ชีวิตของคนเราผูกพันกับสิ่งต่างๆ มากมายร้อยแปดอย่าง แต่จะมีสักกี่อย่างที่เราไม่อาจอยู่ได้เลยหากขาดสิ่งนั้นไป  ให้เราค่อยๆ หลับตานึกในใจมาสักสามสิ่ง เราเชื่อว่า “น้ำ” เป็นสิ่งที่ติดโผในใจของใครหลายๆคนแน่นอน แล้วเคยจินตนาการกันมั้ยว่าถ้าเราต้องขาดมันไปจริงๆ ชีวิตจะเป็นอย่างไร ลองนึกถึงวันอันแสนเร่งรีบ หรือในวันที่เจอกับความยุ่งเหยิงจนหน้าดำหัวเหนียวหนึบมาทั้งวันแล้วกลับมาไม่มีน้ำให้ใช้ หรือเวลามื้อกลางวันที่เราทานข้าวเสร็จแต่ไม่มีน้ำให้ดื่มตาม…. ดแค่นี้หลายคนคงเริ่มคันหัวและกลืนน้ำลายกันเบาๆ แล้วใช่มั้ยคะ ชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีวันไหนเลยที่เรากับน้ำจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ทั้งๆที่น้ำสำคัญถึงเพียงนี้แต่หลายๆครั้งเราก็ไม่เคยรู้เลยว่าน้ำมาจากไหน น้ำอยู่กันอย่างไร และน้ำจะเป็นอย่างไรต่อไป ครั้งนี้เรามีโอกาสได้ร่วมกิจกรรม Earth Appreciation ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมอนุรักษ์และจุดประกายเชิงสร้างสรรค์ที่คัดเลือกผู้บริโภคที่มีจิตวิญญาณรักธรรมชาติอันแรงกล้ามาทำความรู้จักกับน้ำอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นกำเนิดความเกี่ยวข้องของน้ำในชีวิตประจำวันของเรา ในแง่มุมที่เราอาจไม่เคยคิดถึงหรือรู้มาก่อน จัดขึ้นโดย The Cloud แมกกาซีนออนไลน์ ผ่านการสนับสนุนของ โครงการ “รักน้ำ” โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย กันที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทริปนี้ถือว่ามีคุณค่ามากและโชคดีที่ได้มีโอกาสมา “ตามน้ำ” ได้ทั้งรับความรู้และแรงบันดาลใจ เกิดความรู้สึกหวงแหน และได้เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริง

มาถึงแล้ว ค่ายเยาวชนเชียงดาว ที่นี่แหละคะ จะพาเราไปรู้จัก น้ำ อย่างแท้จริง
และที่ขาดไม่ได้คือ ครูอ้วน คุณนิคม พุทธา นักอนุรักษ์และผู้ก่อตั้ง ค่ายเยาวชนดอยหลวงเชียงดาว
มาเชียงดาวก็หลายครั้งแต่ไม่เคยรู้จักที่นี่ ภายในค่ายเป็นสนามหญ้าโล่งๆ เขียวขจี มองแล้วสบายตา สามารถกางเต็นท์ได้รอบๆ ค่ายเลย มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านจุดกางเต็นท์อีกด้วย แต่ที่เด่นสุดคงไม่พ้น ยอดดอยหลวงเชียงดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าอย่างสวยงามนี้

มาถึงที่ค่ายแล้ว เราขอเติมพลังมื้อเที่ยงกันที่นี่เลย อาหารเตรียมไว้เรียบร้อย หน้าตาน่าทานมาก เน้นผักที่ได้จากธรรมชาติอาหารกลางวันส่วนใหญ่ก็เติบโตมาจากสายน้ำ และเราก็อาศัยผลผลิตของสายน้ำมาเป็นอาหารอีกที ผักที่นี่ได้รับน้ำดีๆ ทำให้ทั้งกรอบทั้งหวาน จะกินสด หรือลวกก็ดีต่อสุขภาพทั้งนั้นค่ะ

ได้พลังแล้ว เป้าหมายหลักของเราวันนี้คือ เดินสำรวจเส้นทางน้ำในป่า ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สบายๆ จิบๆ เย็นสดชื่นตลอดเส้นทาง แถมอากาศไม่ร้อนอีกด้วยค่ะ…..สายน้ำหลายสายที่เราเคยเดินผ่านและมองข้ามไปอย่างไม่มีตัวตน แต่วันนี้เมื่อสมาชิกเริ่มออกเดินทาง พวกเราเปิดหู เปิดตา และเปิดใจมากกว่าที่เคย

ตลอดเส้นทางจะมีครูอ้วน คอยบรรยายและสอนการฟังน้ำด้วยหัวใจ “ตามน้ำ” ผู้ที่มีใจรักษ์น้ำอย่างลึกซึ้งก็ทำให้ทุกย่างก้าวของเราในวันที่เปิดใจต่อสิ่งรอบข้างเป็นพิเศษ เราสังเกตดินที่เราเดิมย่ำอยู่นี้ แผ่นดินผืนใหญ่สีน้ำตาลเข้มดูแข็งแกร่ง นอกจากเป็นหลักยึดให้มนุษย์และป่าไม้แล้ว ยังเป็นแผ่นดินของน้ำอีกด้ว

ยิ่งรู้ที่มายิ่งสัมผัสได้ถึงเรื่องราวมหัศจรรย์ หยดน้ำเล็กๆ กี่หมื่นกี่ล้านหยดกันหนอ มารวมพลังกันจนกลายเป็นสายน้ำที่เจือจุนโลกทั้งใบได้ขนาดนี้ แล้วสายน้ำเคยเหนื่อยหรือท้อบ้างมั้ย หากวันไหนสายน้ำแห้งเหือดไป หรือสายน้ำ      อันบริสุทธิต้องเต็มไปด้วยขยะและมลพิษ ชีวิตของพวกเราจะเป็นอย่างไรต่อไป

แม้แต่ต้นไม้ที่ให้ร่มเงากับเราอยู่ขณะนี้ก็เติบโตขึ้นมาจากน้ำ และสุดท้ายก็กลับมาเป็นผู้ให้กำเนิดสายน้ำเช่นกัน

หลังจากเดินสำรวจเส้นทางน้ำเสร็จ ก็กลับมายังค่ายเยาวชนเชียงดาวในช่วงค่ำ พวกเราได้มีโอกาสล้อมวงพูดคุย  แลกเปลี่ยนความรู้และความเห็นระหว่างสมาชิกและวิทยากรเกี่ยวกับระบบนิเวศของน้ำ ตั้งแต่ความเป็นมา และ   ความเป็นไปเพื่อให้เราได้เห็นภาพรวมของสายน้ำทั้งสาย นำโดยครูอ้วน นิคม พุทธา ผู้มีบทบาทด้านการอนุรักษ์    ธรรมชาติและเป็นผู้ริเริ่มโครงการธรรมยาตรา ศรัทธาแห่งสายน้ำ ซึ่งเป็นการเดินตามแหล่งน้ำเพื่อศึกษาและเก็บข้อมูลแหล่งน้ำโดยหวังจะดูแลรักษาสายน้ำให้ยังคงมีชีวิตเพื่อรักษาชีวิตของพวกเราทั้งหลายไว

ขอนั่งพักเหนื่อยจิบโค้กเย็นๆ มองวิวดอยหลวงและฟังเสียงลำธารเพลินๆ

เช้าวันที่สองเราออกเดินทางไปยังรอยต่อระหว่างไทยและพม่าเพื่อศึกษาผลกระทบของการปลูกพืชเศรษฐกิจเช่นข้าวโพด หรือข้าวที่ส่งผลต่อดินและแหล่งน้ำ ใช้ความคิดบูรณาการทุกๆฝ่าย ทำงานประสานงานเพื่อลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และได้ประโยชน์ในระยะยาวแก่ทุกฝ่ายมากที่สุด สังเกตได้คือบางพื้นที่หันมา  ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย เช่น กระเทียม เป็นต้น

สายน้ำถูกทำร้ายทั้งจากผลกระทบจากโลกร้อน ผลกระทบจากการปลูกพืชที่ส่งผลกระทบกับน้ำโดยตรง รวมถึง     ตัวเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้สายน้ำเกิดมลพิษทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่นกัน

ห้องเรียนของเราในวันนี้ทั้งกว้างใหญ่ ทั้งหน้าสนใจ การเรียนเลยมีเรื่องให้เราได้คุยได้แลกเปลี่ยนกันตลอดเส้นทาง

อาหารกลางวันของเราวันนี้ เด็ดมากบอกเลย ไก่ทอด หมูทอด ไส้อั่ว น้ำพริกตาแดง ข้าวเหนียวร้อนๆ และผลไม้อย่างแตงโมหวานๆ ชื่นใจ เป็นมื้อที่อร่อยมากสำหรับเราเลยละค่ะ
ระหว่างมื้อกลางวันเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับน้องๆ เยาวชนที่มีพลังใจและพลังกายเปี่ยมล้นในการที่จะปกป้องสายน้ำ ก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าในโลกที่มีผู้ทำลายก็ยังคงมีผู้ปกป้องอยู่เสมอ

ช่วงค่ำๆ เราก็กลับมายังค่ายเยาวชนเชียงดาวเช่นเคย ที่นี้จะมีพนักงานต้อนรับอยู่ 2-3 ตัว ฮ่าๆ นอกจากจะน่ารัก    กินเก่งแล้ว ยังขี้อ้อนสุดๆ พี่ๆ ทุกคนก็ใจดี เมตตา อ่อนโยน เล่นกับเค้าตลอด เป็นภาพที่น่ารักมากๆ ค่ะ

ถึงเวลาอาหารเย็นวันนี้ พวกเราได้รับเกียรติจาก เชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณ จากร้าน Blackitch Artisan Kitchen จังหวัดเชียงใหม่ เชฟผู้ปรุงอาหารท้องถิ่น ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นให้เราได้กินกัน เชฟผู้สร้างสรรค์เมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าจนแทบไม่เหลือขยะจากการทำอาหาร

หลังจากกลับมาจากห้องเรียนธรรมชาติของเราแล้ว แม้ทุกคนจะดูเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงตื่นเต้นและพูดคุยถึงการ     “ตามน้ำ”ของตัวเองในวงสนทนาแบบไม่มีเบื่อ

จบทริปด้วยใจที่เต็มไปด้วยความหวังและแรงบันดาลใจที่จะปกป้องดูแลสายน้ำให้เป็นกำลังของชีวิตเราต่อไป ตอนนี้เรารู้ตัวแล้วว่าเราเป็นก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำลายสายน้ำด้วยเช่นกัน เมื่อตระหนักรู้ได้แล้วต่อไปนี้ก็จะเป็นเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงจากผู้ทำลายเป็นผู้ปกป้อง ให้สายน้ำยังคงเป็นสายน้ำแห่งชีวิตที่ดีต่อไป
ขอบคุณ The Cloud และ โครงการ “รักน้ำ” โดย กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ที่สร้างกิจกรรมอันดีงามเพื่อเราและเพื่อโลกในครั้งนี้ค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here