น่านอีกแล้วหรอ ? หลังจากที่ลงรูปเช็คอินก็มีแต่คนถามคำถามนี้ว่ามาน่านกันอีกแล้วหรอ ก็น่านยังมีอะไรให้เรามาค้นหาอีกตั้งเยอะเลยนี่นา ครั้งนี้เราไม่ได้มาหยุดที่น่านกันอย่างเดียวแต่เรากำลังจะไป หลวงพระบางกัน!!! ไปหลวงพระบางครั้งนี้เราไปแบบทริปสั้น ๆ เรียกว่าเป็นทริปทำความรู้จักหลวงพระบางก่อนก็แล้วกัน ไปดูบ้านเมืองวิถีชีวิต ไปตักบาตรข้าวเหนียว เดินเล่นตลาดเช้า เข้าวัดดูสถาปัตย์ บ่าย ๆ เริ่มร้อนก็ไปเล่นน้ำตก แช่น้ำเย็น ๆ ให้สบายใจ ก่อนจะกลับเข้าเมืองมาหาอะไรกิน และเดินเล่นถนนคนเดินกัน เห็นไหม แค่มาน่านแล้วต่อไปหลวงพระบางได้แบบชิว ๆ แค่พกพาสปอร์ตและเงินก็ไปได้แล้ว

วัดเชียงทอง

รถบขส. ของไทยที่จะพาเราไปสู่หลวงพระบาง

เริ่มต้นการเดินทางกันที่ขนส่งจังหวัดน่าน

จุดจำหน่ายตั๋วรถ น่าน – หลวงพระบาง ราคา 660 บาท รถออกตอน 8 โมงเช้าทุกวัน

ตั๋วและรถของเรา

กระเป๋าเดินทางเอามาให้เจ้าหน้าที่ได้เลย เขาจะช่วยเอาขึ้นรถให้

เรามาประเดิมขึ้นรถบขส. น่าน-หลวงพระบาง กันเป็นเที่ยวแรก เลยได้ของที่ระลึกกลับมาด้ว

รถยังใหม่เอี่ยมสุด ๆ

ด่านพรมแดนห้วยโก๋นฝั่งไทย อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 138 กิโลเมตรด่านเปิดเวลา 8.00-17.00 น. ถ้ามาวันหยุดต้องเสียค่าล่วงเวลาเพิ่มคนละ 40 บาท ต้องมายื่นพาสปอร์ตเพื่อปั้มก่อนออกนอกประเทศกันที่นี่ก่อน

อย่าลืมเล่มพาสปอร์ตกันด้วยล่ะ

กรอกใบตม.ของ สปป.ลาว เพื่อยื่นที่ด่านห้วยโก๋นฝั่งลาว

ข้ามมาฝั่งลาวกันแล้ววว ก็พบความเขียวชอุ่มเลยยย

จุดพักรถที่แรกคือปั๊มน้ำมันที่เมืองหงสา คุ้น ๆ ชื่อปั๊มกันล่ะสิ ขนมของกินที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นของไทยทั้งนั้นเลย

ร้านกาแฟในปั๊มก็คุ้น ๆ เช่นกัน

สตอร์เบอร์รี่สมูทตี้~

เบา ๆ แค่แก้วละ 20,000 กีบเอง

มาถึงหลวงพระบางจะพลาดการมาตักบาตรข้าวเหนียวไม่ได้เด็ดขาด ทุกๆ เช้าพระสงฆ์และสามเณรจากวัดต่าง ๆ จะออกบิณฑบาตเป็นแถวนับร้อยรูป โดยการตักบาตรข้าวเหนียวจะใช้ข้าวเหนียวสีขาวเท่านั้น ส่วนกับข้าวไม่ต้องใส่ในบาตร(ชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดเอง)

สามารถจองที่นั่งใส่บาตรข้าวเหนียวกับทางที่พักได้เลย แค่พาตัวเองตื่นมาตอนเช้า มีที่นั่งผ้าสไบคาดไหล่ และกระติ๊บข้าวเหนียวไว้ให้พร้อม ส่วนตะกร้าขนมนั้นต้องจ่ายเพิ่มอีก 12,500 กีบ หรือประมาณ 50 บาท

ท้องเริ่มร้องก็มาเดินหาอะไรกินที่ตลาดเช้ากันได้ เดินมาไม่ไกลจากจุดใส่บาตรเมื่อเช้าด้วย มีทั้งของกิน ของใช้ งานฝีมือของชาวบ้าน นอกจากนั้นยังได้มาเห็นวิถีชีวิตของคนลาวกันด้วยนะ

นอกจากควันโขมงแล้ว กลิ่นก็หอมมากเลยด้วย

ร้านนี้จะขายเหมือนพวกผัดเส้นต่าง ๆ คล้ายพวกผัดหมี่ แต่ห่อด้วยใบตองแทน

ของหนักเรายังไม่กิน ของกินอะไรเบา ๆ อย่างขนมครกก่อน แค่ 5000 กีบ หรือ 20 บาท แต่อร่อยบอก หอม ๆ ร้อน ๆกันเลย

มีเจ้าถิ่นแวะมาทักทาย สงสัยกลิ่นขนมครกจะหอมเกินไ

ร้านเจ้าเด็ดในย่านตลาดเช้า เป็นร้านข้าวปุ้น มีให้เลือกน้ำแจ่ว และน้ำพริก เด็ดมากขอบอก ใครมาหลวงพระบางต้องแวะมากินนะ

นี่ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว อยากจะกลับไปกินอีกเลย

กินอิ่มแล้วเราก็ขึ้นสกายแล็ป (คล้าย ๆ รถกระป๋อบ้านเรา) เพื่อไปเที่ยวในตัวเมืองกันต่อ

วัดวิชุนราช หรือวัดพระธาตุหมากโม สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2046 ในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในบรรดาวัดทั้งหมดในเมืองหลวงพระบางเป็นต้องยกนิ้วให้วัดวิชุนในเรื่องมีความแปลกที่พระธาตุรูปร่างโค้งมนเหมือนผลแตงโม และเจดีย์รูปทรงแปลกตานี้เอง ที่กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรมของลาวยกให้มีความสำคัญและความโดดเด่น ถ้ามาหลวงพระบางต้องแวะมา เพราะนอกจากเป็นวัดเก่าแก่แล้ว ยังมีวัตถุโบราณ เช่น จารึกโบราณ, พระพุทธรูป ที่เก็บรวบรวมมาจากวัดอื่นที่เก่าแก่มารวมไว้ที่นี่อีกด้วย

ถัดมาที่วัดเชียงทอง หรือสุดยอดวัดงาม ของหลวงพระบาง เป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาราช ก่อนหน้าที่จะย้ายเมืองหลวงไปนครเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตมหาสว่างวงศ์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ซึ่งก็คือกษัตริย์องค์สุดท้ายของลาวนั่นเอง วัดนี้ถือว่าเป็นอีกวัดที่มีความสำคัญและมีความงดงามที่สุด จนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว แถมตัววัดตั้งอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำโขง เดินวัดเสร็จก็มาเดินเล่นริมแม่น้ำต่อได้

ภายในวัดมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้วย

บรรยากาศในตัวเมืองหลวงพระบาง

น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงประมาณ 70 เมตรมีสองชั้น เป็นน้ำตกที่ร่มรื่นมาก ต้นไม้สูงเต็มไปหมด มีสะพานและเส้นทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินชมรอบ ๆ น้ำตก และมีทางเลาะข้างน้ำตกไปน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้อีกด้วย

ที่บริเวณน้ำตกจะมีร้านอาหารสามารถสั่งอาหารมานั่งกินกันได้เลย

กินอาหารกันบรรยากาศร่มไม้ แถมมีเสียงน้ำตกเป็นเพลงประกอบ เรียกว่าฟินกันสุด ๆ

หันซ้ายเจอน้ำตก

หันขวาก็เจอวิวนี้ ขออยู่ที่นี่นาน ๆ กว่านี้ได้ไหมม

บรรยากาศระหว่างทางเดินลงไปน้ำตกชั้นล่าง

ถัดมาที่อีกที่ เรากำลังจะไปกันที่น้ำตกตาดแซ่ อาจจะงงว่าไปน้ำตกจะนั่งเรือทำไม เพราะน้ำตกที่นี่มีความพิเศษคือต้องนั่งเรือไปก่อนถึงจะไปเจอกับน้ำตกได้

ได้เวลาขึ้นเรือกันแล้ว นั่งเรือไปประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น

ถึงแล้วน้ำตกตาดแซ่ ที่นี่จะมีน้องช้างเดินไปเดินมา และมีบริการให้ขี่น้องช้างด้วย แต่มีค่าบริการเพิ่มนะ

เราก็ขอมาดูน้องช้างอาบน้ำแทนละกัน

ที่นี่มีร้านคาเฟ่น่ารัก ๆ เหมือนหลุดมาอยู่ในกลางป่าด้วย บรรยากาศดีมากกกกกกกกก

เดินขึ้นมาอีกหน่อยจะถึงจุดที่สามารถเล่นน้ำได้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ น้ำเย็นชื่นใจมาก เท่าที่สังเกตน้ำตกของลาวส่วนใหญ่จะเป็นน้ำตกหินปูนเลยน้ำให้น้ำมีสีฟ้า ไม่เหมือนกับน้ำตกที่บ้านเร

ไว้จะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน มานอนแช่น้ำเล่นให้สบายใจเล

ก่อนพระอาทิตย์จะลับไป เรามากันพระธาตุพูสี เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาภูสี มานมัสการพระธาตุพูสี ซึ่งยอดเขาพูสีมีความสูงประมาณ 150 เมตร ตลอดสองข้างทางมีต้นดอกจำปาหรือลั่นทมเต็มเลย ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาวที่จะบานในช่วงฤดูร้อน ทางขึ้นเป็นบันไดจำนวน 328 ขั้น เรียกว่าแทบหอบกันเลยระหว่างทางขึ้น แต่พอขึ้นไปก็หายเหนื่อยเลยนะ เพราะวิวด้านบนสวยมาก บรรยากาศดี โรแมนติกมาก มองเห็นเมืองหลวงพระบาง และเห็นแม่น้ำโขงได้จากข้าง บนเลย แถมมีวิวเขาไกล ๆ และหมอกจาก ๆ แนะนำว่าควรมาก่อนที่พระอาทิตย์จะตก เสียดายที่เรามาถึงช้าไปหน่อย แต่ก็สวยมากจริง ๆ

วิวแม่น้ำโขงและเมืองหลวงพระบาง

มาถึงหลวงพระบางแล้วขอแนะนำหมูกระทะเจ้าเด็ดของหลวงพระบาง ร้านบุฟเฟ่ต์เรียบโขง อยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟประชานิบม เปิดขายประมาณห้าโมงเย็น แค่คนละ 60,000 กีบ หรือ 240 บาทก็ทานได้ไม่อั้นแถมไม่จำกัดเวลาอีกด้วย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงบรรยากาศดี มีให้เลือกตักเยอะแยะเต็มไปหมด ผักก็สดมาก เนื้อหมูก็ไม่ใช่ชิ้นบาง ๆ นะ ขนาดกำลังดีเลย

รับประกันความอร่อยจากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส ลาว และไทยอย่างเรา เพราะตอนที่ไปนั่งกินนี่คือมีหลากหลายประเทศ หลายสัญชาติมาก อปป้าน่ารัก ๆ หรืออาม่า อากงก็มานั่งกินกัน

กินอิ่มแล้วมาเดินย่อยกันที่ตลาดค่ำ หรือถนนคนเดินของหลวงพระบางกัน เปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นไปจนถึงสี่ทุ่มเลย

มีของพื้นเมืองชาวบ้านขายเยอะมาก

เหล้าดอง พวกงู แมงป่อง ตะขาบ เขาก็เอามาขายเป็นของที่ระลึก แต่ไม่ใช่ทางเราขอไปดูอย่างอื่นแทนดีกว่า

ร้านกระเป๋าผ้าของคุณป้าร้านนี้น่ารักมาก กระเป๋าก็ลายเก๋ไม่ดูแก่ไปด้วย แถมคุณป้าก็ลดให้เยอะมาก ใครมาอย่าลืมแวะไปนะ

ถึงวันกลับ เราก็กลับด้วยรถบขส.กัน ตาขากลับจะเป็นรถของทางฝั่ง สปป. ลาว ไม่ใช่รถจากฝั่งไทย

บรรยากาศขนสถานีส่งของหลวงพระบาง

ภายในรถ

มีขนม น้ำแจกให้ด้วย

พอออกจากหลวงพระบางจะแวะรับคนอีกสถานีขนส่งนึง

มีร้านอาหาร ขนมเครื่องดื่ม และห้องน้ำอยู่สามารถแวะได้

นั่นคือบขส.ฝั่งไทย ที่มาจากน่าน อย่างที่เราบอกว่ารถจากฝั่งไทยและฝั่งลาวจะออกเวลาเดียวกัน เพราะงั้นเลยจะมีจุดนึงที่รถไทยและรถลาวจะสวนกัน

ถึงไทยแล้ววว หลังจากผ่านด่านตรวจคนที่ด่านห้วยโก๋น
ก็เดินเข้าถึงฝั่งไทยเป็นที่เรียบร้อย มายืนรอรถพร้อมกลับเข้าสู่ตัวเมืองน่าน เป็นอีกประสบการณ์มาก ๆ กับการนั่งรถทัวร์ไปเที่ยวหลวงพระบาง ใครอยากลองก็แนะนำมาขึ้นบขส.จากน่าน เพราะนอกจากเที่ยวหลวงพระบางแล้วเราก็ยังได้เที่ยวจังหวัดน่าน เรียกว่าได้เที่ยวสองต่อสบาย ๆ เลย

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here