เที่ยวเมืองเก่า อยุธยา

วัดพระศรีสรรเพชญ์ 

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดหนึ่งเดียวของอยุธยาที่อยู่ในเขตพระราชฐาน วัดประจำพระราชวัง ต้นแบบวัดพระแก้ว วัดพระศรีสรรเพชญ์มีจุดเด่นคือเจดีย์ 3 องค์เรียงตัวกันอยู่กลางวัด แต่ละองค์บรรจุพระบรมอัฐิธาตุของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งซากร่างแห่งความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม นั่นคือ วิหารหลวง สถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ

ปัจจุบันเหลือเพียงซากอิฐปูนและเจดีย์สามองค์ที่ตั้งตะหง่านเป็นจุดเด่น แต่ยังคงเป็นจุดที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้เข้ามา เยี่ยมชม อยู่เสมอ และเมื่อได้ลองจินตนาการดูก็จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความงดงามของกรุงศรีอยุธยาในสมัยที่ยังเป็นราชธานี

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิกเลียนแบบโบสถ์คริสต์

“ประตูแห่งกาลเวลา” วัดพระงาม จ.พระนครศรีอยุธยา
เป็นวัดร้างที่อยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา มีจุดเด่นตรง “ซุ้มประตู” ที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ และพระเจดีย์แปดเหลี่ยม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น และถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่ 2

ตลาดโก้งโค้ง ทำไมถึงชื่อนี้ ที่นี้โดยในอดีตเป็นด่านขนอน (ด่านเก็บภาษีในอดีต) มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆที่มาจากต่างเมือง โดยตลาดโก้งโค้ง มีที่มาจาก แม่ค้าพ่อค้าวางของขายบนพื้นดินผู้ที่มาซื้อจะต้องโก้งโค้ง เลือกซื้อสินค้า นั้นเอง

001 – วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีสิ่งที่โดดเด่น คือ  เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปีใน รากไม้  โดยเศียรพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือแค่ส่วนเศียร สำหรับองค์พระนั้นหายไป และเป็นเศียรพระพุทธรูปเป็น ศิลปะอยุธยา วางอยู่ในรากโพธิ์ข้างวิหาร คาดว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุม ทำให้มีความ งดงามแปลกตา จนเลื่องลือกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและ เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

วัดมหาธาตุ หมายถึงวัดอันเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นในสมัยขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่เข้าใจว่าการก่อสร้างเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระราเมศวรจารีตของการสร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ เอาไว้ในเมือง ซึ่งถือสมมุติว่า พระเจดีย์นั้นเป็นที่สถิตของพระบรมสารีริกธาตุ และวัดนั้นถือว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ ทั้งมักจะมีชื่อว่า วัดมหาธาตุ หรือวัดพระศรีมหาธาตุ หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ปรากฏโดยทั่วไปในทุกภูมิภาค จารีตดังกล่าวนี้จะ เริ่มในสมัยใดนั้นไม่ทราบได้ แต่หากจะพิจารณา เฉพาะ อาณาจักรอยุธยาจะเห็นได้ว่าธรรมเนียม ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่สมัย่แรกๆ ทีเดียววัดมหาธาตุจึงเป็นวัดที่สำคัญที่สุด วัดหนึ่งของ อาณาจักร ในฐานะที่เป็นตัวแทน ของพระพุทธเจ้า อีกทั้งหากจะพิจารณาดูสถานที่ตั้งก็จะเห็นว่าอยู่ใกล้ชิดกับพระบรมมหาราชวัง เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น วัดนี้จึงเป็นที่ประทับของสมเด็จ พระสังฆราช

002 – วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดที่พระบรมไตรโลกนาถโปรดฯ ให้สร้างขึ้น แต่เดิมเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับของพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ต่อมาพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ทางด้านแม่น้ำลพบุรี จึงทรงนำที่ดินของพระราชมณเฑียรเดิมไปสร้างเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์เพื่อประกอบพระราชพิธีทางศาสนา วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดี่อยู่ในเขตพระราชฐานหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวัดประจำพระราชวัง จึงไม่มีพระจำพรรษาอยู่ และวัดพระศรีสรรเพชญ์ก็เป็นแบบอย่างของวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วในปัจจุบันด้วย

เนื่องจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ถูกพม่าเผาทำลายจนเหลือแต่ซากปรักหักพังเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ได้บูรณะเจดีย์ 3 องค์ของวัด เจดีย์จึงมีสภาพครบถ้วนด้วยศิลปะอยุธยาอย่างในปัจจุบัน

003 – ร้านก๋วยเตี๋ยวยักษ์ใหญ่ลูกชิ้น

ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ ชื่อร้าน ก๋วยเตี๋ยวยักษ์ใหญ่ ทางร้านใช้เนื้อวัวที่มีคุณภาพ ทั้งเนื้อสดนุ่มๆ เนื้อเปื่อย หรือเนื้อตุ๋นแผ่นโตๆ น่ารับประทาน ส่วนน้ำซุปก็กลมกล่อมและหอมอร่อย ไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ แห้งหรือน้ำ หรือจะสั่งแบบเกาเหลามารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยได้เต็มอิ่ม ลูกชิ้นทำเองสดใหม่ทุกวัน ข้าวหมูอบ เนื้ออบ หมูสะเต๊ะ หอมอร่อย และอีกหลากหลายเมนู ร้านอยู่แถวหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้

เวลาเปิด/ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 15.30 น.
เมนูแนะนำ : ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู-เนื้อ-ปลา,หมูสะเต๊ะ,เต้าหู้ทอด
การเดินทาง : ก๋วยเตี๋ยวยักษ์ใหญ่ลูกชิ้น สาขา ตลาดเจ้าพรม อยุธยาอยู่ด้านหลังธนาคารทหารไทย สาขาเจ้าพรหม ตรงข้ามกับโรงแรมอโยธยา จ.อยุธยา
ที่จอดรถ : จอดด้านหน้าร้าน

โทรศัพท์ : 0819911673 , 035241571

https://www.facebook.com/YakyaiNoodle/

004 – busaba cafe

Busaba Cafe & Meal คาเฟ่ดีไซน์เก๋เปิดใหม่บนถนนอู่ทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในกิจการเครือเดียวกันกับ Busaba Craft & Design แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่หยิบยกผ้าขาวม้าไทยมาพัฒนาเป็นสินค้าต่าง ๆ และ Busaba Ayutthaya โฮสเทลบ้านทรงไทยสีขาวโดดเด่นที่ตั้งอยู่ด้านหลังร้าน Busaba Cafe & Meal

Busaba Cafe ออกแบบร้านแบบโมเดิร์นคลาสสิก โดยดึงกลิ่นอายอยุธยาถิ่นกำเนิดของแบรนด์มาผสมผสานอย่างลงตัว แรงบันดาลใจมาจาก พราะราชวังจันทรเกษม พระราชวังเก่าแก่ของอยุธยา โดยดึงเอา “ปั้นลม” มาออกแบบตกแต่ร้าน ใช้เส้นสายสีทอง ที่สื่อถึงความรุ่งเรืองของอยุธยา ตลอดจนกำแพงอิฐ ตามวัดเก่าที่เป็นอีกเสน่ห์ของเมืองโบราณ บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นเป็นกันเอง

เวลาเปิด/ปิด : 09:00 – 21:00

โทรศัพท์061 449 4282

คุณมิ้งค์เจ้าของร้านบอก ว่าก่อนหน้าที่จะมาเป็น Busaba Cafe & Meal ( สาขา 2 ) เกิดมาจาก แบรนด์ บุษบา คราฟท์ แอนด์ ดีไซน์ ที่อยากทดลองทำอะไรใหม่ ๆ นอกจากงานดีไซน์โปรดักส์จากผ้าขาวม้า ประจวบกับได้พื้นที่หน้าวัดมหาธาตุ เลยได้ทำร้าน Busaba Cafe ( สาขา 1 ) ในคอนเซปต์ “Craft Design Cafe” ที่นำเครื่องดื่มอย่างกาแฟ มาลองมิกซ์กับของดีในอยุธยา เช่น สายไหม จึงเกิดเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้คนมาอยุธยาต้องแวะมาทาน หลังจากนั้นเมื่อ Busaba วางแผนจะเปิดโรงแรม Busaba Ayutthaya จึงมาทำร้านอาหารที่พัฒนาจากคอนเซปต์เดิม แต่ใส่ความเป็น Ayutthaya Fusion มากขึ้น และเกิดมาเป็น Busaba Cafe & Meal ( สาขา 2 ) ที่ตั้งอยู่หน้าโรงแรม Busaba Ayutthaya

Coconut Waffle สายไหม + ผลไม้ + วาฟเฟิลหวานอร่อย ทานคู่กับ วาฟเฟิล กรอบๆ

005 – โรตีสายไหมมาอยุธยา ทั้งที ห้ามพลาดของขึ้นชื่อที่นี่ โรตีสายไหมทำสดๆ ร้อนๆ หอมๆเลยครับ มีหลากหลายร้านให้เลือกซื้อ

โรตีสายไหมเป็นขนมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเป็นขนมของชาวไทยมุสลิมที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จนถึงตอนนี้ทั้งชาวไทยแท้ หรือมีเชื้อสายมุสลิม และชาวต่างชาติ หากมีโอกาสมาไหว้พระที่นี่ก็จะหาโอกาสแวะซื้อโรตีสายไหมก่อนกลับ ด้วยแป้งหนานุ่ม สายไหมเส้นยาวสวย เมื่อนำมาห่อทานคู่กันทั้งหวาน นุ่ม หอม จนติดใจรสชาติไปตามๆ กัน

006 – ตลาดโก้งโค้ง

ตลาดโก้งโค้ง ตั้งอยู่หมู่ 5 ถนนบางปะอิน-วัดพนัญเชิง (ติดวัดบ้านเลน) ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณ “บ้านแสงโสม” (ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ คงความเป็นสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ) เป็นตลาดโบราณบรรยากาศย้อนยุค

คำว่า “ตลาดโก้งโค้ง” เป็นคำที่ใช้เรียกตลาดในสมัยโบราณ คือที่คนนั่งขายสินค้าจะนั่งอยู่บนพื้น คนที่มาซื้อจะต้องโก้งโค้งเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ   สถานที่แห่งนี้ในอดีตกาลเป็นด่านขนอน หรือ ด่านเก็บภาษีในสมัยอยุธยาและเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิดทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง

ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศเก่า ๆ แบบสมัยกรุงศรีอยุธยา พบวิถีชีวิตไทยในอดีต มีการจัดจำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจากสวน สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งอาหารคาว หวาน นานาชนิด พ่อค้า แม่ค้าแต่งกายย้อนยุค นอกจากนี้ในช่วงเช้าก่อนเปิดตลาด พ่อค้า แม่ค้า จะมีพิธีรำวงถวายพ่อปู่โสม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณตลาดแห่งนี้

หากใครมาตอนเช้าๆ หรือมากับเป็นหมู่คณะ ชาวตลาดสวมชุดไทยงดงามจะออกมารำกลองยาวต้อนรับด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายก็แต่งกายชุดย้อนยุครอให้ลูกค้าได้ยลโฉมเช่นกัน      สิ่งน่ารักๆ เหล่านี้นับเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของตลาดโก้งโค้งเลยก็ว่าได้

007 – วัดไชยวัฒนาราม พระอารมหลวงคู่เมืองอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง

ประวัติวัดไชยวัฒนาราม

            วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกโดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด

       วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้

ก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310 วัดไชยวัฒนารามถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง วัดไชยวัฒนารามได้ถูกปล่อยทิ้งให้ร้างเรื่อยมา บางครั้งมีผู้ร้ายเข้าไปลักลอบขุดหาสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย มีการรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย แต่ในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาอนุรักษ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535

008- วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419 เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับยังพระราชวังบางประอิน ซึ่งทรงโปรดให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง โดยใช้ศิลปะแบบโกธิค (Gothic)โดยเฉพาะพระอุโบสถของวัด ที่เป็นอาคารมีโดมหอคอยปลายแหลมตามอย่างวิหารในสถาปัตยกรรมตะวันตก บริเวณยอดโดมมีหอนาฬิกาและระฆังชุด เหนือขึ้นไปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
ส่วนภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาสเป็นพระประธาน ซึ่งออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยใช้การผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยมกับศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน นอกจากนี้บริเวณฐานชุกชีซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์ ช่องหน้าต่างเจาะไว้เป็นหน้าต่างโค้ง และเมื่อหันกลับมองบนฝาผนังด้านหน้าของพระประธาน จะเห็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ประดับด้วยกระจกสีที่สั่งเข้ามาจากประเทศอิตาลี มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งซึ่งหาชมจากที่ใดในเมืองไทยไม่ได้
เนื่องจากวัดนิเวศธรรมประวัติตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ทางเดียวที่จะข้ามไปมาได้คือการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไปเท่านั้น ซึ่งเป็นกระเช้าเล็กจุคนได้ไม่เกิน 10 คน ชักรอกข้ามไปมาด้วยไฟฟ้าโดยจะมีพระคุมอยู่ฝั่งวัด มีจำนวนสองกระเช้า ไม่เสียตังนะคะ แต่จะมีกล่องบริจาคตามกำลังศรัทธาค่ะ
พระอุโบสถของวัดนั้นสร้างเลียนแบบโบสถ์คริสต์ โดยภายในประดิษฐาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” เป็นพระประธาน โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการทรงออกแบบ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสี
009 – วัดพระงาม ประตูกาลเวลา

วัดพระงาม คลองสระบัว ตั้งอยู่ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดร้างที่มีจุดเด่น คือ ซุ้มประตูโบราณที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ จนได้รับขนานนานว่า ประตูแห่งกาลเวลา เนื่องจากในยามเย็นจะมีแสงสีทองของพระอาทิตย์สาดส่องลงมายังซุ้มประตูเมื่อเดินผ่านทำให้รู้สึกว่าเหมือนเรากำลังก้าวเดินผ่านช่วงเวลาในปัจจุบันไปยังอดีต คล้ายกับเดินผ่านกระจกในละครเรื่อง ทวิภพ ไปสู่อีกภพหนึ่งในยุคไทยโบราณ

ความโดดเด่นของวัดพระงาม คือ ซุ้มประตูวัดที่มีรากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปกคลุมมานานกว่าร้อยปี ดูขลังมาก หากมองผ่านช่องประตูจะเห็นเจดีย์เก่าอยูในกรอบของประตูพอดี ช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม คือ ช่วงเวลาเย็นตั้งแต่เวลา 17.00-18.30 น. ซึงเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์เริ่มส่องมายังประตูต้นโพธิ์ ทางคนดูแลพื้นที่บอกว่าถ้ามาช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่แสงตกลงมาตรงกลางประตูพอดีจะสวยที่สุด

“ประตูแห่งกาลเวลา” วัดพระงาม จ.พระนครศรีอยุธยา
เป็นวัดร้างที่อยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา มีจุดเด่นตรง “ซุ้มประตู” ที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ และพระเจดีย์แปดเหลี่ยม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น และถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่ 2
หมดไปกันแล้วสำหรับสถานที่เที่ยวในอยุธยา และสำหรับทริปหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหน^^ รอติดตามกันได้เลยจ้า

WordPress database error: [Got error 28 from storage engine]
SELECT t.*, tt.*, tr.object_id FROM wp_terms AS t INNER JOIN wp_term_taxonomy AS tt ON t.term_id = tt.term_id INNER JOIN wp_term_relationships AS tr ON tr.term_taxonomy_id = tt.term_taxonomy_id WHERE tt.taxonomy IN ('category', 'post_tag', 'post_format') AND tr.object_id IN (20061, 20105, 20127) ORDER BY t.name ASC

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here