From Paris to Amsterdam

ปารีส (Paris) เป็นเมืองใหญ่มากที่สุดเมืองหนึ่งในทวีปยุโรป มีประชากรมากกว่า2 ล้านคนในเขตเมือง และกว่า 10  ล้านคนในบริเวณเขตการปกครองปารีสนอกกรอบ เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม ความทันสมัยและแฟชั่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้คนจากทั่วสารทิศจึงต่างมุ่งจุดหมายการเดินทางมาที่เมืองใหญ่แห่งนี้ และนั่นเองทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกติด อันดับต่อเนื่องกันมาหลายปีและปารีสยังจัดว่าเป็น 1 ใน 4 มหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกร่วมกับ ลอนดอน โตเกียว และนิวยอร์คอีกด้วย

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองแห่งสายน้ำที่รู้จักกันดีแห่งหนึ่งของโลกเพราะถ้าหากพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็มักจะนึกไปถึงพื้นที่ค่อนประเทศที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และเมืองที่เต็มไปด้วยลำคลองนับร้อยสายและเมืองที่มีคลองมากที่สุดในประเทศก็ไม่พ้นเมืองหลวงอย่างอัมสเตอร์ดัมนั่นเอง

อัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองหลวงที่มีประชากรกว่า 1.5 ล้านคนนับว่ามากที่สุดในประเทศ ถึงแม้ว่าศูนย์กลางราชการทั้งหมดจะย้ายไปที่กรุงเฮกแล้วก็ตาม แต่ตัวเมืองก็ยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญที่สุดในประเทศอยู่
ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำ  Amstel เริ่มก่อตั้งเมืองราว ค.ศ. 12 ชื่อเมืองนั้นก็นำมาจากชื่อแม่น้ำ Amstel รวมกับคำว่า Dam ที่หมายถึงเขื่อนของแม่น้ำ Amstel จึงกลายเป็นชื่อเมือง Amstelreadamme และแผลงลงมาอัมสเตอร์ดัมแบบทุกวันนี้

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองปารีส
ก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 ก่อนที่จะถูกขยายให้เป็นพระราชวังหลวง ในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ลูฟร์            (Louvre Museum) เป็นสถานที่เก็บรักษาผลงานศิลปพที่ทรงคุณค่าไว้มากกว่า 400,000 ชิ้น
โดยหนึ่งในนั้น มีผลงานของ Leonardo da Vinci ศิลปินชาวตาเลียน เป็นภาพที่ชื่อ โมนาลิซ่า

เป็นภาพวาดหญิงสาวที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย จุดเด่นตรงรอยยิ้มที่มุมปาก และดวงตาที่มีเสน่ห์        ราวกับมีชีวิตสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมศิลปะชิ้นนี้ได้

ต้น X’mas ขนาดใหญ่บริเวณ Forum des Halles 

ห้าง Les Halles de Paris มักจะถูกเรียกแบบสั้นๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวว่า Les Halles ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส แต่ถูกทำลายไปในปี 1971 และถูกแทนที่ด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ได้เปิดให้บริการเมื่อปี 2016 ด้วยความสวยงามและทันสมัยของสถานที่แห่งนี้ ทีมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดิน คาเฟ่ร้านกาแฟเล็ก ๆ มากมาย ร้านบิสโตร หรือแม้กระทั่งร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มารวมกันอยู่ที่นี่หมด และยังอยู่ห่างสถานที่สำคัญอย่างหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ภายในไม่กี่นาที จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายอยู่เสมอ

ประวัติความเป็นมาของ Les Halles

เมื่อครั้งยังเป็นตลาดสดอยู่นั้น Les Halles ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1183 ในรัชสมัยของกษัตริย์ฟิลิปส์ที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ที่ได้ตั้งใจจะขยายตลาดในกรุงปารีสให้ใหญ่ขึ้น และเพื่อสร้างที่พักพิงให้กับพ่อค้าที่เดินทางมาจากทุกมุมโลก โดยมีการออกแบบในลักษณะอาคารแก้วและเหล็กที่สวยงามประหลาดตา เต็มไปด้วยร้านค้าต่างมากมายสร้างสีสันให้กับกรุงปารีสได้อย่างคึกคักตามความตั้งใจของผู้สร้าง

แลนด์มาร์คที่สำคัญของ อัมสเตอร์ดัม คือ หมู่บ้านกังหันลมโบราณ Zaanse Schans

แม่น้ำแซน (La Seine) เปรียบเสมือนแม่น้ำแห่งชาติของประเทศฝรั่งเศส มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยที่โรมันยึดครองฝรั่งเศสเมื่อกว่าพันปีมาแล้วนู่นนนแน่ะ มีความขลังแฝงในความโรแมนติกจนได้ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์รักหวานชื่นของฮอลลีวูดอยู่หลายเรื่อง

การล่องเรือลำใหญ่ไปตามแม่น้ำแซน ผ่านสะพานอันงดงามและชมสถานที่สำคัญๆ ชมวิวสวยๆ ดูพระอาทิตย์ตกดิน
หรือจะล่องเรือในยามค่ำคืนก็ ชมวิวในยามราตรี แสงสีสันสวยงาม

อาหารและของที่ขึ้นชื่อสุดๆของฝรั่งเศส

1. มาการอง (Macarons)

มาการองนับเป็นขนมอบขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของฝรั่งเศส ตัวขนมจะกรอบๆฟูๆจากอัลมอนด์บดผสมกับไข่ขาว และน้ำตาล มีไส้ต่างๆที่เป็นครีมหรือกานาช  แถมสีสันยังสดสวยเห็นแล้วดึงดูดใจ  ปัจจุบันมีการพัฒนาไส้ให้มีหลากรสชาติมากขึ้นกว่าในอดีต “อาทิ วานิลลา อัลมอนด์ ช็อกโกแลต เกาลัด สตรอเบอร์รี่ ผิวส้ม และมะนาว” บางร้านจะมีการคิดสูตรลับเฉพาะที่เน้นใช้วัตถุดิบแบบท้องถิ่นที่หาทานได้ยากจากที่อื่นๆ ด้วยรสชาติและสีสันที่สวยงาม บวกเข้ากับรสชาติที่อร่อย จนได้รับการยอมรับและกลายเป็นของฝากที่ไม่ว่าใครก็ถูกใจ

2. ชีส (Cheese)

มาเยือนยังแหล่งผลิตชีสชั้นยอดทั้งทีแค่ลิ้มลองเฉยๆคงยังไม่พอ ที่สำคัญยังมีชีสให้เลือกกว่า 365 ชนิด จากการที่ฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการกินชีสที่สืบทอดกันมายาวนาน เรียกได้ว่ากินได้ทุกวันไม่ซ้ำกันในหนึ่งปีได้เลย ทั้งยังสามารถเอาไปทำเป็นของหวาน ของคาว ไปจนถึงเป็นเครื่องเคียงในการจิบไวน์ โดยสามารถหาซื้อชีสได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตไปจนถึงร้านค้าชั้นนำได้ทั่งฝรั่งเศส ถือว่าเป็นของฝากที่เหมาะกับคอชีสตัวจริงสุดๆ

3. ไวน์ (Wine)

ไวน์ที่ผลิตจากฝรั่งเศสนับว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก อีกทั้งยังมีไวน์ให้เลือกหลากหลายชนิด เนื่องจากในแต่ละพื้นที่จะมีไวน์ที่มีรสชาติและคุณภาพแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในแคว้นบอร์โดที่เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากว่า 2,000 ปี ไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ บอร์โดเบลนด์ (Bordeaux Blend Wine) และไวน์ขาวหวาน (Dessert White Wine) รองลงมาเป็นแคว้นเบอร์กันดี ที่ขึ้นชื่อว่ามีมาตรฐานการผลิตค่อนข้างสูง ไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ไวน์แดงแบบดราย (Dry Red Wine) รับรองได้ว่ามีไวน์ให้เลือกอย่างละลานตา และเหมาะกับซื้อเป็นของฝากให้กับผู้ใหญ่ที่นับถือ

4. มาเดอลีน (Madeleines)

มาเดอลีนถือว่าเป็นขนมที่เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี และมักจะถูกนำมาเป็นขนมของว่างยามจิบน้ำชาตอนบ่าย โดยขนมชนิดนี้รูปทรงคล้ายๆเปลือกหอย ดูเผินๆแล้วอาจจะคิดว่าเหมือนกับขนมไข่ในบ้านเรารึเปล่า จริงๆก็มีความเหมือนอยู่ในด้านวัตดุดิบ แตกต่างกันที่มาเดอลีนจะมีความหอมกลิ่นนมเนยและสัมผัสมีความนุ่มนวลมากกว่า รวมถึงด้วยรูปทรงที่มีเอกลักษณ์ก็ทำให้มองปุ๊บรู้ปั๊บ แถมปัจจุบันยังมีรสชาติอีกหลายรสให้เลือก “อาทิ ช็อคโกแลต วนิลาคาราเมล ลูกเกด และชอคโกแลตชิป”

5. ช็อคโกแลต (Chocolates)

ช็อคโกแลตฝรั่งเศสนับว่าเป็นหนึ่งในช็อคโกแลตชั้นนำระดับโลก ทั้งด้วยรสชาติอันละมุนลิ้น แถมแพ็กเกจที่ดูหรูหราล้ำค่า ทำให้มีเชฟขนมหวานชื่อดังขากฝรั่งเศสมากมาย ช็อคโกแลตมีให้เลือกหลากหลายแบบหรือรสชาติ โดยแต่ละร้านอาจมีทีเด็ดแตกต่างกันไป จนเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักช็อคโกแลตเลยก็ว่าได้

6. ขนมหวานท้องถิ่น (Sweets)

ไม่เพียงแต่ขนมชื่อดังที่รู้จักกันทั่วไปเท่านั้น หากฝรั่งเศสยังมีขนมท้องถิ่นที่รูปทรง หน้าตาแปลกๆให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งแต่ละชนิดล้วนสะท้อนความเป็นฝรั่งเศสได้อย่างดี เหมาะสำหรับสายของหวานและเด็กๆอย่างที่สุด ขนมที่น่าสนใจมี “อาทิ ขนมเมอร์แร็งก์ กลาโฟติส์(พายชนิดหนึ่ง) ฟินองซิเอ(อัลมอนด์เค้กผสมบราวน์บัตเตอร์) มาการูน (คล้ายๆกับมาการองแต่ทำจากมะพร้าว) มิลล์เฟย”

 

บริเวณทางเดินเข้า จาก พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ บริเวณริมแม่น้ำแซน

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)

ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่ทั้งมีชื่อเสียง เก่าแก่ และยังมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมเมื่อปี ค.ศ. 1793

แต่แรกเริ่มเลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างเพื่อให้เป็นป้อมปราการ จนในศตวรรตที่ 16 ได้กลายมาเป็นพระราชวังหลวงค่ะ ปัจจุบันนี้เป็นสถานที่จัดแสดง และเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ก้องโลกและทรงคุณค่าไว้เป็นจำนวนมาก มีทั้งภาพโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี, ภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอส และผลงานชิ้นเอกด้านงานปั้นจากยุคโบราณของกรีก โรมัน อียิปต์ รวมถึงตะวันตกยุคกลางก็ยังถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ด้วยค่า รวมแล้วผลงานจัดแสดงกว่า 35,000 ชิ้น ในพื้นที่กว่า 60,600 ตารางเมตร และมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากถึง 9.7 ล้านคนต่อปี เป็นที่ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในกรุงปารีส

ส่วนใครที่เป็นแฟนหนังสือ รหัสดาวินชี ก็มาตามรอย ฉากสำคัญของเรื่องได้ที่นี่เลย

” โมนาลิซ่า “

คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร ผลงานของ Leonardo da Vinci ศิลปินชาวตาเลียน เป็นภาพวาดหญิงสาวที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย จุดเด่นตรงรอยยิ้มที่มุมปาก และดวงตาที่มีเสน่ห์  ราวกับมีชีวิตสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมศิลปะชิ้นนี้ได้ วาดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง ค.ศ. 1503–1507 เป็นภาพที่มีชื่อเสียงทั่วโลกภาพหนึ่ง เป็นที่รู้จักในฐานะภาพของสุภาพสตรีที่มีรอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ 

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ยามค่ำคืน

บรรยากาศยามเช้า อัมสเตอร์ดัม

เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล (Amstel) เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรในเขตตัวเมืองประมาณ 742,000 คน แต่ถ้านับรวมประชากรในเขตเมืองโดยรอบทั้งหมด จะมีประมาณ 1.5 ล้านคนเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงอันดับโลก มีคลองมากกว่า 165 แห่ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้ (UNESCO)

Inntel Hotels Amsterdam Zaandam
โรงแรมสุดเกร๋ สร้างอยู่ริมน้ำใกล้ๆกับหมู่บ้านกังหันลมโบราณ รูปทรงสี่เหลื่ยม สร้างคล้ายๆกับบ้านโบราณ ด้านหน้าของโรงแรมมีเอกลักษณ์ด้วยการเรียงซ้อนกันของบ้านในพื้นที่จำนวนเกือบ 70 หลัง ห้องพักแต่ละห้องได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นและมีการตกแต่งด้วยภาพประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวดัตช์

เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง Zaandam และอยู่ติดกับสถานีรถไฟที่สามารถนำท่านไปยัง Amsterdam ที่มีชีวิตชีวาโดยใช้เวลาเพียง 12 นาที โรงแรมมีอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี และมีศูนย์สุขภาพ สระว่ายน้ำ และศูนย์ออกกำลังกายสำหรับให้บริการผู้เข้าพักฟรี

หมู่บ้านกังหันลมโบราณ (Zaanse Schans)
เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ทาง ตอนเหนือห่างจากอัมสเตอร์ดัมประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร มีการอนุรักษ์กังหันลม      และบ้านเรือนดั้งเดิมของฮอลแลนด์ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งใน ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีกังหันลมนับร้อยแห่ง ซึ่งใช้ช่วยในการผลิตสีทาไม้ น้ำมัน มัสตาร์ด กระดาษ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ได้ถูกจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลีก และศูนย์ฝึกอบรม แต่บางหลังก็ยังใช้เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว

หมู่บ้านกังหันลมแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะใน 1 ปี มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเฉลี่ยแล้วเกือบล้านคนเลยทีเดียว และอีกปัจจัยหนึ่งที่คนเลือกมาเที่ยวที่นี่ก็คือ เดินทางสะดวก รวดเร็ว อยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลางอัมสเตอร์ดัม

กีโธร์น (Giethoorn)

เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Zwolle และ Steenwijk ประเทศเนเธอร์แลนด์    โดยได้รับฉายาว่าเป็นหมู่บ้านไร้ถนน เพราะผู้คนที่นี่จะสัญจรกันทางเรือ จึงมีคูคลองเล็ก ๆ ลัดเลาะอยู่รอบหมู่บ้าน บ้านทุกหลังก็จะมีเรือเป็นพาหนะประจำที่ใช้สำหรับการเดินทาง ผู้คนที่นี่ส่วนมากมีอาชีพเป็นชาวไร่ ฐานะค่อนข้างดี มีฟาร์มเป็นของตัวเอง บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกมีความโดดเด่นสวยงาม ในช่วงฤดูใบไม้ผลิคาบเกี่ยวกับฤดูร้อน ถือเป็นช่วงเวลาที่พีคที่สุดในการมาท่องเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะจะได้ล่องเรือชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามภายในหมู่บ้าน อากาศกำลังดี รวมถึงได้รื่นรมย์กับดอกไม้ที่ผลิบานสะพรั่งต้อนรับผู้มาเยือน

อาทิตย์ตกดินที่ กีโธร์น (Giethoorn)

Lille ประเทศฝรั่งเศส

ตั้งอยู่บริเวณบนสุดติดกับประเทศเบลเยี่ยม เป็นเมืองหลวงของแคว้นนอร์-ปาดกาแล และเป็นเมืองบริหารของจังหวัดนอร์ในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ลีลเป็นเมืองเอกของนครลีล ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับสี่ของเมืองมหานคร รองจากปารีส ลียง และมาร์แซย์ ลีลตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเดิล
ช่วงนี้บรรยากาศคึกคัก ประดับประดาไปด้วยไฟ X’mas ประดับไฟสวยงามไปทั่วทั้งเมือง

ตลาดนัดมือสองเมือง Lille หรือ Lille Flea Market ชื่อเมืองออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า “ลีเลอะ” ออกไปเลยชัดๆ แบบนี้แหละ ไม่มีทางผิด ฉันรับรอง ถ้าจะปล่อยเสียง “เลอะ” ให้มันแผ่วลงนิดหนึ่ง ก็จะสวยงามยิ่ง

มีพลเมืองในเมืองแค่ 200,000 กว่า แต่ถ้ารวมเมืองพื้นที่โดยรอบเข้าไปด้วยก็มีล้านกว่า ใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากปาครี หรือปารีส (Paris) ลีอง หรือลียง (Lyon) และมักเซย หรือมาร์แซย์ (Marseille)

Winter is calling ..
บรรยากาศช่วงหน้าหนาวคือบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก
ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จะมีแต่สีสัน
ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมความสวยงามของเมือง Paris – Amsterdam

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here