ญี่ปุ่นครั้งนี้ครั้งนี้เป็นการเดินทางที่สนุกมาก
เพราะเราแพลนกันน้อยมากมีแค่ที่พักและตั๋วรถไฟ
นอกนั้นจะไปไหนทำอะไรบ้างก็ด้นสดเลยจ้า

ทริปนี้ก็เลยจะสนุกมันส์ๆนิดหน่อย 
ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เที่ยวแลนมาร์คแบบครบถ้วน
แต่การเดินทางเที่ยวเรื่อยเปื่อยของพวกเรา
ก็สนุกสนานสุดๆ การวิ่งตามรถไฟ
เป็นอะไรที่เบสิควิ่งทุกวันเดินกันเป็นสิบกิโลฮ่าๆๆๆ
ดีที่ทริปนี่ส่วนใหญ่เราใช้ Samsung Galaxy A50
ถ่ายภาพซะส่วนใหญ่เลย กล้องใหญ่ก็เอาไปนะ
แต่แทบไม่ได้หยิบเพราะ Samsung Galaxy A50
ถ่ายรูปได้มหัศจรรย์มากเว่อร์ไม่น่าเชื่อว่า
โทรศัพท์ราคาหมื่นต้นจะมีความสามารถขนาดนี้

บางภาพดูเองยังอึ้งว่าภาพแบบนี้
ถ้าเป็นสมัยก่อนคงคิดว่าถ่ายจากกล้องใหญ่แน่ๆ
ก็เพราะกล้องของ Samsung Galaxy A50
ที่มีกล้องถึง 4 ตัว มีเลนส์ถึง 4 เลนส์

โดยมีเลนส์เจ๋งๆอย่าง Ultra Wide
ที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างเก็บภาพวิวได้ดั่งใจมากๆ
เลนส์ตัวนี้เห็นแล้วต้องร้องว้าวจริงๆ
คือมันเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มากสำหรับโทรศัพท์
Depth ที่สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนกริบ
มีฟังก์ชั่นอัจริยะแบบนี้การถ่ายรูปจากมือถือ
จึงเป็นเรื่องง่ายและใครๆก็ถ่ายภาพแบบโปรได้

ถ้าใครอยากเที่ยวแบบมั่วๆโนแพลนตามเราก็ตามมาจ้า 5555
ทริปนี้เมืองหลักๆที่เราไปเที่ยวก็คือ
👉 OsaKa : ช้อปปิ้งกินแหลกที่ย่าน Dotonburi , Shinsaibashi
👉 Wakayama : เยี่ยมนายสถานีแมวเหมียวที่สถานี Kishi / เที่ยวปราสาท Wakayama Castle / กินฟินๆที่ตลาดปลา Kuroshio market
👉 Kobe : ตะลุยกินที่ไชน่าทาวน์ Nankinmachi / ช้อปปิ้งย่าน Sannomiya / ชมหอคอย Kobe port tower
👉 Kyoto : เดินชมเมืองเก่าย่าน Gion / วัดน้ำใส Kiyomizu Temple / ชมซากุระริมแม่น้ำ Kamo

🏨ที่พัก : Casa Kyobashi
🚆การเดินทาง : หลักของทริปนี้เราใช้ kansai wide pass 5วัน 9000 เยน (2560บาท) นอกนั้นก็รสบัสบ้างแท๊กซี่บ้าง
รายละเอียดเดินทางยังไงมีอะไรบ้างติดตามอ่านได้ในรีวิวนี้เลยจ้า

#แบกกล้องเที่ยว
#Japan
#SamsungGalaxyA50
#GalaxyA50

ทริปนี้เราบินจากไทยไฟล์ทดึกถึงญี่ปุ่นก็เช้าพอดี เรานั่งรถไฟจากสนามบินคันไซไปสถานี Wakayamashi Station แต่เพราะเช้ามากยังเข้าที่พักไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่สถานีมีตู้รับฝากกระเป๋าตู้ใหญ่ก็ 700 เยน เสร็จแล้วก็เริ่มทริปทันที เรานั่งรถไฟโดยมีจุดมุ่งหมายคือสถานี Kishi

ที่นี่มีอะไรทำไมถึงต้องนั่งรถไฟมาลงที่นี่ด้วย ทำไมจากสถานีรถไฟธรรมดาๆก็หลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องไปหา ก็เพราะว่าที่ Kishi station มีแมวเหมียวเป็นนายสถานีนั่นเอง

ขบวนรถไฟที่มุ่งหน้าสู่สถานี Kishi มีการตกแต่งด้วยลวดลายที่น่ารักแต่งต่างกันในแต่ละขบวนอย่างรถไฟขบวนสตรอเบอรี่ ขบวนรถของเล่น น่ารักมากอดถ่ายรูปไม่ได้เลยและที่ชอบมากเลนส์ Ultra Wide สามารถเก็บภาพในสถานที่แคบๆอย่างภายในโบกี้รถไฟได้ทั้งหมดเลย

จากสถานี Kishi นั่งรถไฟกลับมาที่สถานี Wakayamashi Station จุดมุ่งหมายต่อไปคือ Wakayama Castle เราใช้วิธีเดินระยะทางจากสถานีวาคายามะถึงปราสาทประมาณ 2.5 กิโลเมตรเดินก็ประมาณ 30 นาที มาญี่ปุ่นทั้งที่เดินเที่ยวไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะอากาศดีฟ้าก็สวยระหว่างทางเดินไปปราสาทเราเลยแวะถ่ายรูปกันไม่หยุดจากครึ่งชั่วโมงก็ปาไปจะเป็นชั่วโมงแล้ว

เดินมาถึงปราสาทวาคายามะเราเดินเข้าประตูด้านข้างมาเจอกับต้นซากุระเก่าแก่ต้นนี้ตั้งแต่ปี 1985 อายุ 30 กว่าปีแล้ว ปราสาทวากายาม่าเป็นเสมือนแลนมาร์คของวาคายามะ

เดินขึ้นมาจุดชมปราสาทจุดนี้สามารถมองเห็นตัวปราสาทและบริเวณรอบๆปราสาทได้กว้างมากตอนแรกไม่คิดว่ากล้องของ Samsung Galaxy A50 จะสามารถเก็บภาพได้เหมือนที่ตาเราเห็นแต่ดูจากภาพเลนส์ Ultra Wide สามารถเก็บภาพได้กว้างครบทุกส่วนเลยไม่น่าเชื่อว่ามือถือจะทำได้ขนาดนี้

ภาพนี้เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่างภาพด้านซ้ายเป็นเลนส์ wide แบบปกติ ส่วนภาพด้านขวาเป็นเลนส์ Ultra wide ซึ่งทำให้ภาพดูกว้างขึ้นมากเก็บได้ทั้งตัวปราสาทนางแบบเต็มทั้งตัวรวมถึงต้นไม้ใหญ่ได้ทั้งหมดเลย

วิวมุมสูงมองจากตัวปราสาทลงมาก็จะเห็นวิวของเมืองโกเบภาพมุมกว้างจากเลนส์ Ultra Wide เก็บได้หมดอย่างที่ตาเราเห็นเลย

จากปราสาทวาคายามะ เรานั่งแท๊กซี่รถต่อไปที่ตลาดปลา Wakayama Kuroshio Fish Market ที่ต้องนั่งรถแท๊กซี่เพราะว่าต้องไปให้ทันบ่าย 3 โมง จะมีโชว์การแสดงแร่ปลาโชว์ 3 รอบ 11.00, 12.30, 15.00 น. เพราะฉะนั้นเลยต้องรีบนิดนึง แต่ไปๆมาๆค่าแท็กซี่กับค่ารถบัสพอกันเลยค่ารถบัสจากปราสามตกคนละ 230 เยน

ดูโชว์เสร็จแล้วก็ถึงเวลากิน!!!! มาถึงตลาดปลาแล้วอาหารทะเลทั้งสดและถูกขนาดนี้จะพลาดได้ไง ที่นี่เราสามารถซื้ออาหารทะเลในตลาดและมานั่งทานบริเวณที่นั่งริมทะเลมีเตามีพนักงานคอยบริการอย่างดีแบบฟรีๆ คือดีงามมากๆ

อิ่มที่ตลาดปลาก็เย็นมากแล้วได้เวลานั่งรถไฟกลับที่พักของเราชื่อ Casa Kyobashi อยู่ใกล้กับสถานี Kyobashi ที่พักอยู่ห่างจากสถานี ไม่กี่ร้อยเมตรก็เลยสะดวกมากเรื่องอาหารการกินห้องพักราคาไม่แพงแถมสะอาดอ้านมากอีกด้วย

วันนี้เราจะเดินทางไปไกลหน่อยไปถึงโกเบ ถึงระยะทางไกลแต่การเดินทางที่ญี่ปุ่นสะดวกมากมาย นั่งรถไฟไปลงสถานี shin kobe station ลงจากรถไฟเราซื้อตั๋ว city loop ซื้อได้ที่ชั้น 1 ของสถานี มีจุดจอดรถถึง 17 ผ่านตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของโกเบเราซื้อเป็นตั๋วแบบวันเดย์พาสไม่จำกัดเที่ยวใน 1 วัน ราคา 660 เยน ส่วนตั๋วแบบเที่ยวเดียวเที่ยวละ 260 เยน

ถึงที่แรกคือย่าน Sanomiya เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ของโกเบเป็นถนนช้อปปิ้งสายยาวเดินสบายช้อปกระจาย แต่ถ้าใครไม่ใช่ขาช้อปย่านนี้ก็น่าเดินอยู่ดีด้วยถนนหนทาง ร้านค้า คาเฟ่ในย่านนี้ก็ตกแต่งสวยงามมีสไตล์บรรยากาศจะคล้ายๆยุโรปเลยเดินถ่ายรูปเล่นเพลินมากๆ

คาเฟ่ ร้านค้าต่างๆในย่านนี้ตกแต่งน่ารักๆเยอะเลยสาวๆน่าจะชอบถ่ายรูปกันสนุกเลยยิ่งเจอกล้องของ Samsung Galaxy A50 เลนส์ Ultra Wide ถ่ายให้สาวๆดูผอมเพียวขายาวไม่ต้องใช้แอพยืดขากันแล้วนะฮ่าๆๆ

จากย่าน Sanomiya สามารถเดินยาวไปจนถึงย่าน Nankinmachi หรือไชน่าทาวน์นานกิงมะชิ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไชน่าทาวน์เพราะฉะนั้นบรรยากาศก็เป็นจีนๆบ้านเรือนอาหารจีนขอบอกว่าอาหารจีนที่นี่รสชาติอร่อยด้วย ภาพนี้ยืนถ่ายด้านหน้าซุ้มเลยตอนแรกคิดว่าจะเก็บซุ้มได้ไม่หมดซะแล้วแต่เลนส์ Ultra Wide ก็สามารถเก็บได้ครบทั้งซุ้มทั้งนางแบบ

ที่นี่ไม่ได้มีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาตินะคนญี่ปุ่นเองก็นิยมมาเที่ยวเพราะที่นี่ของกินเยอะมากบางร้านยืนต่อแถวกันยาวเลยทีเดียว อย่างร้านนี้ก็คนเยอะมากเป็นสตรอเบอรี่ลูกโตจุ่มลงไปในซอสสตรอเบอรี่น่าทานมากภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ Depth ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้เหมือนกล้องโปรเลยจ้า

ศาลเจ้าอิคุตะ Ikuta Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งเมืองโกเบอายุกว่า 1,800 ปี ใครอยากขอพรเรื่องความรักความสัมพันธ์ใครอยากมีแฟนหรือรักกับแฟนนานๆก็มาขอพรกันได้นะจ๊ะสามารถเดินมาได้ไม่ไกลจาก Nankinmachi

ออกจากศาลเจ้าเรานั่ง City loop ไปที่โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์ เราตั้งใจว่าจะไปที่นี่ในช่วงเย็นๆเพราะหอคอยจะเปิดไฟสวยและฝั่งตรงข้ามของโกเบ พอร์ท ทาวเวอร์มีห้าง Umie Mosiac และชิงช้าซึ่งก็จะเปิดไฟสวยในตอนกลางคืนเหมือนกัน โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์เป็นหอคอยที่มีความสูงถึง 108 เมตร สูงมากแต่เลนส์ Ultra Wide ของเราก็เก็บได้หมดโหเจอภาพนี้ต้องร้องว้าวเลยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากล้องจากมือถือจะสามารถถ่ายได้ขนาดนี้

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน, เด็ก 300 เยน

ก่อนกลับแวะห้าง Mosiac กินซอฟท์ครีมมัทฉะเจ้านี้ก่อนอร่อยละมุนได้รสมัทฉะเต็ม

ยิ่งถ่ายด้วยเลยส์ Depth ยิ่งดูน่ากินเข้าไปใหญ่เลย

มาถึงโกเบแล้วสำหรับหลายๆคนอาจมีเป้าหมายมาช้อปปิ้ง แต่พวกเราน้านนนนน เนื้อโกเบเท่านั้นที่ฝันหาจริงๆที่โกเบก็มีร้านยอดฮิตอย่างสเต๊กแลนด์ แต่สายกินโหดอย่างพวกเราต้องหาบุฟเฟ่ต์เท่านั้น!!! เราไม่ได้หาร้านมาก่อนกะมาหาเอาดาบหน้าจนมาเจอร้านนี้ YAKINIKU ROKKO ร้านบุฟเฟ่ต์เด็ดดวงต้องขึ้นไปชั้น 2 ของตึกเกือบจะหาไม่เจอแล้วไม่งั้นต้องร้องไห้แน่เพราะเนื้อร้านนี้ดีมากแถมน้ำจิ้มก็อร่อยถูกปากคนไทยแน่นอน

วันนี้เราจะนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองยอดฮิตแต่ปฎิเสธไม่ได้ที่จะไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเกียวโต

เมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ของญี่ปุ่น เราลงรถไฟที่สถานี Saga-Arashiyama และใช้วิธีเช่าจักรยานขี่เที่ยววิธีนี้สนุกดีนะคะชิลมากๆอากาศที่นี่ดีสุดๆเหมาะกับการขี่จักรยาน ราคาเช่าจักรยานคันละ 1,000 เยน

เราจอดรถริมแม่น้ำ Katsura river เดินเล่นชมวิวถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ทั้งกลุ่ม เลนส์ Ultra Wide ก็เก็บได้หมดเลย

ทั้งคนทั้งวิวชอบมากๆถ้าเป็นเมื่อก่อนจะถ่ายภาพมุมกว้างขนาดนี้คงต้องเป็นกล้องใหญ่เท่านั้นแต่เดี๋ยวนี้กล้องมือถือ  ก็ทำได้ขนาดนี้แล้วแล้วยิ่งเราขี่จักรยานเที่ยวแล้วด้วยใช้มือถือถ่ายภาพแทนกล้องใหญ่ได้ถือว่าดีงามมาก

แอบมีซากุระบานนิดนึงจะถ่ายให้เห็นซากุระเต็มๆจากเลนส์ Wide ภาพด้านซ้ายหรืออยากให้เห็นซากุระทั้งต้น

รวมถึงบรรยากาศข้างๆ ก็ใช้เลนส์ Ultra Wide ถ่ายได้ตามใจชอบ

มาถึงที่นี่แล้วไม่ไปป่าไผ่ Arashiyama คงไม่ได้ แต่มาจนสายคนเยอะมากมายล้านแปดถ่ายมุมตรงไม่ได้

ถ่ายด้านข้างก็ได้ไม่มีคนเลยเห็นมั้ย 55555

คืนจักรยานเรียบร้อยเราเดินทางต่อไปที่ย่าน Gion ย่านที่โด่งดังมากของเมืองเกียวโตเป็นย่านเมืองเก่า

สาวๆหนุ่มๆใส่กิโมโนเดินทั่วเมืองสวยงามมาก จุดแรกที่ต้องมาก็คือวัดคิโยมิสึหรือวัดน้ำใสนั่นเองแต่รอบนี้เราไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปด้านในเพราะว่าวัดยังปรับปรุงไม่เสร็จมีกำหนดเสร็จมีนา 2020

ที่นี่ให้เดินเล่นทั้งวันก็ยังไม่เบื่อถ่ายรูปสวยทุกซอกทุกมุมเลยรูปซ้ายเราถ่ายด้วยเลนส์ wide ปกติ

ส่วนรูปขวาเราถ่ายด้วยเลนส์ Ultra Wide มือถือตัวเดียวถ่ายรูปได้หลายมุมไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ไปมาเลยสะดวกสุดๆ

เดินเพลินๆมาเรื่อยๆจนถึงมุมมหาขนเรานั่งเล่นมองผู้คนถ่ายรูปเล่นกันที่ย่าน Gion จนมืด

วันนี้วันสุดท้ายแล้วเมื่อวานเรายังเดินเที่ยวย่าน Gion ไม่ครบวันนี้เลยกลับมาใหม่นอกจากมาย่านนี้แล้ว

เราจะไปดูซากุระที่ริมแม่น้ำคาโมะกันอีกด้วย

ถนนนักปราชญ์เป็นถนนเล็กๆเลียบคลองมีต้นซากถระอยู่ทั้งสองฝั่งถ้าช่วงซากุระบานที่นี่เป็นจุดชมซากุระที่งดงามมาก

จากถนนนักปราชญ์เดินข้ามถนนมาริมแม่น้ำคาโมะเป็นทางยาวมีซากุระบานตลอดฝั่งแม่น้ำสวยงามมาก

ขนาดช่วงที่เราได้ยังไม่ฟลูบลูมบานเป็นบางช่วงยังสวยงามมากเลยถ่ายรูปกันสนุกวันนี้ไม่ไปไหนแล้วอยู่แถวนี้ฟินมาก

ใช้เลนส์ Depth ถ่ายภาพเป็นหน้าชัดหลังเบลอภาพออกมาสวยมากเลย

วันสุดท้ายแล้วมาช้อปกันที่ย่านดงทงบุริ ชินไซบาชิบอกชื่ออาจนึกไม่ออกแต่เห็นภาพต้องร้องอ๋อแน่

ก็ตรงที่มีป้ายกูลิโกะไง ภาพนี้ใช้เลนส์ Ultra Wide ได้มุมกว้างมากๆเลย

กล้องของ Samsung Galaxy A50 ยังสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยอย่างช่วงกลางคืนได้ดีอีกด้วย

ดูอย่างภาพออกมาดีมากสำหรับการใช้มือถือถ่าย

สุดท้ายและท้ายสุดของทริปนี้จัดหนักกับบุฟเฟ่ต์ ชื่อร้าน Tajimaya DX Shin Sai Bashi พิกัดhttps://goo.gl/maps/478GPkVDXXH2 อยู่ตึกเดียวกับ H&M เลยด้านข้างจะมีลิฟท์กดขึ้นไปที่ชั้น 6 อย่าไปตามพิกัดที่เสิร์ชในกูเกิ้ลแมพนะจ๊ะอันนั้นผิด ใครกินจุร้านนี้ค้มจริงๆจนคนแถวนี้ยอมยกธงกันเลย 5555 ภาพซ้ายถ่ายเลนส์ปกติไม่จุใจถ่ายเลยส์ Ultra Wide ให้เห็นกันทั้งโต๊ะเลย จบทริปแบบอิ่มๆจุกๆกลับบ้านนอนเตรียมตัวกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here