ประเทศอียิปต์
ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้มา..
แต่พอมาแล้วเราหลงเสน่ห์ที่นี่มากมาย
เมืองที่มีอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดของโลก..
เมืองที่เราคิดว่าคงมีแต่ทะเลทราย..
แต่ไม่ใช่เลย อียิปต์เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โครตสวย
มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวมากมายนับ 3000 กว่าปี !!
ยิ่งเที่ยว ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งได้สัมผัสยิ่งสนุก..
เราแนะนำว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้สักครั้งนะ..
แล้วคุณจะหลงรักประเทศอียิปต์เหมือนผม..

โชคดีที่ครั้งนี้ ผมได้เดินทางร่วมไปกับ AIS Serenade Trip ด้วยยิ่งทำให้การเดินทาง สนุก แปลกใหม่ แถมยังได้ อ.เผ่าทอง ทองเจือ มาเป็นไกค์นำเที่ยวในครั้งนี้ด้วย ทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ต่างๆ และความมีอารมณ์ขัน ใจดีของอาจารย์
ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่ผมประทับใจที่สุดทริปนึงในการเดินทางในชีวิตของผมเลยครับ

ส่วน internet แนะนำให้ใช้ AIS Sim2fly เลยครับ
ซิมเดียวจบ แรง เร็ว ถูก สัญญาณค่อนข้างดีเลยเที่ยวอียิปต์ทริปนี้ ดินทางเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ตามมาชมได้เลยครับ

Where to go :
• ขี่อูฐชม มหาปิรามิดกิซา (Giza Pyramids) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
• ชม มหาสฟิงซ์แห่งกีซ่า (Sphinx) สฟิงซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• ชม Pyramid of Djoser ปิรามิดที่เก่าแก่ที่สุด ใช้เป็น สถานท่ีฝังพระศพของกษัตริย์ ซอเซอร์
• ชมมหาวิหารอาบูซิมเบล (Abu Simbel)สร้างขึ้นประมาณ 3260 ปีมาแล้ว
• นั่งเรือไปชม หมู่บ้านชาวนูเบียน Nubian Villages ชุมชนนูเบียนมีมําแต่โบราณกาล
• ชมวิหารฟิเลย์ Philae Temple หมู่วิหารกลางน้ําที่ตั้งอยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์
• ล่องเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว (Movenpick MS Sun Ray) ชมความงามของลุ่มแม่น้ำไนล์
• ชม วิหารคอมออมโบ The Temples of Kom Ombo วิหารคู่โบราณ ศิลปะแบบกรีก-โรมัน วิหารแรก
• ชม วิหารเอ็ดฟู Edfu Horus Temple วิหารที่สร้างข้ึนกว่า 2,300 ปีมาแล้ว ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหาร อียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด
• ชม หุบผากษัตริย์ (Valley of The Kings) สถานสถิตชั่วนิรันด์แห่งวิญญาณฟาโรห์จำนวน 63 พระองค์ และ หุบผาราชินี (Valley of The Queen)
• ชม สุสานราชินีเนเฟอร์ตารี (The Tomb of Queen Nefertari) ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง
• ชม สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงจากการขุดค้นพบสมบัติในสภาพสมบูรณ์ที่สุด
• ชม วิหารฮัทเชปซุต (Hatshepsut) วิหารที่ฝังพระศพฟาโรห์ฮัทเชปซุท ฟาโรห์หญิงเพียงองค์เดียวแห่งอาณาจักรอียิปต์
• ชม มหาวิหารคานัค Karnak Temple มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• ชมวิหารลักซอร์ (Luxor Temple) ภายในมีรูปแกะสลักที่เป็นหลักฐานว่า อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander The Great) เคยมาที่นี่และต่อเติมวิหารในส่วนด้านหลัง ทำให้วิหารแห่งนี้มีรูปแบบผสมทั้งแบบของอียิปต์และกรีก
• ชมย่านชุมชนคริสเตียนออปติค หรือ Cairo’Coptic Christian
• ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ อันเลื่องชื่อของโลก รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุ อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี
• ช้อปปิ้งตลาดข่าน เอลคาลิลี ตลาดพื้นเมืองท่ีมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงไคโร

#AISSerenade
#SerenadeTrip
#SerenadeTripEgypt
#AISSim2Fly
#แบกกล้องเที่ยว
#Egypt

Egypt เป็นแหล่งอารยะธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า 7,000 ปี และดินแดนต่างๆรอบสามเหลี่ยมตามลุ่มน้ำไนล์อันอุดมสมบูรณ์นี้ ได้ถูกรวบรวมเป็นอาณาจักรขึ้นโดยฟาโรห์ ในอดีตได้เคยถูกปกครองโดยชนเผ่าต่างๆที่อยู่ล้อมรอบ และถูกรุกรานโดยพวกเปอร์เซีย นอกจากนั้นยังมีพวกกรีก โรมัน และจนกระทั่งพวกอาหรับได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงและนำเอาศาสนาอิสลามเข้ามา

ชม หมู่วิหารฟิเลย์ Philae Temple หมู่วิหารกลางน้ำที่ตั้งอยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีไอซิส พระราชาของเทพบิดาโอซีริส เป็นสิ่งก่อสร้างบนเกาะฟิเล เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยของทำฮาร์คำ (690-664 B.C) เมื่อมีโครงการเขื่อนอัสวานขึ้น ทำให้น้ำท่วมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ บนเกาะฟิเล องค์การยูเนสโกจึงได้ย้าย สิ่งก่อสร้าง ทั้งหมดไปไว้ที่เกาะอากิลเคีย แต่ก็ยังเรียกว่าหมู่วิหารฟิเลย์

มหาวิหารอาบซูมิ เบล ซึ่งประกอบด้วยวิหารใหญ่ของ ฟาโรหร์ำมเสสที่ 2 และวิหารของพระนางเน เฟอร์ตำรี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิมเบลงดงาม และมีชื่อเสียงก้องโลก เพราะเมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน จะทำให้วิหารจำนวน 17 แห่งจมลงอยู่ใต้น้ำจนองค์การยูเนสโก้ เข้ามาช่วย บูรณะยกย้าย ให้พ้นน้ำวิหารอาบูซิมเบลแห่งนี ถูกยกสูงขึ้นจากพื้นดิน 65 เมตร ถือเป็นงานที่ยากและใช้ เวลาถึง 0 ปี ใช้งบประมาณถึง 00 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในวิหารมีห้องบูชา และมีรูปหินสลัก 4 พระองค์นั่ง อยู่ หนึ่งในนั้นคือ ฟาโรห์รามเซสที่ 2 พร้อมด้วยเทพเจ้าต่าง ๆ อีก 3 พระองค์

แม่น้ำไนล์ (the Nile) อยู่ในทวีปแอฟริกา รู้จักกันในนามสายน้ำแห่งอารยธรรมอียิปต์

เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของชีวิต การเกิดใหม่และความเป็นอมตะ ของชาวอิยิปต์โบราณ เรื่องราวเกี่ยวกับแม่น้ำไนล์นั้นมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และอารยธรรมอียิปต์อย่างมากด้วยสายน้ำที่ยาวถึง 6,400 กิโลเมตร (4,000 ไมล์) ไนล์จึงเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในโลก

จากการขุดพบซากศพที่เก็บรักษาไว้ในสภาพของมัมมี่ ตั้งแต่สามพันปีก่อนคริสตกาลเป็นต้นมานั้น เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของชาวอียิปต์ที่ว่า แม้คนเราจะตายไปแล้วแต่ก็ยังมีสภาวะความต่อเนื่องในชีวิตตลอดไปจนถึงภพหน้า

มัมมี่ (Mummy) เชื่อกันว่ามาจากคำว่า มัมมียะ (Mummiya) คำในภาษาเปอร์เชียซึ่งหมายถึงร่างของศพที่ถูกทำให้มีสีดำ คือศพที่ดองหรือแช่ในน้ำยาพิเศษในประเทศอียิปต์ พันทั่วทั้งร่างกายด้วยผ้าลินินสีขาว เพื่อเป็นการรักษาสภาพของศพเพื่อรอการกลับคืนร่างของวิญญาณผู้ตาย ตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ คำว่า “มัมมี่” มาจากคำว่า “มัมมียะ” (Mummiya) ซึ่งเป็นคำในภาษาเปอร์เซียร์ มีความหมายถึงร่างของซากศพที่ถูกดองจนกลายเป็นสีดำ โดยชาวอียิปต์โบราณจะทำมัมมี่ของฟาโรห์และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ และนำไปฝังในลักษณะแนวนอนภายใต้พื้นแผ่นทรายของอียิปต์อาศัยแรงลมที่พัดผ่านในแถบทะเลทรายอาระเบียและทะเลทรายในพื้นที่รอบบริเวณของอียิปต์ เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยของซากศพที่อาบด้วยน้ำยา

การทำมัมมี่ อียิปต์โบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตหลังความตาย เกี่ยวกับการหวนกลับคืนร่างของวิญญาณ จึงนำศพของผู้ตายมาทำความสะอาด ล้วงเอาอวัยวะภายในออกโดยการใช้ตะขอที่ทำด้วยสำริดเกี่ยวเอาสมองออกทางโพรงจมูก แล้วใช้มีดที่ทำจากหินเหล็กไฟซึ่งมีความคมมาก กรีดข้างลำตัว เพื่อล้วงเอาตับ ไต กระเพาะอาหาร ปอดและลำไส้ออกจากศพ โดยเหลือหัวใจไว้

สาเหตุที่ไม่เอาหัวใจออกจากร่างด้วยเพราะเชื่อกันว่าหัวใจเป็นศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณ อวัยวะภายในเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยวัสดุประเภทขี้เลื่อย เศษผ้าลินิน โคลน และเครื่องหอม จากนั้นอวัยวะทั้งหมดจะถูกนำไปล้างด้วยไวน์ปาล์ม เสร็จแล้วก็จะถูกนำลงบรรจุในภาชนะสี่เหลี่ยม มีฝาปิด ที่รู้จักกันในชื่อของคาโนบิค ส่วนร่างของผู้ตายจะถูกนำไปดองโดยใช้เกลือประมาณ 7-10 วัน เมื่อศพแห้งสนิทแล้ว ก็จะถูกนำมาเคลือบด้วยน้ำมันสน จากนั้นจะมีการตกแต่งและพันศพด้วยผ้าลินินสีขาวชุบเรซิน มัมมี่ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกนำบรรจุลงในหีบศพ พร้อมกับเครื่องรางของขลังต่างๆ และมัมมี่บางตัวยังมีหน้ากากที่จำลองในหน้าของผู้ตายวางไว้ในหีบศพของมัมมี่อีกด้ว

โชคดีที่ครั้งนี้ ผมได้เดินทางร่วมไปกับ AIS Serenade Trip ด้วยยิ่งทำให้การเดินทาง สนุก แปลกใหม่ แถมยังได้ อ.เผ่าทอง ทองเจือ มาเป็นไกค์นำเที่ยวในครั้งนี้ด้วย ทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ต่างๆ และความมีอารมณ์ขัน ใจดีของอาจารย์
ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่ผมประทับใจที่สุดทริปนึงในการเดินทางในชีวิตของผมเลยครับ
ส่วน internet แนะนำให้ใช้ AIS Sim2fly เลยครับ
ซิมเดียวจบ แรง เร็ว ถูก สัญญาณค่อนข้างดีเลยเที่ยวอียิปต์ทริปนี้ ส่วนการเดินทางเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ตามมาชมได้เลยครับ

เมืองกีซ่า (Giza) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดกีซ่า ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่สามของอียิปต์ เป็นที่ตั้งของปิรามิดใหญ่และเล็ก 6 องค์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอียิปต์ และเป็น 1ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่มีอายุราวๆ 3500-4000ปี และได้ถูกขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกของโลกเมื่อปี ค.ศ. 1979

ขี่อูฐกลางทะเลทราย ชมทิวทัศน์รอบๆ โดยมี ปิรามิดเป็นฉากหลัง

ปิรามิดที่สำคัญที่สุดมีอยู่ 3 องค์ คือ ปิรามิดแห่งคูฟู ซึ่งเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ได้สร้างมา มีฐานแต่ละด้านยาว 230 เมตร สร้างด้วยหินกว่าสองล้านสามแสนก้อน ส่วนต่อมาเป็นปิรามิดหลังกลางคือ ปิรามิดแห่งเคเฟร และปิรามิดเล็กซ้ายสุด คือ ปิรามิดแห่งเมนคูเร ส่วนที่เหลือก็เป็นปิรามิดของสมาชิกในครอบครัว อีก 3 องค์ และที่เบื้องหน้าของปิรามิดเคเฟร

ชม สฟิงซ์ (Sphinx) ผู้ลึกลับและประติมากรรมที่เกิดจากการแกะสลักเนินหินทรายขนาดใหญ่ที่เป็นรูปกึ่งมนุษย์และกึ่งสัตว์ ที่มีลักษณะของร่างกายเป็นสิงห์โตตัวผู้ และมีใบหน้าเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์

เมืองโบราณซัคคาร่า (Sakkara) ชมปิรามิดแบบขั้นบันได ซึ่งถือว่าเป็นปิรามิดแห่งแรกของอียิปต์ เป็นปิรามิด (Pyramid) แห่งแรกของโลก ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นที่ ฝังพระศพของกษัตริย์ซอเซอร์ และเป็นต้นแบบของการสร้างปิรามิดในยุคต่อมา

วิหารอาบู ซิมเบล (Abu Simbel Temple) ซึ่งสร้างโดยฟาโรห์ รามเซสที่2

วิหารอาบู ซิมเบล (Abu Simbel Temple) ซึ่งสร้างโดยฟาโรห์ รามเซสที่2 เป็นวิหารที่สร้างจากจินตนาการที่สวยงามที่สุดในประวัติศาสตร์ของอียิปต์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1270 ก่อนคริสตกาล โดยการสกัดเจาะภูเขาทั้งลูกเป็นรูปหินแกะสลักของฟาโรห์นั่งบนบัลลังก์ 4 องค์ เรียงกัน ข้างละ 2 องค์ และตรงกลางเจาะเป็นประตูทางเข้า สองข้างทางจะมีหินแกะสลักเป็นรูปของรามเซสที่2 ยืนตรงข้างละ 4 องค์ตั้งอยู่และจากด้านขวามือจะมีวิหารที่สร้างไว้ติดๆกัน เพื่อให้เป็นอนุสรณ์แด่พระนางเนเฟอร์ตาริ ซึ่งเป็นพระราชินีที่พระองค์โปรดปรานมากที่สุด

ข้างใน ยิ่งใหญ่อลังการมาก

จากนั้น ไปล่องเรือไปตามแม่น้ำไนล์ เพื่อไปชมหมู่บ้านชาวนูเบียน Nubian Villages ชุมชนนูเบียนมีมาแต่โบราณกาล (เหมือนกับชนเผ่าพื้นเมืองของที่นี่ครับ)

ที่หมุ่บ้าน นูเบียน นี่ก็จะเป็นเหมือนจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง มีร้านค้า ขายของมากมาย ชาวบ้านที่นี่เขาจะเลี้ยงจระเข้ด้วยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้

Sofitel Legend Old Cataract
โรงแรมที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเมือง Aswan

นั่งเรือ เพื่อไปชมวิหารฟิเลย์ Philae Temple หมู่วิหารกลางน้ําที่ตั้งอยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์ ระหว่างทาง และบนเรือมีของที่ระลึกขายเยอะอยู่ครับ สามารถต่อได้ เกินครึ่งเลย

หมู่วิหารฟิเลย์ Philae Temple หมู่วิหารกลางน้ำที่ตั้งอยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีไอซิส พระราชาของเทพบิดาโอซีริส เป็นสิ่งก่อสร้างบนเกาะฟิเล เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยของทำฮาร์คำ (690-664 B.C) เมื่อมีโครงการเขื่อนอัสวานขึ้น ทำให้น้ำท่วมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ บนเกาะฟิเล องค์การยูเนสโกจึงได้ย้าย สิ่งก่อสร้าง ทั้งหมดไปไว้ที่เกาะอำกิลเคีย แต่ก็ยังเรียกว่าหมู่วิหารฟิเลย

จากนั้น เราเดินทางกันต่อด้วยการ ล่องเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว (Movenpick MS Sun Ray) ชมความงามของลุ่มแม่น้ำไนล์

อยู่กันบนเรือ 4 วัน 3 คืนเลยครับ ล่องตามแม่น้ำไนล์ไปเรื่อย ถึงสถานที่เที่ยว ก็ขึ้นไปชม เดินเที่ยว ช็อปปิ้ง แล้วก็กลับมาลงเรือ เป็นอะไรที่ชิลมากๆ. แถมที่พักบนเรือก็อย่างดี เตียงนอนสบาย แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น อาหารบุพเฟ่ต์ พร้อม ดาดฟ้าให้เดินชมวิวสวยๆ บอกเลยห้ามพลาดนะ

ชม วิหารคอมออมโบ The Temples of Kom Ombo วิหารคู่โบราณ ศิลปะแบบกรีก-โรมัน วิหารแรก

วิหารคอม-ออม-โบ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ วัดนี้จะมีสิ่งก่อสร้างเพื่อถวายแก่เทพเจ้า ซึ่งมีศีรษะเป็นจระเข้เป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำไนล์ และที่ตามฝาผนังมีรูปแกะสลักต่างๆมากมาย

ระหว่างเดินทางจากเรือ ไปที่วัดหรือวิหารต่างๆ เรานั่งรถม้าไปกันครับ สนุกมาก

วิหารเอ็ดฟู Edfu Horus Temple วิหารที่สร้างข้ึนกว่า 2,300 ปีมาแล้ว ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหาร อียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด สร้างเพื่อถวายบูชาแด่เทพฮอรัสเทพแห่งความดีและความรอบรู้ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในความเชื่อของอียิปต์โบราณ สร้างในรัชสมัยของธุทโมสที่ 3 ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นของที่สร้างขึ้นใหม่ โดย ราชวงศ์ปโตเลมี

หุบผาราชินี (Valley of The Queen)
หุบผาราชินีอยู่ใกล้ ๆ กับหุบผากษัตริย์ ถ้ายืนริมฝั่งแม่น้ำไนล์แล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่ทิวเขาธีบัน ตรงกับหุบผากษัตริย์ หุบผาราชินีก็อยู่ทางซ้ายมือหรือทางเหนือห่างราว 1.50 กม. เท่านั้นเอง หุบผา พระราชินี (Valley of The Queen) มีชื่อเป็นภาษาไอยคุปต์ว่า ไบบาน เอล ฮาริม (Biban El Harim) เป็นที่ซ่อนของสุสานมากมายราว 80 สุสาน มีอายุราว 1,300 – 1,100 ปีก่อน ค.ศ. นั่นคือ อยู่ในสมัยราชวงศ์ที่ 19 และ 20 ตามประวัติก็กล่าวว่าในชั้นแรกมีแต่เพียงการสร้างที่บูชาดวงวิญญาณขึ้นใช้เป็นที่สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตาย การที่ไม่ทำพิธีที่หน้าสุสานในหุบผากษัตริย์ก็เพราะกลัวจะมีผู้ล่วงรู้ว่าสุสานอยู่ ณ ที่ใดนั่นเอง

สุสานราชินีเนเฟอร์ตารี (The Tomb of Queen Nefertari) ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ดานในสุสาน ภาพเขียน สีต่างๆยังคงสภาพไว้ได้สมบูรณ์ที่สุด เป็นสุสานที่สวยงามที่สุดเลยครับ แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพได้ เนื่องจากเขาไม่อนุญาติ ค่าเข้าชมเฉพาะสุสานนี้ที่เดียว ขายตั๋วแยกตังหากด้วย ราคาคนละ 1200 EGP หรือประมาณ2,400 บาทไทยเลย

จากนั้นมาชมสุสาน ที่ดังที่สุด ที่คนรู้จักกันทั่วโลกกันครับ
สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงจากการขุดค้นพบสมบัติในสภาพสมบูรณ์ที่สุด

ตุตันคามุนเป็นฟาโรห์องค์ที่ 12 ราชวงศ์ที่ 18 ในช่วงสมัยที่นักอียิปต์วิทยาเรียกว่า ราชอาณาจักรใหม่ (New Kingdom)

แต่ตุตันคามุนไม่ใช่ฟาโรห์ที่มีบทบาทสำคัญใดๆ ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 8 ปี และสิ้นพระชนม์เมื่ออายุ 17 ปี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังก้องโลกเพราะในปี 1922 คาร์เตอร์ขุดพบสุสานของพระองค์ที่ซ่อนอยู่ในหุบเขากษัตริย์ แต่สุสานตุตันคามุนแตกต่างจากสุสานฟาโรห์องค์อื่นๆ คืออยู่ในสภาพแทบจะเหมือนเดิมกับในอดีตเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว เพราะสามารถรอดพ้นจากน้ำมือพวกโจรปล้นสุสานมาได้อย่างยาวนาน

วิหารฮัตเชฟซุต(Temple of Queen Hatshepsut) ที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงพระนามฮัตเซปซุตหรือที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์ว่าราชินีมีหนวด

กล่าวได้ว่าวิหารฮัตเซปซุตเป็นอนุสรณ์สถานที่สง่างามที่สุดในดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์

ผลงานของฮัตเชปซุตมีปรากฏให้เห็นมากมาย ทั้งเสาโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ วิหารประกอบพิธีศพของนางที่เดียร์ เอล-บาฮารี (Deir el-Bahari) ทางตะวันตกของลักซอร์ นอกจากนั้นยังมีการค้าขายกับดินแดนปริศนาอย่าง “ปุนท์” (Punt) ซึ่งอาจจะตั้งอยู่ในประเทศโซมาเลียอีกด้วย เรียกได้ว่ารัชสมัยการปกครองของฮัตเชปซุตนั้น นางได้นำพาอียิปต์โบราณเข้าสู่ยุครุ่งเรือง

สมกับเป็นสุดยอดฟาโรห์หญิงที่โด่งดังและเก่งกาจอันดับหนึ่งของอียิปต์โบราณอย่างแท้จริง

วิหารลักซอร์ และวิหารคาร์นัค ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำไนล์ เป็นวิหารคู่บ้านคู่เมืองที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า

วิหารลักซอร์ ที่อเมนโนฟิสที่ 3 ให้สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นวิหารแบบหินทรายเนื้อละเอียดที่ใหญ่โตและสูงกว่าเดิม ต่อมารามเซสที่ 2 ให้สร้างอุทยานที่หน้าวิหารขึ้น และอลังการด้วยรูปแบบประติมากรรม

มหาวิหารคาร์นัค Karnak Temple มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ เริ่มก่อสร้างใสมัยฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพรามอนรา เมื่อ 3,600 กว่าปีก่อน จุดเด่นของวิหาร คาร์นัก คือห้องโถงเสา (Great Hypostyle Hall) ซึ่งเริ่มสร้างโดยฟาโรห์เซติที่ 1 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน สมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประกอบด้วยกลุ่มเสาใหญ่จำนวน 130 ต้น ในจำนวนนี้มีเสายักษ์ถึง 12 ต้น รอบ ๆ เสาทั้ง 130 ต้น มีการสัลกอักษรภาพเป็นคำสรรเสริญเทพเจ้ากับ คำรท์ ชูหรือพระนามของฟาโรห์ ผู้สร้าง วิหารคาร์นักแห่งนี้
ตามประวัติกล่าวว่าต้องใช้แรงงานถึงแปดหมื่นกว่าคนในการสร้างวิหารนี้

มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์และต่อเติมจากฟาโรห์หลายราชวงศ์ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงสมัย โรมัน นับเป็นเวลาติดต่อกันถึง 2,000กว่าปี บริเวณทางเข้าสู่ด้านในของวิหารทำเป็นถนนสฟิงค์รูปแพะหมอบเรียงรายตลอดสองข้าทาง มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพสูงสุดประจำเมืองธีปส์ คือ เทพเจ้าอามอน

ชมเสาโอเบลิสค์ของพระนางฮัตเซบสุตที่แกะสลักลวดลายอย่างสวยงามเพื่อบูชาสุริยเทพ บริเวณด้านหลังของมหาวิหารยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งใช้สำหรับขออธิษฐานอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ลักซอร์ (Luxor Museum) เป็นอาคารก่อด้วยอิฐแดงหันหน้าไปทางแม่น้ำไนล์
บริเวณด้านนอกแสดงรูปปั้นขนาดใหญ่ของกษัตริย์และฟาโรห์องค์สำคัญหลายยุคสมัย

ที่นี่จัดแสดงสิ่งของวัตถุโบราณที่ค้นพบจากสุสานและโบราณสถานต่างๆ มีข้อมูลให้ความรู้มากมาย ที่สำคัญที่นี่ยังมี มัมมี่ให้ชม หลายองค์เลยครับ

ย่านชุมชนครสิเตียนออปติค หรือ Cairo Coptic Christian ตั้งอยู่ในเขตเมืองไคโรเก่า พื้นที่ที่
ล้อมรอบไปด้วยกำแพงของ ป้อมบาบิโลน นับอายุย้อนไปได้ถึงเกือบ 2,000ปี ซึ่ง
ศาสนาคริสต์ถือเป็นศาสนาแรกของอียิปต์แต่ก็ต้องล่มสลายไปเพราะสงครามระหว่างศาสนาชาว”คริสเตียนคอปติก”
เป็นชนชาติคริสเตียนที่ถูกชาวกรีกขับไล่จนมาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศอียิปต์ ก่อนจะนำศาสนาคริสต์กลับเข้าไปเผยแพร่ในยุโรปอีกครั้ง

เมืองเมมฟิส ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอียิปต์โบราณ เป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในบริเวณดอนสามเหลี่ยมของแม่น้ำไนล์มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 1 และยังเป็นเมืองที่ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่ามีบทบาทในการรวม อียิปต์เข้าเป็นประเทศเดียวเมื่อ 5,000 กว่าปีแล้ว

พิพิธภัณฑ์รามเสสที่ 2 ชมการแกะสลักรูปโบราณต่างๆมากมายจากหินที่ยังหลงเหลืออยู่ในระดับพื้นดินพร้อมกันนั้นชมรูปแกะสลักขนาดยักษ์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ด้วยฝีมือการแกะสลักที่ประณีตและสวยงามมาก

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ National Museum พิพิธภัณฑ์อันเลื่องชื่อของโลก รวบรวมศิลปะ โบราณวัตถุมากมาย อายุเก่าแก่กว่า 3,300 ปี
ชมมัมมี่ ใน ห้อง Royal Mummies ห้องที่สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์ เก็บร่างของมัมมี่ของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอียิปต์และฟาโรหห์ญิงฮัตเชปซุท

ตลาด ข่าน เอล คาลิลี่ (Khan El Khalili) ซึ่งเป็นตลาดกลางที่มีความใหญ่โตมาก ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ 1382 ซึ่งในขณะนั้นสถานที่แห่งนี้ถูกทำเป็นที่พักอาศัยของกองคาราวานที่เดินทางมาจากสถานที่ต่างๆ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองทุกอย่างที่ทำในประเทศ จากโรงงานขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมในครัวเรือน

AIS Serenade Trip
เป็นทริปที่ประทับใจที่สุดทริปหนึ่งในการเดินทางของผมเลย
ได้ไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ มีเรื่องราว ลึกลับ น่าสนใจมากมาย
แถมได้ อ.เผ่าทอง ทองเจือ มาบรรยาย ให้ความรู้อีกด้วย ยิ่งทำให้การเที่ยวชมแต่ละสถานที่ยิ่งสนุกมากขึ้นไปด้ว

ต้องขอขอบคุณทาง AIS ที่จัดทริปดีๆแบบนี้ขึ้นมาด้วยนะครับ เป็นทริปสำหรับสมาชิก Serenade โดยเฉพาะเลย
ส่วนทริปหน้าจะไปที่ไหน เพื่อนๆคอยติดตามด้วยนะครับ เพราะทริปดีๆแบบนี้ เต็มเร็วมากกก ห้ามพลาดครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here