“Rhythm of Journey” – การเดินทางครั้งนี้ เราไปแบบคนมี “รัก” ฤดูที่แตกต่าง ก็ทำให้จังหวะการเดินทางแตกต่างกันไป พี่เติ้ลกับเจน .เดินทางไปด้วยกันไม่รู้กี่พันไมล์แล้ว ทั้งลุย รีเล็กซ์ ไปกิน ไปพัก ในทุกฤดู ฤดูฝนนี้เราเลยจูงมือกันไปหลวงพระบาง ประเทศลาวอีกครั้ง… เพราะที่นี่เป็นเมืองที่เราสองคนชอบมากๆ มีกลิ่นอายความโรแมนติกแบบคลาสสิกซ่อนอยู่ เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ เรียบๆ ง่ายๆ เรื่อยๆ ภูเขา ต้นไม้ สายฝนและหมอก มีให้เห็นทั้งวัน สำหรับเพื่อนๆ คิดว่าการเดินทางของตัวเองเป็นแบบไหน ลองค้นหา Rhythm of Journey ของตัวเองดูมั้ยคะ https://travelblog.expedia.co.th/rhythm_of_journey/

 

ทริปนี้เราจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมผ่าน Expedia มาดีงามมากๆ เพราะตอนนี้จองตั๋วเครื่องบินแล้ว เราจะได้ Expedia Add-On รับส่วนลดที่พักเพิ่ม สูงสุดอีก 51 % เลยทีเดียว คุ้มจริงๆ สำหรับ คนที่ชอบเดินทางแบบเรา ที่พักมีให้เลือกมากมาย แถมจองตั๋วเครื่องบินก็ได้ราคาที่ดีที่สุดด้วย

เจนจองตั๋วเครื่องตั๋วเครื่องบินผ่าน Application Expedia หรือ ใครจะจองผ่าน Website Expedia<< http://bit.ly/2NodxD1 >> ก็ได้ อยากจะบอกเพื่อนๆว่ามันดีมาก เนื่องจากเราสามารถจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว เราจองที่พักต่อเลยจะได้ ราคาพิเศษที่ถูกมากๆ

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว ระบบจะแจ้งว่าเราจะได้รับการปลดล็อคส่วนลดของโรงแรมเพิ่มเติมจากปกติ โดยราคาส่วนลดจะแตกต่างกันไปแต่ละโรงแรม ส่วนลดสูงสุดคือ 51 % เลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถกลับมาจองโรงแรมเมื่อไหร่ก็ได้ จนถึงวันเดินทางเลยนะคะ

ให้สังเกตุแถบสีเหลืองมีสัญลักษณ์ Add-On ข้อเสนอสุดพิเศษ – สิทธิพิเศษสำหรับผู้จองเที่ยวบิน เพราะจะมีบางโรงแรมเท่านั้นที่ร่วมแคมเปญนี้ อย่างที่เจนจองวันแรก พักที่ สายน้ำคาน เนื่องจากราคาไม่แพงและอยู่ในกลางตัวเมืองเลย เจนได้ส่วนลดเพิ่มอีก 14 % เสียค่าที่พัก คืนละ 629 บาทเท่านั้น ถือว่าได้ราคาดีมากๆ ส่วนที่พักที่เหลือเราก็จองจาก Expedia http://bit.ly/2NodxD1 ทั้งนั้นเลยค่ะ

แนะนำให้ลองเลื่อนๆ ดูไปเรื่อยๆ จะเจอที่พักที่ลดราคาถึง 50% ก็มีนะ

มาถึงวันเดินทาง พร้อมมากๆเลยค่ะ เราเริ่มต้นกันที่ สนามบินดอนเมือง จัดเป้ backpack ไปคนละใบ

มองจากบนเครื่องก็เห็นความเขียวขจีเต็มไปหมด เมฆหมอกไหลลอยผ่าน
หู้วว..เมืองหลวงพระบางหน้าฝนนี้สวยมากจริงๆค่ะ เราถึงหลวงพระบางเวลาประมาณสี่โมงครึ่ง

จากสนามบินนั่งรถตู้มาที่พัก ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นใกล้มากๆ
คืนแรกเราพักกันที่ “สายน้ำคาน ริเวอร์วิว” ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองมรดกโลก บรรยากาศดีมากติดแม่น้ำคาน
การบริการดี ที่พักสะอาด พี่พนักงานน่ารักมาก ราคาอยู่ที่ประมาณ 600 บาท รวมอาหารเช้าด้วยนะคะ ราคาเบาๆ เพราะจองผ่าน Expedia และใช้สิทธิ์ Expedia Add-On http://bit.ly/2NodxD1 นั่นเอง

จากมุมบนห้องพักมองลงมาเห็นแม่น้ำคานเลยค่ะ เรามาถึงนี้ก็เย็นแล้ว พี่เติ้ลเลยจะพาเจนรีบขึ้นไปดูจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สามารถมองเห็นหลวงพระบางได้ทั้งเมืองเลย

พระธาตุภูสี สามารถขึ้นได้อยู่ 2 เส้นทางนะคะ แต่ที่นิยมกันคือเส้นที่มีบันได 328 ขั้น ทางนี้จะสวยงามมาก 2 ข้างทางขึ้นจะเต็มไปด้วยต้นจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว) หรือที่บ้านเราเรียกว่าต้นลั่นทม ไปจนถึงยอดภูเลยค่ะ
(เสียค่าเข้าคนละ 40000 กีบ)

เดินจนถึงด้านบนยอดภูเราก็จะเห็นวิวหลวงพระบาง ได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ มองเห็นบรรยากาศช่วงหัวค่ำ ก็จะเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดกันเต็มไปหมด

พระธาตุพูสี จุดชมวิวของเมืองหลวงพระบาง
พูสี มีความหมายว่า ภูเขาของพระฤาษี เดิมชื่อว่า ภูสรวง ครั้นเมื่อมีฤาษีไปอาศัยอยู่ชาวบ้านจึงเรียกว่าพูฤาษี หรือพูษีมาจนถึงปัจจุบัน เป็นยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร การได้เดินขึ้นไปบนยอดภูษีทำให้เห็นเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และเห็นสายน้ำโขง เป็นที่กล่าวกันว่ามาหลวงพระบาง ถ้าไม่ได้ขึ้นพูสี ก็เท่ากับว่าไม่ได้มาถึงหลวงพรบาง
ประวัติความเป็นมา พระธาตุพูสี สร้าง ขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337 พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสี ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง มีประเพณีสำคัญอย่างหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับพูสี คือ การย่ำกลองบอกโมงยามสมัยก่อนจะมีการตีกลองจากหอกลองบนยอดพูสี เพื่อบอกเวลาให้กับชาวเมืองหลวงพระบาง โดยจะตีทุก 1 ชั่วยาม หรือหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน อาทิ ไฟไหม้ น้ำท่วม ศัตรูบุกรุก ก็จะมีการตีกลองบนยอดพูสี เพื่อเตือนประชาชน แต่ประเพณีนี้ ได้ยกเลิกไปนานแล้ว ยังคงเหลือแต่ประเพณีตักบาตร บนยอดพูสี ในช่วงปีใหม่เท่านั้น

จากจุดชมวิวเราสามารถมองเห็นแม่น้ำทั้ง 2 สายคือ แม่น้ำคาน และในภาพนี้คือแม่น้ำโขง ค่ะ ชุมชนฝั่งแม่น้ำโขงบ้านเรือน ยังคงความเป็นหลวงพระบางไว้ได้อย่างสวยงามมาก

ด้านล่างของพระธาตุภูสี คือตลาดมืด (คล้ายๆกับถนนคนเดินบ้านเรา) ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืนถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบางนำสินค้ามาวางขายเต็มไปหมด ทั้งกระเป๋า ของฝาก ผ้าต่างๆ ที่นี้ถือว่ามีร้านขายผ้าที่เยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เยอะมาก มีให้เลือกซื้อไว้ใส่เองตอนตักบาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า หรือจะซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ก็ได้นะคะ เจนมองว่าตลาดนี้ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหลวงพระบางเลย

ของบางอย่างก็คล้ายๆกับตลาดพื้นเมืองบ้านเราเลยค่ะ มีถูกกว่าบ้าง แพงกว่าก็เยอะ ^^

บรรยากาศยามเช้าของหลวงพระบาง จะเห็นนักท่องเที่ยวนั่งรอพระ เพื่อจะตักบาตรข้าวเหนียวกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวหลวงพระบางเลยค่ะ

จะมีทั้งชาวบ้าน นักท่องเที่ยว แต่งตัวสวยงามด้วยผ้าไทย นั่งรอใส่บาตรกันอย่างสวยงา

แต่ถ้าใครใส่บาตรที่ถนนไม่ทัน เจนแนะนำให้มาที่วัดใหม่สุวรรณภูมาราม นี้ค่ะ ค่าเข้าคนละ 20000 กีบ จะได้เห็นอีกมุมนึงของชาวบ้านชาวหลวงพระบางอย่างแท้จริง และจะได้เห็นความอลังการด้วยผนังปิดทองสลักเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ส่วนด้านในพระอุโบสถมีสัญลักษณ์อดีตพุทธเจ้านับพันองค์เรียงอยู่บนผนังสีแดง ตัววัดอยู่ใจกลางเมืองบนถนนศรีสว่าง

ตักบาตรเสร็จแล้ว เราพามาเดินดูวิถีชีวิตชาวหลวงพระบางในยามเช้าที่ตลาดเช้า เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ สดๆ มากมาย ขนมทานเล่นก็มีให้เลือกชิมเพียบ ไก่ เป็ด ตัวเป็นๆร้องกันระงมเต็มเลย ต้องลองมาดูกันเองค่ะ ลืมตลาดบ้านเราไปเลย

เดินมาสุดตลาด เลี้ยวซ้ายติดแม่น้ำโขง จะเห็นร้านประชานิยม ตั้งขายอาหารเช้าอยู่ค่ะ มีกาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก้ โจ๊ก หรือเฝ่อให้เลือกกินกันพลางชมวิวแม่น้ำโขงเพลินๆในช่วงเช้า

ที่คิดไว้คือจะเช่ามอเตอร์ไซค์ละขับมากันเรื่อยๆ ฝนตกจ้า หมดกัน เราเลยเปลี่ยนแผนเป็นการเหมารถให้ไปส่งที่ตาดกวางสีแทน ใช้เวลา 40 นาทีจากเมืองหลวงพระบางเรามาอยู่กันที่ น้ำตกตาดกวางสี ที่ใครมาเที่ยวหลวงพระบางแล้วพูดได้เลยว่า ห้ามพลาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่น้ำเป็นสีฟ้าเขียว ใส่สะอาดให้เราได้ว้าวกัน
มาถึงทางเข้าเจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงนี้น้ำเยอะมาก สวยๆ เจนกับพี่เติ้ลตื่นเต้นมาก รีบเดินไปให้ถึงน้ำตกเร็วๆ

โอ้ยยย น้ำเยอะจริง แต่ทำไมน้ำไม่ใสอย่างที่คิดไว้ ฮ่าๆ เราคงมาผิดช่วงจริงๆ ค่ะ เพราะช่วงนี้ฝนตกมาตลอด จนทำให้น้ำเยอะขนาดนี้ จนไม่สามาถเดินข้ามสะพานได้เลย ได้แต่มองอยู่ไกลๆ

ไม่เป็นไรเราจะกลับมาใหม่ มาจนเจอน้ำใสสีฟ้าตามรีวิวแน่นนอน

มาถึงนี้แล้วอยากให้ทุกคนแวะเข้าไปเยี่ยมน้องหมี ที่ศูนย์อนุรักษ์หมี เป็นการช่วยเหลือหมีที่ตกเป็นเหยื่อของนักค้าสัตว์ป่า ตอนนี้ทุกตัวได้รับการช่วยเหลือและดูแลอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ ใครที่อยากบริจาคช่วยเหลือน้องก็สามารถทำได้เลยนะคะ หรือจะอุดหนุนสินค้าไว้เป็นของฝากกันก็มีค่ะ

จากน้ำตกตาดกวางสี เดินมอีกนิดสัก 10 นาที เราจองที่พักสำหรับคืนนี้ไว้ ชื่อว่า วันวิสา แอท เดอะ ฟอลส์ ที่พักติดน้ำตก บรรยากาศดี ที่จองจาก Expedia Add-on http://bit.ly/2NodxD1 ในราคาดี๊ดี
เราต้องเดินข้ามสะพานนี้ไปยังที่พักค่ะ น้ำแรงมาก มีเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันแบบไม่กลัวเลย กับสนุกสนานกันไปอีก ยืนขำกับพี่เติ้ลสองคน มองดูละก็เพลินๆ ค่ะ

ระเบียงหน้าห้องพักค่ะ น่ารักมาก เสียงน้ำตกดังจนต้องตะโกนคุยกับพี่เติ้ลว่า ชอบที่นี้จังสวยเนอะ มาดูภายในห้องกันค่ะ

ห้องน้ำถูกแบ่งเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัวมากค่ะ

สามารถสั่งอาหารจากที่พักมาทานได้เลย วัถตุดิบสดใหม่ อร่อยให้สามผ่านเลยค่ะ
ในที่ไม่ได้พัก สามารถเข้ามาสั่งอาหารทานได้นะคะ ไม่ผิดหวังเรื่องรสชาติแน่นอน

โอ้โห้หลังนี้อยู่สุดทางของที่พักค่ะ วิวดีมากกก อลังการงานไม้ทั้งหลัง พร้อมระเบียงที่ยื่นออกไปทางน้ำตก กันไปคุยกับพี่เติ้ลว่า เราจะมากันอีกมาพักหลังนี้ตอนน้ำเป็นสีฟ้าเนอะ

พักเราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลยค่ะ ติดน้ำตก ติดป่าด้านหลังที่พัก มีเพื่อนตัวสีขาวที่คอยเล่นด้วยตลอด
เจนจะพามาดูบรรยากาศรอบๆ กันนบ้างค่ะ สวย ร่มรื่น และเหมาะกับการมาฮันนีมูนมากๆ 55

ถึงเวลากลับเข้าเมืองหลวงพระบางแล้ว จุดขึ้นรถอยู่หน้าทางเข้าน้ำตกเลยนะคะ ใครที่อยากเข้าเมืองจะมาขึ้นรถที่นี่เราโชคดีที่มีรถเข้าเมืองพอดี เป็นการแชร์ค่ารถกับนักท่องเที่ยวคนอื่น (ค่ารถ2คน 100,000 กีบเท่านั้น เหมากลับไปเอง 200,000 กีบนะจ๊ะ)

สรุปมีนักท่องเทียวที่มาด้วย คนเดียวและนั่งหน้ากับคนขับ ด้านหลังเลยเพราะของพี่เติ้ลเจน ใช้เวลา 40 นาทีก็ถึงตัวเมืองหลวงพระบางเลย เราตกลงให้คนขับไปส่งถึงที่พักในคืนที่สามของเรา เค้าบอกว่าได้เลย เพราะคนที่มาด้วย เค้าก็ลงที่พักใกล้ๆ กัน ชั่งเหมาะเจาะอะไรอย่างงี้ ^^

คืนที่สามเราพักกันที่ มายดรีม บูติค รีสอร์ท (My Dream Boutique Resort)
เป็นที่พักขนาดเล็กที่น่ารักมาก ติดริมน้ำคานเลย เหมาะกับคู่รักไหนที่อยากมาพักแบบเงียบ สงบ และเป็นส่วนตัว เจนว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีค่ะ แถมบรรยากาศร่มรื่น พนังงานสุภาพ น่ารักค่ะ ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ปั่นจักรยานเพลินๆประมาณ 2 กิโลเอง

บรรยากาศภายในห้องพัก และมุมสระว่ายน้ำส่วนกลางค่

หลังจากเก็บกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เราก็ปั่นจักรยานมาเที่ยวในเมืองกันค่ะ มีร้านคาเฟ่น่ารักๆ ร้านขายของเก๋ๆ วัดวาอารมที่สวยงงามเยอะมากเวลาครึ่งวันนี้เราคงพาไปไม่หมดค่ะ เลยได้พาไปดูได้ไม่กี่ที่นะคะ

ไปกันเลยทุกคน แดดเปรี้ยงต้อนรับการปั่นชมเมืองเรามาก แต่สู้ไม่ถอยลุยกันเลย

มื้อเที่ยงเราวันนี้ขอเสนอ ร้านตำหมากหุ่งเจ๊ติ๋ม ตั้งอยู่หน้าวัดหนองสีคูนเมือง
ใครที่อยากมากินส้มตำหลวงพระบางแท้ๆ ต้องร้านนี้นะคะทุกคน

จากนั้นก็จะพาไปชมวัดคู่บ้านคู่เมืองของที่นี้ คือวัดเชียงทอง มีค่าเข้าชมคนละ 20000 กีบ

เป็นวัดในแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2103 สร้างโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่สวยงามมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีของศิลปะล้านช้าง”

วิหารหลังนี้ประดับด้วยกระจกสีต่างๆ ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปะติดปะต่อเป็นภาพเล่าเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องราววรรณกรรมชั้นเอกของลาว และเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวบ้านทั่วๆ ไป
มุมถ่ายรูปนี้ที่ใครๆ ก็ต่างให้ความนิยม จะต้องมีภาพนี้เก็บไว้ในอัลบั้มทริปหลวงพระบางกันทุกคนแน่นอน

มาต่อกันที่ร้าน Zurich Bread Factory and Café ร้านนี้มีทั้งอาหาร และขนมปัง เคก กาแฟ ให้เลือกกิน เสียดายที่เรากินมาแล้ว เพราะเมนูที่นี้น่ากินทุกอย่างเลยค่ะ เราสั่งน้ำและขนมมากิน คอนเฟิร์มได้เลยว่า ขนมอร่อยมากกก เพราะที่นี้มีเชฟมาทำให้เห็นกันชัดๆเลยว่า สด ใหม่ทุกวัน หรือใครที่ชอบกินพิซซ่าที่นี้เค้าทำจากเตาถ่านนะคะ

ร้านถูกตกแต่งสไตล์ยุโรปนิดๆ ผสมผสานกับการตกแต่งของลาวได้อย่างลงตัว

มื้อเย็นเรามาฝากท้องไว้กับร้านเย็นสบาย Dyen Sabai Restaurant หมูกระทะไฮโซ ที่เค้าว่ากันว่าชิล ละวิวดีที่สุด ในย่านนี้ พลาดไม่ได้ค่ะ คอปิ้งย่างแบบเรา ต้องสั่งมาลองซะแล้ว

ได้ลองแล้วค่ะ เราว่ารสชาติเป็นลองวิวค่ะ ให้คะแนนวิว บรรยากาศ เต็มสิบไปเลย

นอกจากหมูกระทะแล้วที่นี้มีเมนูอื่นด้วยนะคะ สามารถสั่งมากินพร้อมจิบเบยลาวเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ ก็เพลิดเพลินไม่เบาค่ะ

สบายดี..วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จก็ขอเดินชมภายในรีสอร์ตหน่อย ที่ตั้งของที่พักจะอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ ห่างจากจุดที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ จึงเงียบ สงบ ไม่เสียดัง และนี้คือบรรยากาศยามเช้าของที่พักค่ะ จะนั่งดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ หรือจะมานวดตัวกันเป็นคู่กับคนรักก็ได้นะ โรแมนติกแบบผ่อนคลายๆ เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆค่ะ

เรานัดให้รถของที่พักไปส่งสนามบินช่วงบ่ายสองโมงครึ่ง ฉะนั้นยังพอมีเวลาไปชิลในเมืองอยู่บ้าง มื้อเที่ยงเราเลยมาฝากท้องกันที่ร้าน Bamboo Garden Restaurant ร้านอาหารตามสั่งที่รสชาติเหมือนบ้านเราที่สุด ที่สำคัญราคาถูกและได้เยอะมาก

เอาใจคอกาแฟกันบ้าง ใครที่มาเที่ยวหลวงพระบางแล้ว อยากดื่มกาแฟดีๆ ต้องร้าน Saffron Coffee and Bakery เพราะขึ้นชื่อเรื่องเมล็ดกาแฟที่ปลูกของคนลาวเลยค่ะ นอกจากกาแฟ ก็สามารถมาสั่งเมนูอื่นมานั่งชิลๆ ได้ค่ะ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีโซนในร้านและติดแม่น้ำให้เลือกนั่งด้วย ส่วนวิวนั้นไม่ต้องพูดถึงเป็นช่วงเวลาที่นั่งคุยกับคนรู้ใจได้ดีทีเดียวค่ะ

ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน Joma Bakery Café
มองจากหน้าร้านดูธรรมดามากค่ะ แต่พอเข้าไปแล้ว เห้ย! ดีงาม ถูกตกแต่งได้อย่างลงตัว มองไปรอบๆมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมานั่งชิลๆ กันเต็มไปหมดเลย เราสั่งโดนัทและน้ำแตงโมปั่นมากินเล่น ราคาอยู่ที่ 70000 กีบ

ทริปนี้ขอลาไปด้วยร้านนี้เลยละกันนะคะ ถ้ามีโอกาสมาหลวงพระบางอีก คงต้องวางแผนการเดินทางให้มีเวลาอยู่ที่นี้เป็นเดือน ถึงจะเก็บร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยวได้หมด ชื่นชอบความเรียบง่ายของที่นี้ ผู้คนน่ารัก พร้อมให้ความช่วยเหลือ และเป็นมิตรมากๆ

ขอบคุณทางที่พัก My Dream Boutique Resort ที่มีรถรับส่งเราถึงสนามบินเลย

ใครที่สนใจอยากเดินทางแบบเรา เจนแนะนำตัวช่วยเรื่องการจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักกับทาง Expedia
เพราะลูกค้าของ Expedia ทุกคนทีจองตั๋วเครื่องบินผ่าน http://bit.ly/2NodxD1 จะได้รับ Expedia Add-On ซึ่งหมายความว่าลูกค้าท่านนั้นจะได้รับส่วนลด ราคาค่าห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม เนื่องจากลูกค้าได้จองตั๋วเครื่องบินผ่านwww.expedia.co.th โดยส่วนลดราคาค่าห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติมนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงแรม สามารถตรวจสอบรายชื่อโรงแรมและส่วนลด ผ่านเว็บไซต์ www.expedia.co.th สิทธิพิเศษเพิ่มเติมนี้สามารถใช้ได้ ตั้งแต่วันและเวลาที่จองตั๋วเครื่องบิน จนถึงวันที่ออกเดินทางกับสายการบินที่มีการจองตั๋วไว้เลย

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here