14 กุมภาวันแห่งความรัก สำหรับคนมีคู่ก็คงเป็นวันที่อิ่มเอมไปด้วยความรักจากคู่รัก แล้วคนไม่มีคู่ละ!!!

คนมีคู่ก็มีความสุขได้นะจ๊ะแต่ว่าช่วงนี้ถ้าไม่อยากเจอภาพบาดใจก็หลีกเลี่ยงสถานที่สวีทๆกันหน่อยเน๊าะ อิอิ

วันนี้ เราเลยมี 14 สถานที่ คนโสด โปรดหลีกเลี่ยงมาแนะนำ… เพราะถ้าไปแล้ว อาจจะเจอภาพบาดตา บาดใจได้…

แต่ถ้าใครลุยเดี่ยวไป ก็อาจได้เจอเนื้อคู่ เหมือนกับแอดมินก็เป็นไปได้นะ…

มาเริ่มที่สถานที่คนโสดโปรดหลีกเลี่ยงแห่งแรกกันดีกว่า ถ้าพูดถึงสถานที่เที่ยวยอดนิยมของคนไทยนั้น หนีไม่พ้น ทะเล น้ำตก ภูเขา เพราะประเทศเรามีที่สวยๆ หลายแห่ง แต่ขอบอกเลยว่าที่ที่ แบกกล้องเที่ยว จะพาไปวันนี้ ขอบอกเลยว่ามันสุดแสนจะโรแมนติกมากๆ…
1. ดอยเสมอดาว
“ดอยเสมอดาว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นสถานที่ที่อยากแนะนำให้มาสักครั้งในชีวิต ถ้าคุณอยากเจอสวรรค์บนดิน การเดินทางนั้นนอกจากรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถนั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-เวียงสา จากสถานีขนส่งหมอชิตมาลงที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน จากนั้นนั่งรถประจำทางท้องถิ่นจากอำเภอเวียงสาไปยังอำเภอนาน้อย เมื่อไปถึงตัวเมืองอำเภอนาน้อยให้ถามชาวบ้าน เพราะจะมีรถรับจ้างและมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาขึ้นไปยังดอยเสมอดาว ราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ 300-500 บาท หรือเหมากันไปถ้ามาหลายคน แล้วอย่าลืมนัดให้มารับวันกลับด้วย โชคดีหน่อยจะมีรถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ วิ่งผ่านอีกด้วย เอาเป็นว่าไม่ได้เดินทางลำบากจนเกินไป และใครๆ ก็มาได้

สำหรับเรื่องของที่พักนั้น แน่นอนว่าต้องกางเต็นท์ ทางอุทยานมีเต็นท์พร้อมอุปกรณ์ให้เช่า 2 แบบ คือ เต็นท์สำหรับนอน 3 คน ราคา 405 บาท และเต็นท์สำหรับนอน 2 คน ราคา 345 บาท แต่ถ้าใครต้องการนำเต็นท์ไปเอง ทางอุทยานจะเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 30 บาทเท่านั้น สำหรับใครที่กังวลเรื่องห้องน้ำก็หายห่วงได้เลย เพราะบริเวณดอยเสมอดาวมีห้องน้ำไว้บริการด้วย ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นหน้าฝนแต่ก็ยังเที่ยวได้ เพราะบนดอยมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีและสวยงามไปอีกแบบ

ไฮไลต์ของดอยเสมอดาว ก็คือ วิวทิวทัศน์ยอดเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมทั้งแม่น้ำน่านที่อยู่เบื้องล่าง เมื่อยืนอยู่บริเวณจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นขุนเขาโดยรอบได้อย่างชัดเจน บรรยากาศเงียบสงบ เพราะที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเล 888 เมตร โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่คุณจะรู้สึกได้ว่ามีเพียงธรรมชาติเท่านั้นที่อยู่รอบๆ ตัว เบื้องล่างคือขุนเขา ป่าไม้ ส่วนด้านบนก็เป็นทะเลดาว ให้นอนนับกันแบบไม่จบสิ้น ใครที่มาเป็นคู่รับรองว่าฟินแน่ๆ เพราะมันสุดแสนจะโรแมนติกอ่

นอกจากนอนนับดาวแล้ว ตื่นเช้ามาก็ยังแถมทะเลหมอกกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นแบบสวยๆ อีกต่างหาก เรียกว่ามาที่เดียวครบ อีกอย่างสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปแล้วล่ะก็ บอกเลยที่ดอยเสมอดาวมีมุมสวยให้เพียบ รู้แบบนี้แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไปเที่ยวกันล่ะ เพราะแค่ไปนอนนับดาวตกแล้วอธิษฐาน ก็คงขอพรกันได้ถึงชาติหน้าแล้วล่ะ!!!

2.เกาะทะลุ

“เกาะทะลุ“ ต้นกำเนิดโครงการฟื้นฟูทะเลไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย ความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลแห่ง “ เกาะทะลุ “ จึงเป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องที่ยว ให้เข้ามาสัมผัส พร้อมกับบริการเรือเร็วของบ้านมะพร้าว – เกาะทะลุ เพียง 20 นาที จากฝั่งทะเลก็จะได้สัมผัส “เกาะทะล“ ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และความเขียวขจีของป่าดิบชื้น ความร่มรื่นของทิวมะพร้าวทอดแนวความยาว 2 กิโลเมตร บนพื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่ ของเกาะที่รอให้คุณเป็น “ เจ้าของความสุข “ สำหรับช่วงเวลาการพักผ่อนของท่าน

3.บ้านจ่าโบ่

A-Bo-Da-ya (อาบูดะยา) ขอกล่าวทักทายเพื่อนๆเป็นภาษาของชาวลาหู่หรือมูเซอ ก่อนเลยครับแปล่าสวัสดี 
ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปาย ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ1 ชั่วโมงกว่า การเดินทางจากปายไปยัง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้นขับตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง
ที่นี่เป็นชุมชนของชาวลาหู่นะ (มูเซอดำ) ที่อพยพโยกย้ายมาจากห้วยยาว และก่อตั้งเป็น “ชุมชนจ่าโบ่” ซึ่งมาจากชื่อของผู้นำหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2521 คนในชุมชนล้วนเกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งหมด และยังคงใช้ภาษาและเครื่องแต่งกายแบบลาหู่
ที่นี่จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาและ ร้านกาแฟขายอยู่บริเวณจุดชมวิว ถ้าจะบอกว่าที่นี่ขายอาหารหลักสิบ แต่วิวหลักล้าน นี่คงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงสำหรับที่นี่แน่นอน ร้านที่นี่เปิดรอรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 6.00 น.กันเลยครับ วันนี้ผมกับเจนได้ลองสั่ง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสชาติใช้ได้เลยครับ ราคาไม่แพงด้วย แค่ 35 บาท แต่วิวเมื่อเช้านี้ ตอนที่เราทานอาหารกันและกาแฟ นั่งชมพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้น มาพร้อมกับสายหมอกไหลผ่าน มันเหนือคำบรรยายจริงๆเลยครับ
ที่นี่มีที่พักโฮมสเตย์บริการด้วยครับ ส่วนที่กางเต้นท์ กำลังเปิดบริการเร็วๆนี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พักล่วงหน้า ติดต่อ คุณศรชัย ไพรเนติธรรม ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ โทร. 080-6775794

4.เขาตะเคียนโง๊ะ

ว่ากันว่าการไปดูทะเลหมอก นอกจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยแล้ว บางครั้งก็ยังขึ้นอยู่กับดวงด้วย เขาตะเคียนโง๊ะ ก็เช่นกัน บางคนก็บอกว่าไปหลายครั้งก็ยังไม่เคยเจอ เนื่องจากปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น ฝนตก ลมแรง ของอย่างนี้ไม่สามารถคาดเดาอะไรล่วงหน้าได้ บอกเลยว่ามาครั้งนี้ของผมและเจน ถือว่าพกดวงกันมาเต็มๆเลยครับ  เขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ที่สามารถ สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ 360 องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่างด้วยครับ ถ้าเราอยากจะมาชมทะเลหมอก แนะนำให้เดินทาง มาช่วงตี5-7 โมงเช้า เราจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนยอดเขาด้วย

5.ดอยผาตั้ง

ดอยผาตั้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง สันปันน้ำเป็นจุดแบ่งอาณาเขตระหว่างประเทศไทย-ลาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกในเวลาเย็น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร เส้นทางเดินขึ้นยอดดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการความยาวประมาณ 700 เมตร จากยอดดอยสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงฝั่งลาวและสามารมองเห็นยอดภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปกว่า 25 กิโลเมตรได้ชัดเจน
จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยผาตั้ง
1. จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม เป็นหน้าผาหอนขนาดใหญ่ตรงกลางเป็นเนินช่องเขาเหมือนประจู เป็นช่องทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว
2.ศาลาเก๋งจีน- พระพุทธมังคลานุภาพลาภสุขสันติ -ป่าหินยูนนาน ถัดจากช่องผาบ่องขึ้นไปอีกราว 15 เมตร จะเป็นเนินที่ประดิษฐานพระพุทธมัง คลานุภาพลาภสุข สันติและ ศาลา ทรงเก๋งจีน อนุสรณ์สถานของนายพลหลี่ ผู้นำ ทจช. ในอดีต จากเนินตรงนี้เดินลงไปอีก 30 เมตร ก็จะพบทางขึ้น ไปชม ป่าหินยูนนาน ซึ่งเป็นหินรูปทรงลักษณะ คล้ายภูเขาในประเทศจีนที่มีรูปทรงสูงๆ หลายแหลมขึ้นสลับ ซับซ้อนสวยงามมาก
3.จุดชมวิวช่องผาขาด เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้วิวผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหิน ที่แยกออกเป็นช่องมองลงไปเห็น ทิวทัศน์ ประเทศลาวและสายแม่น้ำโขงได
4.จุด ชมทะเลหมอกเนิน 102 จากจุดผาขาดเดินขึ้นดอยต่อไปยัง เนิน 102 ระยะทางกว่า 300 เมตร เป็นเนินเขาลูกหนึ่งบนดอยผาตั้ง เป็นจุด ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ที่นักท่องเที่ยว นิยมไปมากที่สุด สามารถมอง เห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลสุดตา ละลอกคลื่นอยู่ไกลๆ
5.จุด ชมทะเลหมอกเนิน 103 เป็นเนินเขาอีกลูกบนดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากเนิน 102 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 เมตร ลักษณะบนเนิน 103 มีหินขนาดใหญ่อยู่บนเนิน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามจะเป็น จุดชมทะเลหมอก ที่สวยงามที่สุดบนดอยผาตั้งเพราะสามารถชมทะเลหมอกได้กว้างไกล
การเดินทาง
ตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดปี ในเดือนธันวาคมถึงมกราคม มีดอกซากุระบานและเดือนกุมภาพันธ์ มีดอกเสี้ยวบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา

6.เกาะกูด

เกาะกูด จังหวัดตราด สุดยอดแห่งท้องทะเลไทย ทะเลใสสีมรกต อันดามันแห่งทะเลตะวันออก “เกาะกูด” อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย จังหวัดตราด ท่านที่ได้เคยไปเยือนเกาะช้าง ท่านต้องไม่พลาดที่จะไป เกาะกูด เพราะอยู่ห่างกันไม่มากนัก และยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ เกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหาดทรายและน้ำทะเลใสสีมรกต จนได้รับการขนานนามว่า “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ที่ไม่ต้องการความวุ่นวาย นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อนในช่วงเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือน พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยว ที่สุดของท้องทะเลตราดต้องเกาะกูด พร้อมด้วยหาดทรายขาว ให้ท่านได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง

7.ภูชี้เพ้อ

ภูชี้เพ้อตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม ใกล้กับทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ในระดับความสูง 1,818 เมตร จากระดับน้ำทะเล ภูชี้เพ้อ ถือเป็นจุดวิวแห่งใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก เป็นจุดชมวิวสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และสายหมอกที่แผ่กระจายไปทั่วทิวเขาที่สลับซับซ้อน
บนหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอดมีบ้านพักแต่ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ มีจุดกางเต้นท์แต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนักเนื่องจากติดต่อค่อนข้างยาก
หากต้องการมาเที่ยวภูชี้เพ้อแนะนำให้พักตัวอ.ขุนยวม (แนะนำโรงแรมยุ้นครับ) จากนั้นให้ที่พักติดต่อรถเช่าให้ก็ได้ เป็นรถกระบะนั่งได้ 10-12คน ครับ หลังจากถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด ต้องเดินเท้าขึ้นไปในเส้นทางที่ค่อนช้างชันอีกประมาณ 1 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 30- 45 นาที ควรเริ่มเดินเท้าขึ้นไปประมาณตี 5 ครึ่งเพื่อให้ทัน พระอาทิตย์ขึ้น ควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย

8.ภูลมโล
ภูลมโล ตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ภูลมโลเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อ ของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สิ่งที่ทำให้ภูลมโลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีพื้นที่กว้างขวางนับ 1000 ไร่ นางพญาเสือโคร่งของภูลมโลจะไม่ได้มีให้ชมเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายมีให้ชมในหลายจุดโดยจะบานแทรกตัวอยู่ในหุบเขา ป่าไม้และต้นหญ้า ภูลมโลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติ ที่สวยงามของขุนเขา และอากาศที่หนาวเย็นโดยนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือน ม.ค. ของทุกปี

9.ดอยอ่างขาง

” ทรงพลิกฟื้น จากภูเขาฝิ่น จนกลายเป็นพืชผักเมืองหนาวที่สวยงามและ น่าเที่ยวที่สุด ของเมืองไทย ”
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ในแต่ละปีเมื่อลมหนาวมาเยือน ภาพของดอกไม้ เมืองหนาวสีสวย รวมทั้งดอกซากุระเมืองไทยที่บานสะพรั่ง ที่ช่วยแต่งแต้มภูเขาสีเขียวให้สวยงาม รวมทั้งพืชผักผลไม้นานาชนิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยือนดอยอ่างขางในแต่ละปี จนหลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ที่นี่เคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2513 หรือเกือบ 50 ปีที่แล้ว เมื่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาถึง เพราะทรงห่วงใยเกษตรกรชาวไทยภูเขาที่มีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพหลัก สถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นแปลงทดลอง ปลูกพืชผักเมืองหนาวคุณภาพดีแทนป่าฝิ่นดั้งเดิม สตรอว์เบอร์รี เป็นพืชพันธุ์ชนิดแรกๆ ที่นำมาทดลองปลูกที่นี่ จนได้พันธ์ุที่เหมาะสมกับเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า พันธุ์พระราชทาน
ปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เป็นแหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้เมืองหนาวคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่สร้างรายได้และชุมชนที่แข็งแรงให้กับชาวไทยภูเขาอีกด้วย
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
ม.5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
โทร. 0-5396-9476
www.angkhangstation.com
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน
เวลา 06.00-18.00 น.
ฤดูท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี
การเดินทาง
จากเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวง 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัย ไปยังดอยอ่างขาง

10.ภูทอก

ภูทอก อ.เชียงคาน จ.เลย จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของอำเภอเชียงคาน และลำน้ำโขงได้โดยรอบ
ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกันกับแก่งคุดคู้ซึ่งห่างจาก ตัวอำเภอ เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ใครที่ได้แวะมาเที่ยวเชียงคาน ไม่ควรพลาดการไปชมทะเลหมอกในยามเช้าที่นี่ นอกจากนี้ภูทอกจุดชมวิว ชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนทะเล หมอกนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันครับ

11.เขาค้อ

จุดชมวิว กังหันลม แหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไปเมื่อเดินทางมาเยือนเขาค้อ นั่นก็คือ “ทุ่งกังหันลมบ้านเพชรดำ” ไม่สนใจไม่ได้แล้ว เพราะหากนักท่องเที่ยวมาเยือนเขาค้อก็จะต้องมองเห็นเสากังหันลมต้นมหึมาบนยอดเขา กังหันที่มีความสูงกว่า 100 เมตร จำนวน 24 ต้นนี้อยู่ไกลๆ ไม่ว่าจะอยู่บริเวณเขาค้อ ทุ่งสมอ หรือแคมป์สนก็จะเห็นกังหันลมนี้ได้โดยง่าย จุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปถึงวัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กม.
มีจุดชมวิวบริเวณลานต้นสน เป็นแลนมาร์คสุดสวยสำหรับการถ่ายรูป โครงการนี้ ได้เปิดผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา สามารถถ่ายรูป ชมวิวบริเวณโดยรอบได้อีกหลายจุด เช่นที่ไร่สตรอเบอรี่กองเซ้ง และไร่สตรอเบอรี่ บีจี โดยเฉพาะที่ไร่ บีจี ซึ่งเป็นไร่สตรอเบอรี่สำหรับฤดูหนาว ก็จะเปิดขายสินค้า ของที่ระลึก และเครื่องเล่นเล็กๆ น้อยๆ เล่นรถล้อเลื่อน “ฟอร์มูล่าม้ง” และ “ชิงช้าชาวเขา”

12.วังน้ำเขียว

เสน่ห์ของวังน้ำเขียว คือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ และมีบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ไม่ต่างจากดินแดนทางภาคเหนือ สามารถมาเที่ยวไปชมได้ทั้ง 3 ฤดู โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความเย็นฉ่ำไปทั่ว ขับรถไปเที่ยวไกลๆ ไม่สะดวก วังน้ำเขียวก็เป็นอีกจุดหมายหนึ่งของนักเดินทางสามารถเลือกมาพักผ่อน นอนเล่นตากอากาศ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธ์ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี ให้สมกับได้ชื่อว่ามาเที่ยว‘วังน้ำเขียว’ แล้ว

13.ภูหินร่องกล้า

ภูหินร่องกล้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก และ อ.หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นพื้นที่ที่ มีธรรมชาติแปลก และสวยงาม ทั้งยังเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์เป็นยุทธภูมิ ที่สำคัญ อันเนื่องจากความขัดแย้งของลัทธิ และแนว ความคิดทางการเมือง อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้าจึงเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่รักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ของการสู้รบและความสวยงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ลักษณะภูมิอากาศภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้าย ภูกระดึงและภูหลวง เนื่องจากมีความสูง ในระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิ จะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ฝนตกชุกในฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส
1.พิพิธภัณฑ์การสู้รบ 2.โรงเรียนการเมืองการทหาร 3.กังหันน้ำ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกตาดฟ้า

14.ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุ
สำหรับไฮไลท์สำคัญของ ภูชี้ฟ้า ต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า สวยงามราวกับภาพวาดเลยครับ

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here