เที่ยวอุตรดิตถ์ – หลงรักเมืองลับแล

อุตรดิตถ์ – เมืองลับแล

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือนเมืองลับแล ที่นี่เป็นเมืองที่น่ารักและเงียบสงบจริงๆเหมือนอยู่คนละโลกกับกรุงเทพอันแสนวุ่นวายเลย หลายคนพอพูดถึงอุตรดิตถ์จะนึกถึงแต่ภูสอยดาว แต่จริงๆแล้วอุตรดิตถ์ยังมีมุมน่ารักๆมากมาย ทั้งวิถีชีวิตชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ผู้คนที่ยิ้มแย้มเป็นกันเอง

เริ่มที่เมืองลับแลฟังชื่ออาจจะกลัวแต่ที่นี่ไม่น่ากลัว เล๊ยยยยแถมยังน่าเที่ยวน่ามาพักผ่อน ตั้งแต่ที่พักน่ารักๆอยางลับแลเกสเฮ้าส์แล้ว ไปตะลุยชิมอาหารท้องถิ่นที่มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นตั้งแต่ร้านเจ๊นีย์ของทอด ข้าวพันผักอินดี้ หมี่พันป้าหว่าง ข้าวพันผักเตาถ่านหรือจะไปชิมดะที่เดินตลาดโต่รุ่งตามด้วยตอนเช้าที่ตลาดศรีพนมมาศ จิบกาแฟกินอาการริมน้ำ ร้านป๋ายลับแล นั่งแช่เท้าที่น้ำตกแม่พูล ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ม่อนอารักษ์ โอ้โหเยอะมาก เล่าตรงนี้ไม่หมดไปตามอ่านในรีวิวนี้ดีกว่า

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตชุมชนของเมืองลับแลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งผลงานของพระศรีพนมมาศ ท่านมียศเป็นอำมาตย์ตรี ดำรงตำแหน่งเกษตรมณฑลพิษณุโลก ซึ่งท่านได้สร้างความเจริญให้แก่อำเภอลับแลเป็นอย่างมาก เช่น วางผังเมืองลับแล สร้างฝายหลวง พัฒนาการศึกษา และส่งเสริมการเกษตร จึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวลับแลมาจนปัจจุบัน

ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยลานกิจกรรม วัฒนธรรม ประเพณี อาคารพิพิธภัณฑ์บ้านพระศรีพนมมาศ เรือนจำลองของเมืองลับแลในอดีต อาคารจำหน่ายสินค้า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

สอบถามข้อมูล : โทรศัพท์ 0 5543 1076

เปิดทุกวันเวลา 9.00 – 16.00 น

เสร็จแล้วก็ขับรถขึ้นเขากันต่อไปเที่ยวที่น้ำตกแม่พูลป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากรถถึงเลยไม่ต้องเดินที่นี่เลยมีชาวบ้านที่นี่มานั่งเล่นกันเยอะเลยค่ะเป็นเหมือนที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่เลย

น้ำตกแม่พูล อยู่ที่หมู่ 4 บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตรเป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนให้น้ำไหลจากบนเขาสูงลงมา สภาพโดยรอบนั้นมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อนและร้านอาหาารที่สามารถนั่งมองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกแม่พูลได้ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับตัวเมืองอุตรดิตถ์ที่มีถนนเข้าถึงสะดวกสบายบริเวณน้ำตกมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและที่จอดรถไว้บริการ

การเดินทาง

จากอำเภอเมืองถึงอำเภอลับแล ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 ประมาณ 12 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวที่ถนนตุลาสถิตย์ ในตัวเมืองรถจะออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00–17.30 น. หรือจะเหมาไปก็ได้

ตรงหน้าทางเข้าน้ำตกแม่พูลจะมีร้านอาหารชื่อป๋ายลับแล บรรยากาศดีร่มรื่นมากเลยมีที่นั่งริมเป็นแคร่ริมน้ำชิลๆด้วย
ร้านป๋ายลับแล
ปิดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน เปิดเวลา 11.00 – 19.00 น
เบอร์โทร 081-888-8772

ร้านข้าวพันผักฟ้าฮ่าม

ขากลับจากน้ำตกเราแวะร้านข้าวพันผักฟ้าฮ่ามร้านข้าวพันผักที่ยังใช้เตาถ่านอยู่เลย ใครมาทานที่นี่ต้องใจเย็นหน่อยคะเพราะแม่ค้าทำคนเดียวทุกอย่างเลยเดินไปสั่งแล้วก็นั่งรอเดินไปเช็คบ้างว่าได้หรือยังต้องบริการตัวเองนะคะ ของดีต้องใจเย็นเน๊าะ อิอิ แถมราคาที่นี่ก็โหดมากกกก ถูกแบบโหดสุดๆเริ่มที่ 1 บาทอ่านไม่ผิดหรอกจ้าส่วนจานที่เรากินราคา 15 บาท!!!! รวมทั้งโต๊ะ 6 คน ราคา 160 บาท โหกินข้าวมื้อนึงในกรุงเทพยังไม่ได้เลย
ข้าวพันผักฟ้าฮ่าม

หยุดทุกวันจันทร์ เปิดเวลา 8.00 – 19.00 น

ลับแลเกสเฮ้าส์

อิ่มแล้วก็เข้าที่พักกันดีกว่าค่ะเราพักที่ลับแลเกสเฮ้าส์ เป็นที่พักที่น่ารักมากเป็นบ้านไม้โบราณแบบออริจินัลเลยเป็นบ้านของพ่อค้าที่รวยที่สุดคนนึงในสมัยก่อนเลยนะคะ คุณเบนเจ้าของบ้านพักได้เช่าและทำเป็นเกสเฮ้าส์ ราคาที่พักก็น่ารักที่สุดในโลก ถูกจนตกใจ ราคาต่อ 4 คน 1,450 บาทรวมอาหารเช้าแบบท้องถิ่นมีสบู่ ยาสีฟันให้ มีจักรยานให้ขี่เที่ยวฟรีๆด้วยค่ะ ที่นี่ขี่จักรยานเที่ยวได้ไม่น่ากลัวรถไม่เยอะ

Lablae Guesthouse ให้บริการที่พักในอำเภอลับแล และมีพื้นที่จอดรถส่วนตัวฟรีในสถานที่ บ้านพักตากอากาศมีห้องนอนสองห้อง และห้องน้ำในตัวหนึ่งห้อง ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินไปกับการใช้งานจักรยานฟรี มีบริการรถจักรยานยนต์เช่าและรถรับส่งเมื่อแจ้งความประสงค์ ที่พักตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุโขทัยซึ่งเป็นสนามบินที่อยู่ใกล้ที่สุด 51 กิโลเมตร  

ที่นี่จะให้เราพักแบบทั้งหลังเลยค่ะก็คือเรามา 4 คนจ่าย 1,450 ก็คือได้ทั้งหลังมี 2 ห้องนอนชั้นบนชั้นล่างมีอีก 1 เตียง 1 ห้องน้ำคุณเบนจะให้กุญแจบ้านทิ้งไว้ที่เราเลยค่ะตอนเช้าคุณเบนจะเอาอาหารเช้าใส่ตระกร้ามาแขวนที่ประตูพร้อมจดหมายทักทายเป็นดีเทลที่น่ารักมาก อาหารเช้าก็เป็นอาหารพิ้นบ้านน้ำพริกอร่อยค่ะ มีแกงเห็ด ผักต้ม หมูปิ้ง ไส้อั่ว ขนมใส่ไส้ เยอะมากเลยแต่อาหารอาจจะไม่เหมือนเดิมทุกครั้งนะคะ

ที่อยู่ : 204 เทศบาลศรีพนมมาศ ศรีพนมมาศ ลับแล อุตรดิตถ์ 53130
โทรศัพท์ : 084 502 3761

ซุ้มประตูเมืองลับแล

ตอนเย็นเราขับรถไปที่ ประตูเมืองลับแล ค่ะถ้ามาที่นี่แล้วไม่ได้มาดู ประตูลับแล ก็เหมือนมาไม่ถึงเน๊าะ

เดินทางมาถึงเมืองลับแล เมืองที่เงียบสงบในจังหวัดอุตรดิตถ์ เมืองที่ชื่อลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนชวนสงสัย ก่อนเข้าไปในตัวเมืองนั้น เราต้องลอดผ่านซุ้มประตูเมือง แลดูยิ่งใหญ่ด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน ด้านข้างมีอนุเสาวรีย์แม่ม่ายเมืองลับแล เป็นรูปปั้นหญิงสาวอุ้มลูกน้อย ข้างๆ มีสามีนั่งคอตก ในมือถือย่ามใส่ขมิ้น บริเวณฐานจารึกข้อความ “ขอเพียงสัจจะวาจา” ลัญลักษณ์สำคัญของเมืองลับแล เมืองที่มักถูกเรียกกันติดปากว่า ลับแล-แม่ม่าย

ถนนวันวาน

หากใครไปเที่ยวลับแล ในวันเสาร์แล้วละก็ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง กับการเดินชิมอาหารพื้นบ้านและช๊อปสินค้าท้องถิ่นตามวิถีของชาวลับแล กับตลาดนัดชุมชน เมืองลับแล ใกล้ๆกับประตูเมืองลับแลมีถนนคนเดินชื่อว่า ถนนวันวาน เป็นตลาดที่ขายของจากชาวบ้านจริงๆ มีอาหารขนมพื้นบ้านหลายอย่างแต่ว่าเร็วๆนะคะเพราะของหมดเร็วแม่ค้าปิดร้านเร็วด้วยไม่งั้นจะอดชิมของอร่อยเหมือนเรา 555555

ซึ่งโดยปกติแล้วบริเวณนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นศูนย์ให้ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวและมีจักรยานให้เช่า

เปิดวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 15.00 – 21.00 น

อกหักจากถนนคนเดินวันวานเพราะของกินหมดเลยมาหาอาหารเย็นที่ตลาดโต่รุ่ง ตลาดนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากนะคะ    เป็นตลาดนัดเล็กๆ มีกับข้าวขนมขายใครอยากกินข้าวเย็นแบบชาวบ้านๆก็มาเดินได้ เราก็ซื้อกับข้าวไปกินกัน          ที่เกสเฮ้าส์ราคาน่ารักเหมือนเดิมคนกรุงอย่างพวกเรานี่ตื่นเต้นมาก

ม่อนอารักษ์

เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกจากที่พักตั้งแต่ตีห้าครึ่งไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ม่อนอารักษ์ จุดนี้เป็นเหมือนแค่เนินเขาเล็กๆค่ะ      มีวัดตั้งอยู่รถยนต์สามารถขึ้นได้ ถ้าไปเช้ามากประตูจะยังปิดนะคะแนะนำว่าสัก 6.00 โมงเดี๋ยวหลวงพ่อจะมา      เปิดประตูให้ค่ะก็พระอาทิตย์ขึ้นพอดี ที่นี่จะมองเห็นวิวมุมสูงของเมืองลับแลและอีกฝั่งจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นหมอกเบาๆสวยมากค่ะ

ศูนย์ปฏิบัติธรรมม่อนอารักษ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ติดกับอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของลับแล มองเห็นภูเขาและป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ท้องนาสีเขียวอ่อนเป็นตารางสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ และเห็นหมู่บ้านที่โอบล้อมไว้ด้วยภูเขา นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณสองพันปี ได้แก่ ขวานสัมฤทธิ์ เครื่องดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้ และเครื่องประดับ

วันเปิดทำการ : ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ : 08.00 – 16.00

ลาดเช้าศรีพนมมาศ

ชมวิวแล้วเรากลับมาเดินที่ ลาดเช้าศรีพนมมาศ ที่นี่ก็คือจุดเดียวกับตลาดโต้รุ่งเมื่อคืนเลยค่ะตอนเช้าก็จะเปิดตลาดด้านในขายของสดอาหารต่างๆ เราก็เดินหาของกินเล่นๆชมบรรยากาศยามเช้าของตลาด

ให้เดินเที่ยวชมวิถีชีวิตที่สงบงามเรียบง่ายของชาวลับแล การค้าขายของชาวลับแลในบรรยากาศตลาดเช้าและตลาดเก่าที่ยังเป็นห้องแถวเก่าดั้งเดิม สามารถจับจ่ายซื้อหาของกินของใช้ อาหารพื้นบ้าน ของซื้อของฝากต่าง ๆ เช่น ผ้าทอลับแล ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าขาวม้า ย่าม ข้าวแคบ ทุเรียนกวน ไม้กวาดตองกง เป็นต้น

ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่ : เทศบาลตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
เบอร์โทร : +66 5561 6228-9
วันเปิดทำการ : ทุกวัน

ร้านเจ๊นีย์ของทอด

ปั่นไม่นานก็ถึงร้านแรก ร้านเจ๊นีย์ของทอด ต้องรีบไปแต่เช้าเพราะขืนไปสายอดกินแน่นอน เพราะของหมด ที่นี่ใครมาถึงลับแลแล้วไม่กินถือว่าพลาดมาก ที่นี่มีของทอดหลายอย่างเช่น ผักทอด หน่อไม้ทอด เต้าหู้ เผือก ข้าวโพด ฯลฯ ราคาก็ 10 , 20 บาทถูกมากค่ะโดยเฉพาะกุ้งทอดกุ้งสดตัวใหญ่มากไม่รุ้ป้าขายราคานี้ได้ยังไง ของทอดของเจ๊นีย์  ไม่อมน้ำมันกินแล้วไม่เลี่ยนทอดกรอบมากน้ำจิ้มก็อร่อยค่ะเป็กเอกลักษณ์ไม่หวานอย่างเดียวแต่กลมกล่อม

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น
เบอร์โทร 055-431428 ,086-9254558

ร้านหมี่พันป้าหว่าง

ออกมาจากร้านเจ๊นีย์ไม่กี่ร้อยเมตรก็จะเจอ ร้านหมี่พันป้าหว่าง หมี่พันก็คือเส้นหมี่นำมาคลุกปรุงรสแล้วห่อด้วยแผ่นแป้งตอนแรกจะกรอบๆหน่อยแต่แม่ค้าห่อใบตองให้แล้วบอกว่าถ้าทิ้งไว้จะนิ่มลงแล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน          ราคาก็อันละ 3 บาท!!! โอ้ยจะถูกไปไหน

เปิดเวลา 10.00 – 17.00 น
เบอร์โทร 084-045-2407

ข้าวแคบ

ระหว่างทางเราจะเห็นแผงแบบนี้ตากไว้หลายบ้านที่เห็นนี่คือ ข้าวแคบค่ะ ก็จะคล้ายๆข้าวเกรียบวิธีทำคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อปรุงรสแป้งให้เรียบร้อยอย่างที่เราไปดูเป็นรสเผ็ดค่ะใส่พริกด้วย สีเลยออกส้มๆ จะนำแป้งที่ทำเป็นแผ่นมาผึ่งตากจนแห้งแล้วก็เก็บทานได้เลยค่ะไม่ต้องไปทำอะไรต่อแล้วกินเล่นคล้ายข้าวเกรียบ

มีการทำ ข้าวแคบ แทบทุกหลังคาเรือนตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย และถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยในหน้าหนาวซึ่งเป็นหน้าเกี่ยวข้าว เวลาไปทำไร่ ทำนา ก็เอาข้าวแคบที่เก็บไว้มาห่อกับข้าวเหนียวประมาณ 2-3 พัน กินไประหว่างทางเพื่อให้อิ่มท้อง ไม่ต้องเสียเวลามานั่งกิน ด้วยความที่ตัวดิฉันเองเป็นคนลับแล แม้ว่าจะไม่ได้เกิดที่นี่แต่ดิฉันก็เติบโตที่นี่ ตั้งแต่เล็กจนโตก็เห็นคนในชุมชนมีอาชีพทำข้าวแคบ พูดได้เลยว่าถ้าเป็นคนลับแลแล้วไม่มีใครที่จะไม่รู้จักข้าวแคบ ชาวบ้านในอำเภอลับแลเล่าให้ดิฉันฟังว่า การทำข้าวแคบนั้นมีมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สันนิษฐานว่าน่าจะมากกว่า 100 ปีขึ้นไปและอาจมาพร้อมๆกับการมาสร้างเมืองลับแลของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารเมื่อประมาณพุทธศักราช 1,500 และที่เรียกว่าข้าวแคบนั้น เรียกตามลักษณะของปากหม้อที่ทำข้าวแคบ ตอนไล้แป้งซึ่งมีลักษณะแคบ

ร้านข้าวพันผักอินดี้

ยังยังไม่หยุดเพราะกินยังไม่สุดมาต่อกันที่ ร้านข้าวพันผักอินดี้ ร้านนี้จะดูแหวกแนวหน่อยๆ ชื่อเดิมคือร้านข้าวพักผักป้าตอ ร้านข้าวพันผักร้านนี้อยู่ใกล้ๆกับร้านของทอดชื่อดังของลับแล เลยไปไม่เกิน 1 กิโลเมตรโดดเด่นเรื่องเมนูข้าวพันผักต่างๆ ที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นเมนูโบราณ แต่ทางร้านนำมาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เป็นข้าวพันผักเครื่องแน่นแบบต่างๆที่มีให้เลือกเมนูทานเล่นอย่างไข่ม้วน หมี่พัน บอกเลยรสชาติไม่ธรรมดา อาจทำให้หลงรักการทานข้าวพันผักไปเลยก็ว่าได้

อินดี้สมชื่อเพราะร้านอื่นๆก็จะเป็นร้านชาวบ้านๆ แต่ร้านนี้จะตกแต่งซะแนวเชียวร้านนี้คนเยอะมากนะคะเรามาแต่เช้าคนยังเริ่มเยอะแล้วรสชาติอาหารที่นี่ก็ดูออกจะจัดกว่าร้านอื่นรสชาติน่าจะถูกปากคนกรุงเทพฯ

เปิดเสาร์ – พฤหัส เวลา 9.30 – 16.30 น
เบอร์โทร 088-447-0345
เฟสบุ๊ค ข้าวพันผัก Indy

มอบผ้าห่มในโครงการ ” ไทยเบฟรวมใจต้านภัยหนาวให้กับชาวบ้านป่ากั้ง “

เที่ยวลับแลกันเสร็จแล้วเราก็เดินทางไปที่ โรงเรียนป่ากั้งวิทยา อำเภอน้ำปาด เพื่อนที่จะไปมอบผ้าห่มในโครงการ  ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาวให้กับชาวบ้านป่ากั้ง ที่งานนี้นอกจากการมอบผ้าห่มแล้วก็ยังมีกิจกรรมให้เด็กๆที่นี่เล่นกันสนุกสนาน ถึงเวลามอบผ้าห่มให้ชาวบ้านทั้งงานมีแต่รอยยิ้ม ทั้งงานมีแต่รอยยิ้มที่สุขใจของชาวบ้านส่วนทีมงานไทยเบฟและพวกเราก็มีรอยยิ้มเพราะความอิ่มใจเช่นกัน

อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่

ขากลับจากบ้านป่ากั้งเราผ่าอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ แวะไปดูต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในโลกกกกกก มีอายุประมาณ 1,000 กว่าปี!!! โห้นานมากยืนหยัดมาจนถึงป่านนี้ได้ยังไง รอบๆต้นสักใหญ่ก็ยังมีต้นสักอีกมากมายร่มรื่นมาก      แต่ละต้นก็ใหญ่ๆทั้งนั้นเลย บางคนอาจคิดว่าไม่เห็นจะใหญ่เลยแต่รู้มั้ยค่ะว่าต้นสักเนี่ยเป็นไม้ที่โตช้ามากลองไปดู  บางต้น 10 ปีต้นนิดเดียวเอง เห็นแล้วจะตะลึงว่าต้นสักใหญ่นั้นสามารถอยู่มาถึงต้นขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ถนนเส้นทางเข้าอุทยานต้นสักใหญ่ในช่วงฤดูฝน เขียวขจีสดชื่นมากมีต้นไม้ปกคลุมตลอดทั้งพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ คือ ต้นสัก ปลูกเรียงรายเป็นแถวทิวแถวบนถนนที่มีความโค้งสูงต่ำ

หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำไทร อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
ค่าเข้าชม : ฟรีทั้งคนไทยและต่างประเทศ

เขื่อนสิริกิติ์

และสุดท้ายก่อนกลับเราไปเที่ยวที่เขื่อนสิริกิติ์ กะว่าจะไปชมพระอาทิต์ตกที่นั่นแต่ฝนพึ่งจะตกและพระอาทิตย์ก็    กำลังจะตกเช่นกัน ได้บรรยากาศสองอย่างในเวลาเดียวกันเลย ที่นี่เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ทีสุดในประเทศไทย          อยู่ถ่ายรูปได้ไม่นานนักเพราะฝนเริ่มจะลงอีกรอบแล้วก็เลยต้องเดินทางกลับกรุงเทพค่ะ ทริปนี้สนุกและมีความสุข    เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เที่ยวอุตรดิตถ์แบบเต็มๆ 

          เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้น ตามโครงการพัฒนาลุ่ม น้ำน่าน เดิมชื่อ “เขื่อนผาซ่อม” ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถขนานนามว่า “เขื่อนสิริกิติ์” เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511 ก่อสร้างขึ้น ปิดกั้นแม่น้ำน่าน ณ บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 58 กิโลเมตร          

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here