ชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่ ม.เกษตร กำแพงแสน

ต้นชมพูพันทิพย์

เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง สูงราว 8-12 เมตร ใบเป็นแบบผสม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม ปลายใบแหลม ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลมแผ่กว้างเป็นชั้น ๆ เปลือกต้นเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากเปลือกจะแตกเป็นร่อง

ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์ อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อน
ทวีปต่าง ๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย

ประโยชน์ : ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศทนน้ำท่วมขัง และโรคแมลง โตเร็ว มีดอกดกสวยงาม จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ และให้ร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น ดอกร่วงมาก

ใบต้มแก้เจ็บท้องหรือท้องเสีย ตำให้ละเอียดใส่แผล ลำต้น ใช้ทำฟืน และเยื่อใช้ทำกระดาษได้ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ทิ้งใบในฤดูหนาว ช่วงเดือพฤศจิกายน-มกราคม จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบ ๆ ต้น งดงามพอ ๆ กับที่บานอยู่บนต้น หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ 5-8 ดอก ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบ ๆ และร่วงหล่นง่าย ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว 8 เซนติเมตร ยาวราว 15 เซนติเมตร

ต้นกำเนิด ของชมพูพันธุ์ทิพย์ อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อน
ทวีปต่าง ๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย

ทางเพจ “ชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน” ได้โพสต์ข้อมูล การคาดการณ์ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานจากทีมวิจัยฯ ปี 2562 ไว้เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่า ปีนี้ คาดการณ์ซ่า ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน จะบานใน 3 รอบด้วยกัน

รอบ 1 ออกดอกประมาณ 10-20% ช่วงปลาย ธ.ค.-ต้น ม.ค.
รอบ 2 ออกดอกประมาณ 30-40% ช่วงปลาย ม.ค.-ต้น ก.พ.
รอบ 3 ออกดอกประมาณ 90-100% ช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน มี.ค. อาจคลาดเคลื่อน บวก,ลบ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีด้วยสภาพของธรรมชาติที่ไม่แน่นอนในยุคปัจจุบัน ทำให้การบานของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์มีการคลาดเคลื่อนไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ก็มีความงามสวยหวานโรแมนติก ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาถ่ายรูป เที่ยวชมความงามของดอกไม้ชนิดนี้กันเป็นจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

สำหรับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นแหล่งชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานแหล่งใหญ่ ซึ่งต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือ ตาเบบูยานี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ปลูกขึ้นมากว่า 30 ปี และมีจำนวน 407 ต้น โดยปลูกอยู่ทั้งสองข้างทางเป็นฝั่งแนวยาว บริเวณริมถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์(ถนนหลังมอ) เมื่อถึงเวลาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์จะผลัดใบและออกดอกสีชมพูเป็นทางยาว

และนอกจากที่ริมถนนวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ แล้ว บริเวณรอบๆ สระน้ำพระพิรุณถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ใน ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ซึ่งก็มีความงดงามไม่แพ้กัน ผู้ที่สัญจรไปมาและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาถ่ายรูปได้ กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของนครปฐม

สำหรับจุดชมดอกชมพูพันทิพย์
มีให้ชมอยู่สองจุดด้วยกัน คือ

1.ตรงสระพระพิรุณ จะอยู่ตรงวงเวียนกลางมหาวิทยาลัย ซึ่งดอกชมพูพันธุ์ทิพย์นี้จะขึ้นอยู่บริเวณรอบสระน้ำทั้ง 4 ทิศเลยค่ะ
2. บริเวณตรงถนนหน้า รร.สาธิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นรูปที่เรานำมาให้ดูในบทความนี้ค่ะ ซึ่งดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่นี่นั้นก็จะเริ่มออกดอกบานตั้งแต่ประมาณเดือน ก.พ.  และบานสะพรั่งเต็มที่ในช่วง เมษายน ค่ะ

คำแนะนำ และข้อควรปฎิบัติเพิ่มเติม เกี่ยวกับการชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์

– อย่าจับ หรือเด็ดดอกชมพูพันธุ์ทิพย์! เพราะอาจจะเกิดความเสียหาย ควรถ่ายรูปเฉยๆ อย่าแตะต้อง ดอกไม้จะได้สวยคงทนไปนานๆ คนอื่นๆ ที่มาดูทีหลังจะได้ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้บ้างนะคะ
– ควรเดินทางมาถึงแต่เช้า เพราะแสง และดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะสวยกว่าช่วงบ่าย
– หากนำรถมาควรให้เป็นระเบียบ ไม่จอดเกะกะบนท้องถนน เพื่อความปลอดภัย และทัศนียภาพที่สวยงาม
– ช่วยกันรักษาความสะอาด อย่านำขยะมาทิ้งขว้างในบริเวณดังกล่าว

การเดินทางไปดูดอกชมพูพันทิพย์

ด้วยรถตู้ มายังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทั้งหมดส่งถึงในมหาวิทยาลัย
จุดแรก TOPS ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ประตู 3
จุดที่สอง จุดบริการรถตู้ ใกล้ห้างเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า (พิกัด GPS : 13.7765171, 100.4444129)

จาก กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร

จาก กรุงเทพฯ ใช้ ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งหน้าสู่ จังหวัดนครปฐม
จากนั้น ขับตรงไป มุ่งหน้าสู่ จังหวัดราชบุรี

จาก กรุงเทพฯ ใช้ ถนนบรมราชชนนี หรือ ชื่อเก่า คือ ถนนปิ่นเกล้า – นครชัยศรี
( ทางหลวงหมายเลข 338 ) มุ่งหน้าสู่ จังหวัดนครปฐม
จากนั้น ขับตรงไป มุ่งหน้าสู่ จังหวัดราชบุรี

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here