หน้าฝนไม่ต้องทนเหงากับ 20 ที่เที่ยวหน้าฝน ep.1

ฤดูฝน

เป็นฤดูกาลที่มีฝนตกตลอดทั้งเดือน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคมของ ประเทศไทย และจะเกิดมากที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฤดูฝนยังทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองภายในอากาศด้วย ฝนนั้นเกิดจากการควบแน่น ของก๊าซและกลายเป็นของเหลวตกลงมาซึ่งฤดูฝนมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในโลกเป็นอย่างมาก และยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นอีกด้วย

เข้าหน้าฝนแล้ว บางคนก็ชอบบ่นว่าหน้าฝนพาลทำให้เหงา ถึงฟ้าจะครื้มฝนจะพรำ แต่เราก็ไม่ต้องทนเหงากันหรอกน๊า
เพราะหน้าฝนเราก็ออกไปท่องเที่ยวพบเจอผู้คนมากมายได้เหมือนเดิม บางสถานที่เนี่ยสวยมากๆเลยโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เรามี 20 สถานที่ท่องเที่ยว  ที่ควรไปช่วงหน้าฝนมาฝากใครไม่อยากเหงาก็เก็บกระเป๋าไปเที่ยวกันเร็ว

ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ

ทุ่งดอกกระเจียว ณ.อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นพรรณไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพียงปีละครั้งเท่านั้น จะเริ่มเห็นได้ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ของทุกปี และจะเริ่มแทงหน่อออกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน สีของดอกกระเจียว จะออกสีชมพูอมม่วง และสีขาว

ปีละครั้งเท่านั้น กับการชม ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ ที่ จ.ชัยภูมิ มีที่ให้ชมดอกกระเจียวถึง 2 แห่ง ที่แรกคือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต ที่สองคืออุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหวที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามจะเดินทางง่ายและสะดวกกว่าเพราะมีรถรางรับส่งจากลานจอดรถเข้าไปถึงทุ่งดอกกระเจียว (เสียค่าเข้าคนละ 40 บาท) (ค่ารถราง 30 บาท) จากนั้นก็เดินไปอีก 400 เมตรก็จะเจอสวรรค์บนดินที่เต็มไปด้วยดอกกระเจียวสีชมพูกับหมอกจางๆ อีกที่คืออุทยานแห่งชาติไทรทอง ทุ่งบัวสวรรค์ เป็นอีกจุดชมดอกกระเจียวที่สวยอีกที่นึง (ค่าเข้า 40 บาท)เช่นกันแต่ที่นี่เส้นทางค่อนข้างลุยหน่อยต้องขับรถผ่านลำธารและต้องเดินไปที่ทุ่งดอกกระเจียวประมาณ 2 กิโลเมตรแต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่ามากๆ ที่นี่ยังมีจุดชมวิวชื่อวาบหวิวอย่างผาหำหดอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : ลานหินงาม, ผาสุดแผ่นดิน, น้ำตกไทรทอง, ผาพ่อเมือง, ผาหำหด
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เบอร์โทรศัพท์ : 044-890-205
อุทยานแห่งชาติไทรทอง เบอร์โทรศัพท์ : 089-282-3437

เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ จนอาจพูดได้ว่าเป็นทะเลภูเขา มีจุดท่องเที่ยวให้แวะหลากหลายแห่ง  และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหารที่มีให้เลือกแบบครบครัน ทำให้เขาค้อ คือ จุดหมายปลายทางหลักในการท่องเที่ยวที่ใครหลายคนสามารถมาเที่ยวได้อย่างง่ายดาย  มาเขาค้อต้องมาชมทะเลหมอก ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง สามารถชมได้จากหน้าที่พักที่มีโลเคชั่นในการชมทะเลหมอกซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำรัตนัย นอกจากนี้ยังมีจุดชมทะเลหมอกยอดนิยมอีกหลายจุด

เขาค้อ เคยได้ชื่อว่าเป็นดินแห่งคอมมิวนิสต์ เป็นพื้นที่สีแดงที่คุกรุ่นไปด้วยควันไฟของการสู้รบจากผู้ที่มีแนวคิดทางการ เมืองที่แตกต่างกัน (ช่วง พ.ศ. 2511-2525 ) ในยุคที่เขาค้อถือเป็นดินแดนต้องห้ามที่คนทั่วไปไม่ควรเฉียดเข้าไปใกล้แม้ แต่น้อย เพราะถือว่าอันตรายสุดๆแต่เมื่อเวลาผันผ่านไป ความขัดแย้งยุติลง เขาค้อปรับเปลี่ยนกลายเป็นนพื้นที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่น และสวยงามมีเสน่ห์ที่สุดแห่หนึ่งของเพชรบูรณ์ บริเวณด้านข้างของอนุสรณ์ฯ เป็นฐานจำลองการสู้รบที่เป็นเนินเตี้ยๆมีหลุมหลบภัย มีกระสอบทรายบังเกอร์ ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จากการสู้รบกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นอกจากนี้ บริเวณอนุสรณ์สถาน ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อ เนื่องจากตั้งอยู่บนส่วนที่สูงที่สุด สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเนินเขาลูกเล็ก ลูกน้อย ไล่เลียงกันเป็นทะเลภู แลในเช้าวันที่มีทะเลหมอกด้านล่าง ยังสามารถชมทะเลหมอกได้  จากจุดชมวิวนี้ได้ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ, เขาตะเคียนโง๊ะ, วัดกองเนียม, กังหันลม, ไร่สตรอเบอรี่, พระตำหนักเขาค้อ, ฐานอิทธิ, วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เชี่ยวหลาน จ.สุราษฎร์ธานี

เชี่ยวหลาน เป็นชื่อแก่งน้ำแห่งหนึ่งในบริเวณคลองแสง ซึ่งเป็นคลองที่มีน้ำเชี่ยวมากที่สุดในฤดูน้ำหลาก สองฟากฝั่งคลองคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง และอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งจัดเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี อยู่บริเวณรอยต่อสามจังหวัดของภาคใต้ คือ ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี บนยอดทิวเขา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ป่ากลายเป็น ทะเลสาบขนาดใหญ่ ที่เกิดจากโครงการของ การไฟฟ้า เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา เพื่อใช้สำหรับผลิตกระแสไฟ

เป็นสถานที่หนึ่งในประเทศไทย ที่ผมชอบไปมากที่สุดแห่งหนึ่ง… เพราะอะไรหรือครับ เพราะที่นี่ สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวได้ทุกเดือน แต่ละเดือนก็จะสวยงามแตกต่างกันไปครับ เขื่อนรัชชประภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก ทัศนียภาพโดยทั่วไปภายในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนรัชชประภา มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคณะที่ไปเห็นล้วนประทับใจ ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงชันล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำ กรอปกับสีของตะไคร้น้ำที่อยู่เบื้องล่างทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสีมรกต จนนักท่องเที่ยวหลายท่านคิดว่าเป็นน้ำทะเล

ลักษณะภูมิประเทศไปคล้ายกับภูมิประเทศที่เมืองกุ้ยหลินประเทศจีน จึงได้ฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย นอกจากเขื่อนรัชชประภาจะมีทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว พื้นที่รายรอบเขื่อนยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีก สำหรับช่วง (มี.ค.-พ.ค.) เป็นช่วงที่เหมาะกับคนที่ชอบการถ่ายภาพ และเล่นน้ำ พายเรือคายัค สำหรับช่วง(มิ.ย.-ต.ค.) เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับกิจกรรมเดินป่า เพราะเป็นช่วงป่าเขา เต็มไปด้วยสีสรร และความสดชื้น ในช่วงนี้ยังเจอหมอกได้อีกด้วย สำหรับช่วง(พ.ย.-ก.พ.) เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุดเพราะอากาศไม่ร้อนและฝนก็ลดน้อลงแถมยังมีโอกาศเห็นหมอกได้มากที่สุดเพราะอากาศที่เย็นกว่าช่วงอื่นๆ

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : เขาสามเกลอ, ถ้ำทะลุ, ถ้ำปะการัง, ทะเลใน, น้ำตกแปดเซียน, ชมวิวสันเขื่อน, ล่องเรือส่องสัตว์

แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่ลาน้อย เป็นอำเภอที่โอบล้อมด้วยภูเขา เป็นอำเภอที่แยกออกมาจากอำเภอขุนยวม และอำเภอแม่สะเรียง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่, ปกากะญอ, ละว้า และม้ง ถือว่าเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อมาก แต่ไม่มีความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้ ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่กว่าร้อยละ 80 อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย และป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งขวา

โครงการหลวงแม่ลาน้อย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันได ภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทาง รวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกตลอด ทั้งปี เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อม เป็นครั้งแรก ได้พระราชทาน ทุนทรัพย์จำนวน 20,000 บาท จัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลกต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรทั้งสอง หมู่บ้านเป็นครั้งที่ 2

ทรงรับสั่งให้ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้าช่วยเหลือพัฒนาอาชีพแก่ชาวเขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สังคมและ สาธารณสุขเนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่ลาน้อยและแม่น้ำแม่สะเรียจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเคยทอดพระเนตร เห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และเผ่าลั๊วะ

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : โครงการหลวงแม่ลาน้อย, เฮินไตรีสอร์ท, จุดชมวิวแม่ลาน้อย, นาขั้นบันไดบ้านดง, วนอุทยานแก้วโกมล

บ้านห้วยห้อม จ.แม่ฮ่องสอน

บ้านห้วยห้อมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนย่อนใจ ของผู้คนไม่ว่าจะเป้นคนไทย หรือต่างประเทศก็ต่างพากันมาเที่ยวที่นี่ เพราะที่นี้สงบ และเต็มไปด้วยธรรมชาติ และหมอกควันที่เลยตัวเคลื่อนไปอย่างช้าๆ สำหรับบ้านห้วยห้อมนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับทางธรรมชาติ มีเต็มไปด้วยความอุดมสมบรูณ์ของป่าเขา การเดินทางก็สะดวกสบายในระหว่างทางก็สามารถแวะถ่ายรูปกับธรรมชาติได้

อีกมากมาย ที่นี่จะหนาวเย็นตลอดทั้งปี โฮมสเตย์ที่นี่ไม่แพงเลยครั

เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย บ้านห้วยห้อมเป็นหมู่บ้านในอ้อมกอดของหุบเขา มีนาขั้นบันไดและยังมีต้นหมากเป็นทิวแถว ชาวบ้านที่บ้านห้วยห้อมนับถือศาสนาคริสต์ อาชีพหลักคือ ปลูกข้าว เสาวรส และกาแฟอันธุ์อาราบิก้าที่รสชาติเข้มข้น มีการเลี้ยงแกะทำให้เกิดอาชีพเสริมคือกาทอผ้าจากขนแกะ และฝ้ายธรรมชาติ ชาวบ้านใน หมู่บ้านไม่ค่อยออกไปทำงานที่อื่น เพราะคนในหมู่บ้านมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

โฮมสเตย์ที่พักคนละ 150 บาทเท่านั้น !!! นอนชมวิว จิบกาแฟแบบชิลๆ
ค่าอาหารมื้อละ 70 บาท
กาแฟแก้วละ 25 บาท
ไกค์นำเที่ยว 200 บาท
อาชีพหลักคือ ปลูกข้าว เสาวรส และกาแฟอันธุ์อาราบิการที่รสชาติเข้มข้น มีการเลี้ยงแกะ ทำให้เกิดอาชีพเสริมคือกาทอผ้าจากขนแกะ และฝ้ายธรรมชาติ ชาวบ้านใน หมู่บ้าน ไม่ค่อยออกไปทำงานที่อื่น เพราะคนในหมู่บ้านมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

ติดต่อที่พักบ้านห้วยห้อมนางมะลิวัลย์ ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะและกาแฟ เบอร์โทรศัพท์ : 089-555-3900 

บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง เป็นหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ หรือ กะเหรี่ยงสกอร์ หรือ กะหร่าง แต่เราไม่ขอเรียกพวกเขาว่า “กะเหรี่ยง” แต่จะเรียกว่า “ชาวปกาเกอะญอ”นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง อยู่เกือบจะสุดปลายของ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อยู่เยื้องออกมาทางด้านหลังของดอยอินทนนท์ การเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างจะโหดร้ายต่อยานพาหนะเดินทางสักหน่อย เนื่องจากยังเป็นเพียงทางลูกรัง เมื่อฤดูฝนผ่านไป เส้นทางลูกรังก็จะกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ เลาะตามไหล่เขาไปเรื่อย ควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ โฟร์วีล เท่านั้น

แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาเที่ยวกันช่วงฤดูทำนา ในหน้าฝนเพราะต้นข้าวกำลังเจริญงอกงาม เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่งช่วงหน้าฝนตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม นาข้าวที่บ้านป่าบงเปียงจะโตเต็มวัยเป็นสีเขียวเข้ม เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่ง และมีหมอกจางๆลอยปกคลุมภูเขาและทุ่งนาเป็นภาพที่สวยงามมาก

การเดินทาง : บ้านป่าบงเปียงเข้าได้ 2 ทาง แต่สะดวกสุดก็คือเส้นทางอินทนนท์-แม่แจ่มจากดอยอินทนนท์ ไปทางแม่แจ่ม เลี้ยวเข้าไปทางน้ำตกแม่ปานเลยที่ทำการน้ำตกไปตามทางลูกรังอีกราว 2 กม. เส้นทางระยะนี้ถ้าให้ดีควรเป็นรถโฟร์วีลส์หรือกระบะแรงดี หรือจะเช่ารถสองแถวเหลืองสายจอมทอง-แม่แจ่ม ก็มีวิ่งบริการนอกเส้นทางเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : น้ำตกผาดอกเสี้ยว

ดินแดนหิ่งห้อยค่ายพรมโยธี จ.ปราจีนบุรี

เปิดเป็นแห่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ส่องสัตว์เขาใหญ่ ส่องไฟปราจีนฯ”  มีเจ้าหน้าที่ทหารคอยอำนวยความสะดวกด้านที่จอดรถและการจราจรตลอดเส้นทาง ภายในค่ายพรหมโยธี มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ ซึ่งล้วนดึงดูดให้หิ่งห้อยนับแสนดวงมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ส่องแสงสีเหลืองทองอร่ามยามค่ำคืน เป็นความงามทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และจะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าฝนเท่านั้น !

ดินแดนหิ่งห้อย ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ภายในกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เลขที่ 1 หมู่ 5 ค่ายพรหมโยธี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี การชมหิ่งห้อย ปราจีนบุรี จะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงหน้าฝนเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าไปชมความอลังการของ หิ่งห้อย ที่ จ.ปราจีนบุรี

สามารถติดต่อขอเข้าชมได้ที่บริเวณด้านหน้าค่าย เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมหิ่งห้อยจะอยู่ในช่วงระหว่างเวลา 18.30-20.00 น.
*วันที่เปิดเข้าชมของแต่ละปีอัพเดทกันอีกทีนะคะ

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมากด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลี ที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กินบริเวณยอดภูหลายลูกภูทับเบิกเป็นชื่อของ หมู่บ้านม้งทับเบิก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ซึ่งห่างจากตัวอำเภอประมาณ 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 100 กม.

ชาวม้งที่นี่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก พืชผักที่มีการปลูกมากที่สุด ก็คือกะหล่ำปลี ซึ่งมีการจัดสรรที่ดินทำกินสำหรับการปลูกกะหล่ำปลีหลายพันไร่บนยอดเขาสูง ทำให้ในช่วงฤดูฝนจะมีกะหล่ำปลีผุดขึ้นละลานตาเต็มภูเขาเป็นทุ่งกว้าง และใครอยากดูทะเลหมอกแบบอลังการต้องฤดูฝนเท่านั้น ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : จุดชมวิวหอวัดอุณหภูมิ, ชมไร่กะหล่ำปลี, ดูทะเลหมอกยามเช้า
วิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก
เบอร์โทรศัพท์ : 0857339737

เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

เนินมะปราง เป็นอำเภอหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 68 กิโลเมตร เดิมเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ตั้งมาประมาณ 42 ปี ลักษณะภูมิประเทศประมาณร้อยละ 45 เป็นภูเขาหินปูนอายุกว่า 300 ล้านปี มีถ้ำอยู่มากมาย แบ่งจุดท่องเที่ยวออกเป็น 2 จุดใหญ่ ๆ คือ บ้านมุงซึ่งตั้งอยู่ในตัวอำเภอ มีแหล่งท่องเที่ยว อย่างเช่น ภูเขาหินปูนสัญลักษณ์ของเนินมะปราง ถ้ำค้างค้าว ถ้ำผาท่าพล มีโฮมสเตย์ให้เลือกพักหลายแห่ง ในช่วงฤดูฝนที่นี่จะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ป่าเขาที่ล้อมรอบหมู่บ้านช่วงเช้าๆหากขยันก็จะได้สัมผัสกับหมอกเบาๆที่ปกคลุมเขาลูกน้อยๆด้วย

เอกลักษณ์ของเนินมะปราง
ความโดดเด่นของอำเภอเนินมะปราง คือตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของภูเขาหินปูนรูปร่างสวยงามแปลกตา และท้องทุ่งนาสุดกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยป่าเขาสีเขียวขจีสุดอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายสดชื่นตลอดทั้งปี บรรยากาศเงียบสงบ มีจุดชมวิวและทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในเมืองไทย

ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ป่าสน ทุ่งดอกหงอนนาค พื้นที่ป่าสนสามใบ เหมาะแก่การเที่ยวชมในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เนื่องจากจะพบเห็นทะเลหมอกและดอกไม้ต่างๆ ทิวสนสามใบเต็มลานบนยอดภูสอยดาว ภาพทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใต้เงาสนที่ดารดาษด้วยดอกไม้ดินที่ชูช่อผลิดอกหลากสีเป็นกลุ่มๆ อวดสีสัน ดอกหงอนนาคสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณาสีเหลือง และดอกหญ้ารากหอมสีม่วงเข้ม โดยเฉพาะดอกหงอนนาคขึ้นอยู่ทั่วไป และกล้วยไม้ป่าตามคาคบไม้ใหญ่ ระยะทางเดินจากเชิงเขา 6.5 กิโลเมตร บางช่วงเป็นเส้นทางชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 4-5 ชั่วโมง มีสถานที่กางเต็นท์และห้องสุขาบริการ

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคกอำเภอบ้านโคกตำบลห้วยมุ่นอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์ตำบลบ่อภาคอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูง จากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย จุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว คือ การได้ชมทุ่งดอกไม้สีม่วงที่เรียกว่า”ดอกหงอนนาค” และดอกไม้หลากสีสันสลับให้เห็นอยู่ทั่วลานสน

“ดอกหงอนนาค” เปรียบเหมือนนางเอกของภูสอยดาวก็ว่าได้ ซึ่งหากใครต้องการมาเจอนางเอกคนนี้เบ่งบานเต็มลานสนก็ต้องมาในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here