เที่ยวแบบอนุรักษ์พิทักษ์ชุมพร

จังหวัดชุมพร

จังหวัดเล็กๆ อย่างจังหวัดชุมพรนั้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ทางผ่านเวลาลงภาคใต้ แต่ที่จริงแล้วมีสถานที่น่าสนใจให้แวะชมอยู่ตลอดเส้นทางเลยนะคะ และกำลังเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะป่าชายเลนในเขตอุทยานแห่งชาติกำลังได้รับการพลิกฟื้น อย่างทริปนี้เรามีโอกาสได้ร่วมโครงการปลูกป่ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เราทำความดีด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลน เทิดไท้องค์ราชัน” ถึง100ไร่เลยทีเดียว และยังจะขยายพื้นที่ปลูกต่อไปในอนาคต

ซึ่ง กฟผ. ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดพื้นที่เป้าหมายปลูกป่าชายเลนในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อเป็นปอดให้ชาวชุมพรและนักท่องเที่ยว รวมถึงความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติ จะเป็นแหล่งสร้างอาชีพสู่ชุมชน กระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัด นอกจากทริปนี้เราจะได้ปลูกป่าแล้ว เรายังได้เก็บภาพบรยากาศที่เที่ยวในจังหวัดชุมพรให้เพื่อนๆ ได้มาเที่ยวตามได้อีกหลายสถานที่เลย ตามไปดูกันเลยค่ะ

การจัดโครงการนี้เพื่อรวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วน ทำความดีเพื่อสังคม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จำนวน 100 ไร่ เฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำความดีของ กฟผ. ที่น้อมนำแนว พระราชปณิธานจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยรวมพลังจิตอาสาจากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมของจังหวัดชุมพร และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกัน ปลูกป่าชายเลน จำนวน 100 ไร่ เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ณ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร

มาถึงชุมพรกันแล้ว ต้องมาไหว้ศักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเรือจำลองจักรีนฤเบศรกันก่อน

ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ 

ศาลกรมหลวงชุมพร ตั้งอยู่บริเวณหาดทรายรีหาดทรายยาว ทรายขาวสะอาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานของ พลเรือเอก พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตร อุดมศักดิ์ผู้ทรงสถาปนากองทัพเรือสมัยใหม่ให้กับประเทศไทยทรงเป็นเสด็จเตี่ยของชาวเรือ ทั้งปวงและ เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไปอนุสรณ์สถานประกอบด้วยศาลเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯหลังเก่าและ หลังใหม่ ที่สร้างขึ้นบนเนินเขา ซึ่งหาดทรายรีเป็นสถานที่สิ้นพระชนม์ของพระองค์  ตัวศาลอยู่บนเรือรบหลวงพระร่วงจำลองที่หันหน้าออก สู่ทะเล จึงเป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์ของหาดทรายรีได้ชัดเจนตลอดเวิ้งอ่าว

ด้านหน้าศาลฯ มีผู้คนมากราบไหว้ ขอพรและมีเสียงจุดประทัดแก้บนอยู่ตลอดเวลา กรมหลวงชุมพรฯ เป็นที่เคารพของทหารเรือ นักเดินเรือและชาวประมงมาก บริเวณภายนอก ศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หรือศาลเสด็จเตี่ยที่ชาวชุมพรให้ความเคารพ เสมอมานั้น คือเรือจำลองจักรีนฤเบศรจำลองที่มีขนาดกว้าง 29 เมตร ยาว 79 เมตร สูง 6 เมตร เรือลำนี้สร้างขึ้นมา ด้วยพลังศรัทธาของชาวปากน้ำหลังสวนที่ได้ร่วมกันเสียสละทั้งทรัพย์และแรงงาน ทุ่มเทให้กับการก่อสร้างเรือจำลองลำนี้

ที่อยู่ : ศาลกรมหลวงชุมพร ต.หาดทรายรี อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 86120

เบอร์ติดต่อ : 07-750-1831

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่โดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้รักทะเล และชอบดำน้ำชมปะการัง มีเกาะเรียงรายมากกว่า 40 เกาะ แต่ละเกาะล้วนเต็มไปด้วยความงดงาม ของธรรมชาติ แตกต่างกัน บางเกาะมีหาดทรายขาวละเอียด บางเกาะ เป็นภูเขาหินปูนที่มีรูปทรงแปลกตาน่าชม รอบเกาะ ยังคงเต็ม ไปด้วยแนวปะการังสมบูรณ์ เกาะที่นิยมไปเที่ยวกันมีประมาณเจ็ดแปดเกาะ เช่น เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย เกาะทะลุ ฯลฯ

ทะเลชุมพร นั้นสวยงามและเหมาะสำหรับการดำน้ำ ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่ง ที่นักดำน้ำไม่ควร จะมองผ่านเลยไป เพราะเป็นจุดดำน้ำ ที่คงความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และฝูงปลานานาชนิด ปะการังดำ ดงดอกไม้ทะเลสุดลูกหูลูกตา และฉลามวาฬ ที่แวะเวียนมาทุกหน้าร้อน โดยเฉพาะเดือนเมษายน จะมีโอกาสพบ ได้บ่อย บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่กลางป่าชายเลน มีอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชื่อมด้วย สะพานไม้ทอดยาว และยังเป็นเส้นทาง เดินศึกษาธรรมชาติเลียบคลองเข้าไปในป่าชายเลนซึ่งมีหลายเส้นทาง เหมาะ สำหรับศึกษา พันธุ์ไม้และ สัตว์ป่าในป่าชายเลน มีป้ายบอธิบายพันธ์ไม้แต่ละชนิดตลอดทาง เรียกได้ว่าสถานที่ แห่งนี้ เป็น “ป่าพูดได้” แห่งแรกในประเทศไทย

พื้นที่ปลายน้ำของจังหวัดชุมพร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าเดินชมป่าชายเลนตามเส้นทางที่เป็นสะพานไม้ทอดยาว สำหรับการพักผ่อนแล้ว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยละค่ะ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
1/4 หมู่ที่ 5 บ้านโพงพาง ต.หาดทรายรี อ. เมืองชุมพร จ. ชุมพร 86120
โทรศัพท์ 0 7755 8144 โทรสาร 0 7755 8144

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จำนวน 100 ไร่

สำหรับจังหวัดชุมพร กฟผ. จะจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน จำนวนรวมทั้งหมด 100 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เราทำความดีด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลน เทิดไท้องค์ราชัน” ซึ่ง กฟผ. ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดพื้นที่เป้าหมายปลูกป่าชายเลนในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ปัจจุบันสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นบ่อสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ (อุทยาน ฯ ได้ขอคืนพื้นที่ดังกล่าวจากบริษัทเอกชนตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล) หากปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูเองจะใช้เวลานาน และหากใช้งบประมาณของทางราชการอย่างเดียวจะต้องใช้จำนวนมาก ดังนั้น กฟผ. จึงพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้กลับคืนเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ดังเดิม

กฟผ. ได้เข้าไปดำเนินการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ของจังหวัดชุมพรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538

จนถึงปัจจุบันมีเนื้อที่ปลูกรวมทั้งสิ้น 12,065 ไร่ แบ่งเป็น ป่าบก 10,165 ไร่ (ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกกะเปาะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งระยะ-นาสัก เนื้อที่ปลูก 3,450, 4,600 และ 2,115 ไร่ ตามลำดับ) และป่าชายเลน 1,900 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรทั้งหมด กฟผ. หวังว่าป่าที่ปลูกและมีการบำรุงรักษาตามกระบวนการ คือ ปลูก 1 ปี บำรุงรักษาป่าที่ปลูกต่อเนื่อง 2 ปี ปัจจุบันคงจะฟื้นสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ของจังหวัดชุมพรตลอดไป

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมตลอดมา ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ จึงได้มีโครงการปลูกป่า กฟผ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา และดำเนินต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยป่าที่ กฟผ. ปลูก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 49 จังหวัด มีเนื้อที่ปลูกรวมกว่า 4.6 แสนไร่ ตั้งแต่บนภูเขาสูงแหล่งต้นน้ำสายสำคัญจรดชายฝั่งทะเล

จุดชมวิวเขามัทรี

จุดชมวิวเขามัทรี อยู่บนเส้นทาง ชุมพร – ปากน้ำ – หาดทราย ที่นี่เป็นแหล่งแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิวทิวทัศน์ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของชุมพร สามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้ 360 องศา สามารถมองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดของทะเลชุมพร โดยเฉพาะใน ยามเย็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์งดงามมาก ซึ่งบริเวณจุดชมวิวมีร้านกาแฟพร้อมระเบียงชมวิวให้ได้ชมทัศนียภาพอีกด้วย ข้างบนจุดชมวิวมีห้องน้ำให้บริการ และลานจอดรถซึ่งจอดได้ไม่มากนัก
ด้านบนจุดชมวิวเขามัทรี มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางมหาราชลีลาลักษณะคล้ายกับท่านั่งขององค์จตุคามรามเทพมองออก ไปที่ชายทะเลชุมพรด้านขวาเป็นหาดภราดรภาพ มองจากบนเขาเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดปากน้ำชุมพรเป็นชุมชนขนาด ใหญ่เนื่องจากเป็นท่าเทียบเรือประมง

การเดินทางโดยรถยนต์

ใช้เส้นทางชุมพร-ปากน้ำชุมพร 10 กม. ถึงสามแยกเลี้ยวขวาไปหาดทรายรี ขึ้นเนินเขา สัก 800 เมตร จะมีโค้งเลี้ยวไปทางขวา ให้สังเกตทางขึ้น จุดชมวิวเขามัทรีเป็นเส้นทางลาดชัน 30 องศา สภาพถนนราดยางอบ่างดีแต่จะชันในช่วงสุดท้ายแต่รถทุกชนิด สามารถขึ้นไปได้ถึงข้างบนจุดชมวิว

งาน “ยกพลขึ้นบก”

เทศกาลอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองชุมพรที่จะได้ลิ้มรสสารพัดความสดของเหล่าซีฟู้ด ณ ชายหาดทุ่งวัวแล่น มีหลากหลายโซนที่ให้ักท่องเที่ยว และตนในพื้นที่ได้ออกมาร่วมสนุก ทานอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ เพลิดเพลินไปพร้อมๆกับเสียงดนตรี

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “ยกพลขึ้นบก” ซึ่งยกกุ้งหอยปูปลาและอาหารทะเลสด ๆ มาให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันบนชายหาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร กับเทศกาลอาหารทะเลพื้นบ้าน ที่ทั้งชาวประมง และสารพัดความสดของเหล่าซีฟู้ด จะยกพลจากทะเลชุมพร ขึ้นมายังหาดทุ่งวัวแล่น ให้ได้เลือกชิมและซื้อกลับบ้าน พร้อมดื่มด่ำกับเสียงเพลงสุดชิลล์โดยศิลปินชื่อดังมากมาย

สำหรับกิจกรรมภายในงานแบ่งเป็น โซนยกพลขึ้นบก ซึ่งผู้ประกอบการประมงพื้นบ้าน นำสินค้าทางการประมงของตนเองมาขายให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้เข้าร่วมงานได้เลือกกันตามความชอบ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสั่งอาหารได้ตามความต้องการ โซนรวมพลคนทำอาหาร โซนจัดให้มีเชฟชื่อดังและสุดยอดเชฟชาวชุมพร หมุนเวียนกันมาสาธิตการทำอาหารหลากหลายเมนู พร้อมชมการทำอาหารทะเลโดยเชฟชื่อดังจากรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์

การจัดงานยกพลขึ้นบก ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร ซึ่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้น โดยจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดแรกสู่ประตูภาคใต้ มีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงามอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งท่องเที่ยวประเภท หมู่เกาะ หาดทราย ชายทะเล และอาหารทะเล ซึ่งจังหวัดชุมพรยังคงมีทรัพยากรใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ จึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้น พร้อมกับเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสท้องทะเลชุมพร ที่หาที่เปรียบมิได้ จึงอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสด้วยตนเอง อีกด้วย

กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นอีกครั้งเมื่อไร รอติดตามข่าวสารได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนะคะ

วัดพระธาตุสวี โบราณสถานสำคัญในจ.ชุมพร

วัดพระธาตุสวี ตั้งอยู่ในอำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอสวี  วัดพระธาตุสวีตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำสวีห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหนึ่งในจตุธรรมธาตุของทางภาคใต้ มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงไม่ควรพลาดมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์หนึ่งในจตุธรรมธาตุ ลักษณะขององค์พระธาตุคล้ายกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่มีขนาดย่อมกว่า ภายในวัดมี พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุสวี โดยมีการจัดแสดงพระพุทธรูปโบราณที่ขุดค้นพบในบริเวณพระธาตุถูกนำมาเก็บไว้ยังอาคารแห่งนี้

การเดินทางโดยรถยนต์

รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 และให้เลี้ยวซ้ายที่ทางต่างระดับวังมะนาว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 ขับต่อไปจนถึงจังหวัดชุมพร และให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังทางหลวงหมายเลข 41 และขับตรงไประยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร ให้กลับรถที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำสวี ขับไปอีก 500 เมตร จุดหมายอยู่ทางด้านซ้ายมือ

ศูนย์การเรียนรู้ตี๋บ้านนก

ของดีเมืองชุมพร เฮียตี๋ หรือ คุณฉลอง คงลิขิต และภรรยาคือ เจ๊ติ๋ว หรือ คุณจันทร์ธิภา คงลิขิต ถือเป็นเจ้าของธุรกิจรับสร้างบ้านนกนางแอ่นในระดับแถวหน้า และยังเป็นผู้ส่งออก รังนกบ้าน รายใหญ่ของจังหวัดชุมพรด้วย และยังมีร้านเก๋ๆ”ตี๋บ้านนก” บนเขามัทรี วิวสวยบรรยกาศดีอีกด้วย

“บ้านนกนางแอ่น”

ขอเชิญทุกท่านมารู้จัก ธุระกิจ “บ้านนกนางแอ่น” กันเถอะครับ… บ้านนก นางแอ่นถือว่าเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มาก สำหรับคนที่ไม่ได้พบหรือไม่ได้เจอเกี่ยวกับ ธุรกิจนี้ บางคนเมื่อได้ฟังเพียงเบื้องต้นก็ปฎิเสธ แต่ถ้ามาลองศึกษาให้ถ่องแท้แล้ว จะเปลี่ยนใจได้ว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนมาก

รังนก ทำมาจากน้ำลายของนกนางแอ่น ในด้านเศรษฐกิจ รังนกแอ่นกินรังถือเป็นสินค้าที่ราคาแพงมากและหาได้ยากสำหรับในเมืองไทยนั้น มีนกนางแอ่นสามชนิดด้วยกัน คือ นกแอ่นกินรัง นกแอ่นกินรังตะโพกขาว และนกแอ่นหางสี่เหลี่ยมหรือนกแอ่นรังดำ โดยรังของนกนางแอ่นทั้งสามชนิดนั้นสามารถใช้รับประทานได้

มาต่อกันที่ “ร้านยายปวด” ยายปวด สุขุม อายุ 78 ปี เจ้าของร้าน “ยายปวด”

เป็นร้านอาหารตามสั่งที่เปิดหน้าบ้านของตัวเอง มีโต๊ะธรรมดาๆ รอบๆ เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ แต่ที่เราประทับใจไม่ใช่สถานที่หรือบรรยากาศใดๆ ทั้งสิ้น แต่อยู่ตรงรสชาติที่อร่อย เข้มข้นถึงเครื่องทุกคำ บอกเลยว่าอร่อยสุดๆ เรียกได้ว่ามาถึงใต้ได้อย่างแท้จริงแล้วเมื่อได้มาร้านยายปวด

ปัจจุบันที่เห็นทำอาหารอยู่เป็นรุ่นที่ 2 ที่มาดูแล ซึ่งก็คือ ลูกสาวของยายปวดนั่นเอง เมนูที่แนะนำว่ามาแล้วไม่ควรพลาด คือ แกงคั่วกระดูกอ่อนลูกกล้วย, ต้มส้มปลาผักรวม, หมูคั่วเกลือ, ปลาอินทรีทอด, แกงส้มผักรวมโฉมงาม, ใบเหลียงผัดไข่, กุ้งผัดสะตอกะปิ ซึ่งเมนูต่างๆ ภายในร้านถึงแม้ยายจะไม่ได้เป็นคนลงมือทำเองแล้ว แต่เธอยังเป็นคนควบคุมสูตรทุกอย่าง

ร้านอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชุมพรเลยทีเดียว ทำอาหารทุกเมนูด้วยเตาถ่าน วัตถุดิบที่ใช้ของดีสดสะอาด รสชาติที่อยากให้ทุกคนที่ได้มาเที่ยวชุมพระต้องแวะทานนะคะ

สะพานไม้เคี่ยม

หนองใหญ่ จ.ชุมพร แก้มลิงธรรมชาติ ในพื้นที่หนองใหญ่ ตามแนวพระราชดำริ เดินชมวิวสะพานไม้ที่ทอดยาว สู่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทำจากไม้เคี่ยม ซึ่งทนแดดทนฝน ช่วยแก้ปัญหาอุทกภัย เก็บน้ำไว้ใช้ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

สะพานไม้ที่ทอดยาวสู่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทำจากไม้เคี่ยม ไม้เนื้อแข็งที่มีมากในภาคใต้ แข็งแกร่ง ทนทั้งน้ำจืดน้ำเค็ม ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็น 1 จาก 4,000 กว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลายคนเรียกพื้นที่ธรรมชาติกว้างใหญ่แห่งชุมพรนี้ว่า “แก้มลิงหนองใหญ่” ที่มาของชื่อนี้ก็คือแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้สร้างเส้นทางเดินน้ำเพื่อพักน้ำไว้ในแก้มลิง ไม่ให้เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างที่จังหวัดชุมพร

สะพานไม้เคี่ยม ที่สร้างเป็นทางเดินยาวข้ามน้ำ ทำให้สามารถเดินชมธรรมชาติ และทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้ายามที่พระอาทิตย์ขึ้น และช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เป็นช่วงเวลาที่ในส่วนของสะพานทางเดินข้ามน้ำแห่งนี้จะสวยงามมากเป็นพิเศษ

เจ้าแซม นาคน้อย เค้ามาเองโดยธรรมชาตินะคะ แต่ดันติดคนเป็นเจ้าของร้านอาหารแถวนั้น เลยไม่ห่างไปไหน แต่ก่อนมี 2 ตัวค่ะ ชื่อ เปากับแซม แต่ตอนนี้เปาได้ตายไปแล้ว สงสารน้องคงเหงาน่าดูนะคะ

Cera Garden Coffee

ร้านกาแฟที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ ผ่านมาทางนี้อยากหากาแฟทานหลังอาหาร เปิดวงในเจอร้านนี้น่าสนใจ ร้านบรรยากาศดี น่านั่ง มี 2 ชั้น ชั้นบนลมพัดเย็นสบาย แต่ร้านอยู่ติดถนนใหญ่ รถวิ่งไปมาเสียงค่อนข้างดัง

เมนูเน้นเป็นพวกกาแฟ ชา เครื่องดื่มอื่นๆ ตามสไตล์ร้านกาแฟแบบ Café ทั่วไป มีพวกขนมเค้กและของว่างอย่างแซนวิชให้เลือกสั่งด้วย เมนูเครื่องดื่มที่เด่นๆก็ไม่พ้นพวกกาแฟสดต่างๆ ไม่ว่า Espresso, Americano, Latte, Mocha, Cappuccino ร้อน/เย็น/ปั่น ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 50+ บาท ถึง 70 บาทโดยประมาณ แต่มีเครื่องดื่มอีกตัวหนึ่งที่ชื่อน่าสนใจชวนให้ลองสั่งดูนั่นคือ “ชาจี๊ด” มันคือชาที่มีรสชาติเข้มข้นเปรี้ยวจี๊ดถึงใจตามชื่อ

เมนูแนะนำ :  คาปูชิโน่, ลาเต้, ขนมปังปิ้ง, เค้ก, แซนด์วิชทูน่า, โดนัทบลูเบอร์รี่
การเดินทาง : จากตัวเมืองชุมพร มุ่งไปที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ อยู่ใกล้กับ ธาราดลรีสอร์ท
ที่จอดรถ : ที่จอดรถของเซร่าการ์เด้น
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.

เรือนไม้ที่ทำร้านกาแฟ ตกแต่งไปด้วยต้นไม้ทุกมุม ทุกโซนให้น่านั่งพักผ่อน สั่งกาแฟ ขนม เค้ก มาทานแบบชิลๆ

โรงรับจำนำปู สถานที่ฟื้นฟูชีวิตที่ตำบลสะพลี จังหวัดชุมพร

กิจกรรมสุดท้ายของทริปนี้ มาเยี่ยมชม และปล่อยปูสู่ทะเล กับธนาคารปู ที่รับจำนำปู เพาะเลี้ยงจนโตและสามารถปล่อยสู่ธรรมชาติได้

โรงรับจำนำแห่งนี้ได้จัดตั้งเป็นชุมชน โดยมี คุณณรงค์ ม่วงทองคำ เป็นประธาน

มีหน้าที่หลักก็คือรับจำนำปูม้าที่มีไข่จากชาวประมงมาเลี้ยงเพื่อให้มันสลัดไข่ แล้วนำลูกปูไปปล่อยลงทะเล มีโอกาสได้ไปที่โรงรับจำนำปูม้าแห่งนี้ คุณณรงค์ ได้เล่าความเป็นมาคร่าวๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ปูม้าว่า สมัยที่คุณณรงค์ยังเป็นหนุ่ม อายุ 25 ปี ได้ออกทะเลจับปูม้าได้ครั้งละ 100-200 กิโลกรัม จากนั้นจับปูม้าได้น้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน คุณณรงค์อายุ 62 ปี ชาวประมงออกไปจับปูม้าแต่ละครั้งได้ไม่ถึง 10 กิโลกรัม เป็นเรื่องน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นได้มีการรับจำนำปูม้ามาเพียงไม่กี่ปี ทำให้มีปูม้าให้จับมาขายมากขึ้นถึงวันละอย่างน้อยได้รายละประมาณ 20 กิโลกรัม ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะปูม้าเจริญเติบโตเร็ว ใช้เวลาจากเป็นไข่เพียง 7 เดือนก็จะโตขนาด 7 ถึง 8 ตัวโล กำลังน่ากิน

โรงรับจำนำปูม้า น่าจะมีอยู่แห่งเดียว ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

โรงรับจำนำปูแห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ประจำชุมชนซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและเด็กนักเรียนมาศึกษาวิธีการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์ปูม้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากรับประทานปูม้าสดๆก็สามารถมาเลือกซื้อได้ที่นี่เช่นกัน

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here