12 สิ่งห้ามพลาด เมื่อไปเยือนน่าน+ลำปาง

มีเวลาแค่ 3 วัน 2 คืน แต่อยากเที่ยวทั้งน่านและ ลำปาง ไม่ต้องห่วง เพราะเราได้เลือกสถานที่เจ๋ง ๆ และร้านอาหาร คาเฟ่ เด็ด ๆ ไว้ให้แล้ว และทริปนี้ของเฮฮากันยิ่งขึ้น เพราะได้พี่ ๆ SHERA Solution มาร่วมทริปตะลอนไปกับเรากันเล๊ยยยย

วันแรกเรามาอยู่กันที่จังหวัดน่าน กองทัพต้องเดินด้วยท้องเรามาอยู่กันที่ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไร้เทียมทาน ร้านดังอีกร้านของจังหวัดน่าน ด้วยตัวน้ำซุปที่หอมกลมกล่อม จากการที่พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ และที่สำคัญอร่อยแบบไม่ต้องพึ่งผงชูรสอีกด้วย เมดูที่ห้ามพลาดเลยคือ เตี๋ยวดูกยำ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำซุปกระดูกรสชาติเข้มข้นกับน้ำต้มยำสูตรพิเศษของทางร้าน แซ่บสุด ๆ และราคาย่อมเยา เพียงแค่ 30 บาท และอีกหนึ่งเมนู ซุปดูกยำ ซุปกระดูกยำถ้วยใหญ่ จัดเต็มด้วยเนื้อเน้น ๆ ในถ้วยใบใหญ่ ใครมาสายกระดูกรับรองว่าสะใจกันแน่นอน ในราคา 50 บาทเท่านั้น

เติมพลังกันเสร็จหนังท้องตึงก็ต้องมากันหนังตาหย่อนกันที่ ร้านกาแฟภูฟ้า ภายนอกตกแต่งด้วยหลังคาทรงกาเลซึ่งดีไซน์และสีของหลังคาดูโดดเด่น เข้ากันกับผนังปูนเปลือย ให้ความโมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของความเป็นล้านนาได้ดีมาก ๆ  และที่นี่ไม่ใช่ร้านกาแฟธรรมดา ๆ แต่เป็นร้านที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านในพื้นที่ชนบทห่างไกลอีกด้วย ภายในร้านโปร่งโล่งด้วยกระจกบานใหญ่รับแสงจากด้านนอกได้เต็มที่ แอร์เย็นสบาย ที่สำคัญมีปลั๊กให้ชาร์ตแบตอีกด้วย

มาถึงจังหวัดน่านแล้วต้องไม่พลาดถ่ายรูปกับซุ้มดอกลีลาวดีที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์เจ้า สุริยพงษ์ผริตเดช ผู้เป็นเจ้าของหอคำ แห่งนี้ด้วย กรมศิลปากรได้รับมอบอาคารหอคำเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน เมื่อปี พ.ศ. 2517 แล้วจึงนำโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่นมาจัดแสดงให้ชม นอกจากซุ้มดอกลีลาวดีและพิพิธภัณฑ์ ตัวอาคารของที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน และเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะได้มีการบูรณะจากทางกรมศิลปากร ตัวอาคารทาสีภายนอกใหม่เป็นสีเหลืองทอง และเปลี่ยนหลังคา จากที่ก่อนหน้านี้เป็นหลังคาสีเขียว เปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อน ดูหรูหราและเรียบง่าย เข้ากับตัวอาคาร และเลือกใช้วัสดุที่คงทนอยู่ได้นานอีกด้วย เรียกว่ามานานอีกกี่ครั้งก็จะเห็นหลังคาสีนี้ไม่ซีดแน่นอน

ต่อด้วยไปกระซิบรักบันลือโลกกันที่ วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน แต่เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลาย ฝาผนัง แสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยก่อน ตามพงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าเมืองน่าน แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์  ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็น ชาดกในพุทธศาสนา มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ เช่น ภาพเด่น ของ ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิง แต่งกายไตลื้ออย่างเต็มยศ ภาพวาดของ หนุ่มสาวคู่นี้มีความสวยงามปราณีตมาก  ต้องลองมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งจริง ๆ

ลุยกันต่อที่ สุดกองดี cafe’  ซึ่งไม่ได้มีดีแค่กาแฟ ขนม และอาหาร แต่บรรยากาศก็ยังดีสุด ๆ อีกด้วย ร้านกาแฟชื่อแปลกที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนร่มรื่น ติดกับแม่น้ำน่าน “สุดกองดี” มีชื่อที่แปลได้ว่า “สุดซอยพอดี” (สุดกอง = สุดซอย) อาจเป็นเพราะร้านตั้งอยู่บริเวณสวนในบ้านที่ตั้งอยู่สุดซอยนั่นเอง ตัวร้านจะเป็นบ้านไม้ยกสูงมีโต๊ะอยู่ภายในและรอบ ๆ นอกบริเวณสวนอยู่พอประมาณ มีทั้งกาแฟและเครื่องดื่มสารพัดเมนู ทานคู่กับฮันนีโทสต์ก้อนโตรสชาติดี รวมทั้งอาหารว่างไว้สำหรับทานคู่กับเบียร์นำเข้าหลากหลายยี่ห้อ เรียกได้ว่าใครที่ได้มาลองนอกจากจะติดใจในรสชาติแล้วยังต้องติดลมในบรรยากาศที่แสนจะชิล

เมื่อคืนเรามาพักกันที่ น่าน บูติค โฮเต็ล ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางง่าย ห้องพักใหญ่ สะอาด แถมราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 1,200 บาท พร้อมอาหารเช้าด้วยนะ ตื่นเช้ามาสำรวจโรงแรมหน่อย ฝนก็เริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศร่มรื่นย์ เย็นสบาย เพราะที่นี่มีต้นไม้เยอะมาก ๆ ห้องอาหารของที่นี่จะอยู่ที่ชั้น 2 ถึงฝนจะตกก็ไม่หวั่นในการทานอาหารเช้าในวันนี้ เพราะห้องอาหารมีหลังคาบังฝนให้อยู่แล้ว กินอาหารกันอย่างสบายใจสบายท้อง บวกกับเสียงฝนตกกระทบหลังคา ชิวสุด ๆ ไปเลย

วันนี้เราย้ายจังหวัดกันมาอยู่ที่ลำปาง เราบอกแล้วว่าจะพามาพบกับสิ่งที่ห้ามพลาด เพราะงั้นสิ่งแรกที่ทำเมื่อถึงลำปางคือ การนั่งรถม้าชมเมือง ค่าใช้จ่ายคันละ 300 บาท นั่งได้ 1 รอบ โดยขึ้นที่ศาลากลางเก่าเป็นเส้นทางเดียวกับเส้นทางรถม้ารอบเมืองเล็กไปจนถึง สามแยกการไฟฟ้าฯ แต่ไม่เลี้ยวซ้ายไปหอนาฬิกาจะตรงไปตามถนนวังขวาเลียบแม่น้ำวังผ่านบ้านไม้เก่าชื่อบ้านบะเก่าทางด้านซ้ายมือ ผ่านสวนสาธารณะเขลางค์นครเลี้ยวซ้ายข้างสวนมาผ่านย่านตลาดอัศวินซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่คึกคักบนถนนท่าคร่าวน้อย ผ่านห้าแยกหอนาฬิกาเข้าถนนบุญวาทย์สิ้นสุดทางที่จุดเดิม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่เป็น 20 นาทีที่คุ้มค่ามาก ได้ชมเมืองเก่าด้วยการเดินทางแบบเก่า ไม่รีบไม่ร้อน ลำปางยังคงเป็นเมืองที่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากจนเกินไป เวลากลับมาลำปางทีไรก็เหมือนได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย

ไปต่อกันด้วยการไหว้พระเสริมศิริกันที่วัดศรีชุม วัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่อยู่ในประเทศไทย ตัวซุ้มวัดสีทองอร่าม  เหมือนข้ามประเทศมาอยู่วัดที่พม่าจริง ๆ  วัดนี้มีอายุร้อยกว่าปี สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2433 โดยคหบดีพม่า อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตนเองมีฐานะดีขึ้นจึงต้องการทำบุญโดยสร้างวัดศรีชุมขึ้น จุดเด่นของวัดศรีชุม แต่เดิมอยู่ที่พระวิหาร ซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ที่มีศิลปะการตกแต่งแบบล้านนาและพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก แต่น่าเสียดาย เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารทั้งหลัง คงเหลือเพียงไม้แกะสลักตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารเท่านั้น เป็นลวดลายพรรณพฤกษาฉลุโปร่ง ปัจจุบันวัดได้รับการบูรณะขึ้นใหม่และยังมีชิ้นส่วนเครื่องประดับอาคารที่ถูกไฟไหม้ไปจัดแสดงไว้ด้านหลังวิหาร วัดศรีชุมได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2524 อีกด้วยนะ

ท้องเริ่มร้องเรียกความสนใจ เราเลยต้องรีบมาที่ ตลาดอัศวิน ก่อนที่ท้องของเราจะร้องดังกันไปมากกว่านี้ ที่นี่เปิดทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ เลย ของกินเพียบ โดยเฉพาะ ไส้อั่ว อาหารพื้นบ้านต่าง ๆ นานา มีให้เลือกมากมาย เรียกว่าสามารถรองท้องเราได้อย่างดี แต่ถ้าเป็นคนปกติเขาคงอิ่มแล้วล่ะ สำหรับเรามันได้แค่รองท้องอ่ะนะ 555 เสน่ห์ของการเดินตลาดบ้าน ๆ อย่างนี้คือเราได้เห็นวิถีชีชิตของชาวบ้านจริง ๆ ได้พูดคุย ได้เรียนรู้ ได้เห็นการใช้ชีวิตของชาวบ้าน และที่สำคัญอาหารอร่อยแน่นอน!

เนื่องจากเมื่อกี้คือการรองท้อง เราเลยมากินแบบจริงจังกันต่อที่ ร้าน เสบียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง เป็นร้านอาหารที่เราสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้ที่ร้านเลย เหมาะกับการพาแฟนมา จะโรแมนติกขนาดไหนคิดดู แต่เรามากับเพื่อน ๆ ก็ไม่เป็นไรโรแมนติกเฮฮากันไปอีกแบบ ที่นี่จะเป็นอาหารเมืองแต๊ ๆ  เมนูแนะนำเลยโดยเฉพาะแกงแค ลาบคั่วปลานิล ยำหมูแดดเดียว ออร์เดิร์ฟเมืองและปลานิลหลังวัง กินแล้วอยากจะอู้คำเมือง อร่อยแต๊ ๆ เนาะ

หลังจากที่เมื่อวานเราตะลุยกินกันอย่างเต็มที่แล้ว วันนี้เราตื่นมาก็ต้องมาหาของกินกันต่อ อย่าให้ขาดช่วง 555 เช้า ๆ อย่างนี้ ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่เรานึกถึง (อยากกิน) แต่อยู่ลำปางแล้วต้องมาลอง ก๋วยเตี๋ยวห่อใบตองตึง ที่จะพาเราย้อนอดีตกลับไปสู่ความสงจำวัยเด็ก ที่เด็กสมัยนี้น่าจะไม่ทันการกินก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ เพราะที่นี่จะเอาใบตองตึงมาห่อก๋วยเตี๋ยว (ใส่แต่แบบแห้งนะ แบบน้ำใส่ชามกินปกติ) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทางร้าน มาก ๆ กินไปภาพสมัยเด็ก ๆ ก็ลอยมา น้ำตาจะไหล

A : คิดถึงหรอ

B: เปล่าครับ เผ็ด

A : …
อ่อออ ที่สำคัญลูกชิ้นร้านนี้ใช้ลูกชิ้นจากร้านปู่โย้งนะครับ เรื่องความอร่อยนั้นไม่ต้องห่วง อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก

อย่าพลาดการไปชมความยิ่งใหญ่ของ วัดพระธาตุดอยพระณาน ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง  บ้านป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่  “ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นองค์พระธาตุนี้แล้ว” แสดงว่าพระธาตุนี้มาก่อนที่จะได้รับการบูรณะเป็นองค์พระธาตุสีขาวในปัจจุบัน จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในยุคปัจจุบัน อดีตหลวงพ่อวัดนาคตหลวง พระครูปัญญาวุฒิคุณ เป็นผู้นำพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชน ในการดูแลบำรุงรักษาองค์พระธาตุรวมทั้งบริเวณโดยรอบ และยังคงรักษาประเพณีการเดินขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุเป็นประจำทุกปี ประเพณีดั้งเดิมดังกล่าวยังคงมีอยู่ ภายในอุโบสถ สวยงามมาก ดอยพระฌาน ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำจาง โดยห่างจากแม่น้ำประมาณ 1 กม. และมีหมู่บ้านอยู่ใกล้เคียงโดยรอบหลายหมู่บ้านได้แก่ บ้านป่าตัน บ้านสบทะ บ้านนาคต และบ้านปงหอศาล

สิ่งที่มหัศจรรย์อีกอย่างก็คือ เวลานั่งเกวียนผ่านระหว่างองค์พระธาตุที่อยู่บนยอดดอยกับแม่น้ำจาง จะมีเสียงดังก้องอยู่ใต้พื้นดินเหมือนเสียงกลองดังก้องไปทั่วบริเวณเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจชาวบ้าน เพราะเป็นของแปลก แต่ปัจจุบันไม่มีใครได้ยินเสียงดังกล่าวอีกเลย ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า เสียงดังกล่าวเกิดจากโพรงใต้ดินที่อยู่ใต้องค์พระธาตุ ทะลุเป็นแนวยาวลงไปถึงฝั่งแม่น้ำจาง ตรงบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า วังธาร ซึ่งเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำจาง และปากถ้ำอยู่ในบริเวณนี้ด้วย ปัจจุบันมีฝายกั้นน้ำถูกสร้างขึ้นบริเวณนี้ ทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นและปิดปากถ้ำดังกล่าวไปแล้ว และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงดังใต้ดินหายไป อุโมงค์ใต้พระธาตุนั้นชาวบ้านเล่าว่า เคยมีคนโยนสิ่งของลงไปในอุโมงค์บนยอดดอยพระฌาน แล้วของเหล่านั้นก็ลอยมาโผล่ที่แม่น้ำจางบริเวณวังธาร จึงเชื่อกันว่ามีถ้ำอยู่ใต้ดินเชื่อมแม่น้ำจางกับดอยพระฌาน ที่นี่นอกจากตำนานเรื่องเล่าที่มหัศจรรย์แล้ว บรรยากาศและวิวบนนี้ก็มหัศจรรย์ไม่แพ้กัน ต้นไม้เขียวชอุ่มรอบ ๆ  มีบันไดให้เดินเราขึ้นจาก ด้านล่าง ย่อยอาหาร สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของตัววัด และหลังคาที่วัดพระธาตุดอยพระณานที่ได้บูรณะไป แต่ดูคลาสสิกเข้ากับตัวอาคาร ทั้งที รูปทรง พื้นผิว ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก ๆ พี่ ๆ SHERA แอบกระซิบบอกกับเราว่าหลังคาที่นี่ เป็นหลังคาของ เฌอร่า ซีดาร์ เชค (SHERA ZEDAR SHAKE) เข้ากับธรรมชาติและความแข็งแรงแถมยัง ทนทุกสภาวะอากาศ จะฝน จะแดด กันชื้น ทนไฟ ไม่ผุไม่หด ที่สำคัญปลวกไม่กินแน่นอน

สถานที่สุดท้ายก่อนที่เราจะกลับกรุงเทพกันแล้ว ก็ต้องมาจบที่ร้าน Doi Pra Cafe ไม่พ้นของกินสินะ 555 ร้านนี้ตั้งอยู่ด้านบนของวัด พระธาตุดอยพระณานเลย เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก ๆ ล้อมไปด้วยต้นไม้ในหุบเขา แถมราคาก็ไม่แพง เริ่มที่ 35 บาทเท่านั้น อิ่มท้องอิ่มใจสบายกระเป๋าตังค์กลับกรุงเทพกันเลยทีเดียว

การมาทริป 3 วัน 2 คืน น่าน ลำปางในครั้งนี้ ต้องขอบคุณ พี่ ๆ บริษัท Shera มาก ๆ ที่มาร่วมทริปไปด้วยกัน ให้ความบันเทิงแล้วให้ความรู้จากสถานที่ต่าง ๆ กับเราอีก นอกจากให้ความรู้แล้ว ความสวยงามของสถานที่ต่าง ๆ ที่เรามา ไม่ว่าจะเป็น ร้านกาแฟภูฟ้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ที่พักน่าน บูติกโฮเต็ล วัดพระธาตุดอยพระณาน สถานที่ทั้งหมดนี้ก็ใช้หลังคาของ เฌอร่า ซีดาร์ เชค (SHERA ZEDAR SHAKE) ความสวยงามที่เวลาจะทำให้มันลดลงน้อยลงไป แต่ เชอร่า ทำให้ความสวยงามนั้นกลับมาใหม่ และคงอยู่ได้นานกว่าเดิม โดยที่เราไม่รู้สึกว่ามันขัดกับความเก่าแก่เลยด้วยซ้ำ น่าทึ่งจริง ๆ เพราะเป็นหลังคาที่ผสมผสานความงามจากไม้ธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าถึงความงามที่เป็นธรรมชาติ เสมือนหลังคาไม้จริง แถมยังเหนือกว่าด้วยความทนทานด้วยคุณสมบัติจากวัสดุคุณภาพ เข้าผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพสูง ทำให้ปราศจากการกัดกินของปลวก ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายการดูแลรักษา และไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นรองใต้หลังคา ช่วยป้องกันการรั่วซึมของน้ำที่จะผ่านเข้ามาได้ด้วย รู้อย่างนี้แล้วอยากจะกลับไปเปลี่ยนหลังคาที่บ้านใหม่เลยจริง ๆ

 

ถ้าเพื่อนคนไหนสนใจเจ้าหลังคา เฌอร่า ซีดาร์ เชค ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่เวปไซต์กันได้เลยนะ
http://www.sherasolution.com/

 

 

 

 

 

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here