เที่ยวระนอง ต้องลองมา

ถ้าจะกล่าวถึงจังหวัดระนอง หลายๆคนเคยได้ยินชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปด แดดสี่ เนื่องจาก ระนองเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ที่มีทิวเขาสูงกั้นเป็นแนวยาว ทำให้จังหวัดนี้มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี แต่จะมีใครรู้บ้างว่านอกจากทะเลสวยๆแล้ว ที่ระนองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอีกมากมาย..

ทริปนี้แบกกล้องเที่ยวเลือกใช้เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ Z71 รถ 7 ที่นั่ง                                               เป็นเพื่อนคู่ใจเดินทางอย่างมั่นใจตลอดทริปนี้  โดยเริ่มต้นเดินทางจาก รังสิตลงไปภาคใต้ ผ่านจังหวัดราชบุรี-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง ทริปนี้เราออกเดินทางตอน 3 ทุ่มครับ กะไว้ว่าให้ไปถึงที่ระนองเช้าพอดี

ระหว่างทางก็เจอฝนตกๆหยุดๆมาเรื่อย เราก็แวะปั้มเติมพลังตลอดทาง ขับแบบสบายๆเลยครับเพราะเจ้า เทรลเบลเซอร์ Z71 รุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์ดูราแมกซ์  ดีเซล เทอร์โบแปรผัน ขนาด 2.5 ลิตร ผลิตกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ขับทางไกลนี่สนุกมากๆ จะแซงก็มั่นใจ เครื่องแรงเวลาเร่งได้ดั่งใจ เรามากันแบบเรื่อยๆครับ เหนื่อยก็หยุดพัก ระหว่างขับรถเข้าเขตระนองมาก็เจอหมอกลงตลอดเลย เลยคิดว่า น่าจะลองหาจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ขึ้นดู เพราะนี่ก็ใกล้จะเช้าแล้ว

ไปเจอที่นี่ระหว่างทางครับ ” จุดชมวิวเขาฝาชี”

ยอดเขาฝาชีนั้นเป็นสถานที่ชมวิวที่งดงาม โดยเฉพาะยามตะวันลับฟ้าในตอนเย็น เราจะสามารถมองเห็น วิวแม่น้ำกระบุรีไหลบรรจบกับแม่น้ำละอุ่นก่อนไหลสู่ทะเลอันดามัน ทั้งยังมีเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายเป็นจุดๆ ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าประทับใจ

อีกทั้งยังสามารถมองเห็นฝั่งเมียนมาร์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมแสงสีสุดท้ายของท้องฟ้าจะสดสวยงดงามมากที่สุด

ชมทิวทัศน์บนจุดสูงสุดของภูเขาเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายฝาชีซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 259 เมตรแห่งนี้ ทางขึ้นรถขับถึงเลยครับ ลาดยางอย่างดี อยู่ติดกับจุดที่คลองละอุ่นไหลลงแม่น้ำกระบุรี และอ่าวที่กั้นระหว่างจังหวัดระนองกับเมียนมาร์

ที่นี่เดินทางสะดวก อยู่ก่อนถึงตัวเมืองระนองประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้น มีถนนถึงด้านบนเลยครับแต่ก็ต้องขับรถขึ้นเขานิดหน่อยบางช่วงก็มีถนนลื่นบ้างเพราะฝนตกแต่ถึงสภาพถนนจะเป็นอุปสรรคบ้างก็ไม่เป็นปัญหาเพราะรถของเรามีเกียร์อัติโนมัติ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น Manual Mode สามารถเลือกขับได้ทั้ง 2 ล้อหรือ 4 ล้อ เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนที่เราต้องเจออีกด้วย

ใครจะคิดว่า มาเที่ยวระนองแล้วจะได้เจอทะเลหมอกสวยๆแบบนี้

รอจนเวลาผ่านไปสักพัก พระอาทิตย์ก็ค่อยๆโผล่ทะลุทะเลหมอกด้านล่างขึ้นมาครับ เป็นภาพที่สวยงามมากๆ

ข้างบนมีที่นั่งเล็กๆให้นั่งชมวิวด้วย

มองไปไกลๆสุดสายตาก็มีแต่ทะเลหมอก

หลังจากชมวิวกันจุใจแล้วพวกเราก็เดินทางกันต่อครับ ปกติผมกับเจนเป็นคนชอบฟังเพลงมาก เวลาเดินทางจะต้องเปิดเพลงฟังตลอด ขาดไม่ได้เลย ยิ่งพอมาขับเจ้าเทรลเบลเซอร์ Z71 คันนี้แล้ว ยิ่งชอบมากๆ

เพราะมันมีระบบ Apple CarPlayTM ด้วย !!! แค่เสียบสายจาก iPhone ของเราเท่านั้น เราก็จะสามารถควบคุมความบันเทิงได้เต็มรูปแบบจาก มือถือของเราเอง อย่าง iPhone ผมลงเพลงที่ชอบไว้ก็สามารถเลือกฟังได้เลย ทำให้การเดินทางในทริปนี้ของเราสนุกและมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเยอะ

 

ระหว่างทางไปตัวเมืองหมอกก็ยังลงอยู่เรื่อยๆ เป็นวิวที่สวยงามมาก

เส้นทางจากกรุงเทพไประนองจะมีช่วงที่ออกมาจากชุมพรทางค่อนข้างคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาล้วนๆแต่รถคันนี้มีระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้าช่วยทำให้คนขับสามารถบังคับรถเลี้ยวได้แม่นยำมากขึ้น

รถสองแถวไม้ ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่เมืองระนองมานาน

ก่อนถึงตัวเมืองระนองเราจะเจอน้ำตกปุญญบาลอยู่ข้างถนนเลยครับ

สามารถจอดรถแล้วก็ถ่ายรูปได้เลย เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยมากๆแห่งหนึ่งของจังหวัดระนองเลย

น้ำตกปุญญบาล เดิมชื่อน้ำตกเส็ดตะกวด ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบางนอน อำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4 ไปทางจังหวัดชุมพร กม. ที่ 597 ด้านขวามือมีน้ำตกไหลจากที่สูงประมาณ 20 เมตร อยู่ริมทางหลวงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแวะพักผ่อน มีบริเวณที่จอดรถ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก

จากน้ำตกใช้เวลาเดินทาง 15 นาที เราก็มาถึงตัวเมืองระนองแล้วครับ

พวกเราหาที่พักก่อนเลยเนื่องจากเดินทางมาทั้งคืน  เราติดต่อโรงแรม The Galla Hotel ไว้

The Galla Hotel ระนอง เป็นโรงแรมใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองระนองเลยครับ สะดวก สบาย ลงมาเดินเล่นข้างหน้า มีร้านอาหารอร่อยๆหลายร้าน แถมราคาก็ไม่แพงด้วยครับ เริ่มต้นที่ 1,000 ต้นๆ เท่านั้น

ห้องพักเตียงนุ่ม โทนสีขาว สะอาด แอร์เย็น นอนสบาย

มีทีวี ตู้เซฟ ตู้เย็น เสื้อคลุมให้ครบเลย

ห้องน้ำสะอาด มีน้ำอุ่น น้ำแรงอาบสบายเลยครับ

หลังจากนอนพักผ่อนกันแล้ว ช่วงบ่ายๆ เราก็ออกเดินทางท่องเที่ยวกัน

เราขับรถมาที่ภูเขาหญ้า

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี อยู่ในเขต ต.หงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ภูเขาหญ้าเป็นเนินไม่สูงมาก ลักษะณะโดยทั่วไปเป็นทุ่งหญ้าเล็กใหญ่และเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ ล้อมด้วยภูเขาสูงที่สามารถ เดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้ ช่วงฤดูแล้งสีสันของทุ่งหญ้าคล้ายกับสีทองและเขียวปะปนกันบาง บริเวณหญ้าสูงท่วมหัว มีต้นไม้พุ่มเตี้ย ๆ ประปราย การเดินขึ้นไปชมภูเขาหญ้านอกจากจะชมได้จากลานกว้างด้านล่างแล้ว สามารถขึ้นไปชมวิวในมุมสูง มีทางราบเชิงเขามี ทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งภูเขาแต่ละลูกไม่สูงมาก สามารถเดินเท้าขึ้นไปตามทางได้

เรามาช่วงหน้าฝน ภูเขาหญ้าก็จะเป็นสีเขียวไปทั่วบริเวณ สวยงามมากๆเลยครับ

ที่นี่ตอนเย็นๆ ชาวบ้านจะนิยมมานั่งเล่น เอาของกินมาทานชมพระอาทิตย์ตกดินกันบริเวณนี้เลยครับ

แต่ก่อนเราสามารถเอารถขับไปบนเนินได้ด้วยครับ แต่ตอนนี้ปิดไม่ให้เอารถเข้าแล้ว สามารถขับเข้ามาจอดได้ตามบริเวณที่เขาจัดให้เท่านั้น

ใกล้ๆภูเขาหญ้า มีร้านอาหารเด็ดๆอยู่ 1 ร้านครับ แนะนำเลย

“ส้มตำภูเขาหญ้า(เจ๊จิ๋ม)”

ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆทางเข้าน้ำตกหงาวเลยครบ เป็นร้านเล็กๆ อยู่ติดถนนเลย

หลังจากที่ทานแล้ว ติดใจมากกกก

โดยเฉพาะไก่ทอด กรอบนอก นุ่มใน ร้อนๆ

ส้มตำรสชาติก็เด็ดไม่แพ้กัน

ทานไปทานมา สั่งมาเต็มโต๊ะเพราะอร่อยทุกอย่าง ใครผ่านมาแถวนี้แนะนำต้องมาโดนนะครับ

จากร้าน “ส้มตำภูเขาหญ้า(เจ๊จิ๋ม)” ฝั่งตรงข้ามจะมีวัดอยู่วัดหนึ่งซึ่งหน้าสนใจมากๆเลยครับ

วัดนี้มีชื่อว่า วัดหงาว ตั้งอยู่ใกล้ๆกับภูเขาหญ้าเลย

บริเวณด้านหน้าวัด

วัดหงาว หรือ วัดบ้านหงาว เป็นวัดที่มีความสวยงามบนพื้นที่กว้างขวางมาก ด้วยเหตุที่ระนองเป็นเมืองที่มีแร่จำนวนมาก เดิมชื่อเมืองแร่นอง แล้วค่อยเพี้ยนมาเป็นระนอง แร่เหล่านั้นได้ดีบุกในยุคที่ดีบุกมีราคาสูงมาก แล้วได้เลิกการสัมปทานเหมืองแร่ลง วัดแห่งนี้จึงได้สร้างพระพุทธรูปที่หลอมจากแร่ดีบุกบริสุทธิ์ที่งดงามขนาดใหญ่เป็นพระประธานในอุโบสถ ส่วนพระพุทธรูปที่ประดิษฐานเหนือผนังด้านในตรงข้ามองค์พระประธานก็สร้างด้วยดีบุกที่ไม่ผ่านการถลุงคัดแยกสิ่งเจือปนออก จึงได้องค์พระเป็นสีดำ ชาวบ้านเรียกกันว่าหลวงพ่อดำ หลายคนที่มาสักการะกราบไหว้พระดีบุก แล้วลืมสักการะหลวงพ่อดำ มักจะได้กลับมาที่ระนองอีกครั้งเพื่อไหว้หลวงพ่อดำ

ตรงข้ามวัดจะมองเห็นน้ำตกหงาว

วัดหงาว ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาที่เป็นแนวเดียวกันกับภูเขาหญ้า อยู่ตรงข้ามน้ำตกหงาว นับว่าเป็นศาสนสถานที่มีความสวยงาม และอยู่ในทำเลที่ตั้งดี มีทิวทัศน์สวยงาม มีบันไดสร้างขึ้นไปบนภูเขาเหนือหนองน้ำเป็นบันไดที่ใช้ในประเพณีตักบาตรเทโวของชาวระนอง

จากนั้นเราไปเที่ยวต่อกันที่ วัดวารีบรรพตกันครับ วัดนี้ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ใกล้ๆตัวเมืองเลย

วัดวารีบรรพต หรือ วัดบางนอน เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบไปด้วยภูเขา วัดแห่งนี้สร้างโดยหลวงพ่อด่วน ถามวโร ท่านเป็นพระธุดงค์ที่มาจากจังหวัดสงขลา ชาวบ้านเลื่อมใสและศรัทธาในตัวท่านจึงได้พากันนิมนต์ท่านให้จำพรรษา ณ ที่แห่งนี้

ที่ด้านล่างของวัดเป็นที่ตั้งของมหาทุติยเจดีย์ศรีบรรพต ซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีรูปทรงคล้ายกับทางพม่า เนื่องจากวัดนี้เป็นที่ศรัทธาของชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในระนอง จึงมีพระพม่า และช่างฝีมือของพม่ามาช่วยทำการสร้างเจดีย์นี้ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่วัดไทยมีเจดีย์แบบพม่า

สามารถชมวิวจากบนวัดได้ รถสามารถขึ้นมาถึง หรือใครอยากจะเดินนขึ้นบันไดมังกรก็สามารถเดินขึ้นมาได้เหมือนกันครับ

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีความยาวถึง 22 เมตร ในการก่อสร้างพระมีนายช่างของกรมศิลปกรมาควบคุมการก่อสร้าง พระพุทธรูปจึงมีรูปทรงที่สวยงามมาก

บ่อน้ำร้อน – สวนสาธารณะรักษะวาริน อยู่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4005 ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ติดกับลำธารมีสะพานไม้สามารถเดินถ่ายรูปสวยๆได้ด้วยครับ

ในปี พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) เสด็จประพาสเมืองระนอง ได้พระราชทานชื่อถนนที่จะไปยังบ่อน้ำร้อนว่า “ ถนนชลระอุ ” บ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้มีอยู่ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่และบ่อลูก ทั้ง 3 บ่อมีอุณหภูมิสูงประมาณ 65 องศาเซลเซียส น้ำพุร้อนแห่งนี้ได้รับการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์บริการว่าประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ และน้ำพุร้อนในจังหวัดระนองเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนอยู่เลย จึงทำให้ไม่มีกลิ่นของกำมะถันและมีความบริสุทธิ์สามารถรับทานได้จากแหล่งกำเนิด

ที่นี่ยามเย็นชาวเมืองจะนิยมมานั่งแช่ท้าลงในบ่อน้ำแร่ ที่นี่เปิดให้บริการฟรีเลยครับ

เจนขอลองแช่บ้าง น้ำร้อนมากแช่ไปสักพักจะรู้สึกสบายเท้า

ใกล้ๆกันแค่เดินข้ามถนนมาก็จะเป็นร้านอาหารชื่อดังประจำจังหวัดระนองครับ

ร้านคุ้นลิ้น

ร้านคุ้นลิ้นเป็นร้านอาหารใต้ท้องถิ่นจังหวัดระนองครับที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อยเท่านั้นแต่ยังมีบริการกิจกรรมสนุกๆน่ารักๆอีกเพียบบบ

ตั้งแต่เดินเข้าร้านจนมานั่งที่โต๊ะกันเล๊ยยย ยังไงก็ต้องสะดุดตากับตุ๊กตาไล่ฝนที่มีอยู่เต็มร้านเลยแถมบนโต๊ะยังมีให้เราทำตุ๊กตาไล่ฝนให้มาแขวนไว้ในร้านได้อีกด้วย

แต่อย่าลืมเล่นกันเพลินจนลืมสั่งอาหารหล่ะ อาหารอร่อยๆรออยู่เพียบ ทั้งอาหารใต้ท้องถิ่นหรือแบบธรรมดาๆก็มีเมนูที่เยอะมากครับ หรือถ้านึกกันไม่ออกว่าจะสั่งอะไรมาทาน สิ่งนี้ช่วยท่านได้ครับ

นวัตกรรมที่เราคุ้นเคย! เสี่ยงเซียมซี ครับ ด้านในเซียมซีจะมีเมนูแนะนำขึ้นชื่อของทางร้านไว้ให้ซุ่มสั่งกันได้ครับ ก็เลยลองเล่นซะเลย ปรากฏว่าเราได้มากันจนแทบล้นโต๊ะเลยครับ ที่เสี่ยงได้มาเป็น
แกงส้มไข่ปลาริวกิว , น้ำพริกปูไข่ , ปลาทูทอดกะปิ , ปลาลุมพุกลุยสวน
กุ้งซอสมะขาม , ปลาฮาลิบัทนึ่งบ๋วย , ใบเหลียงผัดไข่ , ใบเหลียงอบชีส
แถมยังมีล๊อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ที่แปลกๆอย่างปูนิ่มสติ๊ก ปูนิ่มทั้งตัวนำมาทอดกรอบเสียบไม้ตัวกำลังพอดีเสริฟพร้อมซอสกะหรี่หอมมัน

ความสนุกยังไม่จบเท่านั้น ระหว่างที่รับประทานกันอยู่ท่านอาจจะได้เห็นช่วง Happy Dance เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น พนักงานเสริฟ แม่ครัว ก็หยุดทำทุกอย่างแล้วรีบไปหาพร๊อพมาเต้นให้ลูกค้าชมกันอย่างไวในแบบฉบับของร้าน คุ้นลิ้น

ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ร้านคุ้นลิ้นเป็นร้านที่มีทั้งเอกลักษณ์ของความสนุกสนานและยังคงความอร่อยไว้แบบดั้งเดิม หนึ่งเดียวของเมืองระนอง

หลังจากนั้นเราก็เดินทางเข้าที่พักคืนนี้เราพักกันที่โตนเพชร กรีนเนอรี่ การ์เด้น ที่พักเปิดใหม่ๆหมาดๆ มีบ้านพักเป็นบ้านไม้ริมน้ำกับเต้นท์กระโจมสุดชิค ราคาราคาเริ่มต้นที่ 850 บาท/ท่าน พร้อมอาหาร2มื้อ ชุดซีฟู๊ดปิ้งย่างมื้อเย็น และอาหารพื้นบ้านมื้อเช้า

อย่างที่บอกราคานี้รวมอาหารเย็นด้วยเพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราจะพึ่งทานอาหารมาเราก็ไม่ปฏิเสธเราสามารถทานต่อได้ครับ ก็ดูชุดอาหารที่ทางที่พักจัดมาซิใครจะไปอดใจไหว พร้อมนั่งทานกกันในบรรยากาศแบบแคมป์ปิ้งชิลสุดๆ

บ้านพักริมน้ำหลังนี้ สำหรับ 4-6 คน ราคาคนละ 850 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นไม่มีแอร์ แต่ตอนกลางคืนก็ไม่ร้อนเลยครับ

ตื่นแต่เช้ามาชมบรรยากาศตตอนเช้ากันบ้างดีกว่าเพราะเมื่อวานมาถึงก็เย็นมมากจนมืดมองอะไรไม่เห็นแล้วจริงๆแล้วก่อนจะทำที่พัก ที่นี่ก็เปิดให้คนเข้ามาทานอาหารมีอาหารเครื่องดื่มขายมีนวดไทยด้วย วันหยุดทั้งคนระนองเองหรือนักท่องเที่ยวก็จะมาทานอาหารเล่นน้ำกันที่นี่

 


DAY 3 :

หลังจากออกจากโตนเพชรกรีนเนอรี่เราก็เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการกินครับเราขับรถเข้าในเมืองอีกครั้ง การขับขี่ก็เริ่มวุ่นวายนิดหน่อยนี่ขนาดว่าระนองเป็นเมืองเล็กแต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนรถราก็วุ่นวายใช่ย่อยเราไม่ใช่เจ้าถิ่นจึงควรขับรถด้วยความระมัดระวัง ถนนบางเส้นในตัวเมืองก็เป็ยวันเวย์เพราะฉะนั้นเราควรสังเกตให้ดี บางทีเราไม่รู้ถึงกับต้องเปลี่ยนเลนกระทันหันก็มีดีที่รถเรามีระบบแจ้งเตือน จุดอับสายตา (Side Blind Zone Alert) คอยช่วยตรวจจับรถคันอื่นๆในจุดอับสายตาที่เราอาจมองไม่เห็นถ้ามีก็จะส่งสัญญาณไฟกระพริบเตือนให้เราระวัง

ระนองนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆแล้ว บอกเลย อาหารที่นี่ยังอร่อยมากๆอีกด้วย เช้านี้เราจะพาไปทานอาหารเช้าที่ ร้าน ” บางละมุน ” กันครับ เรียกได้มามาร้านเดียวมีครบทุกอย่าง ไม่ต้องไปที่ไหนแล้วแหละ แถมอร่อยด้วย  แนะนำส่วนตัวเลยจ้าา

มีตั้งแต่ ข้าวหมกไก่ ขนมจีน ต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ปาท่องโก๋ ขนมปัง โอ้ยๆๆ มีอีกหลายอย่าง

ข้าวหมกไก่อร่อยมากกก

อันนี้คล้ายๆก๋วยเตี๋ยว ใส่ไข่ด้วย อร่อยใช้ได้เลย

รวมๆแล้วมื้อเช้านี่ จัดหนักไปกันเลยจ้าา

ทานอิ่มแล้วเราได้เวลาเดินทางไปเที่ยวกันต่อแล้วครับ

จุดหมายถัดไปของเราชื่อว่า ระนองแคนย่อน  ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งคา ต.หาดส้มแป้น อ.เมือง จังหวัดระนอง อยู่ห่างจากวัดหาดส้มแป้นประมาณ 3 ..ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กมโดยใช้เส้นทางเดียวกับบ่อน้ำพุร้อนรักษะวริณลักษณะของสถานที่ท่องเที่ยวจะมีความสวยงามแปลกตาคือเป็นสระน้ำขนาดย่อมที่โอบล้อมด้วยหุบเขาเหตุที่ที่นี่เป็นแอ่งน้ำล้อมภูเขาแบบนี้

ระนองแคนย่อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ทั้งในยามเช้าและยามเย็น และยังเป็นสถานที่ที่ชาวระนองนิยมไปนั่งพักผ่อน มีพื้นที่ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาหินขาว ซึ่งมีเป็นจำนวนมากในบริเวณบ้านหาดสมแป้น ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในการทำแก้วจานชามกระเบื้องและเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งหากในบรรยากาศยามเช้า สามารถนั่งชมน้ำไล่หมอกได้ที่ระนองแคนย่อน เพราะในกระแสน้ำของบึงยามเช้ามีสายหมอกล่องลอยระเหยขึ้น เมื่อได้สัมผัสกับแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า สามารถให้อาหารปลาที่อาศัยอยู่ในบึงน้ำได้ ปลาที่อาศัยอยู่ได้แก่ ปลาพลวง ปลาตะเพียนแดง ปลาดุก ฯลฯ มีร้านค้าจำหน่ายอาหารปลาอยู่บริเวณใกล้เคียงกับระนองแคนย่อน

เนื่องมาจาก ที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่เก่ามาก่อน ลักษณะเป็นเหมืองแบบฉีดโดยฉีดน้ำให้กัดเซาะดินปนแร่จากตัวภูเขาให้ลงมาสะสมในแอ่งน้ำด้านล่าง หลังจากนั้น ก็จะสูบน้ำในแอ่งขึ้นตามท่อ เพื่อนำมาผ่านกระบวนการทางกายภาพ เพื่อทำการแยกแร่ออกจากทรายที่ไม่มีค่า ทำให้สภาพภูเขาเกิดลักษณะเว้าๆ แหว่งๆ สวยงามแปลกตา

กิจกรรมที่น่าสนใจคือ การให้อาหารปลาครับ ถุงละ 20 บาท ที่นี่ปลาเยอะมาก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่นำปลามาปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ เลยมีความเชื่อว่าถ้าใครนำปลาจากที่นี่ไปก็จะนำโชคร้ายไปด้วย ทำให้ปลาที่นี่อยู่กันอย่างมีความสุข มีแค่ศัตรูทางธรรมชาติคือเหยี่ยวเท่านั้นเองครับ ตอนเย็นๆเราจะเจอเหยี่ยวมาหาอาหารจากที่นี่หลายตัว

เราแวะมาหาร้านคาเฟ่เกร๋ๆ นั่งในเมืองกันบ้างครับ

GALLA Cafe’ ตั้งอยู่ใต้โรงแรม The Galla Hotel เลย

ตกแต่งด้วยโทนสี ขาว-ฟ้า ดูสว่าง

เป็นร้านเล็กๆ เงียบๆ สามารถนั่งเสียบปลั๊กทำงานได้ด้วยครับ

ส่วนเครื่องดื่มรสชาติใช้ได้เลยครับ

จากนั้นเราไปที่ Ice Cafe’ กันต่อครับ ตั้งอยู่หน้าโรงพักจังหวัดระนองเลย

ภายในตกแต่งสวยอยู่ครับ เป็นร้านเล็กๆ

ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ ไอศครีม ครับเพราะที่นี่เป็น homehand ทำเอง รสชาติอร่อยเลยครับ

เครื่องดื่มก็พอใช้ครับ

ไอศครีมมีให้เลือก หลายรสเลยครับ

อิ่มแล้วเราก็ไปขับรถเล่นที่อ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น อ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ที่ตำบลหาดส้มแป้นแต่ไม่ต้องหาทะเลหรือชายหาดนะครับเพราะหาดส้มแป้นเป็นแค่ชื่อตำบลเฉยๆ ที่นี่บรรยากาศดีและที่นี่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ช่วงหลังฝนจะมีหมอกให้เห็นกันแบบนี้ด้วยครับ

ถ้าขยันตื่นมาแต่เช้าหมอกคงสวยมากกว่านี้เยอะเลย

หลังจากตะลอนเที่ยวกันทั้งวันแล้วเราก็เข้าที่พัก คืนสุดท้ายนี้เราพักที่บ้านในหมง ที่พักเล็กๆน่ารักร่มรื่นเหมาะกับคนรักธรรมชาติมากๆ

ทางเข้าบ้านในหมงต้องขับรถผ่านฝายน้ำล้นเข้าไปแต่รถของเราหมดห่วงเรื่องการลื่นเพราะมีระบบป้องกันการลื่นไถล และล้อหมุนฟรี หรือ TCS (Traction Control System) ช่วยป้องกันอาการล้อหมุนฟรีบนพื้นเปียกหรือพื้นทราย เพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้น

ขับมาถึงเราก็ขนกระเป๋าเข้าบ้านพักของเรา บ้านหลังนี้เป็นหลังใหม่ชื่อว่าบ้านหลังคาดาว ราคา 2590.- พักได้ 3 คน มีน้องฮิปโปเจ้าถิ่นมารอรับด้วย

ด้านในจะมีเตียงที่ชั้นล่างและฟูกที่ชั้นลอยภายในบ้านก็มีทีวี ตูเย็น แอร์สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ที่พักสะอาดบรรยากาศดีนอนฟังเสียงน้ำกันทั้งคืน

นอกจากบ้านหลังคาดาวยังมีบ้านพักอื่นๆอีก 4 หลัง ทุกหลังอยู่ติดน้ำทุกหลัง

บ้านต้นไม้หลังนี้ไม่ได้เปิดให้เข้าพักแต่เราก็สามารถขึ้นไปนั่งเล่นนอนเล่นได้

มาถึงที่นี่จะไม่เล่นน้ำได้ยังไงใครจะอดใจไหวน้ำที่นี่ใสไหลเย็นไม่ลึกมากเหมาะสำหรับนอนแช่น้ำชิลๆ

เล่นน้ำเสร็จก็ฟิวตามระเบียบขึ้นมาก็มีแม่ครัวกิตติมศักดิ์สุดน่ารักเตรียมอาหารเย็นไว้รอพวกเราแล้ว และที่นี่มีอาหารสามารถสั่งได้แต่ต้องแจ้งล่วงหน้านะครับส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารพื้นบ้าน

สิ้นสุดคืนสุดท้ายกับทริปนี้ขอบคุณรถเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ Z71 คันนี้ที่พาเราเที่ยวได้ทุกที่ทุกสภาพถนนเพราะเส้นทางจากกรุงเทพ – ระนองมีบางช่วงที่เราต้องขับรถขึ้นลงเขาอยู่ตลอดและประกอบกับสภาพอากาศแบบฝนตกตลอด แต่เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ Z71 มีระบบ Safety ที่ดีมากทั้งระบบควบคุมความเร็ว ขณะรถลงทางลาดชัน (HDC) และระบบช่วยการออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเจอตลอดการเดินทางซึ่งเหมาะเส้นทางนี้มากครับ

ก่อนกลับจะออกเดินทางไกลอีกครั้งเราก็ต้องเช็คความพร้อมของตัวรถกันอีกทีลมยางของล้อเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเช็คอันดับต้นๆ ในรถคันนี้ก็มีระบบตรวจวัด และแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tire Pressure Measuring System) ซึ่งระบบจะตรวจวัดและแจ้งเตือนเราทันทีเมื่อลมยางล้อใดล้อหนึ่งอยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสมแก่การเดินทาง

ขับรถเที่ยวเป็นทางเลือกนึงที่สนุกดีนะครับแต่เราก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเพราะฉะนั้นควรเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งาน ขอบคุณที่ติดตามและเจอกันใหม่ทริปหน้าครับ

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here