“Rhythm of Journey” หลวงพระบางกรีนซีซั่น

“Rhythm of Journey” – การเดินทางครั้งนี้ เราไปแบบคนมี “รัก” ฤดูที่แตกต่าง ก็ทำให้จังหวะการเดินทางแตกต่างกันไป พี่เติ้ลกับเจน .เดินทางไปด้วยกันไม่รู้กี่พันไมล์แล้ว ทั้งลุย รีเล็กซ์ ไปกิน ไปพัก ในทุกฤดู ฤดูฝนนี้เราเลยจูงมือกันไปหลวงพระบาง ประเทศลาวอีกครั้ง… เพราะที่นี่เป็นเมืองที่เราสองคนชอบมากๆ มีกลิ่นอายความโรแมนติกแบบคลาสสิกซ่อนอยู่ เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ เรียบๆ ง่ายๆ เรื่อยๆ ภูเขา ต้นไม้ สายฝนและหมอก มีให้เห็นทั้งวัน สำหรับเพื่อนๆ คิดว่าการเดินทางของตัวเองเป็นแบบไหน ลองค้นหา Rhythm of Journey ของตัวเองดูมั้ยคะ

เจนจองตั๋วเครื่องตั๋วเครื่องบินผ่าน Application Expedia หรือ ใครจะจองผ่าน Website Expedia<< http://bit.ly/2NodxD1 >> ก็ได้ อยากจะบอกเพื่อนๆว่ามันดีมาก เนื่องจากเราสามารถจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว เราจองที่พักต่อเลยจะได้ ราคาพิเศษที่ถูกมากๆ

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว ระบบจะแจ้งว่าเราจะได้รับการปลดล็อคส่วนลดของโรงแรมเพิ่่มเติมจากปกติ โดยราคาส่วนลดจะแตกต่างกันไปแต่ละโรงแรม ส่วนลดสูงสุดคือ 51 % เลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถกลับมาจองโรงแรมเมื่อไหร่ก็ได้ จนถึงวันเดินทางเลยนะคะ

ให้สังเกตุแถบสีเหลืองมีสัญลักษณ์ Add-On ข้อเสนอสุดพิเศษ – สิทธิพิเศษสำหรับผู้จองเที่ยวบิน เพราะจะมีบางโรงแรมเท่านั้นที่ร่วมแคมเปญนี้ อย่างที่เจนจองวันแรก พักที่ สายน้ำคาน เนื่องจากราคาไม่แพงและอยู่ในกลางตัวเมืองเลย เจนได้ส่วนลดเพิ่มอีก 14 % เสียค่าที่พัก คืนละ 629 บาทเท่านั้น ถือว่าได้ราคาดีมากๆ ส่วนที่พักที่เหลือเราก็จองจาก Expedia http://bit.ly/2NodxD1 ทั้งนั้นเลยค่ะ

แนะนำให้ลองเลื่อนๆ ดูไปเรื่อยๆ จะเจอที่พักที่ลดราคาถึง 50% ก็มีนะ

หลวงพระบาง (ลาว: ຫຼວງພຣະບາງ)

เป็นเมืองเอกของแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว อยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาบรรจบกันบริเวณนั้นเรียกว่า ปากคาน เป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้วย

หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่เป็นราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรล้านช้าง สมัยแรกเริ่มสถาปนาอาณาจักรล้านช้าง แต่เดิมมีชื่อว่า “เมืองซวา” (ออกเสียงว่า ซัว) และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองซวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่เป็น “เชียงทอง”

เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. 1896 – พ.ศ. 1916) เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งแท้จริงก็คือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเมืองพระนคร หรือเมืองเสียมราฐ และนำกองทัพนับพันกำลังเพื่อกู้ราชบัลลังก์กลับคืน และสถาปนาอาณาจักรล้านช้างขึ้นมาใหม่ และสถาปนาเมืองเชียงทองขึ้นเป็นราชธานีว่า กรุงศรีสัตนาคนหุตอุตตมราชธานี ต่อมาในรัชสมัยพระโพธิสารราชเจ้า พระองค์ได้ทรงอาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงมีชื่อเรียกว่า “หลวงพระบาง” นับแต่นั้นมา

หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และชาวหลวงพระบางมีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร และมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม

จากสนามบินนั่งรถตู้มาที่พัก ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นใกล้มากๆ
คืนแรกเราพักกันที่ “สายน้ำคาน ริเวอร์วิว” ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองมรดกโลก บรรยากาศดีมากติดแม่น้ำคาน
การบริการดี ที่พักสะอาด พี่พนักงานน่ารักมาก ราคาอยู่ที่ประมาณ 600 บาท รวมอาหารเช้าด้วยนะคะ ราคาเบาๆ เพราะจองผ่าน Expedia และใช้สิทธิ์ Expedia Add-On http://bit.ly/2NodxD1 นั่นเอง

สายน้ำคานริเวอร์วิว

ตั้งอยู่ในเมืองเก่าหลวงพระบาง และเป็นที่พักอันเหมาะเจาะลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมหลวงพระบาง และแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างจากกลางใจเมืองเพียง 0 km ผู้เข้าพักจึงเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย สำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวผจญภัย วัดสิโพอุตตาบาท, วัดภาพุทธบาท, อโรมา สปา เป็นเพียงตัวอย่างของสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสได้

สายน้ำคานริเวอร์วิว มีสิ่งอำนวยสะดวกมากมายที่จะทำให้การไปพักผ่อนในหลวงพระบาง ของท่านคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าพักที่นี่ ผู้เข้าพักทุกท่านจะได้รับบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ฟรี Wi-Fi ทุกห้อง, แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ, เช็คอิน/เช็คเอาต์ด่วน, ห้องเก็บกระเป๋า

สายน้ำคานริเวอร์วิว ให้บริการห้องพัก 16 ห้อง ทุกห้องตกแต่งอย่างมีรสนิยมเพื่อมอบความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์จอแบน, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, กระจก, ผ้าขนหนู, พื้นไม้/ปาเกต์ ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการหลากหลายไว้คอยให้บริการ เช่น สนามกอล์ฟ (ในระยะ 3 กม.), บริการนวด เป็นต้น ท่านสามารถอิ่มเอมกับบริการเหนือระดับและทำเลที่ตั้งดีเลิศได้ที่สายน้ำคานริเวอร์วิว 

จากมุมบนห้องพักมองลงมาเห็นแม่น้ำคานเลยค่ะ เรามาถึงนี้ก็เย็นแล้ว พี่เติ้ลเลยจะพาเจนรีบขึ้นไปดูจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สามารถมองเห็นหลวงพระบางได้ทั้งเมืองเลย

พระธาตุภูสี

พูสี เป็นยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง การได้เดินขึ้นไปบนยอดภูษีทำให้เห็นเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และเห็นสายน้ำโขง มีบันไดขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงข้ามพระราชวัง 328 ขั้น ตลอดทางขึ้นร่มรื่นไปด้วยต้นจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว) หรือที่บ้านเราเรียกว่าต้นลั่นทม
พูสี มีความหมายว่า ภูเขาของพระฤาษี เดิมชื่อว่า ภูสรวง ครั้นเมื่อมีฤาษีไปอาศัยอยู่ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูฤาษี หรือภูษีมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังมีนักโบราณคดีบางคนเชื่อว่าภูษี อาจหมายถึง พูสีซึ่งเป็นศรีของเมืองหลวงพระบาง

สามารถขึ้นได้อยู่ 2 เส้นทางนะคะ แต่ที่นิยมกันคือเส้นที่มีบันได 328 ขั้น ทางนี้จะสวยงามมาก 2 ข้างทางขึ้นจะเต็มไปด้วยต้นจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว) หรือที่บ้านเราเรียกว่าต้นลั่นทม ไปจนถึงยอดภูเลยค่ะ
(เสียค่าเข้าคนละ 40000 กีบ)

เดินจนถึงด้านบนยอดภูเราก็จะเห็นวิวหลวงพระบาง ได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ มองเห็นบรรยากาศช่วงหัวค่ำ ก็จะเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดกันเต็มไปหมด

พระธาตุพูสี สร้าง ขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337

พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสี บนความสูง 150 เมตรพระธาตุนี้มองเห็นได้แต่ไกลแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริดเจ็ดชั้น สูงประมาณ 21 เมตร ช่วงที่พระธาตุนี้งดงามที่สุดคือช่วงตอนบ่ายแก่ๆแสงแดดจะกระทบองค์พระธาตุ เป็นสีทองสุก รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมองเห็นสนามบิน ส่วนด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นแม่น้ำโขง ช่วงที่คดเคี้ยวเข้าหากันในกลีบเขาและจากยอดภูสียังมองเห็นพระราชวังเดิมที่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พระธาตุจอมษีมิได้เป็นสิ่งก่อสร้างแห่งเดียวบนยอดภูษี ยังมีสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาอีกหลายแห่งเช่น วัดถ้ำพูสี วัดป่าแค วัดศรีพุทธบาท วัดป่ารวก

จากจุดชมวิวเราสามารถมองเห็นแม่น้ำทั้ง 2 สายคือ แม่น้ำคาน และในภาพนี้คือแม่น้ำโขง ชุมชนฝั่งแม่น้ำโขงบ้านเรือน ยังคงความเป็นหลวงพระบางไว้ได้อย่างสวยงามมาก

ลุ่มแม่น้ำโขงสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ลุ่มน้ำโขงตอนบน และลุ่มน้ำโขงตอนล่าง โดยลุ่มน้ำโขงตอนบนเริ่มตั้งแต่ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขงในประเทศทิเบต และประเทศจีน ส่วนลุ่มน้ำโขงตอนล่างเริ่มตั้งแต่มณฑลยูนนานในประเทศจีนไหลผ่านประเทศ เมียนมาร์ ไทย สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนลงสู่ทะเลจีนใต้

ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงประกอบไปด้วยประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศเวียดนาม และประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ส่งผลให้เป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณการจับปลาคิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการจับปลาน้ำจืดทั่วโลก ในทุกปี นักวิทยาศาสตร์จะระบุชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ที่ได้รับการค้นพบเพิ่มขึ้นและระบุถึงจำนวนชนิดพันธุ์ที่ยังคงรอการค้นพบ โดยในระหว่างปี พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2557 มีชนิดพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการค้นพบมากถึง 2,216 ชนิดพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพดังกล่าวของแม่น้ำโขงส่งผลให้ช่วยเติมเต็มความอุดมสมบูรณ์ให้กับไร่นาด้วยตะกอนดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำก็เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญให้กับการอุตสาหกรรม ช่วยกรองน้ำและฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ รวมถึงการปกป้องเมืองต่างๆ จากภัยธรรมชาติอย่างอุทกภัยและวาตภัย ผู้คนประมาณร้อยละ 80 จากทั้งหมด 300 ล้านคนในภูมิภาคนี้ ต่างพึ่งพาอาศัยระบบธรรมชาตินี้โดยตรงในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร วิถีชีวิต และประเพณีวัฒนธรรม

นอกจากนี้ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งโปรตีน แหล่งพันธุ์ปลา พันธุ์พืช และสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนมากกว่า 60 ล้านคน เป็นแหล่งโปรตีนของผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากถึงร้อยละ 47-80

ด้านล่างของพระธาตุภูสี คือตลาดมืด (คล้ายๆกับถนนคนเดินบ้านเรา) ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืนถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแหล่งใหญ่ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากจะมีพ่อค้าแม่ค้าชาวหลวงพระบางนำสินค้ามาวางขายเต็มไปหมด ทั้งกระเป๋า ของฝาก ผ้าต่างๆ ที่นี้ถือว่ามีร้านขายผ้าที่เยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เยอะมาก มีให้เลือกซื้อไว้ใส่เองตอนตักบาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า หรือจะซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ก็ได้นะคะ เจนมองว่าตลาดนี้ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหลวงพระบางเลย

ของบางอย่างก็คล้ายๆกับตลาดพื้นเมืองบ้านเราเลยค่ะ มีถูกกว่าบ้าง แพงกว่าก็เยอะ ^^

การตักบาตรข้าวเหนียว

บรรยากาศยามเช้าของหลวงพระบาง จะเห็นนักท่องเที่ยวนั่งรอพระ เพื่อจะตักบาตรข้าวเหนียวกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวหลวงพระบางเลยค่ะ

การตักบาตรข้าวเหนียว ตอนเช้าในหลวงพระบาง ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก ด้านวัฒนธรรม ถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังคงสืบทอดยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม

การตักบาตรด้วยข้าวเหนียวมีมาตั้งแต่ศาสนาพุทธเข้ามาเผยแพร่ เพราะชาวหลวงพระบางรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีข้าวเจ้าหรือข้าวสวยน้อยมาก นานๆ จึงจะมีการหุงข้าวเจ้า ยกเว้นในสมัยนี้

โดยการตักบาตรข้าวเหนียวที่หลวงพระบางนั้น ชาวบ้านจะฟังเสียงกลองของวัด ซึ่งเป็นสัญญาณให้ชาวบ้านหลวงพระบางเตรียมตัวปูเสื่อรออยู่ริมทางที่พระท่านจะเดินบิณฑบาต โดยการแต่งตัวของผู้หญิงจะต้องนุ่งผ้าซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ ผู้ชายจะต้องนุ่งกางเกงขายาวและมีผ้าพาดเช่นกัน ทั้งนี้ตอนใส่บาตร ผู้ใส่บาตรจะต้องนั่งคุกเข่า จะมีทั้งชาวบ้าน นักท่องเที่ยว แต่งตัวสวยงามด้วยผ้าไทย นั่งรอใส่บาตรกันอย่างสวยงา

แต่ถ้าใครใส่บาตรที่ถนนไม่ทัน !!!

เจนแนะนำให้มาที่วัดใหม่สุวรรณภูมาราม นี้ค่ะ ค่าเข้าคนละ 20000 กีบ จะได้เห็นอีกมุมนึงของชาวบ้านชาวหลวงพระบางอย่างแท้จริง และจะได้เห็นความอลังการด้วยผนังปิดทองสลักเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ส่วนด้านในพระอุโบสถมีสัญลักษณ์อดีตพุทธเจ้านับพันองค์เรียงอยู่บนผนังสีแดง ตัววัดอยู่ใจกลางเมืองบนถนนศรีสว่าง

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันสั้นๆว่า “วัดใหม่”

เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวและยังเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบางในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินฤทธิ์ จนกระทั่งถึงปีพ.ศ. 2437 จึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังจวบจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือตัวอุโบสถ(สิม) ลักษณะจะเป็นอาคารทรงโรง หลังคามีขนาดใหญ่ มีชายคาปกคลุมทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน

ตลาดเช้า

ตักบาตรเสร็จแล้ว เราพามาเดินดูวิถีชีวิตชาวหลวงพระบางในยามเช้าที่ตลาดเช้า เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ สดๆ มากมาย ขนมทานเล่นก็มีให้เลือกชิมเพียบ ไก่ เป็ด ตัวเป็นๆร้องกันระงมเต็มเลย ต้องลองมาดูกันเองค่ะ ลืมตลาดบ้านเราไปเลย

ตลาดเช้าหลวงพระบางเป็นตลาดสดแบบดั้งเดิมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสปป.ลาว ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านหลวงพระบาง ทั้งยังสามารถหาอาหารมื้อเช้ากินได้ในราคาประหยัด ซึ่งส่วนมากนักท่องเที่ยวที่ร่วมประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มักนิยมแวะเดินชมตลาดเช้าหลวงพระบางก่อนไปเที่ยวต่อ เนื่องจากอยู่ในเส้นทางที่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น พระธาตุพูสี พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง อีกแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารพื้นเมืองของหลวงพระบาง ต่างต้องพาตัวเองมาลิ้มลอง ซึ่งนอกจากอาหารพื้นเมืองที่มีให้เลือกแล้วยังมีวัตถุดิบที่แปลกออกไปให้ได้ดูอีกด้วย ทำให้ตลาดเช้ากลายเป็นมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของชาวหลวงพระบางได้ดี

เดินมาสุดตลาด เลี้ยวซ้ายติดแม่น้ำโขง จะเห็นร้านประชานิยม ตั้งขายอาหารเช้าอยู่ค่ะ มีกาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก้ โจ๊ก หรือเฝ่อให้เลือกกินกันพลางชมวิวแม่น้ำโขงเพลินๆในช่วงเช้า

ร้านกาแฟประชานิยม

เป็นร้านดั่งเดิม ที่เปิดขายตั้งแต่เช้าตรู่ และได้รับความนิยมจากคนไทยที่ไปเที่ยวหลวงพระบางเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในลิสหนังสือท่องเที่ยวหลายๆเล่ม มีกรุ๊บทัวร์มาตอนเช้ากันหนาแน่น ร้านอยู่หัวมุมถนน ติดริมโขง มีกาแฟ ปาท่องโก๋ ไข่ลวก และมีเฝอ ข้าวเปียก และโจ๊ก (ของร้านติดกัน) บริการ เช้านี้สั่งโจ๊กใส่ไข่ ใส่ปาท่องโก๋ตัวใหญ่ 1 คู่ และกาแฟร้อน โจ๊กของที่นี้จะมีจุดเด่นที่ใส่หอมเจียวมาให้เยอะ และเม็ดข้าวจะใหญ่เหมือนเป็นข้าวต้ม อร่อยใช้ได้ ส่วนกาแฟร้อนออกจะหวานมากไป ไม่ค่อยถูกปากค่ะ ค่าเวียหาย โจ๊กใส่ไข่ 8000 กีบ กาแฟร้อน 5000 กีบ และปาท่องโก๋ 1000 กีบค่ะ : 5000 กีบ ประมาณ 20 บาท

ที่คิดไว้คือจะเช่ามอเตอร์ไซค์ละขับมากันเรื่อยๆ ฝนตกจ้า หมดกัน เราเลยเปลี่ยนแผนเป็นการเหมารถให้ไปส่งที่ตาดกวางสีแทน ใช้เวลา 40 นาทีจากเมืองหลวงพระบาง เรามาอยู่กันที่ น้ำตกตาดกวางสี ที่ใครมาเที่ยวหลวงพระบางแล้วพูดได้เลยว่า ห้ามพลาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่น้ำเป็นสีฟ้าเขียว ใส่สะอาดให้เราได้ว้าวกัน

“น้ำตกตาดกวางสี” หรือ น้ำตกกวางสี น้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตกและสามารถเลาะข้างน้ำตกไปชมน้ำตกชั้นบนสามมารถเล่นน้ำบริเวณลำธารได้ นอกจากจะชื่นชมความงามของน้ำตกแล้ว ยังหาซื้อของที่ระลึกที่ทางเข้าน้ำตก ซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองที่ทำจากไม่ไผ่เป็นของใช้หลายชนิด และมีร้านอาหารตามสั่งให้บริการอยู่หลายร้าน น้ำตกกวางชีมีน้ำตลอดปี ในฤดูร้อนน้ำจะน้อย

น้ำตกกวางสี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวแถบยุโรปนิยมมาผจญภัยกัน น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากหลวงพระบางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 30 กิโลเมตร เสียค่าเข้าชม คนละ 10,000 กีบ (ประมาณ 40 บาท) โดยจะเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 06.00 – 17.30 น.

มาถึงทางเข้าเจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงนี้น้ำเยอะมาก สวยๆ เจนกับพี่เติ้ลตื่นเต้นมาก รีบเดินไปให้ถึงน้ำตกเร็วๆ

โอ้ยยย น้ำเยอะจริง แต่ทำไมน้ำไม่ใสอย่างที่คิดไว้ ฮ่าๆ เราคงมาผิดช่วงจริงๆ ค่ะ เพราะช่วงนี้ฝนตกมาตลอด จนทำให้น้ำเยอะขนาดนี้ จนไม่สามาถเดินข้ามสะพานได้เลย ได้แต่มองอยู่ไกลๆ

บริเวณทางเข้าน้ำตกจะมีศูนย์อนุรักษ์หมี ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหมีจากการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าในสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศลาว รวมถึงการล่าสัตว์เองของชาวบ้านในเมืองหลวงพระบางด้วย ซึ่งค่าเข้าชมส่วนหนึ่งก็นำมาอนุรักษ์บำรุงหมี มาถึงนี้แล้วอยากให้ทุกคนแวะเข้าไปเยี่ยมน้องตอนนี้ทุกตัวได้รับการช่วยเหลือและดูแลอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ ใครที่อยากบริจาคช่วยเหลือน้องก็สามารถทำได้เลยนะคะ หรือจะอุดหนุนสินค้าไว้เป็นของฝากกันก็มีค่ะ

จากน้ำตกตาดกวางสี เดินมาอีกนิดสัก 10 นาที เราจองที่พักสำหรับคืนนี้ไว้ ชื่อว่า วันวิสา แอท เดอะ ฟอลส์ ที่พักติดน้ำตก บรรยากาศดี ที่จองจาก Expedia Add-on http://bit.ly/2NodxD1 ในราคาดี๊ดี

วันวิสา แอท เดอะ ฟอลส์ เป็นสถานที่พักอันลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำกับสีสันของหลวงพระบางอย่างเต็มที่ เนื่องจากที่พักระดับ 2 ดาวแห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 30 km และห่างจากสนามบินเพียง 35 km นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเดินทางมาพักที่นี่ทุกปี นักท่องเที่ยวที่พักที่นี่จะได้เพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเมือง เช่น Kuang Si Falls Butterfly Park, Kuang Si Falls

วันวิสา แอท เดอะ ฟอลส์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ที่รับประกันได้ว่าจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เข้าพัก ที่พักเสนอบริการที่หลากหลาย เช่น แม่บ้านทำความสะอาดรายวัน, ห้องเก็บกระเป๋า, ที่จอดรถ, รูมเซอร์วิส, บริการรถรับ-ส่งถึงสนามบิน

เราต้องเดินข้ามสะพานนี้ไปยังที่พักค่ะ น้ำแรงมาก มีเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันแบบไม่กลัวเลย กับสนุกสนานกันไปอีก ยืนขำกับพี่เติ้ลสองคน มองดูละก็เพลินๆ ค่ะ

ที่พักมีห้องพักที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามกว่า 9 ห้อง บางห้องยังมีห้องปลอดบุหรี่, โต๊ะเขียนหนังสือ, ระเบียง/ชานเรือน, พัดลม, ฝักบัว ไว้บริการอีกด้วย บริการนวด, สวน ณ ที่พัก จะช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายไปตลอดทั้งวัน ท่านสามารถอิ่มเอมกับบริการเหนือระดับและทำเลที่ตั้งดีเลิศได้ที่ วันวิสา แอท เดอะ ฟอลส์

รายละเอียดที่พัก
ห้อง/ปลอดบุหรี่ 
จำนวนชั้น : 1
จำนวนห้องอาหาร : 1

เช็คอินได้ตั้งแต่: 10:00
เช็คเอาต์ได้จนถึง : 12:00

การเดินทาง
ค่าบริการรถรับ-ส่งถึงสนามบิน : 60 LAK
ระยะห่างจากตัวเมือง : 30 km
ระยะเวลาเดินทางสู่สนามบิน (นาที): 65

สามารถสั่งอาหารจากที่พักมาทานได้เลย วัถตุดิบสดใหม่ อร่อยให้สามผ่านเลยค่ะ
ในที่ไม่ได้พัก สามารถเข้ามาสั่งอาหารทานได้นะคะ ไม่ผิดหวังเรื่องรสชาติแน่นอน

โอ้โห้หลังนี้อยู่สุดทางของที่พักค่ะ วิวดีมากกก อลังการงานไม้ทั้งหลัง พร้อมระเบียงที่ยื่นออกไปทางน้ำตก กันไปคุยกับพี่เติ้ลว่า เราจะมากันอีกมาพักหลังนี้ตอนน้ำเป็นสีฟ้าเนอะ

พักเราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลยค่ะ ติดน้ำตก ติดป่าด้านหลังที่พัก มีเพื่อนตัวสีขาวที่คอยเล่นด้วยตลอด
เจนจะพามาดูบรรยากาศรอบๆ กันบ้างค่ะ สวย ร่มรื่น และเหมาะกับการมาฮันนีมูนมากๆ 

ถึงเวลากลับเข้าเมืองหลวงพระบางแล้ว จุดขึ้นรถอยู่หน้าทางเข้าน้ำตกเลยนะคะ ใครที่อยากเข้าเมืองจะมาขึ้นรถที่นี่เราโชคดีที่มีรถเข้าเมืองพอดี เป็นการแชร์ค่ารถกับนักท่องเที่ยวคนอื่น (ค่ารถ2คน 100,000 กีบเท่านั้น เหมากลับไปเอง 200,000 กีบนะจ๊ะ)

สรุปมีนักท่องเทียวที่มาด้วย คนเดียวและนั่งหน้ากับคนขับ ด้านหลังเลยเพราะของพี่เติ้ลเจน ใช้เวลา 40 นาทีก็ถึงตัวเมืองหลวงพระบางเลย เราตกลงให้คนขับไปส่งถึงที่พักในคืนที่สามของเรา เค้าบอกว่าได้เลย เพราะคนที่มาด้วย เค้าก็ลงที่พักใกล้ๆ กัน ชั่งเหมาะเจาะอะไรอย่างงี้ ^^

คืนที่สามเราพักกันที่ มายดรีม บูติค รีสอร์ท (My Dream Boutique Resort)
เป็นที่พักขนาดเล็กที่น่ารักมาก ติดริมน้ำคานเลย เหมาะกับคู่รักไหนที่อยากมาพักแบบเงียบ สงบ และเป็นส่วนตัว เจนว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีค่ะ แถมบรรยากาศร่มรื่น พนังงานสุภาพ น่ารักค่ะ ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ปั่นจักรยานเพลินๆประมาณ 2 กิโลเอง
เดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก ที่พักแห่งนี้เหมาะต่อการพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมายของเมือง เช่น แม่น้ำคาน, วัดอฮาม, Bamboo Bridge

การบริการที่ดีเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่าของ มายดรีม บูติค รีสอร์ท จะทำให้ประทับใจไม่รู้ลืม ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก อาทิ ฟรี Wi-Fi ทุกห้อง, แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง, ห้องเก็บกระเป๋า, Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะ, รูมเซอร์วิส

ขณะเข้าพักที่นี่ ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากสิ่งอำนวยความสะดวกคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์จอแบน, อินเทอร์เน็ตไร้สาย(ไม่เสียค่าใช้จ่าย), ห้องปลอดบุหรี่, เครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะช่วยเติมพลังให้แก่ท่านหลังจากวันอันแสนยาวนาน ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนันทนาการหลากหลายไว้คอยให้บริการ เช่น สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, บริการนวด, สวน เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ลงตัว มายดรีม บูติค รีสอร์ท ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าพักในทุกๆ ด้าน

บรรยากาศภายในห้องพัก และมุมสระว่ายน้ำส่วนกลางค่

หลังจากเก็บกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เราก็ปั่นจักรยานมาเที่ยวในเมืองกันค่ะ มีร้านคาเฟ่น่ารักๆ ร้านขายของเก๋ๆ วัดวาอารมที่สวยงงามเยอะมากเวลาครึ่งวันนี้เราคงพาไปไม่หมดค่ะ เลยได้พาไปดูได้ไม่กี่ที่นะคะ

ไปกันเลยทุกคน แดดเปรี้ยงต้อนรับการปั่นชมเมืองเรามาก แต่สู้ไม่ถอยลุยกันเลย

มื้อเที่ยงเราวันนี้ขอเสนอ ร้านตำหมากหุ่งเจ๊ติ๋ม ตั้งอยู่หน้าวัดหนองสีคูนเมืองใครที่อยากมากินส้มตำหลวงพระบางแท้ๆ ต้องร้านนี้นะคะทุกคน

ตำหมากหุ่ง แม่ติ๋ม อยู่หน้าวัดหนองสีคูนเมือง เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในหลวงพระบาง ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องมากราบไหว้ขอพรกันอยู่แล้ว เมนูเด็ดของที่นี่คือ ตำหลวงพระบาง แบบต้นตำรับ เส้นมะละกอต้องฝานเป็นเส้นใหญ่ รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นมะกอก น้ำส้มตำสีดำข้น น่ากินสุดๆ

ร้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย ถ้าถ่ายรูปและเช็คอินเมื่อไหร่ ภาษาไทยจะขึ้นให้อัตโนมัติ เชื่อได้เลยว่าคนไทยไปกินบ่อยมาก มากี่ครั้งก็ต้องมาโดนร้านนี้เลยค่ะ

ที่ตั้ง หน้าวัดหนองสีคูนเมือง หลวงพระบาง สปป.ลาว
เปิดทุกวัน 10.00 – 16.00 น.

จากนั้นก็จะพาไปชมวัดคู่บ้านคู่เมืองของที่นี้ คือวัดเชียงทอง มีค่าเข้าชมคนละ 20000 กีบ

วัดเชียงทองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของการมาเยือนเมืองมรดกโลกนี้ โดยเป็นวัดที่มีความสวยงามอลังการจนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นดั่ง “อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมสกุลช่างล้านช้าง” ที่งดงามที่สุดในดินแดนลาว

วัดเชียงทองได้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ วัดนี้จึงถือว่าเป็น “วัดประตูเมือง” และท่าเทียบเรือด้านเหนือสำหรับการเสด็จประพาสทางชลมารคของกษัตริย์หลวงพระบางด้วย ทำให้วัดเชียงทองได้รับการอุปถัมภ์มาโดยตลอด

และที่สำคัญยังเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428 สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ เช่น พระอุโบสถ ซุ้มประตูโขง พระธาตุ หอไหว้น้อย หอไหว้สีกุหลาบ หอไหว้หลังพระอุโบสถ หอกลอง หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ฯลฯ ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน และสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกประการนับเป็นตัวแทนของศิลปะสกุลช่างล้านช้างที่งดงามและสมบูรณ์ และเป็นความโชคดีของวัดเชียงทองอย่างยิ่ง

วิหารหลังนี้ประดับด้วยกระจกสีต่างๆ ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปะติดปะต่อเป็นภาพเล่าเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องราววรรณกรรมชั้นเอกของลาว และเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวบ้านทั่วๆ ไป

มุมถ่ายรูปนี้ที่ใครๆ ก็ต่างให้ความนิยม จะต้องมีภาพนี้เก็บไว้ในอัลบั้มทริปหลวงพระบางกันทุกคนแน่นอน

การเดินทางไปวัดเชียงทอง

– รถมอเตอร์ไซค์ เป็นวิธีการเดินทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด สามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ตามที่พักหรือในเมือง ราคาวันละประมาณ 100,000 กีบ

– รถรับจ้างท้องถิ่น มีบริการรถรับจ้างท้องถิ่นทั้งจากสนามบินและตัวเมือง สามารถว่าจ้างแบบเหมาจ่ายเพื่อรับ-ส่งถึงอาคารผู้โดยสารได้

– รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 13 ตัดเข้าถนน Phetsarat จากสนามบินเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง

เวลาในการเปิด – ปิดทำการ : วัดเชียงทองเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 17.30 น.

ร้านขนมปังหนานุ่มในหลวงพระบาง ต้องยกให้ Zurich Bread Factory Cafe

ร้านถูกตกแต่งสไตล์ยุโรปนิดๆ ผสมผสานกับการตกแต่งของลาวได้อย่างลงตัว ขนมปัง freshly baked มีให้เลือกหลายแบบมาก ทั้งพิซซ่า ครัวซองต์อัลมอลด์ เดนิส พาสต้า สเต็ก สลัด ซุป หรืออาหารท้องถิ่นแบบชาวลาว เน้นส่วนผสมออร์แกนิคและสดใหม่ อีกหนึ่งร้านที่ต้องลองกันนะค่ะ (อยู่ตรงข้ามร้าน Oct-Tok-Pok ร้านFair Trade, supporting local communities through arts and textile)

ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้า สามารถมาได้หลังตักบาตรข้าวเหนียว แนะนำให้มาเช้าๆเพราะขนมปังจะออกมาแบบสดๆใหม่ๆ มี pizza เตาถ่านด้วย ขนมปังที่นี่เป็น Natural yeast มีความเหนียวนุ่มดีมาก แค่กินขนมปังอย่างเดียวก็ฟินแล้ว เบเกอรี่อย่างอื่นก็อร่อย ราคาที่นี่จะค่อนข้างสูงหน่อย บริการดีมาก มีเมนูให้เลือกเยอะ

ร้านนี้มีสาขาตามสนามบินใหญ่ๆในประเทศไทยด้วย เดี๋ยวต้องตามไปชิม

มื้อเย็นเรามาฝากท้องไว้กับร้านเย็นสบาย Dyen Sabai Restaurant หมูกระทะไฮโซ ที่เค้าว่ากันว่าชิล ละวิวดีที่สุด ในย่านนี้ พลาดไม่ได้ค่ะ คอปิ้งย่างแบบเรา ต้องสั่งมาลองซะแล้ว

ร้านนี้ตั้งอยู่อีกฟากของน้ำขาน จากฝั่งเมืองเก่าต้องเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ไป ใช้สะพานที่อยู่ใกล้กับทางขึ้นพระธาตุพูสี (ฝั่งริมน้ำขาน) พอเดินพ้นสะพาน ร้านอยู่ติดแม่น้ำ ทางซ้ายของเรา ร้านบรรยากาศดีมาก มีโต๊ะหลายแบบให้เลือกนั่ง ทั่งแบบนั่งพื้น แบบญี่ปุ่น และโต๊ะธรรมดา ช่วงที่ไปอากาศเย็นมาก ได้ BBQ Buffalo & Pork Fondue สั่งเป็นชุด ซึ่งก็คือ หมู/เนื้อกระทะนั่นเอง

1 ชุด ประกอบด้วย เนื้อสัตว์ (Buffalo, Pork, Fish) หรือจะเลือกเต้าหู้ก็ได้ (แต่เต้าหู้ติดกระทะ) และชุดผัก (ผัก, วุ้นเส้น, บะหมี่, ไข่ไก่) มีน้ำซุป รสเข้มข้นสามารถสั่งเนื้อสัตว์ extra ได้

แนะนำ Buffalo เนื้อนุ่ม อร่อยมาก ทั้งย่าง หรือจิ้มจุ่ม รับประทานแกล้มเบียร์ลาว สุขสุดๆ ยามอากาศหนาว  นอกจากหมูกระทะแล้วที่นี้มีเมนูอื่นด้วยนะคะ สามารถสั่งมากินพร้อมจิบเบยลาวเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ ก็เพลิดเพลินไม่เบาค่ะ ได้ลองแล้วค่ะ เราว่ารสชาติเป็นลองวิวค่ะ ให้คะแนนวิว บรรยากาศ เต็มสิบไปเลย

สบายดี..วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จก็ขอเดินชมภายในรีสอร์ตหน่อย ที่ตั้งของที่พักจะอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ ห่างจากจุดที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ จึงเงียบ สงบ ไม่เสียดัง และนี้คือบรรยากาศยามเช้าของที่พักค่ะ จะนั่งดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ หรือจะมานวดตัวกันเป็นคู่กับคนรักก็ได้นะ โรแมนติกแบบผ่อนคลายๆ เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆค่ะ

เรานัดให้รถของที่พักไปส่งสนามบินช่วงบ่ายสองโมงครึ่ง ฉะนั้นยังพอมีเวลาไปชิลในเมืองอยู่บ้าง มื้อเที่ยงเราเลยมาฝากท้องกันที่ร้าน Bamboo Garden Restaurant ร้านอาหารตามสั่งที่รสชาติเหมือนบ้านเราที่สุด ที่สำคัญราคาถูกและได้เยอะมาก

Saffron Coffee and Bakery

เอาใจคอกาแฟกันบ้าง ใครที่มาเที่ยวหลวงพระบางแล้ว อยากดื่มกาแฟดีๆ ต้องร้าน Saffron Coffee and Bakery เพราะขึ้นชื่อเรื่องเมล็ดกาแฟที่ปลูกของคนลาวเลยค่ะ นอกจากกาแฟ ก็สามารถมาสั่งเมนูอื่นมานั่งชิลๆ ได้ค่ะ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีโซนในร้านและติดแม่น้ำให้เลือกนั่งด้วย ส่วนวิวนั้นไม่ต้องพูดถึงเป็นช่วงเวลาที่นั่งคุยกับคนรู้ใจได้ดีทีเดียวค่ะ

Saffron Coffee   ร้านกาแฟบรรยากาศดี ตั้งอยู่ริมถนนใกล้แม่น้ำโขง เป็นร้านกาแฟเก๋ ที่ติด Top 5 ของทุกรีวิวร้านกาแฟในหลวงพระบางเสมอๆ กาแฟที่ร้านจะเป็นกาแฟที่คั่วบดเอง โดยนำเมล็ดกาแฟมาจากที่ราบสูงโบโลเว่น รสชาติกาแฟจะเข้มข้น หอมอบอวล มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ร้านมีเมนูอาหารเช้า, เบเกอรี่, สมูทตี้ และเครื่องดื่มอื่นๆ จำหน่ายด้วยครับ

ที่อยู่ : Khem Khong Road | Ban Wat Nong, หลวงพระบาง 0600, ลาว
โทร : +856 71 212 915
Website : https://saffroncoffee.com
Facebook page : https://www.facebook.com/SaffronCoffee/
พิกัด : https://goo.gl/maps/rPnAwuzYFTR2

Joma Bakery Café

ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน Joma Bakery Café
มองจากหน้าร้านดูธรรมดามากค่ะ แต่พอเข้าไปแล้ว เห้ย! ดีงาม ถูกตกแต่งได้อย่างลงตัว มองไปรอบๆมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมานั่งชิลๆ กันเต็มไปหมดเลย เราสั่งโดนัทและน้ำแตงโมปั่นมากินเล่น ราคาอยู่ที่ 70000 กีบ

JOMA เป็นร้านดังของลาวร้านหนึ่งในหลวงพระบาง ความสะดวก ห้องน้ำสะอาด เค้กอร่อย กาแฟก็หอมในระดับพึงพอใจ ราคาไม่แพง ที่สำคัญห้องแอร์ ถ้าโหลดแอพสะสมคูปองได้กาแฟฟรีอีก

Joma Bakery Café สาขาเวียงจันทน์ต้อนรับเราด้วยบรรยากาศสไตล์คาเฟ่ตะวันตก เน้นการตกแต่งด้วยสีขาว ดำ แดง รับกันกับเก้าอี้ไม้เข้าชุด มีทั้งหมด 2 ชั้น รวมไปถึงเก้าอี้ด้านนอกสำหรับผู้ที่อยากนั่งดูรถราสัญจรไปมา

ความพิเศษของ Joma Bakery Café คือการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากสถานที่ต่างๆ มารังสรรค์เป็นเมนูขนมและเครื่องดื่มภายในร้าน เช่น เนยสดจากนิวซีแลนด์ เสาวรส จากเกษตรกรพื้นเมืองเป็นต้น และสิ่งที่ Joma ภูมิใจนำเสนอมากๆ ก็คือเมล็ดกาแฟ เพราะทั้งหมดได้มาจากผลผลิตภายในประเทศ ปลูกแบบออร์แกนิค คั่วด้วยความพิถีพิถัน ก่อนจะส่งตรงมายังสาขาต่างๆ ของ Joma

สำหรับขนมที่ขอแนะนำ คือ เดนิช สตรอว์เบอร์รี ราคา 16,000 กีบ (ราคาประมาณ 63 บาท) หอมกลิ่นเนยสมกับที่บอกว่าเลือกใช้เนยนำเข้ามาเพื่อทำขนมเป็นพิเศษ จะทานคู่กับกาแฟหรือชาเขียวเย็นสักแก้วก็เข้ากันดี นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูของคาวไว้ให้บริการเช่นกัน สามารถแวะมานั่งพักชิลล์ๆ เติมพลังก่อนไปเที่ยวต่อได้เลย เพราะที่นี่มีไวไฟฟรีไว้ให้บริการเช่นกัน

ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของ Joma Bakery Café คือรายได้ 10% จะนำไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศลและ NGOs ต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวลาวภายในประเทศ

พิกัด: Joma Bakery Café ถนน Dongpaina ใกล้กับสถานทูตฟิลิปปินส์
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00 – 21.00 น.

ทริปนี้ขอลาไปด้วยร้านนี้เลยละกันนะคะ ถ้ามีโอกาสมาหลวงพระบางอีก คงต้องวางแผนการเดินทางให้มีเวลาอยู่ที่นี้เป็นเดือน ถึงจะเก็บร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยวได้หมด ชื่นชอบความเรียบง่ายของที่นี้ ผู้คนน่ารัก พร้อมให้ความช่วยเหลือ และเป็นมิตรมากๆ

ขอบคุณทางที่พัก My Dream Boutique Resort ที่มีรถรับส่งเราถึงสนามบินเลย

ขอบคุณทางที่พัก My Dream Boutique Resort ที่มีรถรับส่งเราถึงสนามบินเลย

ใครที่สนใจอยากเดินทางแบบเรา เจนแนะนำตัวช่วยเรื่องการจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักกับทาง Expedia
เพราะลูกค้าของ Expedia ทุกคนทีจองตั๋วเครื่องบินผ่าน http://bit.ly/2NodxD1 จะได้รับ Expedia Add-On ซึ่งหมายความว่าลูกค้าท่านนั้นจะได้รับส่วนลด ราคาค่าห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม เนื่องจากลูกค้าได้จองตั๋วเครื่องบินผ่านwww.expedia.co.th โดยส่วนลดราคาค่าห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติมนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงแรม สามารถตรวจสอบรายชื่อโรงแรมและส่วนลด ผ่านเว็บไซต์ www.expedia.co.th สิทธิพิเศษเพิ่มเติมนี้สามารถใช้ได้ ตั้งแต่วันและเวลาที่จองตั๋วเครื่องบิน จนถึงวันที่ออกเดินทางกับสายการบินที่มีการจองตั๋วไว้เลย

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here