When it rains…  let it slow…

ปล่อยตัวไปกับธรรมชาติเบื้องหน้า ใช้ชีวิตช้าๆ สบายๆ ในฤดูฝน บ้านป่าปงเปียง – เชียงใหม่

ทริปนี้ ผมวางแผนว่าจะไปพักที่ บ้านปลายนา ของพี่วิชัย บ้านป่าปงเปียง มานานแล้วครับ โดยจองตั๋วเครื่องบินไปเอง
พอดีมีคนที่รู้จัก ชวนอยากให้ไปลองพัก รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงใหม่ ที่มีบรรยากาศแตกต่างไม่เหมือนใคร
ผมมีแพลนเดินทางอยู่แล้วด้วย ก็เลยเกิดทริปนี้ขึ้นมาครับ
ขอบคุณ เพื่อนๆที่คอยติดตามให้กำลังใจมากตลอดนะครับ

ผมเริ่มต้นการเดินทางคนเดียวครับ ทริปนี้ จากสนามบินดอนเมือง – เชียงใหม่ มาถึงตอนเช้า มีน้องคนหนึ่งที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน ชื่อ แน็คครับ รู้จักกันผ่าน FB มานานแล้วครับ แต่ครั้งนี้เราพึ่งเจอกันครั้งแรก น้องแน็คมารับผม ที่สนามบินตั้งแต่เช้า แล้วก็พาไปรับ บอย น้องอีกคนที่ชอบเดินทางถ่ายรูปเหมือนกัน บอยเปิดบริษัททำทัวร์ครับ พอดีช่วงที่ผ่านมามาอยู่ เชียงใหม่พอดี เราเลยนัดเจอกัน
หลังจากรับบอยแล้ว เราก็ไปไหว้พระ ที่พระธาตุดอยสุเทพก่อนครับ




หลังจากไหว้พระเสร็จ เราก็เดินทางกันต่อครับ โดยไปรับ พี่สาวแน็ค อีกคน ไปด้วย เราหาซื้อเสบียง น้ำอาหาร ก่อนเข้าบ้านป่าปงเปียง
บริเวณตีนดอย อินทนนท์ครับ  แล้วขับรถเข้าไปทางน้ำตกแม่ปาน เพื่อเจอกับพี่วิชัยครับ

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง อยู่เกือบจะสุดปลายของ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อยู่เยื้องออกมาทางด้านหลังของดอยอินทนนท์  การเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างจะโหดร้ายต่อยานพาหนะเดินทางสักหน่อย เนื่องจากยังเป็นเพียงทางลูกรัง  เมื่อฤดูฝนผ่านไป เส้นทางลูกรังก็จะกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ เลาะตามไหล่เขาไปเรื่อย ควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ โฟร์วีล เท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาเที่ยวกันช่วงฤดูทำนา ในหน้าฝนเพราะต้นข้าวกำลังเจริญงอกงาม เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่ง

การเดินทาง : บ้านป่าบงเปียงเข้าได้ 2 ทาง แต่สะดวกสุดก็คือเส้นทางอินทนนท์-แม่แจ่มจากดอยอินทนนท์ ไปทางแม่แจ่ม เลี้ยวเข้าไปทางน้ำตกแม่ปานเลยที่ทำการน้ำตกไปตามทางลูกรังอีกราว 2 กม. เส้นทางระยะนี้ถ้าให้ดีควรเป็นรถโฟร์วีลส์หรือกระบะแรงดี
เอาของเก็บเขาบ้านพักก่อน

บรรยากาศโดยรอบครับ ฝนตกๆ หยุดๆ ทั้งวัน ช่วงที่ผมไป

หลังจากเก็บของไว้ในบ้านแล้ว ก็ออกเดินสำรวจครับ มาครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมาก

เดินลงไป เจอชาวบ้านกำลังดำนาอยู่พอดีเลยครับ




ผมเก็บ บรรยากาศรอบๆมาให้ชม

พึ่งดำนำพอดีครับ ต้นข้าวเลยมีขนาดเท่าๆกัน เล็กๆ เรียงกันสวยงาม มองวิวได้ไกลสุดสายตา..

น้ำที่นี้ ใช้น้ำที่ไหลมาจากยอดเขาครับ สองสามวันที่ผ่านมาฝนตกหนัก ทำให้บนนี้ น้ำอุดมสมบูรณ์
น้ำเย็นเฉียบเลยครับ



หลังจากฝนตก เมฆ หมอก ก็ค่อยๆลอยต่ำ กับ อากาศเย็นสบาย


บรรยากาศเริ่ม สวยงามขึ้นเรื่อยๆ ครับ




บรรยากาศบริเวณบ้านที่พักครับ

มองจากวิวหน้าต่าง


เมฆมีการเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ เปลื่ยนแปลงรูปร่าง สวยงาม แปลกตาดีครับ





บางจุดก็ยังไม่ได้ดำนา ครับ


หลังจาก เดินเหนื่อยก็พัก ล้างหน้า ล้างตา กับลพธารเย็นๆที่ไหลมาจากบนเขาครับ  สดชื่นมากๆเลย

ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เจอแสงซะแล้วครับ เพราะเมฆเยอะตลอดทั้งวัน.. ซํกพัก ค่อยมีแสงลอดออกมา




ตอนแรก เก็บกล้องเรียบร้อยแล้วครับ พอมีแสงก็เลย รีบวิ่งลงมาด้านล่างอีกรอบ ทั้งๆที่ฝนตกอยู่



อาหารมื้อค่ำ วันนี้ครับ ทานกันง่ายๆ ไฟที่นี่ไม่มี ต้องเตรียมไฟฉาย กะ เทียนมาครับ
ตอนนอน มีมุ้ง มีที่นอนให้ อากาศหนาว เย็นสบายครับ ตอนกลางคืน ยุงเยอะหน่อย ใครจะมา เตรียม ยากันยุงติดมาด้วยก็ดีครับ

เมื่อคืนนอนเต็มอิ่มมาก นั่งดูดาวบ้างเมฆบ้าง กับ หิ่งห้อยเพลินทั้งคืน ตื่นมาตอนเช้า อากาศสดชื่น เย็นสบายครับ

วิวตรงหน้ากับ บรรยากาศยามเช้า

อาการเช้าวันนี้ครับ อร่อยมากกกกก

ตอนเช้า ชาวบ้านก็เริ่มออกมา ดำนากันต่อครับ



บ้านป่าปงเปียง เป็นหมู่บ้านเล็กๆครับ มีจำนวนบ้านไม่ถึงสิบหลัง ชาวบ้านก็ช่วยกันดำนาครับ




หลังจากนั้น เราก็เข้าไปเกHบภาพ มุมอื่นๆ บริเวณแถวๆนั้น กันครับ



ช่วงนี้ฝนตก สีต้นข้าวเขียวสด ดูเย็นสบายตามากเลยครับ

อันนี้จากอีกด้านหนึ่งของเขา มองเข้าไปที่บ้านพัก ที่ผมพักเมื่อคืน หลังสูงๆครับ


คุณลุงชาวบ้าน เดินออกมาดูแลไร่ยามเช้า

หลังจากนั้น เราก็เดินทางกลับครับ .. ขากลับ เราแวะบ้านแม่กลางหลวง
เพื่อติดต่อไกค์ท้องถิ่น นำเราเดินเท้าเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติแม่กลางหลวง
โดยวันนี้ผมได้ แม่พอ หรือป้าพอ” ไกด์ชาวปกาเกอะญอ (ปะ-กา-เกอะ-ยอ)
หรือที่เรารู้จักกันในนาม กะเหรี่ยง อายุ 60 กว่าปี เป็นไกค์ให้เราวันนี้ครับ
แม่พอ เป็นคนที่น่ารักมาก ขี้เล่น ยิ้มแย้มตลอดเวลา เป็นนางแบบโดยกำเนิด ยกกล้องขึ้นปุ๊บ แม่พอ
จะแอ็คท่า หรือยิ้มให้กล้องทันที
ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 3-4 กิโลครับ เดินสบายๆ เรื่อยๆ
เดินมาถึงเถาวลัย์ แม่พอ บอกว่าเด๋วจะทำอะไรให้ดู

แม่พอจับเถาวัลย์ แล้วก็โถนไปอีกด้านหนึงเลยครับ โดยที่ยังยิ้มตลอดเวลา
แม่พอบอกว่าเถาวัลย์ เส้นนี้ แม่โหนเล่นตั้งแต่เด็ก


บอยเลยขอ ลองบ้างครับ
โหนเสร็จ เราก็เดินทางกันต่อครับ
เป้าหมายในการเดินวันนี้ของเราอยู่ที่นี่ครับ
น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือน้ำตกรังจัง  น้ำตกแห่งนี้เคยมีชื่อเสียงมากหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง รักจังซึ่งจะเป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวแม่กลางหลวงต้องแวะไป น้ำตกผาดอกเสี้ยวมีทั้งหมด 10 ชั้น โดยชั้นที่ชมได้สะดวกคือ ชั้นที่ 6, 7, 8, 9 และ 10 แต่ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนคือน้ำตกผาดอกเสี้ยว ชั้นที่ 7เพราะสายน้ำจากน้ำตกชั้นบน ไหลตกลงมากระทบน้ำตก ชั้นล่าง เป็นสายสีขาว ฟูฟ่อง งดงามเกินบรรยาย อีกทั้งยังมีสะพานไม้สำหรับเดินข้ามลำธารด้วย
โดยวันนี้เราเลือกเดินลงมาจากชั้นบนสุดก่อนครับ


ระหว่างเดิน ฝนตกๆ หยุดๆตลอดครับ

ระหว่างทางก็เดินกัน ถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆครับ

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงจุดหมายครับ ชั้นที่7

แม่พอ มานั่งเป็นนางแบบให้



หลังจากนั้น เราก็เดินลงเขา เข้าสู่บ้านแมากลางหลวงครับ
ระหว่างทางจะเดินเลาะเขา และจะผ่าน นาขั้นบันได ด้วยครับ




ต้นกาแฟ พันธ์ อาราบิก้า ปลูกอยู่ระหว่างทางเดิน

กลับมาถึงร้านกาแฟ ก็มาดื่มกาแฟให้ชื่นใจ หน่อยครับ

หลังจาก ดื่มกาแฟกับเรียบร้อย เราก็เดินทางกันต่อ ครับ จุดหมายต่อไป น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผา ด้านบน ตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มชื้น สะพานไม้ ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลาในฤดูน้ำมากแต่หากเดิน เข้าไปจนสุดจากจุดนั้นจะได้สัมผัสกับ ความงาม ของน้ำตก มากที่สุดตรงข้ามน้ำตกจะมีหน้าผาสูงชัน เรียกว่า ผาม่อนแก้วหรือในภายหลังเรียกว่า ผาแว่นแก้ว



หลังจากนั้น เราก็หาอาหารทานกัน บริเวณน้ำตกครับ สั่ง ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ทานกันเพราะหิวมากกก
เสร็จแล้ว แน็คก็ขับรถ พา ผม กับ บอย ไปส่งที่ Narittaya Resort and Spa  ที่พักของผมกับบอย ในคืนนี้ครับ

Narittaya Resort and Spa – ตั้งอยู่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ห่างจาก สนามบิน 15นาทีครับ
ตัว รีสอร์ทตั้งอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ ทางเข้าจะลึกลับหน่อยครับ เหมาะสำหรับคนที่มีรถส่วนตัว และชอบความเงียบ สงบ ร่มเรื่อน อยู่กับธรรมชาติ

บริเวณรีสอร์ทมีห้องพักจำนวนไม่มากครับ  แต่ละหลังอยู่ห่างๆกัน มีพื้นที่กว้างมากๆเลยครับ

หลังจากผมเช็คอิน ก็เข้ามาที่ห้องพักครับ คืนนี้ผมได้นอน ห้องแบบ Pool Villa
เข้าไป จะเจอ welcome snack ของที่นี่ จะเป็น ข้าวแต๋น น้ำลำไย ครับ รสชาติอร่อยดี


บริเวณห้องพัก กว้างมากครับ มีทั้ง มุมโซฟา โล่ง ไม่อึดอัด



เลื่อนประตูออกไป ก็จะเป็นส่วนของ pool ครับ

Pool ที่นี่ ขนาดไม่ใหญ่ ระดับความลึก ผมว่าตื้นไปนิด แต่  เหมาะแก่การลงไปนั่งแช่น้ำ ชิลๆ ช้าๆ ครับ
มีส่วนของแรงดันน้ำด้วย ยิ่งตอนเย็นๆ เอาเพลงมาเปิด ด้วย พวกผมนี่ ฟินกันมากเลยยยยย



มีที่นั่ง ที่นอน ข้างๆสระน้ำด้วยครับ กว้างมาก แต่สภาพของศาลาบริเวณนี้ค่อนข้างเก่าแล้วครับ มีร่องรอยการผุ แตกหักบ้าง

บริเวณรอบๆสระว่ายน้ำครับ ร่มเรื่อน สะอาด เงียบ สงบมาก เหมาะแก่การมาพักผ่อนจริงๆ



บรรยากาศยามเย็นครับ




บริเวณห้องน้ำ อยากจะบอกว่า กว้างมากครับ… โปร่ง โล่ง
แต่บริเวณชักโครกผมว่า แคบไปนิดนึงฮะ.. หรือบางทีผมตัวใหญ่ไปเลยรู้สึกอึดอัด 555




หลังจากเล่นน้ำ กันเสร็จ เราก็ไปทานอาหารกันครับ
อาหารที่นี่ อยากจะบอกว่า รสชาติ อร่อยมากกกก  ผมไม่ได้ชมนะครับ แต่มันอร่อยจริงๆๆ
บรรยากาศยามเช้าครับ





ของหวานครับ

ผมรู้สึกมีความสุขมาก เวลาทานอาหารอร่อยๆ จนอิ่มมมม

ตื่นเช้ามา มีพระเดินบิณฑบาต ผ่านหน้า รีสอร์ท ยามเช้า ครับ



ที่นี่ มีจักรยานให้บริการฟรีด้วยครับ ยามเช้าการปั่นจักรยานกับ ธรรมชาติ มันเป็นอะไรที่สดชื่นมาก

ปั่นไป ชมสวนผักไปครับ





บรรยากาศบริเวณ รีสอร์ทยามเช้าครับ

สระว่ายน้ำครับ เล็กไปนิดแต่ เก๋ดี ว่ายได้ยาว




มีกิจกรรม ให้อาหารลูกวัวด้วยครับ วัวที่นี่น่ารักมาก เห็นผมปุ๊บเดินมาหา มาเล่นด้วยเลย



มีแปลงปลูกข้าวด้วยนะครับ


สวนผักต่างๆ



กิจกรรมยามเช้าที่น่าสนใจ และสนุกอีกอย่างของที่  Narittaya Resort and Spa คือการเก็บผักสวนครัว ให้ทาง เชฟทำอาหารครับ เราสามารถเก็บผักสดๆ ปลดสารพิษ สะอาดๆได้ด้วยตัวเองเลย





หลังจากเก็บผักแล้ว เราก็ไปเก็บไข่เป็ดกันต่อครับ แปลกดีครับผมพึ่งมาเคยเดินเก็บไข่เป็ดครั้งแรก

ปั่นสามล้อมาเก็บไข่ครับ สโลว มากก




เจอแล้วครับ วันนี้ได้หลายฟองเลย



เก็บได้แล้ว เราก็ปั่นจักรยานกลับไปที่ครัว ครับ



ได้มา สิบกว่าฟองครับวันนี้

หลังจากเก็บผัก เก้บไข่เสร็จแล้ว เราก็มารอทานอาหารเช้ากันครับ บรรยากาศยามเช้าที่นี่ ผ่อนคลาย สบายๆมากๆเลยครับ นั่งฟังเสียงนกร้อง แสงแดดอุ่นๆ.. ปล่อยชีวิตไปช้าๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวายใจ รู้สึกดีมากๆเลยครับ




อาหารเช้ามาแล้วววว


ไข่ที่เราเก็บเมื่อเช้า มาแปรรูปแล้วครับ พึ่งเคยทานไข่เป็ดครั้งแรก อรอ่ยดีครับ ไม่คาวด้วย เนื่องจาก ทางรีสอร์ทเลี้ยงเป็ดด้วยผักครับ

ส่วนอันนี้ผักที่เก็บเมื่อเช้า ได้สลัดมา1จาน

บอยมองจานสลัดแล้ว ถามผมพี่ๆ ทานได้ยัง ผมหิวแล้ว พร้อมจะกิน.. 555

หลังจากทานอาหารอิ่ม วันนี้เราจะพาไปเที่ยวกันครับ รอบๆ รีสอร์ท มีที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่งเลย
ที่แรก จากรีสอร์ทมา ประมาณ 5 นาทีก็ถึงครับ

วัดต้นแกว๋น (วัดอินทราวาส)
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีลักษณะงดงามมาก สิ่งที่น่าสนใจ คือ ศาลาจัตุรมุขซึ่งพบเพียงหลังเดียวในภาคเหนือ นอกจากนี้ ศิลปกรรมล้านนาดั้งเดิมภายในวัดนี้ยังจัดว่าเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์และมีคุณค่ามาก วัดต้นเกว๋น เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่แสดงออกถึงแบบแผนทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมล้านนา ที่งดงามและทรงคุณค่า  วิหารวัดต้นเกว๋นต้นแบบหอคำหลวงที่งานพืชสวนโลก





วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร

พระเจ้าทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งสร้างในรัชสมัยพญากือนา กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนจำนวนมากได้ไปบนบานและประสบความสำเร็จตามที่ขอพร โดยการแก้บนจะแก้บนด้วยพวงดอกมะลิ โดยในแต่ละวัน จะมีประชาชนขึ้นไปบนบานมากกว่าร้อยคน โดยเฉพาะในวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีประชาชนที่ไปบนบานมากกว่าพันคน








หลังจากนั้น เริ่มหิวครับ เลยมาแวะ ร้านกาแฟ ใกล้ๆตรงตีนเขา ชื่อร้าน ” Cup fine day ” ครับ


ตั้งอยู่บริเวณดอยคำรีสอร์ท(เดิม) ..ซึ่งเป็นเจ้าของคนเดียวกัน แต่ตัวรีสอร์ทได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว

ที่นี่มีบริการทั้งอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี่ ราคาก็ไม่แพงครับ กาแฟรสชาติกลมกล่ม ใช้ได้เลย

เหมาะสำหรับคนที่ ต้องการมานั่งเงียบๆ ผ่อนคลาย คุยกันแบบสบายๆ แนะนำเลย เพราะบรรยากาศดีมาก เนื่องจากเป็นป่า มีต้นไม้ใหญ่ ยิ่งโซนด้านนอกบริเวณสนามหญ้า ตอนเช้าๆ อากาศเย็นสบาย จิบกาแฟ ฟังเสียงนกร้อง เพลินจริงๆ แต่ถ้าหากอยากนั่งโซฟานุ่มๆ หรือช่วงบ่ายๆ สามารถนั่งด้านในร้านก็ได้ ที่นี่มีบริการ wifi free ด้วยครับ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้อยากกลับมาใช้บริการอีก คือ การบริการ เพราะคุณป้าเจ้าของร้านและรีสอร์ท มาบริการด้วยตัวเอง ทักทายพูดคุยกับลูกค้า ส่วนพนักงานก็บริการดี สุภาพ ถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนสบายๆ ไม่ไกลจากตัวเมือง







ร้านหาไม่ยาก หากตรงเข้ามาจากบริเวณหน้าสวนราชพฤกษ์ ไปทางวัดพระธาตุดอยคำ เลยปากทางเข้าวัดพระธาตุดอยคำไปอีกนิดเดียวครับ

หลังจากอิ่มกันแล้ว เราก็เดินทางกันต่อครับ
สถานที่นี้ ช่วงนี้กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ใกล้กับ รีสอร์ทมากๆ เลย
แกรนแคนยอน เชียงใหม่  คือบ่อดินเก่าที่เกิดจากขุดดินไปขายจนกลายเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ที่
บ้านแพะขวาง หมู่ 3 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ น้ำขังอยู่เต็มพื้นที่กว่า 30 ไร่








หลังจากเดินเล่นจนเหนื่อย เราก็กลับมาที่รีสอร์ทครับ
มาถึงก็อาบน้ำกันก่อนเลย หลังจากนั้นเราก็มาลอง สปากันดูครับ ครั้งแรกของผมเลย

สปาของที่นี่ ถือว่ามีชื่อเสียงมากๆเลยครับ ส่วนใหญ่เป้นชาวต่างชาติมาใช้บริการ

บรรยากาศภายในครับ หอม โปร่งสบาย มากๆ เลยครับ

มีน้ำอัญชันมาต้อนรับด้วยครับ

น้ำล้างเท้า







ทำสปา โดยการนวดสมุนไพรประคบร้อน ครับ 2 ชม สบายมากๆ..

เสร็จแล้วก็มานั่งชิลๆ สบายๆ รอทานข้าวเย็นครับ..

มีน้ำผลไม้ปั่นมาเสริฟด้วย


เชฟ ของที่นี่ หน้าตาดีมากเลยครับ ยกอาหารมาบริการด้วยตัวเอง  สาวๆสนใจมาดูตัวจริงได้ที่ รีสอร์ทนะครับ



หลังจากทานข้าวเสร็จ เราก็เดินทางไปขึ้นเครื่องกลับ กทม คืนนั้นเลยครับ

จบแล้วครับ ทริป 3วัน 2 คืน อันสุดแสนจะชิล ของผม…

ขอขอบคุณ
– Narittaya resort and spa จ.เชียงใหม่ สำหรับที่พักอันสุดแสนวิเศษครับ
อาหารที่นี่อร่อยมากๆ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะกับการใช้ชีวิตช้าๆ สบายๆ ไม่ต้องกังวลอะไรครับ
– พี่ลูกตาล และทีมงาน ของ Narittaya resort and spa ที่ช่วยดูแลผมกับบอยทุกๆอย่างเลย ประทับใจในการบริการมากๆครับ
– น้องแน็คและ น้องฝ้าย สำหรับมิตรภาพดีๆ ความช่วยเหลือทุกอย่าง ทั้งที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน
-น้องบอย สำหรับการร่วมเดินทางเป็นเพื่อนกับ แบกกล้องเที่ยวในครั้งนี้ครับ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจที่พัก ราคาไม่แพง บรรยากาศดีๆ ลองติดต่อได้เลยครับ ช่วงนี้ราคาพิเศษมากๆ
www.narittayaresortandspa.com

ขอบคุณครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here