เชียงรายไม่ไกล 3 วัน 2 คืนก็เที่ยวได้

ทริปนี้ แบกกล้องเที่ยวจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายในหน้าฝนกัน ไปดูกันว่าหน้าฝนที่นี่มีอะไรน่าสนใจ       ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว สวยงามขนาดไหน

ตามเรามาเลยจ้าา

============  DAY 1  ============

เริ่มต้นจาก กทม. เราเดินทางโดยเครื่องบิน ไฟลต์เช้า ใช้เวลาเดินทางแค่ 1ชั่วโมง นิดๆก็มาถึงแล้ว                     ณ สนามบินนานาชาติเชียงราย เราเช่ารถเพื่อความสะดวกในการเดินทาง มาถึง 7 โมงกว่า ๆ เราหาอาหารเช้าทานกันก่อนเลยจ้าา ร้านแรกเราขับรถเข้ามาในตัวเมือง ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับวงเวียนหอนาฬิกาเลยครับ

ชื่อว่าร้าน สหรส

ร้านนี้ขายต้มเลือดหมูสูตรพิเศษ ใส่ผักสมุนไพรจิงจูฉ่าย นอกจากนั้นก็มีก๋วยจั๊บ ข้ามต้ม โจ๊กขายด้วยนะ

ชามใหญ่มากกกก รสชาติอร่อย หวานน้ำซุปเลยครับ จากนั้นใกล้ ๆ กันจะมีรถกาแฟขายอยู่ครับ

ร้านนี้เราจะเห็นเด่นมาแต่ไกลเลย เป็นรถสีเหลือง ด้านหลังสร้างเป็นร้านเล็ก ๆ มีหลังคาคลุมมีเขาควายประดับอยู่รอบคัน นอกจากกาแฟแล้ว ยังขายอาหารเช้าด้วยนะครับ พวกไข่ระเบิด โจ๊ก ก็มี  ร้านนี้ราคาไม่แพงเลยครับ

จากนั้นเราไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันอีกดีกว่าครับ ^^

ร้านนี้ชื่อว่า ร้านมโนรมย์

มโนรมย์ร้านสวยที่ตั้งอยู่ริมน้ำกก จ.เชียงราย ดีไซน์ตัวร้านเป็นเรือนกระจกขาวแบบวินเทจ มีสนามหญ้าสีเขียว ร้านนี้มีโซนที่ติดริมน้ำให้บริการอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล

อาหารที่นี่ยกนิ้วให้เลยครับ อร่อยมาก ทั้งของคาว ของหวาน เพราะเวลาทานแล้วรับรู้ได้เลยว่าทำมาจากวัตถุดิบดี   สด ใหม่ ติดใจทั้งรสชาติและบรรยากาศต้องได้กลับไปทานอีกแน่นอนครับ

บรรยากาศภายในร้าน

กินไปสองร้านแล้ว อิ่มมากกก  สาย ๆ เราเลยเข้าที่พักกันก่อนครับ

ที่พักเล็ก ๆ แสนอบอุ่นแต่มีสไตล์ กลิ่นอายยุโรป มาฝากเพื่อน ๆ แถมราคาเริ่มต้นไม่แพงเลยแค่หลักร้อยเท่านั้น!!!!!!ในสวน เบด แอนด์ เบรคฟาสท์ (NaiSuan Bed and Breakfast) ที่พักสุดน่ารักของเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณถนนสันโค้งหลวง ตัวบ้านเป็นบ้านสีฟ้าสไตล์วินเทจตกแต่งได้น่ารักน่าพักผ่อนมาก ๆ เลยครับ

ห้องพักทำจากอาคารเก่า นำมา Renovate ใหม่ ให้ดูสวยงามและทันสมัยมากขึ้น

ห้องนอน เตียงนุ่ม นอนสบาย

ห้อง Superior ราคา 990 บาท ห้อง Deluxe 1,190 บาท ห้อง Suite 1,490 บาท ห้อง Family 1,790 บาท (สำหรับ 3 ท่าน) รวมอาหารเช้าทุกห้อง

ห้องน้ำขนาดใหญ่ สะอาด น้ำไหลแรง มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม

ที่นี่มีห้องพักให้บริการแค่ 8 ห้องเท่านั้น และภายในที่พักยังมีร้านคาเฟ่สุดน่ารักสไตล์วินเทจให้บริการ เครื่องดื่มกาแฟ ขนมสุดอร่อยอีกด้วย ใครไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถมาสั่งอาหาร เครื่องดื่ม ที่คาเฟ่ด้านล่างก็ฟินได้เหมือนกัน

มีสวนเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ให้เดินถ่ายรูปได้ด้วย

เอาของเข้าไปเก็บในห้องแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อกันครับ

เราจะไปไหว้พระที่วัดพระสิงห์ วัดพระสิงห์เชียงราย (พระอารามหลวง) เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนาธรรมิกราช  เจ้าเมืองเชียงใหม่  สันนิษฐานว่าสร้างในราวปี พุทธศักราช 1928 ซึ่งเป็นช่วงที่พระเจ้ามหาพรหมได้ครองเมืองเชียงราย ระหว่างปี พุทธศักราช 1888 ถึง 1943 ซึ่งคำว่า พระสิงห์นั้น หมายถึง วัดเคยเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์ หรือ พระพุทธสิหิงค์  ที่เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญอันเป็นที่เคารพของชาวไทย ปัจจุบันยังมีพระพุทธสิหิงส์หรือพระสิงห์เชียงแสนอีกองค์หนึ่ง ชนิดสำริดปิดทองประดิษฐานอยู่บนษุษบกภายในกุฏิเจ้าอาวาสให้ประชาชนมากราบไหว้สักการะถือเป็น พระพุทธรูปคู่เมืองเชียงราย

และวัดพระสิงห์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง  เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2536

จากวัดสิงห์ ใกล้ ๆ กันเราเดินไปยังตลาดสดเทศบาลเชียงรายกันครับ ที่นี่มีของขาย เยอะมาก มีทั้งของสดและอาหาร ราคาไม่แพง ในช่วงเย็นนี้มีชาวบ้านมาจับจ่ายใช้สอยกันเต็มไปหมด

แถวนี้สามารถเดินเที่ยวได้หลายที่เลยครับ

เจนข้ามถนนไปซื้อลิ้นจี่มาทาน ราคาไม่แพงเลยครับ

ช่วงบ่ายเราไปหาของแซ่บ ๆ ทานกันครับ

ร้านส้มตำบัตรคิว เชียงราย
เป็นร้านเดิมที่ขายบนริมถนนหน้าป้ายขนส่งเก่าเชียงรายมาเป็นระยะเวลา 8 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันได้ทำร้านใหม่ให้สาวกทั้งหลายได้มีที่นั่งสบาย ๆ กินกัน แถมเมนูก็มากขึ้นด้วยอาหารรสชาติอร่อย สะอาด ราคาถูก แถมบรรยากาศร้านยังน่านั่งอีกด้วย

สำหรับร้านนี้มีเมนูส้มตำ (ตำไทย ตำลาว ตำผลไม้ ตำป่า ตำหมูยอ ตำไข่เค็ม ตำปูม้า ฯลฯ)
เมนูแซบอีหลี (ต้มแซบหมู ซุปเปอร์ตีนไก่ ลาบอีสาน น้ำตก ซุปหนอไม้ ไก่ย่าง คอหมูย่าง แป้งนมย่าง น้ำยาป่า    ลูกชิ้นจิ๋ว ฯลฯ)

เมนูชื่นใจ (น้ำอัญชันมะนาว น้ำชามะนาว โอเลี้ยง ชาเขียว ชาเย็น นมชมพู )ให้เลือกกินกันแบบสดๆใหม่ๆ
ส่วนสถานที่ตั้งร้าน ร้านตั้งอยู่แถวขนส่งเก่าเชียงราย (ในตัวเมืองเชียงราย) หากใครรู้จักบริษัทสมบัติทัวร์ ร้านส้มตำอยู่ตรงข้ามเยื้อง ๆ กับบริษัทสมบัติทัวร์นะครับ

ตอนเย็นเราไปชมความสวยงามของ วัดห้วยปลากั้ง กันครับ ขับรถมาไม่ไกลจากตัวเมือง ประมาณ 15 นาที

วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่ในตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นอีกวัดที่สวยงามวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงราย   ที่ตั้งอยู่บนเขา และมีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ ” พบโชคธรรมเจดีย์” ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลม ศิลปะจีนผสมล้านนา หลังคาสีแดงมีรูปปั้นมังกรทอดยาวทั้งสองข้างบันได ล้อมรอบด้วยเจดีย์ เล็ก ๆ 12 ราศี วัดห้วยปลากั้งเป็นวัดซึ่งชาวบ้านนับถือและเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูป และพระอรหันต์ต่างๆ และภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐาน และเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ แกะสลักจากไม้จันทน์หอมองค์ใหญ่  สาเหตุที่เจดีย์ 9 ชั้นนี้มีชื่อว่า พบโชคธรรมเจดีย์  เนื่องด้วยวัดห้วยปลากั้งแห่งนี้เป็นวัดร้างมาตั้งแต่โบราณกาล ไม่ทราบประวัติการสร้างแน่ชัด ต่อมาพระอาจารย์พบโชค ติสสะวังโส ได้บูรณะและก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้นจำนวนมากจึงกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของชาวเชียงรายอีกครั้ง

เสร็จแล้วเราไปเดินเล่นที่ถนนคนม่วนกันต่อครับ

ถนนคนม่วน  เป็นถนนคนเดินที่เปิดเฉพาะคืนวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 23.30 น.โดยใช้ถนนสันโค้งน้อยเป็นถนนคนเดิน เริ่มตั้งแต่หน้าโรงเรียนบัณฑิตศึกษายาวไปจนถึงหน้าวัดเชตุพนซึ่งเป็นที่ตั้งของเวทีรำวงย้อนยุค     ให้เราได้ออกกำลังกาย กันได้ด้วยครับ  ถนนสันโค้งน้อยจะอยู่ใกล้กับ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หาง่ายครับ ถนนคนม่วนมีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไม้แกะสลัก ขนม ของฝาก ผลิตภัณฑ์ชาวเขา ผักสด ผลไม้ ฯลฯ ส่วนโซนอาหารจะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัดเชตุพน มีอาหารให้เลือกชิม เลือกซื้อตามใจชอบเป็นแถวยาวตลอด 2 ฝั่งถนน

พวกเราเดินไปไม่นาน ฝนก็เทลงมา อย่างหนัก…

วิ่งหนีฝนสิครับ…….

 

============  DAY 2  ============

 

เริ่มต้นอาหารเช้า ที่ Naisuan ครับ ที่พักที่นี่รวมอาหารเช้าด้วย มีให้เลือกว่าจะทาน ข้าวผัด ข้าวต้ม หรือ ABF

ห้องอาหาร เล็ก ๆ น่ารักมาก ๆ เลยที่นี่ใครมาพักในเมือง เชียงราย ลองมาพักที่นี่ดูนะครับ ผมแนะนำเลย             เจ้าของดูแลเอง บริการดีมาก ๆ เรียกลูกค้าว่า “ลูก” แทนตัวเองว่า พ่อ เสมือนได้มาพักผ่อนที่บ้านครับ น่ารักจริง ๆ

จากนั้นเราเก็บของ เดินทางต่อกันครับ

จากที่พักเราขับรถไปประมาณ 1 ชม. ก็มาถึง บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ครับ

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกฝั่งซ้าย หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย นอกจากชาวกะเหรี่ยงแล้วยังมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่าและลาหู่ในละแวกใกล้เคียง มีบริการขี่ช้างเที่ยวชมหมู่บ้านชาวเขา บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรมีหมู่บ้านบริวาร 1 หมู่บ้าน คือ บ้านดอยบ่อ 2 (ชนเผ่าอาข่า) บ้านรวมมิตรมีประชากรทั้งหมด 2,840 คน จำนวนครัวเรือน 1,549 ครัวเรือนประกอบไปด้วยชนเผ่ากะเหรี่ยง,อาข่า,ลาหู่,ลีซอ,ม้ง,ไทลื้อ

ที่นี่มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ นั่งช้างชมธรรมชาติครับ                                                               มาถึงแล้วก็แวะซื้ออ้อยไว้คอยเติมพลังให้น้องช้างก่อนครับ ถุงละ 20 บาท

ขี่ช้างเวลา 08.00-16.00 น. ติดต่อชมรมช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรทัวร์หรือสอบถามที่ อบต.แม่ยาวโทร        053-737359 หากมาเป็นหมู่คณะต้องติดต่อล่วงหน้า 3 วันช้าง 1 เชือกนั่งได้ 2 คนเส้นทางท่องเที่ยวบนหลังช้างจะพาไปท่องเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ที่มีทั้งกะเหรี่ยงอาข่าลาหู่เย้าแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะเลือกแต่เส้นทางปกติคือเส้นทางไปบ้านจะทอของลาหู่ในเที่ยวกลับจะพาไปล่องน้ำกกกลับมายังแคมป์ช้าง

เจนขี่ช้างครั้งแรกในชีวิตเลยครับ ตื่นเต้นมาก เพราะโดนผมหลอกว่าจะไปนั่งด้วยแต่ผมแอบไปนั่งอีกเชือกแทน ^^

ส่วนค่าบริการไม่แพงเลยครับ

– นั่งช้างเดินรอบหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร+ลงแม่น้ำกก ครึ่งชั่วโมง 300 บาท/ เชือก / 2 ท่าน
– นั่งช้างเดินรอบหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร+บ้านชาวเขา+ลงแม่น้ำกก 1 ชั่วโมง 600 บาท / เชือก / 2 ท่าน

นั่งช้างลงไปลุยในแม่น้ำ กก กันเลยครับ

เซลฟี่กันหน่อย ผมแอบเห็นเจนให้อาหารน้องช้างตลอดทาง ไม่รู้ใจดีหรือกังวลครับ ^^

จากแม่น้ำขึ้นมาบนบก เรานั่งช้างผ่านหมู่บ้านกันเลยครับ

ร้านกาแฟภูกะเหรี่ยง ร้านนี้เรานั่งช้างขึ้นไปที่ร้านได้เลยครับ                                                               จะมีทางขึ้นบนชั้นสองจากหลังช้างโดยที่เราไม่ต้องเดินลงมาเลยครับ

หลังจากนั่งช้างเสร็จ เราไปแวะร้านกาแฟกันต่อครับ

Ryokan Cafe’ ร้านกาแฟนี้ตั้งอยู่นอกตัวเมืองเชียงราย ซอยเดียวกันกับ อบต. บัวสลี หากมาจากตัวเมืองเชียงรายก็เลยจากวัดร่องขุ่นมาเล็กน้อย

ที่นี่จำลองบรรยากาศของ “เรียวกัง” ญี่ปุ่นมาไว้ที่เชียงรายด้วย บรรยากาศชนบทญี่ปุ่นที่คุณสามารถนั่งจิบกาแฟ ชมทุ่งนาและทิวเขา รายล้อมด้วยสรรพสิ่งรอบตัวแนวญี่ปุ่น จนบางทีลืมว่านี่เรากำลังนั่งอยู่ที่ จ. เชียงราย ประเทศไทย ไปเลย

บรรยากาศ ยามฝนตกปรอย ๆ

ด้านหลังที่นี่ มีป่าไผ่ แถมเจ้าโตโตโร่ตัวใหญ่ ยืนรอรถเมล์อยู่ด้วยเลยมาขอถ่ายรูปกันคู่สักหน่อย                     ใครที่ได้มาดื่มกาแฟที่นี้ อย่าลืมมาถ่ายมุมนี้กันนะครับ น่ารักมาก ๆ

นอกจากร้านคาเฟ่แล้ว ยังมีที่พักแบบเรียวกังแท้ ๆ ให้บริการด้วยนะ ตอนนี้มีแค่ไม่กี่ห้อง ถ้าใครสนใจอยากหาที่     เปลื่ยนบรรยากาศ ลองมาที่นี่ดูสิ แล้วคุณจะติดใจ ^^

จากนั้นเราขับรถมาอีกไม่นานก็มาถึงที่พักของเราคืนนี้ครับ

The White House  Boutique Chiang Rai รีสอร์ตสีขาวสลับบ้านไม้ที่ตกแต่งได้อย่างลงตัว ท่ามกลางทุ่งนาโอบล้อมด้วยวิวภูเขาที่สวยงาม มีแม่น้ำไหลผ่านด้านหลังของตัวรีสอร์ต  มีสะพานแขวนให้เดินเล่นด้วย

บริเวณ Lobby ครับ เป็นศาลาขนาดใหญ่ สูง โปร่ง ข้างบนสามารถเดินขึ้นไปชมวิวได้ด้วย

ด้านบน Lobby ตอนเช้าเราก็จะมาทานอาหารกันที่นี่ครับ วิวด้านหน้าเป็นทุ่งนา ข้าง ๆ เป็นลำธาร สวยงามมาก

ที่นี่อากาศดีมาก ๆ เลยครับ เพราะอยู่ติดกับภูเขาเลย แถมด้านหลังมี ลำธารไหลผ่านด้วย

มีชิงช้าให้นอนเล่นหน้าห้องพักด้วย

ถ้ามาช่วงที่ชาวบ้านทำนาคงจะสวยมากๆเลย

ภายในห้องพักครับ

ห้องนี้เป็นห้องแบบซูพีเรีย (Superior Room) ราคาประมาณ 2,000 บาท แล้วแต่ช่วงเวลาที่เข้าพัก

ห้องดีลักซ์ (Deluxe Room) ราคาประมาณ 2,200 – 2,600 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เข้าพัก) ห้องนี้จะตั้งอยู่ริมลำธาร เป็นบ้านบ้านไม้สองชั้น ยกสูง ห้องนอนจะอยู่ด้านบน มีระเบียงขนาดใหญ่ มีเก้าอี้ โต๊ะให้นั่งเล่นชมวิวได้

ผมชอบห้องน้ำที่นี่มาก ๆ นอนแช่น้ำในอ่างดูวิวธรรมชาติด้านนอกฟินเลยครับ ใครที่ชื่นชอบการที่พักที่สามารถสัมผัสกับอากาศที่แสนจะสดชื่น ท่ามกลางทุ่งนา

จากนั้นตอนเย็นเราไปหาอะไรทานกันครับ ร้านนี้อยู่ใกล้ ๆ กับที่พักเลยชื่อว่า ร้านไบซอน

ช่วงกลางวันทางร้านจะเน้นขายเครื่องดื่มพวกกาแฟ ชา เครื่องดื่มเย็นต่าง ๆ เค้ก และอื่น ๆ                               ช่วงเย็น ๆ เขาจะเน้นขายอาหาร บรรยากาศกินอาหารใต้ถุนบ้านไม้ยกสูง ตกแต่งร้านเรียบง่าย                            คล้ายนั่งรับประทานอยู่บ้าน เมนูอาหารหลากหลายให้เลือกสรร
อาหารเย็นจะมีดนตรีให้ฟังด้วยนะ บางครั้งก็มีศิลปินมาเล่นสด ๆ ให้ด้วย

 

============  DAY 3  ============

 

เราตื่นตอนตี 5 ขับรถจากที่พักขึ้นไปหมู่ บ้านห้วยแม่เลี่ยม เพื่อไปดูทะเลหมอกในตอนเช้ากันครับ                     โชคร้ายที่วันนี้ฝนตก เลยไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเท่าไหร่

บรรยากาศข้างบนดีมาก ๆ เลยครับ อากาศเย็นสบาย มีหมอกลอยผ่าน

บ้านปางขอนยามเช้า เป็นหมู่บ้านที่อยู่เหนือทะเลหมอก

ที่นี่ชาวเขาส่วนใหญ่จะปลูกกาแฟกันครับ

ชมวิวเสร็จแล้ว เรากลับเข้ามาในเมืองกันครับ

เครื่องปั้นดินเผา บ้านดอยดินแดง อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินเซรามิกชาวเชียงราย ที่ปั้นดินให้กลายเป็นงานศิลปะ  ผลงานแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และงานศิลปะที่แสดงออกมาเป็นเครื่องปั้นดินเผา งานเซรามิกเป็นงานที่สร้างจากดิน ดินของผืนแผ่นดินไทย ดินที่อบอวลไปด้วยความเป็นท้องถิ่น และความรัก ดินสีแดงที่ดอยดินแดงจึงมีความหมายมากกว่า

ส่วนที่ขายสินค้าที่ทำจากเซรามิก

ส่วนที่แสดงผลงานศิลปะ

ด้านในมีร้านกาแฟด้วยนะครับ เมนูที่ขายมีแต่กาแฟนะ

ด้านในก็มีร้านขายสินค้าที่ระลึก

เราสามารถเข้ามาดูวิธีทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการเลยครับ

จากนั้นเราไปเที่ยวกันต่อที่ไร่รื่นรมย์ครับ

ไร่รื่นรมย์ ตั้งอยู่ในอำเภอเทิง เป็นอีกหนึ่งไร่ที่มุ่งเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผักแบบออร์แกนิก ก่อตั้งจากคนรุ่นใหม่ แอปเปิ้ล ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ที่ต้องการสานฝันร่วมกับพี่สาว เชอรี่ วิลาสินี กิตะพาณิชย์ พลิกฟื้นที่ดินของครอบครัว 80 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งอาหารเลี้ยงคนไทยให้มีสุขภาพดี

โดยมุ่งมั่นที่จะเชิญชวนให้คนทั่วไปหันมาดูแลสุขภาพ และเลือกควบคุมน้ำหนักอย่างถูกวิธี ด้วยการเลือกทานอาหารที่ไม่มีสารเคมีหรือเรียกกันว่า Eat Clean พร้อมลงพื้นที่ปลูกพืชไร่ พืชสวน ทำนา เลี้ยงสัตว์ ด้วยตัวเอง แถมที่นี่ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ สถานที่พักผ่อนแบบโฮมสเตย์ และคาเฟ่เล็ก ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเรียนรู้พักผ่อนท่ามกลางไร่เกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น มีฟาร์มแพะและแกะให้เด็ก ๆ มาให้อาหาร มีรถ ATV มีรถจักรยานไว้ปั่นเที่ยวชมภายในไร่ เป็นต้น

บ้านต้นไม้ สามารถมานั่งชมวิวได้

บรรยากาศวิวร้านอาหาร มองวิวได้สุดสายตา

ที่นี่มีที่พักด้วย เราสามารถมานอนพักที่ เต้นท์ได้

สำหรับสินค้าน่าอุดหนุนของไร่รื่นรมย์มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ข้าวกล้องหอมอุบลอินทรีย์ ข้าวหอมนิลอินทรีย์ แป้งข้าวหอมอุบลอินทรีย์ แป้งข้าวหอมนิลอินทรีย์ (เหมาะสำหรับคนแพ้แป้งข้าวสาลี) แป้งวาฟเฟิล ดอกไม้อบแห้ง เช่น ดอกดาวเรือง เก๊กฮวย ตะไคร้หอม (สำหรับชงเป็นเครื่องดื่ม) นมแพะ ผักจิงจูฉ่าย อิตาเลียนเคล (Kale) มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี และอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งในกรุงเทพฯ สินค้าของไร่มีวางจำหน่ายที่ร้านสุขภาพหลายแห่ง

จากนั้นเราก็เดินทางกลับสนามบิน เชียงราย แล้วเดินทางกลับ กทม.โดยสวัสดิภาพ

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามการเดินทางของพวกเรานะครับ                                                             แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีครับ ^_^

 

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here