กระบี่มีดีอะไร ทำไมถึงยังเป็นจังหวัดยอดฮิต

เชื่อว่าทริปเที่ยวทะเลใต้ครั้งแรกของหลายๆคนก็คือที่กระบี่

อย่าว่าแต่คนไทยเลยคนต่างชาติก็มีกระบี่เป็นลิสแรกๆ ของการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยด้วย

เชื่อว่าถ้าไม่ดีจริงกระบี่คงไม่อยู่ที่ใจของใครหลายๆคนมานานขนาดนี้แน่ๆ

แต่นอกจากทะเลกระบี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่มีชื่อเสียงอีกมาก

กระบี่ครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวที่อื่นนอกจากทะเลกันบ้าง

มีอะไรที่ไหนบ้างไปลุยกับเรากันเลย

ออกจากสนามบินปุ๊บก็กินปั๊บกับร้านขนมจีนร้านดังของกระบี่

“ร้านโกจ้อย” ขนมจีนไก่ทอดเจ้าดังเจ้าอร่อย มีขนมจีนกินคู่กับไก่ทอด

อร่อยไม่อร่อยก็ขนาดที่มีคนพูดว่ามากระบี่ไม่ได้มากินร้านโกจ้อยเรียกว่ามาไม่ถึง

เรียกได้ว่าสายกินมากระบี่ลงเครื่องปุ๊บก็ต้องปรี่มาร้านนี้ทุกคน

อื่มพุงกางออกจากร้านโกจ้อยเรียบร้อย ช่วงบ่ายแก่ๆ เราเดินทางไปที่ท่าเรือ Krabi River Marina

เพื่อขึ้นเรือ Live Life เรือลำนี้จะพาเราเที่ยวเกาะต่างๆพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆ

คือปกติไปเที่ยวกระบี่เราก็จะนั่งสปีดโบ๊ทหรือไม่ก็เรือหางยาวใช่มั้ย

แต่ทริปนี้มันจะไฮโซ หน่อยๆ ไง ฮ่าๆๆ เรือ Live Life จะพาเราล่องท่องเที่ยวชมเกาะต่างๆ

เริ่มจากอ่าวไร่เลย์ ถ้ำพระนาง ปกติเรือจะจอดที่หาดแล้วก็ลงเดินๆๆ

แต่นี่เรือจะลอยอยู่หน้าหาดไม่ได้เข้าไปจอดที่ฝั่ง

ให้เราอยู่บนเรือเพื่อชมวิวของอ่าวไร่เลย์และถ้ำพระนางกันแบบชัดๆไปเลย

เรือจะจอดให้เราชมวิวประมาณ 15 นาที ระหว่างนี้เราก็ชมวิวเพลินๆพร้อมกับทานอาหารว่าง

ที่มีให้ทานตลอดแบบไม่อั้นมีทั้งผลไม้ ขนมมากมายไม่ต้องกลัวอด

จุดต่อไปที่เรือ Live Life พาเราไปก็คือ เกาะปอดะ ที่นี่เรือจะพาล่องชิลๆชมวิว

และจะพาเราไปเล่นน้ำ พายเรือคายัค ดำน้ำที่เกาะเล็กๆด้านหน้าเกาะปอดะ

ใครอยากเล่นน้ำดำน้ำก็เตรียมอุปกรณ์และชุดไปเผื่อกันด้วยนะ

เล่นน้ำเสร็จกลับขึ้นเรือเปลี่ยนชุดเสร็จก็นั่งๆนอนๆชิลๆ เรือจะพาไปชมเกาะไก่ เกาะสุดท้ายของทริป

แต่ยังไม่กลับเพราะช่วงเย็นคือไฮไลท์ของทริปนี้เลย เรือ Live Life จะล่องไปเรื่อยๆ

จนพระอาทิตย์จะลับของฟ้า ให้เราได้นั่งนอนชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดสวยงาม

โรแมนติกมากๆ นั่งเรือสุด Private ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินกับฟ้าสวยๆ ช่วงทไวไลท์

ยิ่งถ้าได้มากับคนรู้ใจฟินอย่าบอกใคร นอกจากจะฟินกับวิวแล้ว

ยังฟินกับอาหารที่ทางเรือเตรียมไว้ให้ด้วย อาหารก็จะมีซีฟู้ด บาร์บีคิวปิ้งย่างทานได้ตามสบาย

เรือ Live Life กลับถึงฝั่งประมาณ 19.30 น. เติ้ลกับเจนแวะไปดู เป็นประติมากรรมไม้เจาะรู 5 ชิ้น

สร้างจากไม้มะหาดขนาดใหญ่ โดยนายมูไก ศิลปินชาวญี่ปุ่น เป็นคนตั้งชื่อประติมากรรมนี้ว่า

“ตายแล้วเกิดใหม่“ ตั้งอยู่ลานริมแม่น้ำกระบี่

แถวๆลานปูดำมีตลาดนัดแหล่งรวมของกินมากมายยยยยยย ใครเบื่อๆอาหารร้านดัง

จะลองมาเดินเล่นหาของกินสไตล์สตรีทฟู้ดอร่อยๆแบบนี้ดูก็ได้นะ

บรรยากาศก็คล้ายๆงานประจำปี มีเกมปาลูกโป่ง บิงโก ช้อนไข่

เราสองคนสนุกสนานเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

เที่ยวกันเพลินจนมืดเลยได้เวลาเข้าที่พักแล้ว

คืนนี้เราพักกันที่ Railay Village Resort& Spa  เป็นที่พักติดทะเลริมชายหาดไร่เล่ย์

การเดินทางเข้าที่พักเราต้องนั่งเรือไป ใครเอารถมาสามารถจอดรถไว้ที่ออฟฟิตของรีสอร์ท

อยู่ที่อ่าวน้ำเมา จากนั้นก็นั่งเรือไปถึงรีสอร์ทอีกประมาณ 15 นาที

ถึงจะเข้าเช็คอินซะมืดเหมือนเราก็ไม่เป็นปัญหาเพราะเรือที่รับ – ส่งเราเป็นเรือส่วนตัวของทางโรงแรม

แต่ก็มีเวลารับ – ส่ง ถึงเที่ยงคืน

ห้องที่เราพักเป็นห้อง Jacuzzi Villa ห้องขนาดกว้างขวางดีและห้องประเภทนี้จะมีอ่างจากุซซี่

นอนแช่สบายๆมีทีวีให้ดูในห้องอาบน้ำด้วย เพลินเลย

วันที่ 2 เราตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีแพลนแน่นเอี๊ยดเลย ก่อนไปตะลุยเที่ยวก็เติมพลัง

ทานอาหารเช้าที่โรงแรม ไลน์อาหารเช้าที่นี่ก็มีอาหารตามมาตรฐานโรงแรมปกติ

แต่ว่าทำเลนั่งทานอาหารนี่ซิแจ่มจริงๆ

ที่ Railay Village Resort& Spa ตกแต่งด้วยไม้ซะส่วนใหญ่ออกแนวสไตล์บาหลี ห้องพักจะมีสองประเภทคือ

DELUXE POOL VIEW กับ JACUZZI VILLA ก็คือห้องที่เราพักนั่นแหละ

ใครชอบว่ายน้ำต้องชอบที่นี่แน่ๆเพราะมีสระว่ายน้ำถึง 3 สระ

บรรยากาศที่นี่ก็ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ และทำเลก็ดีเพราะอยู่ติดหาดไร่เลย์เลย

เติมพลังแล้วอย่ารอช้าเรามีภารกิจรออยู่ วันนี้เราจะไปแอดเวนเจอร์ลุยกันสุดๆไปเลย

จุดที่เราพักคือไร่เลย์ตะวันตก เช้านี้เราเดินไปฝั่งไร่เลย์ตะวันออก

ที่นั่นมีอะไร? ไร่เลย์ตะวันออกมีสถานที่ยอดฮิตยอดนิยมมากๆ อาจจะไม่นิยมมากนักในหมู่คนไทย

แต่บอกเลยว่าชาวต่างชาตินิยมที่นี่มากๆ เพราะที่นี่มีจุดปีนผาที่ได้รับความนิยมระดับโลก

บอกเลยว่าระดับโลกนะคะ ไม่เชื่อไปเสิร์ชดูในกูเกิ้ลได้เลย

ใครสนใจอยากจะปีนผาแบบนี้ก็ง่ายๆ ถ่ายคิดว่าร่างกายพร้อมก็เตรียมมันนี่มา

จ่ายค่าทริปก็ปีนผาได้เลย แถวนั้นมีบริการอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่แนะนำการปีนผาหลายเจ้าเลย

ต่อไปเราก็เดินไปถ้ำพระนาง ไม่น่าเชื่อว่าพักที่ Railay Village Resort& Spa

จะสามารถเดินเที่ยวสบายๆได้หลายที่เลยค่อนข้างสะดวก

ถ้ำพระนางไม่ได้มีแค่ถ้ำที่เต็มไปด้วยปลัดขิกนะ

แต่ที่นี่มีจุดชมวิวด้วย เรียกว่า “จุดชมวิวอ่าวพระนาง”

ขึ้นมาเห็นวิวบนนี้ก็สวยและก็เหนื่อยใช้ได้ แต่ก็คุ้มได้มาเห็นไร่เลย์อีกมุมนึง

จากจุดชมวิวเราเดินเท้าต่อไปชม “ถ้ำพระนางใน” ขอบอกเลยทางโหดใช้ได้

ทางขึ้นไม่ได้เดินสบายเหมือนเดินห้างแต่อย่างใด ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ฝนตกด้วยแล้วไม่แนะนำให้ขึ้นเลย

เพราะจะอันตรายมาก ทางที่เป็นดินจะลื่นมากและทางก็ค่อนข้างชันบางจุดน่าจะชันถึง 70 องศา

บางจุดปีนๆๆ บันไดไม้ไผ่กันอย่างเดียว ไอ้เราเหนื่อยแทบตายแต่หันไป

เจอหนูน้อยคนนี้เก่งมากลูกพี่ยอม

ในที่สุดก็ถึงปากถ้ำ ค่าเข้าชม คนไทยราคา 40 บาท

พอเข้าชมด้านในก็หายเหนื่อย ด้านในถ้ำเป็นหินงอกหินย้อย

พอโดนแสงเข้าไปก็ระยิบระยับงดงามมาก เราเชื่อว่ามีคนไทยไม่น้อยเลยที่ไม่รู้จักถ้ำแห่งนี้

จากถ้ำพระนางเรายังสามารถเดินไปชมทะเลในต่อได้ด้วย

หลังจากตะลุยเดินกันย่างหนักหน่วง ก็จบวันเดย์ทริปอย่างสวยงาม

กลับมาที่รีสอร์ทอาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกไปดินเนอร์สุดโรแมนติกริมหาด

ชายหาดที่หน้ารีสอร์ทเป็นจุดที่ชมวิวพระอาทิตย์ตกได้สวยงามมาก

พอตกเย็นจะมีนักท่องเที่ยวช่าวต่างชาติซื้อเครื่องดื่มมานั่งชิลรอชมพระอาทิตย์ตกที่นี่กันจำนวนมาก

ส่วนเราไม่ต้องหาที่นั่งเลยเพราะร้านอาหารของรีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาด

นั่งดินเนอร์พร้อมชมวิวสบายๆ แต่ว่าถ้าไม่ได้เข้าพักที่นี่ก็สามารถมานั่งทานอาหารชมวิวสวยที่นี่ได้

ส่วนดินเนอร์วันนี้ของเราจัดเต็มมากๆซีฟู้ดแน่นโต๊ะมากันทั้งท้องทะเลอยู่ที่นี้อิ่มท้องนอนหลับสบาย

วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพเราพอมีเวลานิดหน่อย เลยแวะไปผ่อนคลายที่ Krabi Onsen & Spa

มีทั้งบ่อออเซ็นและซาวน่าเกลือแห่งแรกของภาคใต้เลยนะ และก็มีบริการนวดทั้งนวดไทย นวดหน้า นวดตัว ขัดตัว

ถือว่ามาผ่อนคลายก่อนขึ้นเครื่องกลับไปเจอรถติดๆในกรุงเทพ เป็นการจบทริปที่ดีและสบายจริงๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here