หลังจากเมื่อแอดมินลงภาพทะเลหมอก กระตุ้นความอยาก(เที่ยว)ของเพื่อนๆไปแล้ว เห็นมั้ยว่าหน้าฝนก็ฟินกับทะเลหมอกได้ ไม่ต้องรอหน้าหนาว วันนี้แอดมินเลยทำลิส 20 สถานที่ดูทะเลหมอกมาให้เพื่อนๆ เอาไว้เป็นไอเดียออกล่าทะเลหมอกกันด้วย แต่ละสถานที่ก็มีเสน่ห์ต่างกัน บางที่ไม่คิดว่าจะเป็นที่ดูหมอกที่สวยงามได้ก็กลับมี มีที่ไหนบ้างไปดูกันเลยดีกว่า!!! #20สถานที่ดูทะเลหมอก #แบกกล้องเที่ยว

1.บ้านจ่าโบ่ A-Bo-Da-ya (อาบูดะยา) ขอกล่าวทักทายเพื่อนๆเป็นภาษาของชาวลาหู่หรือมูเซอ                  ก่อนเลยครับ  แปลว่าสวัสดี
ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปาย ที่นี่เป็นชุมชนของชาวลาหู่นะ (มูเซอดำ) ที่อพยพโยกย้ายมาจากห้วยยาว และก่อตั้งเป็น “ชุมชนจ่าโบ่” ซึ่งมาจากชื่อของผู้นำหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2521 คนในชุมชนล้วนเกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งหมด และยังคงใช้ภาษาและเครื่องแต่งกายแบบลาหู่
ที่นี่จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาและ ร้านกาแฟขายอยู่บริเวณจุดชมวิว ถ้าจะบอกว่าที่นี่ขายอาหารหลักสิบ แต่วิวหลักล้าน นี่คงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงสำหรับที่นี่แน่นอน ร้านที่นี่เปิดรอรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 6.00 น.กันเลยครับ วันนี้ผมกับเจนได้ลองสั่ง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสชาติใช้ได้เลยครับ ราคาไม่แพงด้วย แค่ 35 บาท แต่วิวเมื่อเช้านี้ ตอนที่เราทานอาหารกันและกาแฟ นั่งชมพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้น มาพร้อมกับสายหมอกไหลผ่าน มันเหนือคำบรรยายจริงๆเลยครับ
ที่นี่มีที่พักโฮมสเตย์บริการด้วยครับ ส่วนที่กางเต้นท์ กำลังเปิดบริการเร็วๆนี้

สถานที่ : บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน
ไฮไลท์ : นั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยวชมทะเลหมอก
การเดินทาง : ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า การเดินทางจากปายไปยัง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้นขับตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง
ข้อมูลติดต่อ : สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พักล่วงหน้า ติดต่อ คุณศรชัย ไพรเนติธรรม ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ โทร. 080-6775794

2.กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 43 ของถนนจอมทอง – ดอยอินทนนท์ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร • เวลาเปิด: ทุกวัน 06.00-16.00น. (กรุ๊ปสุดท้ายให้ขึ้นได้ไม่เกิน 16.00น.) • เปิดให้เข้าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 พฤษภาคมของทุกปี (ปิดบริการ 1 มิถุนายน ถึง 31 ตุลาคม เพื่อให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว) • ใครจะไปต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปานก่อน ป้อมเจ้าหน้าที่จะอยู่ข้างล่างก่อนเริ่มเดินทาง คิดค่านำทาง 200 บาท ต่อ 1 ไกด์นำทาง ต่อ 1 กลุ่ม (หนึ่งกลุ่มไปได้ 1-10 คน) • ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินทนนท์ (ใครที่อยากเจอหมอก แนะนำให้ไปช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม หมอกจะเข้ามาในป่าเลย หรือช่วงเช้าก็จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเคล้าปุยหมอกด้วย จะสวยมาก) • ยิ่งถ้าขึ้นไปแต่เช้าจะเห็นเหมยขาบด้วย (แม่คะนิ้ง) • ถัดจากจุดชมวิวไปจะเป็นทางเดินเลียบไปตามสันเขาเลียบหน้าผา มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “กิ่วแม่ปาน” • คิดค่านำทาง 200 บาท ในส่วนของที่พักสามารถพักค้างคืนยังที่พักใกล้อุทยาน
แห่งชาติอินทนท์แล้วขึ้นมาที่ จุดชมวิวกิ่วแม่ปานได้ในตอนเช้า • ข้อแนะนำ – ควรใส่เสื้อแขนยาว หรือเสื้อกันหนาว , รองเท้าผ้าใบ /หุ้มส้น ,หมวกกันแดด ,และพกกระติกน้ำหรือน้ำขวดขึ้นไปดื่มระหว่างทาง
สถานที่ : กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่
ไฮไลท์ : เส้นทางธรรมชาติสู่ทะเลหมอกสุดอลังการ
การเดินทาง : ถ้าขับรถไปมุ่งสู่กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ และต้องเดินเท้าต่อระยะทางประมาณประมาณ 3.2 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง
ข้อมูลติดต่อ : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 053-286730, 053-286728

3.“จุดชมวิวภูทอก” ตั้งอยู่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิด ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณภูสวยบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์ ในช่วงเวลาการชมทะเลหมอก คือในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว ที่ให้คุณได้สัมผัสอากาศหนาวได้อีกด้วย
สถานที่ : ภูทอก จ.เลย
ไฮไลท์ : จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นสุดงดงามพร้อมทะเลหมอก
การเดินทาง : การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงคานใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม เมื่อผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ จะพบทางแยกขวามือ ปากทางมีป้ายสถานีโทรคมนาคม เชียงคาน สู่เส้นทางขึ้นยอดภูทอก ส่วนใหญ่จะให้นักท่องเที่ยว จอดรถไว้ที่ปากทางขึ้น ภูทอก และให้ใช้บริการรถ สาธารณะ ที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารประมาณคนละ 25 บาท
4.ภูผาหมอก บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวมาฝากเพื่อนๆสายภูเขาอีกแล้ว เดินไม่ไกลด้วยแหละ ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ขอบอก วิวอลังการ มหัศจรรย์แดนดินแห่งสายหมอกและขุนเขา ที่ชุมชนบ้านจ่าโบ่ สำหรับที่นี่กลายเป็นที่ใฝ่ฝันของนักชอบเที่ยวหลาย ๆ คน ที่ต้องการมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ที่นี่คนพื้นที่เรียกกันว่า “ภูผาหมอก” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านก๋วยเกี๋ยวยอดฮิตอย่างร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่มากนัก ใช้เวลาเดินจากร้านประมาณ 25 นาที เท่านั้นครับ แต่สำหรับใครจะขึ้นไปดูวิวชมหมอกตรงจุดนี้จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนนำทางขึ้นไปซึ่งเป็นกฎของที่นี่ครับ สำหรับค่าไกด์ คิดราคา 150 ต่อคน ใครจะขึ้นสามารถติดต่อไกด์นำทางที่ร้านก๋วยเตี๋ยวได้เลยครับ ความคิดเห็นส่วนตัวแอดมินว่าราคาค่าไกด์แอบแพงไปนิดนึงครับ
สถานที่ : ภูผาหมอก จ.แม่ฮ่องสอน
ไฮไลท์ : ยืนชมหมอกเท่ๆบนยอดเขา
การเดินทาง : อยู่ไม่ไกลจากร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่ ใช้เวลาเดินจากร้านประมาณ 25 นาที เท่านั้นครับ แต่สำหรับใครจะขึ้นไปดูวิวชมหมอกตรงจุดนี้จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนนำทางขึ้นไปซึ่งเป็นกฎของที่นี่ครับ สำหรับค่าไกด์ คิดราคา 150 ต่อคน
ข้อมูลติดต่อ : คุณศรชัย ไพรเนติธรรม ประธานกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ 080-6775794

5.ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ภูชี้ฟ้า” นั่นเอง ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุ

สถานที่ : ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย
ไฮไลท์ : ชมพระอาทิตย์พร้อมทะเลหมอกบนยอดภู
การเดินทาง : มาจากตัวเมืองเชียงราย ก็ต้องใช้เส้นทางสาย เชียงราย – เทิง – ภูชี้ฟ้า จากเชียงรายใช้เส้นทางสาย ๑๐๒๐ ไปจนถึง อ. เทิง พอถึง อ. เทิง ชื่อถนนจะเปลี่ยนไปเป็น ๑๐๒๑ ไม่ต้องตกใจก็ถนนเส้นเดียวกันนั่นแหล่ะ จากนั้นเลี้ยวซ้ายใช้ถนนสาย๑๑๕๕ ขับไปเรื่อยๆ ถึงคราวนี้ก็ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอีกครั้ง ถ้าสบายๆ แต่ไกลหน่อยก็ใช้เส้นทาง ๑๑๕๕ ไปเรื่อยๆ จนถึง สามแยกขึ้นภูชี้ฟ้า (1 ) ( มีป้ายบอก ) เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางมาตรฐานที่ใช้ขึ้นภูชี้ฟ้า เส้นนี้ทางชันน้อยกว่าเส้นทางอื่นๆ ขับขึ้นไปจนตัดกับถนนบนภูชี้ฟ้าจนถึง สามแยกสับสน จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาก็ว่ากันอีกทีว่าท่านจะไปพักรีสอร์ทไหน รีสอร์ทนั้นอยู่ซ้ายหรือขวา

6. “บ้านป่าปงเปียง” ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวปกากะญอ ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความ อุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ หากมาในยามเช้าจะ ได้พบกับทะเลหมอกและแสงอุ่นยามเช้าแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์และแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมา กระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

ช่วงฤดูทำนาของ “บ้านป่าบงเปียง” คือระหว่าง เดือนสิงหาคม น่าจะเป็นช่วงที่เพิ่งปักดำนาไปได้ 1-4 สัปดาห์ต้นข้าวจึงยังไม่โตต้นเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม นาข้าวที่บ้านป่าบงเปียงจะโตเต็มวัยเป็นสีเขียวเข้ม เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม นาข้าวก็จะกลายเป็นสีทอง
สถานที่ : บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่
ไฮไลท์ : หมอกงามๆท่ามกลางนาขั้นบันไ
การเดินทาง : บ้านป่าบงเปียงเข้าได้ 2 ทาง แต่สะดวกสุดก็คือเส้นทางอินทนนท์-แม่แจ่มจากดอยอินทนนท์ ไปทางแม่แจ่ม เลี้ยวเข้าไปทางน้ำตกแม่ปานเลยที่ทำการน้ำตกไปตามทางลูกรังอีกราว 2 กม. เส้นทางระยะนี้ถ้าให้ดีควรเป็นรถโฟร์วีลส์หรือกระบะแรงดี หรือจะเช่ารถสองแถวเหลืองสายจอมทอง-แม่แจ่ม ก็มีวิ่งบริการนอกเส้นทางเช่นกัน

7.ภูลังการีสอร์ท ตั้งอยู่ในอ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นรีสอร์ทยอดฮิตท่ามกลางธรรมชาติบนเขาของวนอุทยานภูลังกาห้องพักจะเป็น แบบเรียบง่าย มีวิวด้านล่างเป็นแอ่งและเป็นเขาหินปูนและต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายสลับกัน ไฮไลต์ของการมาเที่ยวภูลังกา คือ การได้ชมพระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท ส่องแสงลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด จุดชมทะเลหมอกอีกหนึ่งจุดของ คือ ลานช่างภาพซึ่งจะอยู่ริมถนนด้านข้างรีสอร์ทก็เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้กัน
สถานที่ : ภูลังการีสอร์ท จ.พะเยา
ไฮไลท์ : จิบกาแฟชมทะเลหมอก
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มุ่งสู่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง

และต่อไปจนถึงจังหวัดพะเยา แนะนำให้ใช้ทางเส้นทางนี้ เนื่องจากสามารถเดินทางได้สะดวกที่สุด

และเป็นถนนสี่เลนตลอดเส้นทา

จากจังหวัดพะเยา เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1021 (พะเยา-เทิง) ถึงหน้าอำเภอจุน

ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1021 ประมาณ 24.5 กิโลเมตร ถึงตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1176 ประมาณ 6.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย เพื่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1179

(ฝายกวาง-บ้านดอนเงิน) ประมาณ 0.5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหายเลข 1148

ประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงสามแยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 1092

จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1148 ประมาณ 2.9 กิโลเมตร ผ่านบ้านสิบสองพัฒนา

ถึงที่ทำการศูนย์วัฒนธรรมชาวเขา เลี้ยวซ้ายหักศอกเข้าสู่ถนน รพช. เพื่อมุ่งหน้าสู่วนอุทยานภูลังกา

ประมาณ 7.8 กิโลเมตร จะผ่านโครงการหลวงปังค่า โฮมสเตย์วิถีชีวิตชนเผ่ามั่งบ้านน้ำต้ม

8.เขาสก หรือ เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราฎร์ธานี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ลักษณะเป็นภูเขาหินปูน ยอดแหลม แนวหน้าผาสูงชัน กลางสายน้ำของเขื่อนเชียวหลาน บรรยากาศสวยงามจนได้รับสมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ภาพภูเขารายล้อมเขื่อน นอนแพพายเรือคายัคและกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งภาพไอหมอกกระทบกับแสงแดดลอยเหนือน้ำในยามเช้าเป็น ทัศนียภาพที่สวยงามดึงดูดใจและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้เดินทางมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เขื่อนเชี่ยวหลาoสามารถ ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในแต่ละฤดูก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป
สถานที่ : วัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์
ไฮไลท์ : ทะเลหมอกไหลผ่านสันเขื่อนยามเช้า
การเดินทาง : สามารถเดินทางมาได้ทั้งทาง รถไฟ ทางรถทัวร์ และเครื่องบิน มีรถโดยสารมาส่งที่ ท่าเรือบริเวณเขื่อนมากมาย
ขาไป จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถโดยสารประจำทาง ให้ขึ้นรถทัวร์ที่ไปยัง ภูเก็ต หรือ พังงาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้าเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน ใช้เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ส่วนมากใช้บริการของ ภูเก็ตเซ็นทรัล หรือ ภูเก็ตท่องเที่ยว VIP24 ที่นั่ง ราคาประมาณ 1000 บาทหรือ แบบ 32 ที่นั่งราคาประมาณ 7xx บาท บอกพนักงานบนรถว่าขอลง อ.บ้านตาขุน (ปากทางเข้าเขื่อนเขี่ยวหลาน) เที่ยวรถมีรอบประมาณช่วง 19.00-20.00น ขึ้นได้หมด รถน่าจะมาถึง อ.บ้านตาขุน ประมาณ 6.00น
ขากลับ
ขึ้นรถที่อ.บ้านตาขุน โดยซื้อตั๋วกลับได้ที่จุดขึ้นรถของบริษัทรถทัวร์ที่ให้บริการอยู่ในบริเวณนั้นซึ่งจะมี บริษัทภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ ลิกไนต์ทัวร์ โดยมารอขึ้นรถที่บ้านตาขุน รถจะมาถึงประมาณทุ่มกว่าๆ
9.เขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ที่สามารถ สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ 360 องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่างด้วยครับ ถ้าเราอยากจะมาชมทะเลหมอก แนะนำให้เดินทาง มาช่วงตี5-7 โมงเช้า เราจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนยอดเขาด้วย หรือไมก็ สามารถนำเต้นท์มากาง พักผ่อนบนยอดเขาได้เลยครับ ไม่อันตราย มีห้องน้ำให้เข้า เสียค่าธรรมเนียมไม่กี่บาท เนื่องจากมี เจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านมาช่วยดูแล เขาตะเคียนโง๊ะ เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 10 บาท (กรณีไม่ได้นอนค้างคืน) ไม่มีที่พักบริเวณเขาตะเคียนโง๊ะ มีเพียงเต็นท์ให้บริการ หลังละ 450 บาท พักได้ 2-3 คน หากนำเต็นท์มาเอง คิดค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 100 บาท มีบริการห้องสุขา 3 ห้อง และห้องอาบน้ำ 1 ห้อง ไม่มีร้านอาหาร ควรเตรียมมาเอง แต่ในช่วงเช้ามีน้ำร้อน กาแฟ โอวัลติน มาม่า จำหน่าย
สถานที่ : เขาตะเคียนโง๊ะ จ.เพชรบูรณ์
ไฮไลท์ : ทะเลหมอก 360 องศา
การเดินทาง : รถยนต์จากบริเวณเขาค้อ ไปยังถนนหมายเลข 2258 ประมาณ 25 กิโลเมตร จะถึงทางสี่แยกรื่นฤดี ให้ตรงไปทางพระตำหนักเขาค้อประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่าน ภูแม่ย่า ผ่านเกษตรที่สูง ผ่านวัดไชยชุมพล ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นป้ายจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ มีทางเข้าเล็กๆ ขึ้นไปยังจุดชมวิว เส้นทางเป็นทางราดยางไปจนถึงจุดชมวิว รถทุกชนิดสัญจรได้
ข้อมูลติดต่อ : เบอร์โทร 087 075 2467 , 098 746 3863 , 063 995 9822

10.“ภูชี้ดาว“ จ.เชียงราย หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหู เนื่องจากพึ่งจะเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ได้ไม่นาน ตั้งอยู่บนพื้นที่ในความดูแลของตำบลปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จุดเด่นของ ภูชี้ดาวนี้ อยู่ที่ยอดสูงสุด สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา ไม่มีต้นไม้ สิ่งก่อสร้างใดๆมาบดบัง มีแนวรั้วไม้ไผ่กันเขตแดนป้องกันอันตรายมาสร้างเป็นจุดเด่นบนยอดชมวิวแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังใหม่ ทุกอย่างยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ ป่าเขา ต้นไม้ ทิวทัศน์ทะเลหมอก ด้านบนไม่มีที่พัก ร้านอาหาร ดังนั้นควรเตรียมน้ำดื่มไปให้พอกับความต้องการ ยาดม เพราะอาจต้องใช้ตอนเดินขึ้นสู่ยอดดอย ถุงเท้ากันทาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ชื้นและยังใหม่ อาจเจอกับตัวทากได้ ดังนั้นเตรียมสเปรย์หรือถุงเท้ากันทากเดินทางไปด้วย ภูชี้ดาว นี้อาจจะยังไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กและคนแก่ เนื่องจากพื้นที่ทางเดินขึ้นไปต้องเดินแบบไล่ตามระดับสันเขาขึ้นไปเรื่อยๆ หากร่างกายไม่พร้อมจะเหนื่อยได้ อีกอย่างบริเวณสันเขาบนยอดภูชี้ดาว มีพื้นที่ไม่มาก สองด้านเป็นเหวลึก หากพาเด็กไปด้วยควรระมัดระวัง หรือคนแก่ในความดูแลของท่านไว้ให้ดี เมื่อเห็นว่ามีคนเดินขึ้นไปเยอะๆ ไม่ควรรีบเดินซ้อนขึ้นไป เพราะอาจเสี่ยงต่อการพลัดตกลงยอดเขาได้ บริเวณลานจอดรถด้านบนเอง ตอนนี้กำลังพัฒนาให้เป็นจุดกางเต้นท์ ถ้าหากต้องการเดินทางไปแบบกางเต้นท์ ค้างแรม ลองสอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางจากกำนัน หรือผู้นำชุมชน ตามข้อมูลด้านล่างก่อนทุกครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถเก๋ง หรือรถอื่นๆ ที่ไม่มั่นใจว่าจะขึ้นไปได้หรือเปล่า สามารถติดต่อขอใช้บริการจ้างเหมารถชาวบ้านจากปางทางขึ้นไปส่งได้ ราคาแค่ 500 บาทเองครับ

สถานที่ : ภูชี้ดาว จ.เชียงราย
ไฮไลท์ : ชมทะเลหมอกเคียงข้างดวงดาว
การเดินทาง : การเดินทางขึ้นสู่ยอดภูชี้ดาว จะต้องใช้รถ 4×4 เท่านั้น ขับรถขึ้นไปตามถนนในหมู่บ้าน ระยะทางราว 3 กิโลเมตร จะเจอสามแยกด้านหน้าเป็นศูนย์ปฏิบัติการทหารพราน บ้านร่มโพธิ์เงิน ร้อย ทพ.3104 ฉก.ทพ.31 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางแล้ววิ่งขึ้นสู่ถนนดิน จากตรงนี้เส้นทางบางช่วงแคบและชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เมื่อถึงจุดจอดรถด้านบน ต้องเดินเท้าต่อไปบนยอดภูชี้ดาวอีก ราวๆ 200 เมตร
ข้อมูลติดต่อ : องค์การบริหารส่วนตำบลปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โทร. 053-602742 , 053602743

 

และอย่าลืมติดตาม ep.2 ด้วยน้าาา

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here