เราเซ็นชื่อในใบรับฝาก และจะฉีกหางใบรับฝากให้ ตอนมารับกระเป๋าก็ต้องเอาหางใบและเซ็นชื่อยื่นให้เค้า เค้าจะเปรียบเทียบเลขใบรับกระเป๋า และลายเซ็นว่าตรงกันหรือไม่

จากนั้นเราก็ลากกระเป๋าออกมาจะขึ้นรถเมล์ไปยังที่พัก แต่พอคำนวนเส้นทางแล้ว นั่งแท็กซี่กันดีกว่า ไม่ไกลมาก แต่ของหนักมาก ฮ่าๆ เราก็เดินไปที่จุดขึ้นรถ จะมีแท็กซี่จอดรออยู่แล้วค่ะ พนักงานของที่นี้ เค้าจะเดินมายกกระเป๋าขึ้นรถให้เราด้วย ดีงามไปอีก ^^ จาก Venatian ไปที่พักใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ช่วงบ่าย รถไม่ติดเลย

dsc09063

ถึงแล้วค่ะที่พักเรา 2 คืนในมาเก๊า Ole Tai Sam Un อยู่ใกล้กับ Senado square คนไทยนิยมพัก เราเองก็ตามมาจากรีวิวคนไทยเนี้ยละค่ะ ใกล้ที่เที่ยวด้วย โชคดีที่ตอนเราไปถึง ห้องทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าพักได้เลย เปิดประตูเข้าไป โอ้ยยยสูดกลิ่นบุหรี่ไปเต็มๆ เราเชื่อว่าทุก รร. ไม่อนุญาติให้ดูดบุรีให้ห้องแน่นอน แต่คงเจอนักทองเที่ยวที่ไม่มีจิตสำนึกเข้าไปพัก เลยมีกลิ่นบุรีติดผ้าติดห้องแบบนี้ ไม่เป็นไร ทนได้ นั่งอยู่นานๆไป ก็ชิน ><

dsc09067dsc09072    เราเลือกพักห้องแบบ Standard Double พัก 2 คือ ในาราคา 4000-5000 บาท จองผ่าน agoda ชำระเงินทางบัตรเครดิตเลย ราคานี้เราถือว่าถูกมากหรืออาจจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น (ไม่รวมอาหารเช้านะคะ) หลังจากเก็บของ พักผ่อนกันแปบนึงแล้ว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกเสร็จแล้ว เราจะไปเดินเล่นที่ Senado ประตูโบสถ์เซ็นปอล เดินทางจากโรงแรม เลี้ยวซ้ายเดินตรงมาเลื่อยๆ ระหว่างทางเราก็จะเห็น ร้านอาหาร ร้านของฝากมากมาย ไว้ให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อกิน กันตลอดทาง เดินมาจนถึงบนสุดจะเป็นสามแยก เราเลี้ยวซ้ายอีกทีค่ะพอเจอถนนใหญ่ให้เลี้ยวขวา แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอกับ Sensdo อยู่ทางซ้ายมือ ข้ามถนนได้ที่ทางม้าลายนะคะ สัญญาณไฟจราจรที่นี้ดีมากๆค่ะ ทั้งรถทั้งคนใช้กันอย่างเป็นระเบียบ

dsc09099

dsc09102dsc09104

เราอาจจะมาช่วงที่ ที่นี้มีงานประจำปีอะไรสักอย่าง เลยได้เห็นเค้าจัดแสดงโคมไฟไว้สวยงามเลยมากค่ะ และคนก็เยอะมากเช่นกัน ^^

dsc09119dsc09144

ในรูปด้านบนคือ โบสถ์เซนต์ดอมินิก สามารถเข้าไปเดินดู ถ่ายรูปด้านในได้ แต่ต้องรักษาความสงบด้วย เพราะอาจจะมีคนเข้าไปนั่งสวดมนต์อยู่ด้วยค่ะ

dsc09166dsc09171

เป้าหมายเราคือประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล เราจะพาฝ่าฝูงชนนี้ไปให้ถึงค่ะ ฮ่าๆ เนื่องจากเราไปถึงนั้นช่วงเย็นก็จะมีคนยืนถ่ายรูปกันเต็มไปหมด  ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆไม่ติดคน แนะนำให้มาช่วงเช้าสัก หกโมงเช้า จะได้วิวประตูโบสถ์ไม่ติดคนแน่นอนค่ะ

dsc09206dsc09237dsc09238dsc09254

ประตูโบสถ์เซ็นปอล เดิมทีสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงประตูโบสถ์ แต่เดิมเป็นโบสถ์เซนต์ปอล โบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อต้นปี คศ. 1700 เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของมาเก๊า โบสถ์แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ชาวตะวันตกนำเข้ามาเผยแผ่ในเอเชีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1835 โบสถ์เซนต์ปอลถูกไฟไหม้จนเหลือแต่หน้าประตูโบสถ์ จึงได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ ในปี ค.ศ. 1991 ส่วนซากที่ถูกไฟไหม้ก็มีการเก็บรวบรวมทำเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่หลังประตูโบสถ์

dsc09263

ถ่ายรูปกับประตูโบสถ์ได้สักพักก็ขอหนีคนขึ้นไปชมวิวเมืองเก่านี้ที่ วัดนาชา ข้างประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล ทางด้านซ้ายเป็นกำแพงเมืองเก่ามาเก๊า เป็นกำแพงที่ทำจากดินเหนียว ทราย ฟางข้าว หินบด เปลือกหอย จากวัสดุที่หายได้ง่าย

dsc09278dsc09289

เดินวนมาเลื่อยๆประมาณ 15 นาทีค่ะ ก็จะเป็นทางขึ้นไปชม ป้อมปราการเม้าท์ และพิพิธภัณฑ์มาเก๊า                

ป้อมปราการเมาท์ สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ 1617 ถึง 1626 โดยพระนิกายเยซูอิตเพื่อใช้เป็นศูนย์รวมทางศาสนา ตัวป้อมปราการใช้เป็นกำแพงเมืองป้อมกันการรุกรานชองชาวดัตช์ และต่อมาใช้เป็นที่พักของผู้ว่าการ และปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก๊า

dsc09299    บนเนินเขานี้สามารถมองเห็นวิวมาเก๊าได้ 360 องศา มองเห็นถึงประเทศจีนด้วยค่ะ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างตอนที่เราไป ฟ้าปิด หมอกลงมองไม่เห็นระยะไกล แต่ก็ทำให้เห็นวิวสวยๆของมาเก๊าได้พอสมควร

dsc09319

dsc09326dsc09335

นั่งพักเหนื่อย ชมวิวกันอยู่นานก็เริ่มจะค่ำแล้ว มื้อเย็นนี้เราจะพาไปทานอาหารไทยค่ะ อาหารไทยในมาเก๊านี่เลย ก่อนไปถึงที่ทานข้าว เราก็ต้องกลับทางเดิมผ่านฝูงชนออกไปจนถึงทางเข้าด้านนอก แต่พอมาถึงทางออกก็มืดพอดี โคมไฟที่ห้อยเรียงกันก็เปิดไฟขึ้นสวยงามมากๆค่ะ

dsc09348dsc09354dsc09359dsc09419dsc09434

ข้ามถนนมาเลี้ยวซ้ายเดินตรงมาเลื่อยๆ ชมวิวตึก โรงแรมต่างๆที่เปิดไฟสลับกันไปมา จนลืมเหนื่อยกันเลยค่ะ

dsc09514

ห้างนี้จะอยู่ฝั่งขวามือเรา New Yaohan ห้างสรรพสินค้าในมาเก๊า ฝั่งตรงข้ามโรงแรมซินทรา ก็มีของขาย         และชั้น 8 เป็นศูนย์อาหาร ราคากลางๆ ต้องไปสั่งอาหารที่ร้าน เค้าจะจดเลขรหัสอาหารที่เราจะทานให้ แล้วนำใบนั้นไปจ่ายเงินรับใบเสร็ ที่แคชเชียร์ให้มาไปที่ร้านอีกที่ ทุกร้านจะมีเลขคิวเราขึ้น รอนานหน่อยนะคะ เพราะคนเยอะมากๆ มื้อนี้เจนสั่งกระเพราหมูสับ ส่วนพี่เติ้ลทานอาหารญี่ปุ่น หิวมากๆจนถ่ายรูปให้ดูไม่ทัน ^^

dsc09517

เรามีบัตร Unionpay ไว้ใช้ในทริปนี้ด้วยค่ะ ค่าอาหาร 2 คนมื้อนี้ 129 MOP  จ่ายด้วยนี้ง่ายนิดเดียวเพียงยื่นบัตรนี้ให้กับร้านค้าหรือห้างที่สามารถชำระด้วยบัตรนี้ได้ และยังมีคะแนนสะสมในการใช้แต่ละครั้งเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไปด้วย ปัจจุบัน บัตรยูเนียนเพย์สามารถใช้กับตู้ ATM ทั้งหมดและร้าค้าประมาณ 70% ในไทย รวมทั้งห้างสรรพสินค้า สนามบิน ร้าน Duty Free ซุเปอร์มาร็เก็ต ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว ธนาคารของไทยได้ออกบัตรยูเนียนเพย์กว่า 1 ล้านใบแล้วค่ะ

dsc09521dsc09524

ทานข้าวเสร็จแล้วเราก็เดินลงไปชั้น 3 ของห้างเพื่อซื้อน้ำขนมไว้ทานที่ห้อง เดินค่ะเดินกลับที่พักขากลับนี่เราอาจจะเดินช้าหน่อยเพราะอิ่มมากๆ ระหว่างทางก็สวย กว่าจะถึงห้องก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้ว

มีร้านกาแฟเล็กๆที่ใช้เป็นรถจักรยานท้ายรถจะวางกาแฟ หลากหลายรสไว้ ทำได้น่ารัก และลูกค้าก็เยอะด้วยค่ะ

dsc09527

อีกร้านหนึ่งก่อนเข้าที่พักค่ะ ขายชานม ตอนกลางวันเดินผ่านคนต่อแถวยาวมากๆๆ ตอนนี้เงียบกริบ เราเลยถือโอกาสขอลองสักหน่อย สักมา 1 ขวดค่ะ ราคาประมาณ 40 บาท เป็นชานมอุ่นๆ รสชาตก็ชาไทยเข้มข้นๆบ้านเราเลย แต่ของเค้าจะหอมมาก ใครเดินผ่านหน้าร้านเป็นต้องแวะแน่นอน

dsc09538dsc09547

วันที่ 2 : ออกจากที่พักตอน 8.00 โมงเช้า ทุกร้านในย่านที่พักยังคงปิดอยู่ กินข้าวไหนละที่นี้ อาหารที่รร.ก็ไม่ได้สั่งไว้ เดินออกมาทางถนนใหญ่ ระหว่างทางเจอร้านขายขนมปังเล็กๆอยู่เจ้าหนึ่ง ราคาน่ารักมากค่ะ 5-7 MOP เราจัดขนมปังกับนมเนี้ยแหละเป็นมือเช้าก่อนออกไปเที่ยวในวันนี้  บรรยากาศยามเช้าของถนนเส้นนี้ตอนที่ไม่มีคนก็สวยไปอีกแบบเนอะ

dsc09559dsc09581dsc09578

แวะไปดูบรรยากาศยามเช้าทางเข้าประตูโบสถ์เซ็นปอล ห้างร้านยังไม่เปิดนะคะ น่าจะเปิดช่วง 9.00 น แต่ก็ยังคงมีคนเดินพุกพล่านอยู่ตลอด

dsc09620dsc09614dsc09612dsc09622

ถ้าใครสังเกตเห็น จุดที่เราข้ามถนนเมื่อวานนี้ว่ามี อาคารสำนักเทศบาลมาเก๊า ที่นั้นเปิดให้เข้าชมค่ะ เดินเข้าไปจะเจอโถ่งใหญ่ มีบันไดให้เดินเข้าไปข้างในจะมีสวนเล็กๆและมีที่นั่งเล่น

dsc09642dsc09638

วันนี้จะเดินทางไปเที่ยวกันโดยรถเมล์  ถ้าเราอยากรู้ว่าป้ายรถเมล์นี้ มีรถสายอะไรบ้าง ไปไหนบ้าง สามารถดูเส้นทางรถได้ที่ป้ายรถเมล์ได้เลย อย่างสายที่เราจะไปนี้ สาย 26A  เส้นทางรถเมล์ถ้าจะดูให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นต้องเอาแผนที่มากางประกอบ ในแผนที่จะบอกด้วยว่าถนนนี้มีรถเมล์อะไรวิ่งผ่าน บางช่วงก็จะวิ่งคนละเส้นทางนะคะ อย่าลืมแผนที่เด็ดขาด ช่วยได้เยอะค่ะ

dsc09586dsc09647

ค่ารถเมล์ทีนี้ใช้เป็นหยอดเหรียญลงไป ไม่มีถอนนะคะ แต่เราสองคนสามารถใช้บัตร Unionpay แตะที่เครื่องได้เลย สะดวกมากๆ ยอดคงเหลือในบัตรก็จะขึ้นโชว์ให้เราด้วย

dsc09664dsc09652dsc09665

มาถึงจุดนี้ทำให้เราได้รู้ว่าเราขึ้นรถเมย์ผิดฝั่ง รถเมล์มาจอดที่ปลายทางได้ 10 นาทีก็ออกรถค่ะ เราเลยได้วิวของท่าเรือนี้มาฝาก

dsc09656

เช้านี้เราจะไปกันที่ องค์รูปปั้นอาม่า นั่งรถเมล์คนเดิมเลย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที การลงรถเมล์ให้ถูกป้าย เราจะใช้วิธีเปิด GPS ที่โทรศัพท์มือถือกันค่ะ สังเกตดูตำแหน่งไปเรื่อยๆ พอใกล้ถึงเราก็เตรียมตัวกดออดลง

dsc09666dsc09672

รถเมล์จะจอดตรงทางเข้าวัดพอดี เดินเข้ามาจะเห็น จุดจอดรถมินิบัส ที่จะพาเราขึ้นไปด้านบน ตรงองค์รูปปั้นอาม่า     รถออกเรื่อยๆ ทุก 15-20 นาที ขึ้นฟรีค่ะ ระยะทางขึ้นไปด้านบนประมาณ 2 กิโลเมตร ประมาณ 10 นาที ระยะทางอาจดูสั้นๆ แต่อย่าเผลอเดินขึ้นนะคะ เพราะจากจุดจอดรถก็เป็นทางขึ้นเขาตลอดจนถึงเลยละ ยืนรอรถสักหน่อยเก็บแรงไว้เดินเล่นด้านบนดีกว่าค่ะ

dsc09678

ถึงละค่ะ รถจะมาจอดตรงหน้าทางเข้าวัด ที่บันไดทางขึ้นจะมีหินแกะสลักเป็นรูปต่างๆ มีมิติส่วนเว้ส่วนโค้ง ส่วนลึก     คนทำนี้ต้องมีฝีมือระดับเทพแน่นอนค่ะ 

dsc09712dsc09685dsc09700

เดินชมภายในวัดแล้วเราเดินขึ้นเขาไปด้านบนจะเป็นที่ตั้งขององค์รูปปั้นอาม่า เดินขึ้นเขาโคโลอานไม่เกิน 10 นาทีจะเจอกับองค์รูปปั้นอาม่าขนาดใหญ่ สีขาว องค์รูปปั้นอาม่าทำจากหินอ่อน ออกแบบโดยช่างหินท้องถิ่น มีความสูง 19.99 เมตร ด้านบนนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้โดยรอบ 360 องศา สามารถมองทัศนียภาพของเมืองมาเก๊าและบริเวณโดยรอบดินแดนปากแม่น้ำเพิร์นลได้ชัดเจน

dsc09733

ขากลับไปด้านล่างเราก็รอรถมินิบัสสีขาวเหมือนตอนขึ้นมาเลยค่ะ รถลงไปจอดด้านล่างที่เดิม จากตรงนี้เราจะไปกันที่หมู่บ้านไทเประยะทางประมาณ 900 เมตร  ถ้านั่งรถเมล์ 5 นาทีก็ถึงค่ะ แต่พี่เติ้ลพาเจนเดิน เดินท่ามกลางแดดร้อนๆ ใช้เวลาไป 20 นาที ><‘ จนมาถึงที่หมาย หมู่บ้านนี้ติดกับทะเลเลยค่ะ บรรยาศจึงค่อนข้างเย็นสบาย ร้านอาหารทะเลเยอะมาก แต่คนก็เต็มเกือบทุกร้านเลย

dsc09735

ก่อนที่จะหาร้านทานข้าว เราก็เจอกับร้านนี้ Lord Stow’s Bakery คนต่อคิวยาวมาก จากเดิมที่ตรงนี้สร้างขึ้นในปี 1989 เป็นโรงงานผลิตทาร์ตไข่ มีหน้าร้านขายขนมสำหรับซื้อกลับบ้านเท่านั้น  ปี 1992  ที่เปิดสาขาแรก และในปีถัดมา ทาร์ตไข่ ของร้านก็เริ่มเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนปัจจุบัน ทาร์ตไข่ ของมาเก๊าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของมาเก๊าไปโดยปริยาย ไม่พลาดที่ซื้อกลับไปทานอีกแล้วค่ะ

dsc09739dsc09754

จากหน้าร้านเดินชิดขวามาด้านหลัง เดินต่อไปอีกไม่เกิน 20 ก้าว จะเห็น Lord Stow’s Garden Cafe’ สามารถนั่งทานอาหารได้สะดวกสบาย ที่ร้านมีอาหารไทยด้วยนะคะ หรือจะสั่งทาร์ตไข่ มานั่งทานก็ได้ ราคาอาหารมื้อนี้ประมาณ 200 MOP  

dsc09745dsc09752dsc09768

จากนั้นเราก็เดินเล่นเลาะริมทะเลไปเรื่อยๆ จนเจอกับ โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์  เป็นโบสถ์สีเหลือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1928 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงนักบุญฟราน ซิส ซาเวียร์ ภายในมีวัตถุโบราณมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในเอเชีย ทางด้านซ้ายและด้านขวาของโบสถ์เป็นร้านอาหารทะเล ด้านขาวจะเป็นร้านขายของที่ละลึก

dsc09761dsc09785dsc09765dsc09781dsc09771

จากนั้นจะพาไปเดินเล่นชมบ้านเรือของหมู่บ้านโคโลอาน กันค่ะ

dsc09756dsc09796dsc09803dsc09812dsc09817

เดินวนจนมาเจอวัดนี้ ไม่แน่ใจชื่อวัดอะไร เหนือจากวัดขึ้นไปจะเป็นสุสาน

dsc09820

dsc09821    ได้เวลาต้องไปชมที่อื่นต่อแล้ว เราเดินมาจุดที่รถเมล์จอด จะอยู่ตรงวงเวียนคิวปิดเล็กๆนั้นพอดีค่ะ รอรถอยู่ 10 นาที ก็ได้ขึ้นแล้ว แต่รอบนี้ไม่ได้นั่งนะคะ คนเต็มเลย ตกลงกันไว้ว่าจะกลับที่พักก่อนค่อยออกมาใหม่ แต่ก็ยังไม่ถึงไหนdsc09844

ขอแวะกลางทางมาเดินเล่นถ่ายรูปหอไอเฟล The Parisian Macao ตั้งอยู่ใจกลางเขต Cotai ในมาเก๊า มีห้างสรรพสินค้าหรูหรา สระว่ายน้ำกลางแจ้งและสวนน้ำ โรงแรมในธีมฝรั่งเศส มีแบบจำลองขนาดครึ่งส่วนของหอไอเฟลที่เป็นสัญลักษณ์ มีบริการนวดผ่อนคลายและทรีทเมนท์ที่ศูนย์สปาในสถานที่

dsc09852dsc09861dsc09867dsc09883dsc09887dsc09895

หลังจากเข้าที่พัก พักผ่อนสักพักเราก็ออกมาเดินเล่นชมแสงสีเสียงของเมืองมาเก๊ากันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะทานข้าวและกลับเข้าที่พัก เราทางอาหารกันที่เดิมค่ะศูนย์อาหาร New Yaohan เพราะเราใช้บัตร Unionpay ได้อย่างสบายใจเฉิบ ^^

dsc09911dsc09950dsc09951dsc09955

ที่ รร.นี้มีโชว์น้ำพุงด้วย จะมีทุกๆ 10-15 นาที ครั้งละ 3 นาที จนหนึ่งเพลงพอดี เรานั่งดูอยู่หลายรอบมากค่ะ เย็นสบาย เพลินดี

dsc09978

วันที่ 3 เช้านี้ต้องเดินทางกลับแล้ว เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับที่พักก่อน เพราะไฟล์บินกลับห้าโมงเย็นจึงมีเวลาเดินเล่นหาอาหารอร่อยๆกิน และเดินถ่ายรูปเล่นกันใกล้ๆที่พัก

dsc00057

จตุรัสเซนต์ออกัสติน  เป็นเหมือนสวนสาธารณะเล็กๆ มีเอกลักษณ์เป็นพื้นกระเบื้องเป้นรูปคลื่น จากที่พักเราเดินมาถึงจุดนี้ประมาณ 15 นาทีค่ะ ระหว่างทางได้แวะวื้อข้าวเช้ามากินด้วย ราคาดีงามมาก 30 MOP คิดในใจ…โอ้ยทำไมฉันไม่เห้นร้านนี้ตั้งแต่วันแรก มันอร่อย และได้เยอะมาก ใครที่มาเที่ยวมาเก๊าและอยากประหยัดเรื่องอาหาร เชิญร้านนี้ค่ะ    ออกมาจากที่พักเลี้ยวซ้ายสุดซอยและเดินลงมาทางถนนหลัก ร้านจะอยู่ระหว่างทางในซอยนั้นเลยค่ะ

dsc00060dsc00092dsc00099dsc00077dsc00069 ใกล้ๆบริเวณนี้จะมีสถานที่สำคัญอยู่อีกมากมายค่ะ ระหว่างที่นั่งกินข้าวก็มองไปเห็น ทำไมมีเด็กๆรีบวิ่งเข้าไปที่นี้กันน๊า อ่อ ที่นี้คือ โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟ dsc00079

dsc00090

และข้างๆกันนี้จะเป็น หอสมุดเซอร์ดรเบิร์ต โฮ ตุง เป็นอาคารสีเหลือง สวยงาม รอบล้อมด้วยต้นไม้ มองแล้วสบายตา ร่มรื่น แต่กฎระเบียนค่อนข้างเยอะ เพราะเนื่องจากเป็นหอสมุด จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไปสักเท่าไร เกรงว่าจะส่งเสียงดังรบกวนผู้ที่มาอ่านหนังสือ dsc00082dsc00087

จากนั้นเราก็เดินถ่ายรูปกันไปเลื่อยๆจนมาถึง โบสถ์เซนต์ออกัสติน และ โรงละครดอม เปโดรที่ห้า แต่ไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปมาฝากได้ เนื่องจาก ปิด ^^

dsc00116dsc00122dsc00138

เราก็ไม่รอช้า เดินต่อไปที่ โบสถ์เซนลอเรนซ์ ตั้งอยู่ริมทะเลชายฝั่งตอนใต้ของมาเก๊า บริเวณนี้เคยเป็นย่านคนรวย โบสถ์แห่งนี้จึงสวยงามมากอาคารที่นี้มีโครงสร้างสไตล์นีโอคลาสสิก และตกแต่งอย่างบารอก ภายในสวยงามมาก และเงียบสงบมากค่ะ  เสียงดังไม่ได้นะคะเพราะจะมีคนนั่งสวดมนต์อยู่ตลอดเวลา

 

dsc00141dsc00148    จากจุดนี้เราใช้เวลาเดินลงมาเลื่อนๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ก็มาถึง แมนดารินเฮ้าส์ (Mandarin House)

แมนดารินเฮ้าส์ เป็นบ้านที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1881 โดยนักประพันธ์จีนผู้ยิ่งใหญ่นามว่า เฉิง กวนยิ่ง (Zheng Guanying) เป็นตัวอย่างของบ้านอยู่อาศัยของชาวจีนโบราณ โดยภายในบริเวณบ้านจะประกอบด้วยเรือนหลายหลัง มีอาณาบริเวณ และลานหน้าบ้าน ทั้งยังผสมด้วยรายละเอียดของความเป็นจีน และตะวันตกอย่างลงตัว

dsc00157dsc00165 dsc00172   การใช้อิฐสีเทาประดับโค้งประตู หรือหน้าต่างระแนงทำจากไม้ซุง ประดับด้วยแผ่นกระดานสี่เหลี่ยมกรุมุกด้วยลวดลายอินเดีย บ้านแมนดารินเฮ้าส์ ถือว่าเป็นบ้านที่สร้างขึ้นจากเงินภาษีของชาวจีน ปัจจุบันได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ให้งดงาม และคงลักษณะของบ้านตามแบบของชาวจีน                                                                                        
 dsc00175 dsc00190 dsc00186

ยังไม่เหนื่อยเท่าไรค่ะ ^^ เราจะไปไหว้ ศาลเจ้าแม่ทับทิมกันต่อ

dsc00213 dsc00218 dsc00224

วัดอาม่า หรือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณเขาบาร์ร่า สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้กับอาม่า องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล ภายในมีศาลเจ้า และก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งแกะสลักเป็นรูปเรือสำเภาโบราณ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้คือจุดแรก ที่เจ้าแม่อาม่าย่างเท้าก้าวขึ้นสู่ผืนดินมาเก๊า เมื่อถึงช่วงเวลาของเทศกาลอาม่า (A-Ma Festival) ในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมของทุกปี บรรยากาศที่นี่จะคึกคัก และมีการจัดแสดงเชิดสิงโตอย่างสนุกสนาน
dsc00227 dsc00229 dsc00232

อาม่าที่กราบไหว้กันนี้ ว่ากันว่าเป็นหญิงสาวชาวฟูเจียนชื่อ หลิงม่า วันหนึ่งนึกอยากจะข้ามฝั่งมาที่คาบสมุทรเอ้าเหมิน ซึ่งหมายถึงดอกลิลลี่ขาว เธอจึงขอโดยสารมากับเรือเล็ก ๆ ลำหนึ่งของชายชราชาวประมง แต่พอเรือมาถึงกลางทะเลก็เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือหลายลำล่มจมลง แต่เรือของหลิงม่าก็มาถึงฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์ เมื่อเธอก้าวเท้าเหยียบฝั่ง เธอก็ตัวลอยขึ้นและหายลับไปในฟากฟ้า ชาวประมงทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล เลยเรียกดินแดนตรงนี้ว่า A-Ma Goa หมายถึง อ่าวของอาม่า นาน ๆ เข้าเสียงก็เปลี่ยนไปเป็น มาเก๊า

dsc00244

 

dsc00251 dsc00261 dsc00269 dsc00273

หลังจากที่เดินวนหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆในระแวงนั้นอีก ก็มาเจอกับสวนแห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่น นอกจากจะเดิน หรือวิ่งจ๊อกกิ้ง เฒ่าคนท้องถิ่นที่นี่ และใช้เวลาการเล่นไพ่เล่นการพนัน เดอะถ้ำ  เราจึงถือโอกาสนั่งพักดื่มน้ำกันที่นี้ ก่อนเดินกลับที่พัก

dsc00277 dsc00281 dsc00284 dsc00287 dsc00295

3 วันที่เราอยู่กันที่ มาเก๊า การใช้ google maps และแผนที่จากสนามบิน ช่วยเราได้เยอะมาก  คือมันสำคัญมากๆ เราจะต้องกลับที่พักแล้ว ใช้ทางลัดเข้าซอยเล็กๆทะลุซอยนั้นซอยนี้จนถึงที่พักในเวลาแปบเดียว ฮ่าๆ

หันมองหน้าพี่เติ้ลละถอนหายใจพร้อมกัน เย้ๆๆๆ จบทริปแล้วว ขอบคุณมาเก๊าที่ทำให้เราได้มาเที่ยวแบบง่ายดายมาก ไม่ผิดหวังกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นี้เลยค่ะ

dsc00299 dsc00303

 

สรุปแล้ว ทริปนี้ เราได้เที่ยวครบเลย

Fortaleza do monte , วัดอาม่า A-Ma Temple ,โบสถ์เซนต์ดอมินิก , ประตูโบสถ์เซ็นปอล (Ruins of St.Paul) , จัตุรัสเซนต์ออกัสติน (St.Augustine Square) , โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ (St.Lawrence Church), รูปปั้นอาม่า (statue of the Goddess A-Ma) , หมู่บ้าน โคโลอาน , โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ (St francis xavier church) และก็ คาสิโนต่างๆ ค่าใช้จ่ายเที่ยวมาเก๊า 3 วัน 2 คืน 2 คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) – ค่าโรงแรม Ole Tai Sam Un 2 คืน 5,500 บาท – ค่าอาหาร 3,500 บาท – ขนม, ของฝาก, ชอปปิ้ง 2,000 บาท – ค่ารถเมล์ในมาเก๊า 200 บาท – sim โทรศัพท์ 450 บาท – ค่า Taxi 500 บาท – อื่นๆ 500 บาท รวมแล้ว 12,650 บาท ตกคนละ 6,325 บาทเท่านั้น ไม่แพงเลยค่ะ !!!

ลองไปเที่ยวกันดูนะค่ะ ^_^

#แบกกล้องเที่ยว #machao

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here