“เกาะเสม็ด” เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ
เขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด
เสม็ดเป็นเกาะที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องรู้จัก
และเป็นที่นิยมมานานแสนนาน
แต่ช่วงนี้ใครไปเสม็ดอาจจะรู้สึกแปลกตา
หรืออาจไม่ชินกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เพราะว่าตอนนี้ใครไปเสม็ดจะเสร็จหรือไม่เสร็จ
เราไม่รู้แต่ถ้ามีพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ไปด้วยเสร็จแน่ๆ

เพราะล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติฯ
ได้ประกาศลดการใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียว
แล้วทิ้งในเขตอุทยานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และอย่างที่บอกว่าเกาะเสม็ดเป็นพื้นที่
ของอุทยาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้
ถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวก็อย่าลืม
“เที่ยวคลีน” พกถุงผ้า กล่องทัพเพอร์แวร์
กระติกน้ำ หรือ หลอดสแตนเลสต่างๆ ให้พร้อม
เพื่อนำไปใช้แทนการใช้โฟมและพลาสติก
กันด้วยนะคะ

เกาะเสม็ดมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก
การเดินทางมาเที่ยวหรือเดินทางบนเกาะก็สะดวก
ทะเลไม่สวยขั้นอันดามันแต่ช่วงหน้าไฮซีซั่น
อากาศดีๆทะเลที่นี่ก็ใสใช้ได้
แถมยังมีหาดที่น้ำใสๆ น่าเล่น เช่น อ่าวพร้าว
อ่าวหวาย หรือจะดำน้ำก็ยังมีแถวๆ อ่าวปะการัง
การใช้ชีวิตบนเกาะก็สะดวกสบายที่พักเยอะ
อาหารการกินมากมายเหมาะสำหรับ
คนที่อยากเที่ยวทะเลแตเวลาน้อยเสม็ดนี่แหละ
เหมาะสุดเลยและถ้าใครจะมาเที่ยวเกาะเสม็ด
ตอนนี้ก็อย่าลืมเตรียมตัวเที่ยวคลีน
กันให้พร้อมด้วยน๊า พกถุงผ้ามา
ไม่ต้องเขิน เพราะที่นี่ใครๆ ก็สะพายกัน
จะได้มาเที่ยวแบบคลีนๆ ฟินๆ ทีเกาะเสม็ดกันเนอะ

ก่อนออกเดินทางนอกจากเก็บกระเป๋าแล้ว ก็สละเวลาเพิ่มอีกซักนิสสสเดินไปหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์กระติกน้ำ ช้อน หลอดสแตนเลส และถุงผ้าใส่กระเป๋ากันไปด้วยนะคะเพราะอย่างที่บอกไป ว่าตอนนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศออกมาแล้ว ให้รณรงค์ไม่นำพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ   ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บนเกาะเสม็ดด้วย แถมตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2561 เป็นต้นมา ทางกรมอุทยานฯ ยังได้จัดทำโครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดใช้พลาสติกภายในอุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขึ้นอีกด้วย

จริงๆแล้วโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ท่าเรือเลยค่ะ ถ้าใครจะซื้อของที่ท่าเรือข้ามไปกินก็อย่าลืม หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกตั้งแต่ที่นี่เลยนะ

นั่งเรือเฟอร์รี่หรือเรือช้าประมาณ 30-40 นาทีก็ถึงเกาะเสม็ดแล้วค่ะ เดี๋ยวเราไปเช็คอินเข้าที่พักกันก่อนเลย ที่พักของเราชื่อ “บ้านพลอยซี” เป็นรีสอร์ทในเครือเสม็ดกรุ๊ป ซึ่งรีสอร์ทในเครือนี้ได้เข้าร่วมโครงการ Say No To Plastic Bags On Samed Island กับอุทยานแห่งชาติด้วย

หลังเช็คอินเสร็จเราก็ไม่รอช้า ออกไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ (ราคาอยู่ที่ 350 บาท ต่อวันเช่ากี่โมงก็คืนเวลานั้น) ตะลุยเที่ยวเกาะกันเลยค่ะ ที่พักของเราอยู่ที่อ่าวน้อยหน่าซึ่งพอถึงท่าเรือจะไปทางซ้ายแต่ชายหาดส่วนใหญ่ทั้งหมดของเกาะเสม็ดจะเลี้ยวขวาจากท่าเรือ

ก่อนไปเที่ยวบนเกาะเราก็แวะซื้ออาหารไปทานกันด้วย โดยบริเวณหน้าด่านจะมีร้านอาหารราคาไม่แพงเหมือนเป็นศูนย์อาหาร มีอาหารหลายอย่าง แต่แน่นอนว่า เที่ยวคลีน ทั้งที ตอนสั่งอาหารเราก็เลยสั่งอาหารและน้ำดื่มใส่กล่องและกระติกน้ำที่เราพกมาเอง เพื่อที่จะเอาไปปิคนิคที่หาดกัน

แต่ถ้าเราจะขับรถจากท่าหน้าด่านเพื่อจะไปเที่ยวหาดอื่นๆต้องเสียค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาทนะ จ่ายเสร็จเก็บตั๋วไว้เผื่อเข้าออกครั้งอื่นๆ ด้วยนะคะ และอย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าทางกรมอุทยานฯ เขามีประกาศเรื่องการรณรงค์งดใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งในเขตอุทยานเพราะฉะนั้นถ้าหากมีนักท่องเที่ยวหิ้วถุงพลาสติกมาทางเจ้าหน้าที่จะให้ทิ้งถุงพลาสติกแต่ถ้าของเยอะมากถือไม่ไหวก็ต้องไปซื้อถุงผ้ามาใส่นะคะเพราะฉะนั้นเตรียมตัวนำถุงผ้าไปด้วยดีกว่าเนอะ

เราขับไปเริ่มที่อ่าวพร้าวก่อนเพราะอ่าวพร้าวเป็นอ่าวเดียวทีอยู่ฝั่งตะวันตก หาดนี้ค่อนข้างสงบ น้ำทะเลสวย แต่ว่าชายหาดส่วนใหญ่ก็จะเป็นของรีสอร์ทต่างๆ ไม่มีร้านอาหารนอกจากร้านของรีสอร์ท ราคาก็ตามเรทรีสอร์ทค่อนข้างสูงหน่อย ดีนะที่เราพกน้ำกับขนมใส่อุปกรณ์ของเรามาเอง อิอิ

ที่อ่าวพร้าวตามหน้าหาดรีสอร์ทต่างๆก็มีการตั้งถังขยะแยกประเภทอย่างชัดเจน ตอนนี้บนเกาะเสม็ดเค้าอนุรักษ์      สิ่งแวดล้อมกันจริงจังละน้า

จากอ่าวพร้าวเราขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาและไปจนสุดด้านฝั่งตะวันออกของเกาะ ซึ่งจะเป็นบริเวณอ่าวปะการังและ     จุดชมวิวท้ายเกาะทางตอนใต้ของเกาะเสม็ด ที่นี่เราจะสามารถชมวิวเกาะได้ทั้งสองฝั่งแถมยังวิวสวยทั้งเช้าและเย็น จุดชมวิวจะเป็นลานหินโล่งๆมีหญ้าและก้อนหินที่นักท่องเที่ยวมาเรียงไว้มีความเชื่อว่าถ้าเรียงไว้จะได้กลับมาเสม็ดอีก ที่นี่มีหน่วยของอุทยานอยู่ มีห้องน้ำ แต่ไม่มีร้านขายของนะคะ ใครกลัวร้อนแล้วหิวน้ำก็พกเครื่องดื่มติดตัวมาด้วย เพราะที่ออกไปยืนถ่ายรูปนี่ร้อนใช้ได้เลย อ้อ แล้วอย่าลืมใส่กระติกน้ำของตัวเองมานะคะ

ขับรถกลับย้อนกลับมาทางเดิมจนมาถึงอ่าวหวาย ที่นี่เป็นอีกอ่าวที่เราชอบเพราะสงบมากมีรีสอร์ทอยู่ที่เดียวเลยแทบจะกลายเป็นชายหาดส่วนตัว ชายหาดดูแปลกตาเพราะจะมีต้นไม้สลับอยู่กับริมชายหาด ทรายที่นี่ค่อนข้างละเอียดกว่าหาดอื่น น้ำทะเลใสเหมาะกับการเล่นน้า

เราแวะอีกหาดที่ค่อนข้างนิยมรองจากหาดทรายแก้วนั่นก็คือหาดวงเดือนเพราะที่นี่มีชายหาดที่ยาว ที่พักมีหลายแห่ง สิ่งอำนวยความสะดวกเยอะเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเสียค่ารถเที่ยวหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น อยู่ที่นี่ก็สะดวกเพราะสามารถซื้อตั๋วเรือมาลงที่หาดวงเดือนได้เลย

อ่าวลูกโยนที่นี่ไม่ได้มีชายหาดที่ยาวหรือเหมาะกับการเล่นน้ำมากนัก ที่นี่เป็นที่ตั้งของบ้านพักอุทยานและสามารถกางเต้นท์ได้อีกด้วย สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของอ่าวนี้คือสะพานไม้ที่ทอดลงไปในทะเลที่คนมักจะไปถ่ายรูปเล่นกัน

เรามาถึงอ่าวลูกโยนก็บ่ายแล้วก็เลยนั่งทานอาหารที่เตรียมมากันที่อ่าวลูกโยนนี่แหละค่ะ เงียบสงบดี

แดดแรงมากตะลอนเสร็จเลยกลับมาพักที่รีสอร์ทนอนสบายๆกันหน่อยที่บ้านพลอยซีมีห้องพัก 16 ห้อง 3 Type ห้องเกือบทั้งหมดเห็นวิวทะเลยกเว้นห้อง Deluxe Rooms มีจำนวน 2 ห้อง นอกนั้นเห็นวิวหมด รีสอร์ทมี 2 ชั้นขนาดกำลังพอดีที่นี่เลยค่อนข้าเงียบสงบมีสระว่ายน้ำชมวิวทะเลได้สวยมาก

พักผ่อนที่รีสอร์ทจนถึงวันนี้ท้องฟ้าสีสวยมาดีที่กลับมาทันเห็นท้องฟ้าสวยๆแบบนี้ที่รีสอร์ท

มื้อเย็นเราทานอาหารกันที่รีสอร์ท ที่นี่มีห้องอาหารแห่งเดียวเป็นที่สำหรับทานอาหารเช้าด้วยอาหารที่รสชาติดีนะคะ อร่อยถูกปากและของทะเลสดมากคอนเฟิร์มค่ะ

หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปที่หาดทรายแก้ว หาดยอดนิยมที่สุดของเกาะเสม็ดหาดที่นี่มีสีสันมาก ช่วงค่ำนักท่องเที่ยวที่อยากมาทานอาหารหรือชมโชว์การแสดงควงไฟก็จะมาที่หาดทรายแก้วนี้กันค่ะ หลังจากหรรษายามค่ำคืนที่หาดนี้สักพัก เราก็กลับไปพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับเช้าวันใหม

หลังจากตื่นและทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เราก็เช็คเอ้าท์ข้ามเรือกลับบ้านกัน

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด นอกจากบนเกาะเสม็ดแล้วพื้นที่ของเขายังรวมถึงสถานที่บนฝั่งระยองอีกแห่งคือเขาแหลมหญ้าด้วยนะคะ โดยที่นี่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเช่นกัน ใครที่ไปเสม็ดมาและเก็บตั๋วเข้าอุทยานไว้แล้ว ก็สามารถเข้ามาเที่ยวที่เขาแหลมหญ้าได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าเพิ่มเติมค่ะ

ที่นี่มีจุดเด่นคือประภาคารเล็กๆ สีขาวหลังนี้ที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปกัน

และสะพานไม้ที่ยื่นไปในทะเลเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยเลยมีคนนิยมมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกันเยอะมาก

ที่นี่สามารถมากางเต้นท์ได้ด้วยนะคะ สถานที่สะอาดสะอ้าน บรรยากาศดีด้วย ใครที่จะมากางเต้นท์หรือมาเที่ยว       ก็อย่าลืมนะคะว่าควรหลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกหูหิ้วและบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้ามา          เพราะว่าที่นี่ก็เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเหมือนกัน ให้นำถุงผ้าและภาชนะใส่อาหารมาด้วยแทน แต่จริงๆ ไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหนก็ฝึก #เที่ยวคลีน งดใช้พลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้หรือใช้พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้งจะดีกว่า          มาร่วมเที่ยวคลีนกันเถอะค่ะธรรมชาติจะได้อยู่สวยงามแบบนี้ตลอดไป

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here