บินสบายชมดอกไม้และสายหมอกที่ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

เราจะมาชวนเพื่อนไปสัมผัสอากาศหนาวและดอกไม้สวยๆ กันที่ดอยอ่างขาง นอกจากความสวยงามที่นี่ยังมีความสำคัญอีกด้านคือเป็นโครงการหลวงแห่งแรกที่เกิดขึ้นจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเห็นความลำบากของชาวบ้านและชาวเขาในยุคนั้นพระองค์จึงทรงดำริให้จัดตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขางขึ้นเพื่อนทดลองค้นคว้าวิจัยพืชผักและผลไม้ต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านได้นำมาปลูกแทนฝิ่น ทำให้ชาวเขามีรายได้และเลิกปลูกฝิ่นไปโดยปริยาย จนปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เป็นแหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้เมืองหนาวคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่สร้างรายได้และชุมชนที่แข็งแรงให้กับชาวไทยภูเขาอีกด้วย

การเดินทางไปดอยอ่างขางนั้นก็ไม่ยากเลยครับ เริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพด้วยสายการบินนกแอร์ลงที่สนามบินเชียงใหม่ จากนั้นก็เช่ารถขับต่อไปจากเชียงใหม่ หรือใครอยากนั่งรถโดยสารก็มี รถยนต์สามารถขับขึ้นไปได้จนถึงบนดอย ส่วนที่พักก็มีมากมายจะรีสอร์ทหรือนอนกางเต้นท์ก็ตามสะดวก สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยอ่างขางก็มีหลายที่อย่าง เช่นสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง, ไร่ชา 2000, ไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล, จุดชมวิวม่อนสน ดอยอ่างขางยังเป็นจุดชมซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งที่สวยงามมากอีกแห่งของเมืองไทยโดยจะบานในช่วงเดือนมกราคมจนถึงกุมภาพันธุ์ของทุกปี

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 0-5396-9476
www.angkhangstation.com
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.
ฤดูท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี

การเดินทางจากกรุงเทพสู่เชียงใหม่

เราเลือกบินกับสายการบินนกแอร์เพราะตอนนี้ นกแอร์เปิดตัวบริการใหม่ “นกเลือกได้ Choose Your Nok” เลือกการเดินทางตามสไตล์คุณไม่ต้องคลิกเลือกหลายครั้งเพียงแค่แค่เข้าเว็บไซต์ www.nokair.com เลือกรูปแบบการเดินทางที่เหมาะกับคุณทั้ง 3 แบบได้แก่
Nok Lite – บินเบาๆสำหรับคนเดินทางสบายๆ สัมภาระไม่เยอะ ถือกระเป๋าเช็คอินชิลๆขึ้นเครื่องได้เลย แถมน้ำดื่มนกชื่นใจให้ด้วย

Nok X-tra บินสบายมากขึ้นถึงจะมีสัมภาระเพิ่มขึ้นมา เหมาะสำหรับการเดินทางหลายวันหรือเดินทางกันเป็นครอบครัว สามารถโหลดกระเป๋าได้ 15 กิโลสำหรับการเดินทางในประเทศและ 20 กิโลสำหรับการเดินทางต่างประเทศถือขึ้นเครื่องได้อีก 7 กิโล สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้า พร้อมน้ำดื่มนกชื่นใจบนเครื่อง

Nok Max – บินเพลิดเพลินแบบจัดหนักจัดเต็มแต่สะดวกสบายที่สุดโหลดกระเป๋าสำหรับการเดินทางเที่ยวบินภายในประเทศ 15 กิโลและสำหรับการเดินทางเที่ยวบินต่างประเทศ 20 กิโล สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้ารับเครื่องดื่มนกชื่นใจพร้อมอาหารร้อนบนเครื่องด้วยน๊า
บินแบบไหนถูกใจตามสไตล์เลือกได้ง่ายๆกับนกแอร์

ถึงสนามบินเชียงใหม่เราขับรถกันต่อมุ่งหน้าไปอำเภอฝาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวง 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัย ไปยังดอยอ่างขาง

สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้

จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์

เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

สวน 80

เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวตั้งอยู่ใจกลางสถานีเกษตรฯ เป็นแหล่งรวบรวมไม้ดอกเมืองหนาวปลูกลงบนแปลงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม และยังมีต้นซากุระจากญี่ปุ่นให้ชื่นชมอีกด้วยซึ่งซึ่งออกดอกสวยงาม ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ส่วนไม้ดอกเมืองหนาวที่ปลูกลงบนแปลงชนิดอื่นมีการปลูกสับเปลี่ยนกันตลอด เพื่อให้มีดอกสวยงามตลอดทั้งปี

สวนบ๊วยต้นไม้รูปร่างแปลกตานี่คือต้นบ๊วยพึ่งรู้ว่าต้นมันสวยขนาดนี้ กิ่งก้านจะแผ่ขยายกว้างออกไปจนกลายเป็นซุ้มสวยงามตรงนี้ยังมีละครดังเรื่องธรณีนี่นี้ใครครองมาถ่ายทำด้วยใครอยากเป็นพี่อาทิตย์กับน้องณีก็ลองไปยืนถ่ายรูปดูนะครับ 555555

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นขอบด้ง 

อีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่คึกคักเป็นพิเศษเพราะมีร้านอาหารเปิดขายในบริเวณนี้หลายร้าน จุดนี้สามารถมารอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า จุดชมวิวขอบด้งตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางที่จะไปหมู่บ้านขอบด้งและหมู่บ้านนอแล

ไร่ชา 2000

ไร่ชา 2000 ไร่ชาอันสวยงามอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านนอแล ไร่ชาที่ปลูกเป็นขั้นบันไดจุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงามถ้าวันไหนมีหมอกด้วยจะยิ่งสวยงามมา

อีกหนึ่งจุดบนดอยอ่างข่างที่มีความงดงามเป็นจุดดชมพระอาทิตย์ขึ้นเคล้าสายหมอก ได้เห็นบรรยากาศของริ้วลายของแปลงชาไล่ระดับในมุมสูงอันสวยงาม  ไร่ชาสองพันจะอยู่อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงบ้านนอแล จะไม่มีป้ายบอกเมื่อไปถึงในบริเวณนั้นให้สอบถามไปยังชาวบ้าน หากมาเที่ยวที่นี่ให้ได้บรรยากาศงดงามควรมาถึงประมาณ 6.30 น.

จุดชมวิวบ้านนอแล

เป็นสิ้นสุดแขนดินแดนไทยมองไปฝั่งตรงข้ามเป็นฝั่งพม่าบางวันโชคดีก็จะเห็นทะเลหมอก ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผาปะหล่อง ที่อพยพ มาจากประเทศพม่า เราสามารถช้อปปิ้งของฝากได้ที่นี่เลยครับเพราะชาวบ้านนำผลผลิตทางเกษตรหรืองานฝีมือต่างมาขายให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกัน

ที่หมู่บ้านนอแล คือ หมู่บ้านในฐานปฏิบัติการชายแดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยรักษาความสงบในผืนแผ่นดินไทย ที่อยู่สุดเขตชายแดนไทย–พม่า มีต้นบ๊วย แผ่กิ่งก้านสาขา ผลิดอกรอต้อนรับผู้มาเยือน

หมู่บ้านนอแล เป็นหมู่บ้านของชาวไทย-ภูเขาเผ่าปะหล่อง ที่อพยพมาจากประเทศพม่า ที่นี่ถ้ามองไปฝั่งพม่า จะเห็นฐานที่ตั้งของพม่า ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ได้อย่างชัดเจน และมีเพียงรั้วเท่านั้นที่กั้นไว้ มองดูก็จะเห็นทหารส่องกล้องมาทางเราบ่อยๆ

เดิมที ณ ฐานปฏิบัติการทางทหารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดปะหล่อง และทำเป็นห้องเรียนเคลื่อนที่ แต่ภายหลังมีการสู้รบกันของชนเผาชายแดน จึงกลับกลายเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร เพื่อเฝ้ารักษาความสงบเรียบร้อยชายแดนแทน

ไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล

ไร่สตรอเบอรี่ที่สวยงามใครมาอ่างขางไม่ควรพลาดที่นี่เลยแต่เวลาเข้าไปถ่ายภาพควรระวังผลผลิตของชาวบ้านด้วย ควรมาไร่สตรอเบอรี่ในตอนเช้าเพราะจะเห็นหมอกปกคลุมบริเวณนี้สวยงามมากๆ และยังสามารถเห็บสตรอเบอรี่สดๆจากสวนทานได้เลย ไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ปลูกตามไหล่ขั้นเป็นขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมา หากในยามเช้าประมาณ 7 โมงกว่า จะได้พบกับแสงแดดอุ่นพาดผ่านสายหมอกในยามเช้า ตามไหล่เขาที่อยู่เบื้องหลัง และยังได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่มาเก็บสตรอว์เบอร์รี่ในยามเช้าด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รี่ สดๆได้จากสวน รสชาติหวานกรอบอร่อย

“จุดชมวิวม่อนสน” ดอยอ่างขาง

“จุดชมวิวม่อนสน” ดอยอ่างขาง : อีกหนึ่งจุดสุดยอดชมวิวทะเลหมอก และนอนกางเต็นท์ ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังดอยอ่างขาง จะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยังมีลานกลางเต็นท์ พร้อมกับมีห้องน้ำไว้ให้บริการด้วย ตั้งอยู่ใกล้ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขาง

บรรยากาศยามเช้าของจุดชมวิวม่อนสน ถ้ามาอ่างขางแล้วพลาดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าแล้วละก็บอกเลยว่าน่าเสียดายสุดๆ

ลานกางเต็นท์ดอยอ่างขาง จุดชมวิวม่อนสน อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับฐานทหารดอยอ่างขาง ลานกางเต็นท์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ ที่นักท่องเที่ยวพากันมานอนในช่วงหน้าหนาว ตื่นมาพบกับทะเลหมอกเบื้องหน้า และชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า กับวิว 360 องศา มีห้องน้ำไว้บริการด้วยนะครับ ผู้หญิงไม่ต้องกลัวว่าจะลำบาก ราคาเช่าเต็นท์ แค่เพียง 225 บาท สำหรับเต็นท์ขนาด 3 คน หรือหากว่ามีเต็นท์มาเอง ก็ค่าเช่าพื้นที่สำหรับกางเต็นท์แค่เพียงคนละ 30 บาทเท่านั้น

หนาวนี้ใครอยากสัมผัสอากาศหนาวที่ขึ้นชื่อว่าหนาวที่สุดของเมืองไทยอย่าลืมมาเที่ยวกันที่ดอยอ่างขางนะครับ

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here