หน้าฝนไม่ต้องทนเหงากับ 20 ที่เที่ยวหน้าฝน ep.2

ปัว จ.น่าน

เมืองปัว ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน โดยห่างจากตัวอำเภอเมืองน่าน 60 กิโลเมตรช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คำว่า ปัว เพี้ยนมาจาก พลัว ปัว เป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม เป็นที่อยู่ของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่างเช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ในช่วงฤดูทำนาเราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบาง ในฤดูหนาวก็จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น สองฟากถนนสายหลักเป็นกลุ่มบ้านไม้ริมถนนรวมถึงซอกซอยที่เชื่อมถึงกันหมดที่ต่างซุกซ่อนชีวิตเรียบง่ายและเป็นหนึ่งเดียวกัน

เมืองปัวเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดน่านสมัยก่อนคงไม่ค่อยมีใครนึกถึงที่นี่นักส่วนใหน่จะคุ้นกับบ่อเกลือมากกว่า แต่ตอนนี้ปัวถือว่ามาแรงมากๆเพราะว่ายังมีความเป็นธรรมชาติและเป็นเมืองเล็กๆที่แสนน่ารักที่ใครๆก็ต้องการมากที่สุด เมืองปัวอยู่ห่างจากอ.เมืองน่าน 60 กิโลเมตร ที่นี่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติขาวไทยภูเขาหลากหลายชาติที่นี่จึงมีความหลากหลายทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนเลยจริงๆแล้ว

ปัวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแต่ถ้าพีคสุด  ก็ต้องเป็นช่วงฟดูฝนตั้งแต่เดือน ก.ย. – ต.ค. เพราะเป็นช่วงที่นาข้าวกำลังเขียวสวยงามเพราะอาชีพส่วนใหญ่ของที่นี่คือการทำนา วิวช่วงฤดูฝนก็จะสวยงดงามๆ เป็นภาพนาข้าวเบื้องหลังคือภูเขาเคล้ากับหมอกยามเช้านอกจากนี้ยังมีบ้านพักโฮมสเตย์วิวทุ่งนาสวยๆอยู่หลายที่ สถานทีท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นวัดภูเก็ต, ตูบนาไทลื้อ, วัดเบ็งสกัด

อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี

อุทยานแห่งชาติ พุเตย ดินแดนแห่งขุนเขา ป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของเมืองสุพรรณ โดยเป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางทีหลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขา น้ำตก และ  ความงดงามงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกระเหรี่ยง มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุดทั้งน้ำตกตะเพินคี่น้อย เขาเทวดา

สถานที่กางเต็นท์มี 3 จุดใหญ่ๆ ได้แก่

– หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 1 (ด้านวังคัน-ป่าขี) จุดนี้รถทุกชนิดสามารถไปได้ถนนลาดยางตลอดทั้งเส้น
– ที่ทำการอุทยานฯ พุเตย (ด้านปลักประดู่-ห้วยหินดำ) จุดนี้ถ้าวิ่งผ่านศาลเลาดาห์จะเป็นทางลูกรังควรเป็นรถกระบะแต่ถ้าเข้าทางที่ก่อนถึงอ.ด่านซ้าย ถนนเส้น 3086 ทางนั้นเป็นทางลาดยางรถทุกชนิดสามารถไปได้
– หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ จุดนี้เป็นจุดสูงสุดทางขึ้นเป็นทางลูกรังขึ้นเขาควรใช้รถ 4WD โฟร์วีล
จุดที่สวยงามและสามารถเดินต่อไปยังยอดเขาเทวดาได้ก็คือ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ และเป็นป่าที่สวยงาม และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยมากว่า 200 ปี ผืนป่า และต้นน้ำตะเพินคี่ ยังคงสภาพสมบูรณ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยล่องไพร ในหน้าหนาวอุณหภูมิจะลดลง 5-6 ํC ยอดเขาเทวดา ที่ความสูงกว่า 1000 เมตร ในวันที่อากาศเหมาะสม นักท่องเที่ยวอาจจะได้ชมทะเลหมอก
ที่สวยงาม และไปยืนที่จุดรอยต่อของสามจังหวัด สุพรรณบุรี-อุทัยธานี-กาญจนบุรี

การเดินทาง หน้าฝนควรเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนหน้าแล้งรถยนต์นั่งธรรมดาก็สามารถไปได้ แต่ควรเป็นรถกระบะ
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใ : ยอดเขาเทวดา, น้ำตกตะเพินคี่น้อย, น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่, วนอุทยานถ้ำเขาวง      และ
ถ้ำพุหวาย
อุทยานแห่งชาติ อ.ด่านซ้าย จ.สุพรรณบุรี
เบอร์โทร : 0 3544 6237, 08 1934 2240

ภูเขาหญ้า จ.ระนอง

ภูเขาหญ้า ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี อยู่ในเขต ต.หงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ภูเขาหญ้าเป็นเนินไม่สูงมาก ลักษะณะโดยทั่วไปเป็นทุ่งหญ้าเล็กใหญ่และเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ขนาดใหญ่ ล้อมด้วยภูเขาสูงที่สามารถ เดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้ ช่วงหน้าฝนภูเขาทั้งลูกจะเป็นสีเขียวขจีแต่จะเป็นต้นหญ้าเตี้ยๆเท่านั้น นี่คือความมหัศจรรย์ของภูเขาหญ้า การเดินขึ้นไปชมภูเขาหญ้านอกจากจะชมได้จากตรงลานกว้างด้านล่างแล้ว สามารถขึ้นไปชมวิวในมุมสูง มีทางราบเชิงเขามี ทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่สันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งภูเขาแต่ละลูกไม่สูงมาก สามารถเดินเท้าขึ้นไปตามทางได้ สามารถชมวิวจากบนวัด

ได้รถสามารถขึ้นมาถึง หรือใครอยากจะเดินนขึ้นบันไดมังกรก็สามารถเดินขึ้นมาได้เหมือนกันครับ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีความยาวถึง 22 เมตร ในการก่อสร้างพระมีนายช่างของกรมศิลปกร

มาควบคุมการก่อสร้างพระพุทธรูปจึงมีรูปทรงที่สวยงามมาก

วันเวลาที่แนะนำ
ภูเขาหญ้าสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ภูเขาหญ้าสีเขียว พบได้ในฤดูฝนตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-ตุลาคม
ภูเขาหญ้าสีทอง พบได้ในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-เมษายน
การเดินทาง
จากตัวเมืองระนองมาตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา)สู่จังหวัดพังงาประมาณ 12 กม.จะเห็นภูเขาหญ้า อยู่ทางขวามือตรง ข้ามน้ำตกหงาว

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : น้ำตกหงาว, วัดหงาว, โรตีนริสรา, บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง

เชียงกลาง จ.น่าน

เชียงกลาง อำเภอแสนสงบที่เล็กที่สุดของจังหวัดน่าน อยู่ห่างจากอำเภอปัวเล็กน้อย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาน่าน ก็จะหยุดอยู่ที่ปัวเสมอมาไม่ถึงอำเภอนี้ทุกที เพราะหากมาจากตัวเมืองน่านก็จะถึงปัวก่อน เชียงกลางจึงกลายเป็นเมืองที่ไปไม่ถึงและทางผ่านไปโดยปริยาย  ทั้งที่จริงแล้วเป็นอำเภอน่าเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสวยงามและธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์โอบล้อมด้วยภูเขา ท้องทุ่งนาเขียวขจี  ผู้คนยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย กลายเป็นเสน่ห์ที่ชวนหลงใหล เป็นเมืองที่เหมาะมากสำหรับสายชิล ที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศสบายยังที่พักที่จะช่วยให้ผ่อนคลาย รวมทั้งท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลินใจยังสถานที่ต่างๆ ที่จะทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตและเข้าถึงความเป็นเมืองเชียงกลางได้มากยิ่งขึ้น

เชียงกลางอยู่ทางเหนือของจังหวัดน่าน เป็นอำเภอที่มีพื้นที่เล็กที่สุดของจังหวัด เชียงกลางมีที่เที่ยวหลากหลาย แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคงจะเป็น “ บ้านห้วยพ่าน ” เป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย ธรรมชาติ ป่าน้ำ และแหล่งน้ำซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนแห่งแรกในจังหวัดน่าน สนับสนุนให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการท่องเที่ยวเอง ใช้ความสวยงามตามธรรมชาติ ล่องแม่น้ำน่าน เรียนรู้วิถีชีวิตคนลัวะและคนท้องถิ่น ความรู้สึกจากที่เราได้ไปสัมผัส  รับรู้ถึงความเข้มแข็ง ความตั้งใจ ในด้านการจัดการของชาวบ้านเอง และมนต์เสน่ห์ของที่นี้คือ ความน่ารักเป็นกันเองของชาวบ้าน

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : วิหารไทลื้อ, น้ำตกตาดม่าน, สนามบินเหล็ก, โรงยาสูบสบกอน, วัดหนองแดง, บ้านห้วยพ่าน, ล่องแม่น้ำน่าน, ขี่จักรยานชมทุ่งนาแปลงผักที่แสงทองรีสอร์ท

เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

เขื่อนขุนด่านปราการชล ชื่อเดิมเรียกว่า เขื่อนคลองท่าด่าน เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทย      และในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายกกั้นแม่น้ำนครนายก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิมที่ราบลุ่มนครนายกมีระดับน้ำใต้ดินมีการลดระดับหรือพื้นที่ลาดเทค่อนข้างมาก ทำให้น้ำไหลบ่ารุนแรงในช่วงฤดูฝน

     ส่วนบริเวณพื้นที่ชลประทานนครนายก เป็นพื้นที่ราบกว้างขวางมีระดับน้ำใต้ดินต่ำจึงเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งส่วนในฤดูฝนกลับเกิดปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบที่มีความลาดเอียงน้อยทำให้น้ำระบายออกยากน้ำจึงท่วมขังเป็นเวลานาน การสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำนครนายกตอนบนจึงเป็นการชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลอย่างรุนแรงในช่วงฤดูฝนโดยจะกักเก็บน้ำไว้ และในทางกลับกัน จะสามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในฤดูแล้งได้แทนที่จะต้องเผชิญกับภัยแล้ง

เขื่อนขุนด่านปราการชล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการ และก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน เพื่อช่วยให้ราษฎรทางตอนล่างมีน้ำใช้ทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นในเขตจังหวัดนครนายกเป็นเป็นประจำทุกปี เพื่อการอุตสาหกรรม และเพื่อการแก้ไขพื้นที่ดินเปรี้ยวอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุน โดยสามารถจัดสรรน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ได้ 185,000 ไร่ ด้วยโครงการท่าด่านเดิม 6,000 ไร่ โครงการท่าด่านส่วนขยาย 14,000 ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก 165,000 ไร่
2. เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรม
3. เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดนครนายก
4. เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนครนายก

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : ล่องเรือชมน้ำตก, ชมหมอกสันเขื่อน

เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

เขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลองสร้างขึ้น บนแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณบ้านเจ้าเณร ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี นับเป็นเขื่อนแห่งที่ 8 ในจำนวน 17 แห่ง ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สร้างขึ้นเพื่อ อำนวยประโยชน์ทางด้านต่างๆ ตลอดจนช่วยพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของราษฎร และส่งเสริมให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม

เขื่อนศรีนครินทร์เป็นโครงการอเนกประสงค์ ซึ่งอำนวยประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้

ชลประทาน : ช่วยส่งเสริมระบบชลประทาน โครงการแม่กลองใหญ่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีเขื่อนแม่กลองของกรมชลประทานเป็นหัวงานทดน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรได้ตลอดปีเป็นเนื้อที่ถึง 4,118 ล้านไร่
ผลิตไฟฟ้า : สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 1,250 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
บรรเทาอุทกภัย : สามารถกักเก็บน้ำที่หลากมาในช่วงฤดูฝนไว้ในอ่างเก็บน้ำ ได้เป็นจำนวนมาก ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตลุ่มน้ำแม่กลองให้ลดน้อยลง
คมนาคมทางน้ำ : สามารถใช้เป็นเส้นทางเดินเรือขึ้นไปยังบริเวณอำเภอทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น
ผลักดันน้ำเค็ม : สามารถปล่อยน้ำลงผลักดันน้ำเค็มมิให้หนุนล้ำเข้ามาทำความเสียหายแก่พื้นที่บริเวณ ปากน้ำแม่กลองในช่วงฤดูแล้ง
ประมง : เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรอีกทางหนึ่งด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : น้ำตกเอราวัณ, น้ำตกผาตาด, น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น, ถ้ำพระธาตุ กาญจนบุรีเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติอันงดงามที่ท้าทาย และดึงดูดใจให้นัก ท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน การมาเที่ยวชมเขื่อนจึงสามารถแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ มากมาย เขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถเดินทางแบบ เช้าไปเย็นกลับ หรือแบบพักแรมตามใจชอบ การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี

เขาสก หรือ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)  จังหวัดสุราฎร์ธานี  ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ลักษณะเป็นภูเขาหินปูน ยอดแหลม แนวหน้าผาสูงชัน กลางสายน้ำของเขื่อนเชียวหลาน  บรรยากาศสวยงามจนได้รับสมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ภาพภูเขารายล้อมเขื่อน นอนแพพายเรือคายัคและกิจกรรมต่างๆ  รวมทั้งภาพสายหมอกคลอเคลียไหล่เขากระทบกับแสงแดดลอย เหนือน้ำในยามเช้าเป็น ทัศนียภาพที่สวยงามดึงดูดใจและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้เดินทางมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เขื่อนเชี่ยวหลานสามารถ ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในแต่ละฤดูก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป

อุทยานแห่งชาติเขาสก จะแบ่งจุดท่องเที่ยวออกเป็น 2 ส่วน คือ เขาสกส่วนของเขื่อนเชี่ยวหลานซึ่งนักท่องเที่ยวชม วิวทิวทัศน์ เหนือเขื่อน จากนั้น ลงเรือเพื่อไปนอนแพชมเขาสามเกลอ(ภูเขาหินกลางน้ำ)  ซึ่งเรียกว่ากุ้ยหลินเมืองไทย เที่ยวถ้ำประการัง ถ้ำน้ำทะลุ กับ เขาสกส่วนที่เป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกซึ่งเป็นจุดที่ไปชม น้ำตก เดินป่า และ ชมบัวผุด โดยทั้งสองที่อยู่ห่างกันประมาณ 60 ก.ม.

สำหรับกิจกรรมที่เขาสก มีให้เลือกหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะไปเดินศึกษาธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติเขาสก มีน้ำตกสวยๆ หลายแห่ง เช่น น้ำตกสิบเอ็ดชั้น น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกโตนกลอย หรือหากไปช่วงนี้ก็จะได้เดินป่าไปดูดอกบัวผุด ที่บานแค่ปีละครั้งเท่านั้น บ่ายๆ ไปล่องห่วงยางในคลองศก ที่น้ำใสมากกกก น่าแปลกใจที่ไม่ค่อยเห็นคนไทยไปเล่นกัน แต่ฝรั่งนี่เพียบ การล่องห่วงยางจะผ่านเขาหมีน้ำตกเล็กๆ ที่ทั้งน้ำเย็นเจี๊ยบและสะอาด ใช้เวลาล่องห่วงยางประมาณ 1-2 ชั่วโมง

แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

แก่งกระจาน เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นภูเขาสลับ ซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกจากจะเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุด    ในประเทศไทยแล้ว ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี โดยมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติ ได้แก่ ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อและสัตว์ป่านานาชนิด กิจกรรมยอดนิยมของแก่งกระจานก็คือล่องแก่งแพยางหรือล่องห่วงยางและเล่นน้ำ ที่นี่จึงมีที่พักมากมายที่พักก็มีหลากหลายแนว แต่ในช่วงหน้าฝนเขาพะเนินทุ่งจะปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคมของทุกปี

+แต่สามารถกางเต้นท์ได้ริมเขื่อนตรงที่ทำการด้านล่างบรรยากาศก็จะสดชื่นเขียวชอุ่มมาก+

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : เขื่อนแก่งกระจาน, สะพานแขวน, โครงการชั่งหัวมัน, ล่องแม่น้ำเพชร, นั่งเรือชมเขื่อน, ล่องเรือยาง

วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ประตูเชื่อม ระหว่างภาคอีสานกับภาคตะวันออก ที่ใครหลายๆคนมักเรียกขานกันว่า ‘สวิสเซอร์แลนด์ แดนอีสาน’ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การพักผ่อนในวันหยุด มีทิวทัศน์สวยงามแวดล้อม ไปด้วยขุนเขาอันสลับซับซ้อน อากาศบริสุทธิ์เย็นสบายตลอดปี  วังน้ำเขียวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อว่ามี โอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก มีสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น  ฟาร์มเกษตร ต่างๆ ไร่องุ่น สวนดอกไม้เมืองหนาว แปลงผักปลอดสารพิษ อุทยานแห่งชาติทับลาน เขื่อนลำพระเพลิง และรีสอร์ทมากมาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ เน้นความ เรียบง่าย และเงียบสงบเป็นส่วนตัว ที่มาของชื่อ วังน้ำเขียว มาจากสภาพภูมิประเทศของที่นี่ซึ่งมีวังน้ำที่ ใสงดงามเป็น ธรรมชาติจนมองเห็นเงาสะท้อนสีเขียว

เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ว่าจะคนกรุงหรือคนจากภาคไหนก็ต่างเดินทางมาสูดอากาศบริสุทธิ์จากแหล่งโฮโซน  ติดอันดับโลกอย่างวังน้ำเขียว เสน่ห์ของที่นี่ คือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆกรุงเทพฯ และมีบรรยากาศที่เย็นสบาย  ตลอดทั้งปี ไม่ต่างจากดินแดนทางภาคเหนือ สามารถมาเที่ยวไปชมได้ทั้ง 3 ฤดู โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความเย็นฉ่ำไปทั่ว ขับรถไปเที่ยวไกลๆ ไม่สะดวก วังน้ำเขียวก็เป็นอีกจุดหมายหนึ่งของนักเดินทางที่สามารถเลือกมาพักผ่อน นอนเล่นตากอากาศ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธ์ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจีให้สมกับได้ชื่อว่ามาเที่ยว ‘วังน้ำเขียว’ แล้ว

ทุ่งเพล จ.จันทบุรี

ชุมชนริมสายน้ำกลางหุบเขาแห่งจันทบุรี ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยความสงบร่มรื่นทั้งสายน้ำและผืนป่า ถ้าหากอยากจะพักใจพักร่างที่ไรต้องคิดถึงที่แห่งนี้ทุกที แค่นอนเล่นน้ำเปิดเพลงเบาๆ กินผลไม้สดๆจากสวนในช่วงที่เป็นฤดูกาลผลไม้ ถ้าวัดทรัพยากรเป็นจำนวนเงินที่นี่คงเป็นชุมชนที่ร่ำรวยมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ในอดีตประกอบอาชีพทำสวน  แต่ด้วยชุมชนมีน้ำตกเขาบรรจบไหลผ่านมีน้ำตลอดทั้งปีซึ่งเหมาะแก่การเล่นน้ำพักผ่อนหย่อนใจจึงทำให้ชาวบ้านที่นี่เริ่มมาเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มาสัมผัสบรรยากาศโฮมสเตย์ที่อยู่ท่ามกลางสวนผลไม้นานา                    และสายน้ำอันไหลเย็นแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆบ้านทุ่งเพล ก็มีน้ำตกกระทิง อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ ต้นไม้ยักษ์ สะพานแขวนที่วัดเขาบรรจบ เราสามารถเดินทางไปเที่ยวที่บ้านทุ่งเพลได้ทั้งปีแต่ในช่วงหน้าฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคมเป็นฤดูกาลผลไม้ ช่วงนี้จะได้เข้าสวนชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่พร้อมกับซื้อผลไม้เกรด A จากสวนได้ในราคาถูกอีกด้วย
ที่ชุมชนบ้านทุ่งเพลมีกลุ่มวิสาหกิจโฮมสเตย์แต่ละหลังน่าพักทั้งนั้นเลยไปนอนสัมผัสธรรมชาติและสายน้ำได้ที่นี่เลย
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : สะพานแขวนวัดเขาบรรจบ, สวนผลไม้, อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ, 
น้ำตกกระทิง, โฮมสเตย์ริมน้ำ

กลุ่มวิสาหกิจโฮมสเตย์บ้านทุ่งเพลมีอยู่ทั้งหมด 10 แห่ง
1.บ้านสวนริมน้ำ 089-0930144
2.บ้านป่าริมธาร 081-8581232
3.บ้านสวนพฤกษา 082-2021094
4.บ้านมุกดา 082-2919336
5.บ้านสวนธัญธนากร 089-0636983
6.บ้านธาราวิลล์ 089-0949409
7. อาคันตุกะ 062-5525398
8.บ้านสวนตวงรัก 088-4833677
9.บ้านต้นน้ำจันทร์ 088-4844457
10.บ้านธารน้ำใส 098-2611468
11.บ้านอิงธาร 086-0033186,081-7238909
12.บ้านริมธารา 081-8688163
13.บ้านสวนจันท์ 086-4992910
14.บ้านจันนาวา 080-8289959
15.บ้านสวนสุวภัทร 081-7527384,093-6303399
16.บ้านสบาย สบาย 081-9258385
17.บ้านสวนอ่างเบง 062-3544741
18.บ้านสวนพ่อเสริฐ 089-8860900
19.บ้านสวนลลิสา 087-1444801
20.บ้านวิศา 089-0915340

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here