20 ที่เที่ยวหน้าฝน แม่ฮ่องสอน

01 – ปางอุ๋ง

มีชื่อเรียกเต็มๆว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ในหมู่บ้านรวมไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อันตรายเพราะอยู่ขอบชายแดนไทยกับพม่า มีการลักลอบปลูกพืชและค้ายาเสพติด แถมยังมีขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอีกต่างหาก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินินาถทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยต่างๆ เลยมีพระราชดำริให้พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ รวมถึงการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่ตรงนี้อีกด้วย

ภาษาเหนือ คำว่า ‘ปาง’ แปลว่า ที่พักกลางป่า ส่วนคำว่า ‘อุ๋ง’ แปลว่า ที่ราบต่ำลึกลงไปที่มีลักษณะเหมือนแอ่งกระทะที่มีน้ำขัง พอรวมกันเลยก็เลยแปลว่า ที่พักกลางป่าที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่

บรรยากาศ และความสวยงามของที่นี่ ก็ไม่เคยทำให้เราลังเลเลยที่จะมา แถมยังทำให้เราตกหลุมรักอยากกลับมาหาบ่อย ๆ อีกด้วยซ้ำ วิวอ่างเก็บน้ำ ในหน้าหนาว ช่วงเช้า ๆ ก็จะมีไอน้ำลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ

การเข้าชมปางอุ๋ง

สำหรับคนที่ไม่ได้พักค้างแรม จะต้องนำรถไปจอดไว้ที่โรงเรียนบ้านนาป่าแปกแล้วนั่งรถสองแถวของชุมชนเข้าไปเท่านั้น บัตรโดยสาร 50 บาท เปิดให้บริการเวลา 04.00 – 18.00 น. สำหรับใครที่มีเวลาแล้วอยากจะพักค้างคืนสักคืนสองคืนเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่สวยงามของปางอุ๋งให้เต็มที่ก็สามารถทำได้ ขอบอกเลยว่าบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่เงียบสงบและสวยงามอย่าบอกใคร โดยเฉพาะใครที่ชอบดูดาว รับรองว่าจะได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าแบบสมใจอย่างแน่นอน แต่ถึงแม้จะได้บัตรพักค้างคืนแต่ก็สามารถนำรถเข้าออกพื้นที่ได้ในช่วงเวลา 9.00 – 18.00 น.เท่านั้น

ที่พักปางอุ๋ง

แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของโครงการและส่วนของบ้านพักร่วมโครงการในหมู่บ้านที่บริหารจัดการโดยชาวบ้านรวมไทย

  • ส่วนของโครงการพระราชดำริปางตอง 2 จะแบ่งออกเป็นบ้านพักจำนวน 5 หลัง และมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์จำกัดที่ 50 เต็นท์ต่อวัน การจองที่พักในส่วนนี้จะต้องทำการจองล่วงหน้าไว้นานๆ เพราะที่พักจะเต็มเร็วมาก โดยสามารถโทรสอบถามราคาและจองได้ที่เจ้าหน้าที่โครงการ เบอร์โทรศัพท์  080 847 8456 และ 087 661 8594
  • บ้านพักร่วมโครงการในหมู่บ้าน จะมีบ้านพักประมาณ 69 หลัง และพื้นที่กางเต็นท์จำกัดที่ 100 เต็นท์ต่อวัน ถึงแม้จะมีจำนวนที่พักเยอะกว่าส่วนของโครงการแต่ก็เต็มเร็วเช่นกัน ดังนั้นควรต้องจองล่วงหน้าเนิ่นๆ สามารถโทรสอบถามราคาและจองได้ที่ ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน เบอร์โทรศัพท์ 053-611244

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำที่ปางอุ๋งก็คือการล่องแพชมวิวและบรรยากาศโดยรอบของปางอุ๋ง

ไปเยี่ยมชมสวนปางอุ๋งของโครงการพระราชดำริที่มีจัดแสดงพืชพรรณต่างๆ ที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูง เป็นยาแผนไทยและให้ประโยชน์ทางด้านอาหาร เช่น อะโวคาโด บ๊วย สาลี่ พลับ นอกจากนี้ยังมีโซนสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ไฮเดรนเยีย พวงแสด และกุหลาบไว้ให้ถ่ายรูปสวยๆด้วย

แล้วอย่าลืมมานั่งเรือแพไม้ไผ่ของชาวบ้านนะ 30 นาที 150 บาท นั่งได้สองคนสบาย ๆ 

02 – เฮินไต รีสอร์ท

บ้านพักเรือนไม้ที่มีคอนเซ็ปการตกแต่งไม่เหมือนใครตามชื่อ ที่แปลว่า เรือนของชาวไต หรือชาวไทใหญ่ ผสานความทันสมัย ความสะดวกสบายไว้ครบครันแม้จะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์โดดเด่นด้วยการตกแต่งห้องพัก จากฝีมือเจ้าของที่มีเชื้อสายชาวไทใหญ่ ที่ต้องการสอดแทรกงาน ศิลปะไทใหญ่ไว้เพื่อสืบสาน และอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป

  • ที่จอดรถ
  • เครื่องปรับอากาศ
  • ร้านอาหาร
  • บริการซักรีด
  • เหมาะสำหรับเด็ก
  • ไม่มีสระว่ายน้ำ
  • ไม่มีอ่างน้ำร้อน
  • Wi-Fi ฟรี
    รายละเอียดการนำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก
    – สัตว์เลี้ยงเข้าพักคิดค่าบริการตัวละ 200 บาท
    ราคาที่พัก : 1,200 บาท

FBเฮินไต รีสอร์ท
TEL : 086 915 3555

03 – บ้านจ่าโบ่

ชุมชนบ้านจ่าโบ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปาย ที่นี่เป็นชุมชนของชาวลาหู่นะ (มูเซอดำ) ที่อพยพโยกย้ายมาจากห้วยยาว และก่อตั้งเป็น “ชุมชนจ่าโบ่” ซึ่งมาจากชื่อของผู้นำหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2521 คนในชุมชนล้วนเกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งหมด และยังคงใช้ภาษาและเครื่องแต่งกายแบบลาหู่
ที่นี่จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาและ ร้านกาแฟขายอยู่บริเวณจุดชมวิว ถ้าจะบอกว่าที่นี่ขายอาหารหลักสิบบาทนะ

บ้านจ่าโบ่ A-Bo-Da-ya (อาบูดะยา) ขอกล่าวทักทายเพื่อนๆเป็นภาษาของชาวลาหู่หรือมูเซอ                  ก่อนเลยครับ แปลว่าสวัสดี

ชุมชนบ้านจ่าโบ่  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปาย ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า การเดินทางจากปายไปยัง อ.ปางมะผ้า จากนั้นขับตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวก็ต้องอาศัยนั่ง รถตู้ปาย -เมืองแม่ฮ่องสอน หรือนั่งรถแดงโดยสารมาลงหน้าปากทางเข้าหลังจากนั้นอาจโบกรถหรือนัดแนะกับรถในหมู่บ้านให้มารับ

ที่นี่เป็นชุมชนของชาวลาหู่นะ (มูเซอดำ) ที่อพยพโยกย้ายมาจากห้วยยาว และก่อตั้งเป็น “ชุมชนจ่าโบ่” ซึ่งมาจากชื่อของผู้นำหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2521 คนในชุมชนล้วนเกี่ยวดองเป็นญาติกันทั้งหมด และยังคงใช้ภาษาและเครื่องแต่งกายแบบลาหู่ เมื่อมาถึงหมู่บ้านเราก็จะได้เจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อของที่นี่ เพราะนอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยในราคาหลักสิบให้ได้ทานแล้ว มองไปรอบๆ จะเห็นว่าตั้งอยู่ในมุมที่เหมาะเจาะมองเห็นภูเขาที่สวยงามสลับซับซ้อน และในเวลาเช้าร้านนี้ก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มารอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น

สถานที่ : บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน
ไฮไลท์ : นั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยวชมทะเลหมอก
การเดินทาง : ใช้เวลาเดินทางจากปายประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า การเดินทางจากปายไปยัง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้นขับตรงไปอีก 12 กิโลเมตร เจอแยกบ้านแม่ระนาเข้าไปยังหมู่บ้านขับรถตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เส้นทางทำใหม่ราดยางตลอดทาง
ข้อมูลติดต่อ : สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พักล่วงหน้า ติดต่อ คุณศรชัย ไพรเนติธรรม ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ โทร. 080-6775794

แผนที่ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนเริ่มขับรถจากเชียงใหม่ขับวนได้แบบไม่ซ้ำเส้นทางเดิมเลยรอบเดียวเก็บที่เที่ยวได้หมด

04 – วัดต่อแพ

เป็นวัดในอำเภอขุนยวมที่มีความเป็นมาเก่าแก่ โดยวัดแห่งนี้เดิมเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าเป็นวัดของชาวลัวะ หรือละว้าที่สร้างขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว โดยวัดเหลือเพียงแค่ซากเจดีย์เก่าที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตรงกลาง และไม่มีใครกล้าเข้ามาในบริเวณนี้เนื่องจากเล่าลือกันว่าผีดุ ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดต่อแพเก่า (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์เด็กเล็ก) ให้มาทำการบูรณะวัด โดยมีศรัทธาบ้านเมืองปอน บ้านขุนยวมและบ้านต่อแพร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญขึ้นมาเมื่อราวปี พ.ศ.2461

สิ่งน่าสนใจภายในวัด
1. เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ วิหารแบบไทยใหญ่ ทั้งเจดีย์และวิหารตั้งเด่นอยู่กลางลานวัดโดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบมอญตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม ที่ส่วนยอดประดับฉัตรโลหะเจ็ดชั้น ตั้งอยู่คู่กับวิหารโถงซึ่งเป็นศิลปะไทยใหญ่ มีหลังคาซ้อนหลายชั้นอย่างวิจิตรพิสดาร แสดงให้เห็นฝีมืออันประณีตของช่างไทยใหญ่ในยุคนั้น

2. ศาลาการเปรียญ เป็นสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทยใหญ่ที่สวยงามมาก สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้าง 30 ม. ยาว 25 ม. หลังคาแยกเป็นหลังๆ ซ้อนเป็นชั้นๆ มุงด้วยสังกะสี ประดับโลหะฉลุลายอย่างสวยงาม

3. ผ้าม่านโบราณ
ชาวพม่านำมาถวายให้เป็นสมบัติของวัด ผ้าม่านผืนนี้มีอายุร้อยกว่าปี เป็นศิลปะแบบพม่า ปักดิ้นทองลานนูนประดับด้วยทับทิมกับอัญมณีที่มีค่าแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันผ้าม่านโบราณผืนนี้จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์บนจอง

4. อาคารสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ เป็นอาคารขนาดเล็กต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในวัด ได้แก่ ถาน(ส้วม) ศาลาสรงน้ำ ศาลาบ่อน้ำซึ่งล้วนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ มีหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ ประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม

สิ่งอำนวยความสะดวก
– ห้องน้ำ
– ที่จอดรถ

การเดินทาง
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอแม่สะเรียง หมู่ที่ 1 บ้านจอมแจ้ง ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรงทางเข้าเมืองอำเภอแม่สะเรียง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งอยู่ติดริมถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – แม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน) จะมีทางแยกซ้ายเข้าอำเภอแม่สะเรียง และติดทางแยกไปวัดพระธาตุจอมทองวัดพระธาตุจอมแจ้งเป็นศิลปะล้านนา

ข้อมูลติดต่อ
ที่อยู่ : บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
อีเมล : tatmhs@tat.or.th
เบอร์โทร : 05-306-4063
เว็บไซต์ : www.tourismthailand.orgmaehongson

05 – พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย – ญี่ปุ่น

ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยอยู่ติดกับศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น ความเป็นมาของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คงจะต้องเท้าความไปถึงเรื่องราวในอดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนว่า เมื่อปี พ.ศ. 2486 ญี่ปุ่นได้เกณฑ์ชาวบ้านในแม่ฮ่องสอน และจังหวัดใกล้เคียง ไปเป็นแรงงานสร้างถนนสายปาย เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงอาวุธและเสบียงอาหารไปยังพม่า และหลังจากที่กองทัพญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามในอีก 2 ปีต่อมา ถนนสายนี้ก็ยังใช้เป็นเส้นทางถอยทัพของญี่ปุ่นอีกด้วย

ดังนั้นถนนสายปาย – ขุนยวม จึงถือเป็นเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ที่ชาวบ้านในแถบนี้ไม่อาจลืมได้ลง  ด้วยเหตุนี้ พันตำรวจโทเชิดชาย ชมธวัช ผู้ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ดังกล่าว จึงได้รวบรวมเครื่องใช้ไม้สอยของทหารญี่ปุ่นที่กระจัดกระจายอยู่ตามบ้านคนในอำเภอขุนยวม รวมกับที่ตัวเองเก็บสะสมไว้ นำมาจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สงครามโลกฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่า ครั้งหนึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไร

หลายคนรู้จักทางรถไฟสายมรณะ ในจังหวัดกาญจนบุรีที่สร้างขึ้นโดยเชลยของทหารญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หากแต่ช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีเส้นทางมรณะสายปาย – ขุนยวม ถนนสายแรกที่มาสู่แม่ฮ่องสอน ที่ญี่ปุ่นได้เกณฑ์แรงงานชาวบ้านในแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ไปเป็นแรงงานสร้างถนนเพื่อมุ่งสู่พม่า ในปลายปี พ.ศ. 2486 สองปีก่อนที่กองทัพญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม กว่าจะแล้วเสร็จกินเวลา 2 ปีพอดีถึง พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นปีที่ญี่ปุ่นปราชัย ถนนสายนี้จึงเป็นเสมือนทางถอยทัพของญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยเหตุการณ์ที่สำคัญและช่วงเวลาที่ไม่อาจลืมของคนแถบนี้ ย่อมจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายที่ส่งผ่านต่อคนรุ่นหลัง

06 – บ้านห้วยเสือเฒ่า หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว

กะเหรี่ยงคอยาว เป็นชนกลุ่มน้อยมีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศพม่า เมื่อสมัยก่อนเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ระหว่างกอง กำลังกะเหรี่ยงกับรัฐบาลทหารพม่า มีผลทำให้ประชากรกะเหรี่ยงคอยาวได้รับผลกระทบจึงพากันอพยพหนีภัย สงครามเข้ามาอาศัยตามตะเข็บ แนวชายแดน และบางส่วนได้เข้ามาอาศัยในเขตประเทศไทยในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว สามารถเที่ยวชมได้ในหลายพื้นที ถึงแม้ว่าในปัจจุบันหมู่บ้าน กะเหรียงคอยาวจะแปรสภาพไป ตามสังคมที่เปลี่ยนไป ดูเป็นในลักษณะเชิงธุรกิจมากขึ้นไม่เป็นธรรมชาติของ ชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิมเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงอย่างไร กะเหรี่ยงคอยาว ยังถือว่าเป็นไฮไลท์ของ การท่องเที่ยว แม่ฮ่องสอน ที่ยังได้รับความนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่เปลี่ยนแปลง

บ้านห้วยเสือเฒ่า
เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด รถยนต์สามารถเข้าถึงจึงมีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวชม กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่เป็นจำนวนมาก กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่จะมีประมาณ 20 หลังคาเรือน อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามา อยู่ที่แม่ฮ่องสอนนานแล้ว ดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม ภายในหมู่นักท่องเที่ยวสามารถมาชมวิถีชีวิต และถ่ายรูปกับ กะเหรี่ยงคอยาวไดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ยังจะได้พูดคุยและถ่ายรูปกับเด็ก ๆ ชาวกระเหรี่ยงซึ่งแต่ ละคนหน้าตาน่ารักและช่างเจรจา ซึ่งวันธรรมดาเด็ก ๆ พวกนี้จะไปโรงเรียน นอกจากนี้บ้านแต่ละ หลังจะมีการนำ ของที่ระลึกมาขายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ โดยสินค้าส่วนใหญ่ จะเป็นพวกผ้าทอ เครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่รับจากที่อื่นมาจำหน่าย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าคลุมเตียง เป็นต้น

การเดินทาง
จากตัวเมืองไปทางอำเภอขุนยวมผ่านหน้าศาลากลาง ถึงแยกไฟแดงซ้ายมือจะมีป้อมตำรวจเล็ก ๆ ตรงมุมถนน ให้เลี้ยว

07 – วัดพระธาตุดอยกองมู

วัดพระธาตุดอยกองมู เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู ทางทิศตะวันตกของ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 3 ก.ม.เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยกองมูเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก จากวัดพระธาตุ ดอยกองมูนี้สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน และสวยงามมากวัดนี้มี งานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ หรือ

“หมอกสามฤดู…..กองมูเสียดฟ้า…..ป่าเขียวขจี…..ผู้คนดี…..ประเพณีงาม…..ลือนามถิ่นบัวตอง” คือ คำขวัญประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่บ่งบอกถึงสภาพของภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ลักษณะของผู้คน และแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นประจำท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี สำหรับคำว่า “กองมูเสียดฟ้า” ในคำขวัญดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นการสื่อถึง “วัดพระธาตุดอยกองมู” วัดเก่าแก่คู่เมืองแม่ฮ่องสอนที่ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งมีความสูง 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง

1.พระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่
ของวัดพระธาตุดองกองมูสร้างโดยพ่อค้าชาวไทยใหญ่ชื่อ “จองต่องสู่” เมื่อ พ.ศ. 2403 ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ประดับลวดลายปูนปั้น มีฐานแปดเหลี่ยมซ้อนสามชั้น บริเวณฐานด้านล่างประดับด้วยซุ้มพระตาม ทิศทั้งแปด
2.พระธาตุเจดีย์องค์เล็ก
ของวัดพระธาตุดอยกองมูสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย “พญาสิงหนาทราชา” เจ้าผู้ครอง แม่ฮ่องสอนคนแรกเพื่อ เป็นที่ระลึกในการ ขึ้นครองแม่ฮ่องสอน เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากพม่าลักษณะ เป็น เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนสามชั้น ตรงมุมทั้งสี่ของฐานมีปูนปั้นรูปสิงห์ประดับอยู่ บริเวณฐานด้านล่างประดับด้วยซุ้มพระแบบศิลปะมอญ
3.วิหารวัดพระธาตุดอยกองมู
อยู่ติดกับพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ สร้างขึ้นพร้อมกัน มีลักษณะเป็นอาคารทรงโรงเปิดโล่ง ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคา ซ้อนสามชั้นมุง ด้วยกระเบื้องไม้และตกแต่งโลหะฉลุลวดลายตามแบบศิลปะไทใหญ่

4.จุดชมวิว
ตั้งอยู่ด้านหน้าองค์พระเจดีย์ จากจุดนี้ของวัดพระธาตุดอยกองมูเป็นสถานที่ชมทัศนียภาพเมืองแม่ฮ่องสอนที่สวยงาม

1.โดยรถส่วนตัว
วัดพระธาตุดอยกองมู ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทาง หลวงสาย 108 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัด
2. โดยรถสาธารณะ
สามารถเหมารถตุ๊กๆหรือสองแถวในเมืองเพื่อขึ้นไปยังพระธาตุดอยกองมู

08 – สะพานซูตองเป้

สะพานซูตองเป้ ตั้งอยู่ที่บ้านกุงไม้สัก อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร เป็นสะพานไม้ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง  ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ หรือบางคนก็บอกว่าแปลว่า ความสำเร็จ  ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแล้วอธิษฐานขอความ ความสำเร็จใดๆ ก็จะพบกับความสมหวัง นับว่าเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สะพานซูตองเป้  เป็นสะพานที่เกิดจาก ความศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านกุงไม้สักที่ต่างก็ช่วยกันลงแรงสานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ทอดยาว ไปบนที่นาของเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวาย  โดยสร้างเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะและหมู่บ้านกุงไม้สัก ข้ามผ่านทุ่งนา และแม่น้ำสายเล็กๆ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งได้ใช้สัญจรไป มาระหว่างหมู่บ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น  

จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า (ทางหลวงหมายเลข1095) เส้นทางเดียวกับทางไปภูโคลน โดยสามารถ เข้าได้ 2 ทาง คือ ทางแรกจะถึงก่อนเป็นทางเข้าทางสวนธรรมภูสมะ จากปากทางเข้าผ่านเส้นทางดินแดงลูกรังไปประมาณ 400 เมตร จากนั้นเดินขึ้นไปยังสวนธรรมภูสมะก็จะเจอกับสะพานไม้ทอดยาวไปยังเบื้องล่าง เดินลงไปเรื่อยๆ จนถึงสะพานฝั่งหมู่บ้ากุงไม้สัก

เส้นทางที่สองขับต่อไปอีกนิดไปทางภูโคลนจะมีทางแยกเข้าไปทางหมู่บ้านกุงไม้สัก  ขับไปตามถนนของหมู่บ้านอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  จะเจอที่จอดรถด้านหน้าและทางเดินเข้าไปยังสะพานซูตองเป้จะเป็นทางเดินเล็กๆ จากนั้นเดินไปตามทางโค้งวนของ สะพานขึ้นไปยังฝั่งสวนธรรมภูสมะ เส้นทางนี้จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากกว่า

09 – แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่ลาน้อย เป็นอำเภอที่โอบล้อมด้วยภูเขา เป็นอำเภอที่แยกออกมาจากอำเภอขุนยวม และอำเภอแม่สะเรียง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่, ปกากะญอ, ละว้า และม้ง ถือว่าเป็นอำเภอที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อมาก แต่ไม่มีความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้ ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่กว่าร้อยละ 80 อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย และป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งขวา

โครงการหลวงแม่ลาน้อย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันได ภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทาง รวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกตลอด ทั้งปี เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อม เป็นครั้งแรก ได้พระราชทาน ทุนทรัพย์จำนวน 20,000 บาท จัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลกต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรทั้งสอง หมู่บ้านเป็นครั้งที่ 2

ทรงรับสั่งให้ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้าช่วยเหลือพัฒนาอาชีพแก่ชาวเขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สังคมและ สาธารณสุขเนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่ลาน้อยและแม่น้ำแม่สะเรียจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเคยทอดพระเนตร เห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และเผ่าลั๊วะ

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ : โครงการหลวงแม่ลาน้อย, เฮินไตรีสอร์ท, จุดชมวิวแม่ลาน้อย, นาขั้นบันไดบ้านดง, วนอุทยานแก้วโกมล

10 – บ้านลีไวน์รักไทย

หมู่บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน ที่ครั้งนึงในชีวิตต้องได้ไปยืนนิ่งๆ ดูหมอกลอยบนผืนน้ำ สูดอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสบรรยากาศหนาวๆ ที่รอบๆตัว้หมือนอยู่เมืองจีน ปั่นจักรยานซึมซับธรรมชาติ ชิมขาหมูหมั่นโถ่ว จิบชาชมวิวทะเลสาบ ที่หมู่บ้านรักไทยมีที่พักหลากหลายที่ แต่วันนี้แบกกล้องเที่ยวจะมาแนะนำ ที่พักสุดฮ็อต ที่เขาว่าต้องจองกันข้ามปีกันเลย ลีไวน์รักไทย รีสอร์ทตั้งอยู่บนเขา

Lee Wine Ruk Thai Resort มีวิวที่สวยงามของทะเลสาบรักไทย มีห้องอาหารและสแน็กบาร์ ที่พักมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรีในทุกพื้นที่ และที่จอดรถส่วนตัวในสถานที่ Lee Wine Ruk Thai Resort ตั้งอยู่ในไร่ชาอู่หลง เพียง 50 เมตรจากหมู่บ้านรักไทย และ 200 เมตรจากทะเลสาบรักไทย ที่พักอยู่ห่างจากสนามบินแม่ฮ่องสอน 32 กิโลเมตร ห้องพักแต่ละห้องมีวิวทะเลสาบ บริเวณที่นั่ง พัดลม และกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ห้องพักมีระเบียงส่วนตัวและพื้นที่รับประทานอาหารกลางแจ้ง ห้องน้ำในตัวมีฝักบัวและเครื่องเป่าผม มีสิ่งอำนวยความสะดวกฟรีและผ้าเช็ดตัว บางห้องพักมีเคเบิลทีวี Lee Wine Ruk Thai Resort ล้อมรอบด้วยภูเขาและสวนหย่อม มีร้านมินิมาร์ท ร้านของที่ระลึก และโต๊ะบริการทัวร์ มีบริการรับฝากสัมภาระและห้องทีวีส่วนกลาง มีรถรับส่งสนามบินเมื่อผู้เข้าพักแจ้งความประสงค์

11 – Leewine Coffee Shop
ร้านกาแฟ ลีไวน์รักไทย.. บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน
กาแฟ ☕️ หลักสิบ.. วิวหลักล้านคือดีงาม..
10โมงแล้วก็ยังฟินอยู่..
ชาเขียวอร่อย.. กาแฟอร่อย
แนะนำต้องมาโดนนะร้านนี้..
เจ้าของเดียวกับ บ้านลีไวน์รักไทย ตั้งอยู่ติดทะเลสาปเลย

12 – ถ้ำปลา

ถ้ำปลา หรือ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดนิยมของแม่ฮ่องสอน บริเวณโดยรอบเป็นลําธารและป่าเขาที่ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผา ตำบลห้วยผา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-ปาย กิโลเมตรที่ 191-192 สามารถเดินทางไปชมได้ทุกฤดูกาล บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร

ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโต ๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีชื่อเรียกว่าปลามุงหรือปลาคังซึ่งเป็นปลาที่มีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกันกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย ปลาชนิดนี้ไม่สามารถรับประทานได้ เพราะอาหารของปลาชนิดนี้คือผลไม้ไม้ในป่าที่หล่นลงมาในน้ำ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีพิษเมื่อปลากินเข้าไปจึงทำให้เนื้อของปลามีพิษไปด้วย และมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนําไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป

ถ้ำปลา ในอดีตถูกจัดว่าเป็นวนอุทยาน และได้เปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552

13 – บ้านห้วยห้อม จ.แม่ฮ่องสอน

บ้านห้วยห้อมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนย่อนใจ ของผู้คนไม่ว่าจะเป้นคนไทย หรือต่างประเทศก็ต่างพากันมาเที่ยวที่นี่ เพราะที่นี้สงบ และเต็มไปด้วยธรรมชาติ และหมอกควันที่เลยตัวเคลื่อนไปอย่างช้าๆ สำหรับบ้านห้วยห้อมนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับทางธรรมชาติ มีเต็มไปด้วยความอุดมสมบรูณ์ของป่าเขา การเดินทางก็สะดวกสบายในระหว่างทางก็สามารถแวะถ่ายรูปกับธรรมชาติได้

อีกมากมาย ที่นี่จะหนาวเย็นตลอดทั้งปี โฮมสเตย์ที่นี่ไม่แพงเลยครั

เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย บ้านห้วยห้อมเป็นหมู่บ้านในอ้อมกอดของหุบเขา มีนาขั้นบันไดและยังมีต้นหมากเป็นทิวแถว ชาวบ้านที่บ้านห้วยห้อมนับถือศาสนาคริสต์ อาชีพหลักคือ ปลูกข้าว เสาวรส และกาแฟอันธุ์อาราบิก้าที่รสชาติเข้มข้น มีการเลี้ยงแกะทำให้เกิดอาชีพเสริมคือกาทอผ้าจากขนแกะ และฝ้ายธรรมชาติ ชาวบ้านใน หมู่บ้านไม่ค่อยออกไปทำงานที่อื่น เพราะคนในหมู่บ้านมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

โฮมสเตย์ที่พักคนละ 150 บาทเท่านั้น !!! นอนชมวิว จิบกาแฟแบบชิลๆ
ค่าอาหารมื้อละ 70 บาท
กาแฟแก้วละ 25 บาท
ไกค์นำเที่ยว 200 บาท
อาชีพหลักคือ ปลูกข้าว เสาวรส และกาแฟอันธุ์อาราบิการที่รสชาติเข้มข้น มีการเลี้ยงแกะ ทำให้เกิดอาชีพเสริมคือกาทอผ้าจากขนแกะ และฝ้ายธรรมชาติ ชาวบ้านใน หมู่บ้าน ไม่ค่อยออกไปทำงานที่อื่น เพราะคนในหมู่บ้านมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

ติดต่อที่พักบ้านห้วยห้อมนางมะลิวัลย์ ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะและกาแฟ เบอร์โทรศัพท์ : 089-555-3900 

14 – ภูผาหมอก บ้านจ่าโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน

วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวมาฝากเพื่อนๆสายภูเขาอีกแล้ว เดินไม่ไกลด้วยแหละ ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ขอบอก วิวอลังการ มหัศจรรย์แดนดินแห่งสายหมอกและขุนเขา ที่ชุมชนบ้านจ่าโบ่ สำหรับที่นี่กลายเป็นที่ใฝ่ฝันของนักชอบเที่ยวหลาย ๆ คน ที่ต้องการมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ที่นี่คนพื้นที่เรียกกันว่า “ภูผาหมอก” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านก๋วยเกี๋ยวยอดฮิตอย่างร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่มากนัก ใช้เวลาเดินจากร้านประมาณ 25 นาที เท่านั้นครับ แต่สำหรับใครจะขึ้นไปดูวิวชมหมอกตรงจุดนี้จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนนำทางขึ้นไปซึ่งเป็นกฎของที่นี่ครับ สำหรับค่าไกด์ คิดราคา 150 ต่อคน ใครจะขึ้นสามารถติดต่อไกด์นำทางที่ร้านก๋วยเตี๋ยวได้เลยครับ ความคิดเห็นส่วนตัวแอดมินว่าราคาค่าไกด์แอบแพงไปนิดนึงครับ

สถานที่ : ภูผาหมอก จ.แม่ฮ่องสอน
ไฮไลท์ : ยืนชมหมอกเท่ๆบนยอดเขา
การเดินทาง : อยู่ไม่ไกลจากร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่ ใช้เวลาเดินจากร้านประมาณ 25 นาที เท่านั้นครับ แต่สำหรับใครจะขึ้นไปดูวิวชมหมอกตรงจุดนี้จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นเป็นคนนำทางขึ้นไปซึ่งเป็นกฎของที่นี่ครับ สำหรับค่าไกด์ คิดราคา 150 ต่อคน
ข้อมูลติดต่อ : คุณศรชัย ไพรเนติธรรม ประธานกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ 080-6775794

15 – ถ้ำลอด

ถ้ำลอด ปางมะผ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ ปัจจุบันอยู่ ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย มีสถานที่น่าสนใจ คือ ถ้ำลอด ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลางไหล ลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้ โบราณในถ้ำสันนิษฐานได้ว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว

เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียง สวยงาม และก็ไปเที่ยวได้ง่ายซึ่งการจะเข้าไปในถ้ำเราต้องติดต่อคนนำทาง ซึ่งคนนำทางก็จะมีตะเกียงค่อยนำทางให้กับนักท่องเที่ยวสาเหตุที่ไม่มีการติดตั้ง ไฟในถ้ำต่างๆ ก็เพื่อเป็นการรักษาถ้ำเหล่านี้ให้สวยงามและคงเดิมอยู่เสมอ อีกทั้งยังสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านใกล้เคียงที่สมัครมาเป็นคนนำทางให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

เหตุผลที่ชื่อถ้ำลอดก็มาจากภายในถ้ำมีโพรงขนาดใหญ่มีน้ำไหลผ่านแล้วเกิดการกัดเซาะโพรงถ้ำแห่งนี้มากกว่าล้านปี ก่อเกิดเป็นถ้ำใหญ่ๆ ถึง 3 แห่ง ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน

ถ้ำลอด สามารถเที่ยวได้ทั้งปี และเที่ยวได้ทุกวันตั้งแต่ 08.00-17.00 น. การท่องเที่ยวถ้ำลอดต้องนั่งแพไม้ไผ่เข้าชมใน แต่ละจุด ราคาค่าแพรวมไกด์นำเที่ยวแพละ 550 บาท

1.ถ้ำเสาหิน
จากปากทางเข้าถ้ำเสาหินจะเป็นถ้ำแห่งแรกที่คุณจะได้เข้าไปชมโดยการนั่งแพไปประมาณ 300 เมตร ใช้เวลา เพียงอึดใจเดียวก็ถึงจากนั้นเดินตามทางขึ้นอีกไม่กี่เมตรเท่านั้น ภายในมีธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ “ม่านหินย้อย” หรือที่เรียกกันว่า “หินกากเพชร” มีลักษณะเป็นตะกอนหินปูนคล้ายม่านมีสีขาวสะท้อนแสง นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า “ผลึกแร่แคลไซด์” ก่อเกิดจากน้ำใต้ดินนับพันปี

2.ถ้ำตุ๊กตา
ถัดจากถ้ำเสาหินก็ไปชมถ้ำตุ๊กตาต้องนั่งแพต่อไปเป็นระยะทาง ประมาณ 80 เมตร ถือเป็นถ้ำที่สวยและงดงามที่ สุด ถ้ำนี้โดดเด่นที่หินงอกหินย้อยลักษณะรูปร่างคล้ายตุ๊กตาตั้งเรียงรายอยู่ตาม พื้นทั่วทั้งถ้ำ ใกล้ๆยังมีภาพ เขียน ของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ โดยเป็นภาพที่ใช้สีแดงและสีดำในการวาด ไม่มีหลักฐานบ่งบอก ว่าสีที่ ใช้ ทำมาจากอะไร

3.ถ้ำผีแมน
ถ้ำผีแมนนับเป็นถ้ำสุดท้ายของเส้นทางวงกลม ระยะทางจากถ้ำตุ๊กตาประมาณ 450 เมตรในอดีตภายใน ถ้ำแห่งนี้มี โบราณวัตถุที่สำคัญมากมาย เช่น ภาชนะดินเผา กระดูกมนุษย์โบราณ เครื่องมือหินต่างๆ และชิ้นสำคัญที่ขาด ไม่ได้คือ โลงผีแมน โลงศพไม้สักที่ชื่อกันว่าใช้ฝังศพมนุษย์โบราณ แท้จริงแล้วอำปางมะผ้ามีถ้ำผีแมนในลักษณะ นี้ถึง 74 ถ้ำ แต่มีเพียงถ้ำน้ำลอดเท่านั้นที่สามารถเข้าชมได้อย่างสะดวกที่สุด

16 – ถนนคนเดิน..ปาย
เป็นแหล่งรวบรวมของกิน ของฝาก โฮเทล น่ารักๆ ไว้อย่างมากมาย ซึ่งถนนคนเดินแห่งนี้จะเริ่มปิดถนนตั้งแต่ประมาณห้าถึงหกโมงเย็น หลังจากนั้นรถก็ไม่สามารถเข้าออกได้ ต้องไปจอดรอบนอก เพราะตามถนนเหล่านั้นจะมีการตั้งแผงของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าเพื่อจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ของแฮนด์เมด หรือที่ระลึกของฝาก ซึ่งเป็นที่ถูกใจทั้งชาวไทยและต่างชาติมาก

ถนนคนเดินปาย เป็นถนนคนเดินตอนเย็นในตัว อ.ปาย ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีของขายหลายอย่าง เสื้อผ้า ของกิน ของที่ระลึก งานแฮนด์เมด ร้านอาหาร – อาหารท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายทัวร์ และยังเป็นถนนสำคัญของอำเภอปายที่สามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกหลายแห่ง

ถนนคนเดินปายได้เริ่มต้นจากชาวเขาและชาวบ้านในอำเภอปายนำสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกมาขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ จากแผงสินค้าเล็กๆ ต่อมาเริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาจับจองพื้นที่การขายกันมากขึ้น จนทำให้เกิดเป็นถนนคนเดินปาย และทางการอำเภอปายจึงร่วมมือปิดถนนชัยสงครามเริ่มจากที่ว่าการอำเภอปายจนถึงลำน้ำปายมีการปิดจราจรทำให้สองข้างทาง เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รูปภาพ โปสการ์ด ตลอดจนถึงร้านอาหารและแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ที่อยู่บนถนนเส้นนี้ได้

เวลาทำการ : ทุกวัน 16.00 น. – 22.00 น. , ในวันศุกร์ – อาทิตย์ ของจะขายเยอะกว่าวันธรรมดา
ช่วงเวลาเที่ยว : ตลอดทั้งปี

17 – Coffee in love

Coffee in Love กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเก็บภาพประทับใจ เรียกได้ว่า ถ้าไม่ได้แวะมาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองปายเลยทีเดียว นอกจากมุมดีๆ มีเก้าอี้และโต๊ะตัวเล็กแสนน่ารักให้นั่งจิบกาแฟ หากใครเตรียมโปสการ์ดมาเพื่อส่งหาเพื่อนๆ ก็สามารถแวะมาหย่อนโปสการ์ดสวยๆ ลงเจ้าตูู้ไปรษณีย์สีแดงสุดคลาสสิคนี้ได้อีกด้วย

แทบจะกลายเป็นสถานที่ “The must” ที่ใครๆ ต้องแวะมาถ่ายรูปไปแล้ว สำหรับป้ายหน้าร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้ นอกจากวิวดีมองเห็นทิวทัศน์เมืองปายอันสวยงามแล้ว ทีเด็ดของที่นี่ยังมีอีกเพียบทั้งกาแฟหอมๆ และเค้กอร่อยๆ ให้นั่งทานกันเพลินๆ แบบ(ปาย)อินเลิฟสมชื่อ

สำหรับตัวร้านก็จะแบ่งออกเป็น 2 โซนะ คือโซนด้านหน้าที่เป็นร้านกาแฟ กับ โซนบ้านสีขาวที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งจะเห็นวิวของเมืองปาย และภูเขาน้อยใหญ่จากตรงจุดนี้ได้เช่นกัน

Coffee in Love
ที่อยู่ : 92 หมู่ 11 ริมถนน 1095 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เบอร์ติดต่อ : 0-5369-8251
ร้านเปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 6.00-18.00 น.
เว็บไซต์ : www.facebook.com/coffee.in.love.page

18 – ปายแคนย่อน หรือ อีกชื่อเรียกว่า กองแลนปาย

กองแลน หรือปายแคนยอน อยู่ห่างจากตัวอ.ปายไปตามเส้นทางสายปาย – แม่มาลัย ประมาณ 7 กม. คำว่ากองแลนมาจากภาษาพื้นเมือง กอง หมายถึง ถนน เส้นทางที่ใช้สัญจร ส่วนแลน หมายถึง ตัวตะกวด (ตัวเงินตัวทอง) พอมารวมกันเป็น กองแลน หมายถึง เส้นทางสัญจรของตะกวดที่แคบและเล็ก กองแลนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการถูกกัดเซาะของลมและฝน จนกลายเป็นทางเส้นเล็กๆบนสันเขา ท่ามกลางภูเขาสลับซับซ้อน และบรรยากาศที่สวยงามคล้ายกับแพะเมืองผีที่จ.แพร่

สามารถเดินสำรวจเส้นทางได้เป็นวงกลม ชมความสวยงามได้โดยรอบแบบ 360 องศา เป็นไฮไลท์ยอดฮิตอันดับต้นๆของคนมาเที่ยวปาย สำหรับดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกในที่เดียวกัน และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องปาย อิน เลิฟ ถึงขนาดมีป้ายมาตั้งเป็นที่ระลึกไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเล่น

การเข้าชม
เวลาทำการ : ตลอดเวลา เวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมคือช่วงเช้า และช่วงเย็น เพราะอากาศจะเย็นสบายกว่าช่วงกลางวัน
ช่วงเวลาเที่ยว : ตลอดทั้งปี
ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม

การเดินทาง
รถยนต์ : ถ้ามาจากเชียงใหม่ อยู่ก่อนถึง อ.ปายประมาณ 7 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1095 ปาย- แม่มาลัย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 90 จะพบป้ายกองแลนอยู่ทางด้ายซ้ายมือ มีที่จอดรถสะดวก แล้วเดินตามถนนลูกรังขึ้นไปด้านบนอีกประมาณ 200 เมตร

19 – สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย  ตั้งอยู่ริมถนนสาย 1095  บริเวณกิโลเมตรที่ 88 ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองปาย สะพานแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนประตูสู่อำเภอปาย สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์”

ในอดีตสะพานแห่งนี้ถูกสร้างด้วยไม้ แต่หลังจบสงครามได้เผาสะพานไม้นี้ทิ้ง และถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้สะพานเหล็กจากสะพานนวรัฐมาแทนซึ่งเป็น ของเดิมในจังหวัดเชียงใหม่   สะพานประวัติศาสตร์ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอปายอยู่เป็นประจำ เพราะถือเป็นอีกหนึ่ง แลนด์มาร์คของปายที่ไม่ควรพลาดต้องแวะมาเดินเล่นบนสะพานและถ่ายภาพ  ซึ่งบริเวณตัวสะพานยังมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆ หลายร้าน

การเข้าชม
เวลาทำการ : ตลอดเวลา
ช่วงเวลาเที่ยว : ตลอดทั้งปี
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าธรรมเนียม – ค่าเข้าชม
ที่ตั้ง – สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย

การเดินทาง
รถยนต์ : ถ้ามาจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้าปาย จะผ่านสะพานแห่งนี้ก่อนเข้าเมือง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 88 จะอยู่ทางขวามือ
รถโดยสาร : รถโดยสารที่มาจากเชียงใหม่ไปยัง อ.ปาย จะผ่านสะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย ทุกคัน

20 – สะพานบุญโขกู้สุ่ย  

สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา  ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแพมบก ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 10 กิโลเมตร  เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวคดเคี้ยวไปในทุ่งนาข้าวโดย มีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามจนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเมืองปาย

โขกู้โส่ เป็นภาษาไทยใหญ่ คำว่าโข แปลว่าสะพาน และ กู้โส่ แปลว่า กุศล หรือ บุญ แปลเป็นภาษาไทยว่า  สะพานบุญโขกู้สุ่ย  เกิดขึ้นจากพระอาจารย์สาคร จารุธัมโม ผู้ดูแลสำนักสงฆ์คายคีรี ได้มีแนวคิดที่จะทำสะพานเชื่อมระหว่างสำนักสงฆ์ กับหมู่บ้านแพมบก เพื่อให้พระสงฆ์สามารถเดินไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน ที่ห่างกันประมาณ 1 กม. เดิมพระสงฆ์จะต้องเดินผ่านทุ่งนาข้าวของราษฎรซึ่งเส้นทางที่แคบลื่นในหน้าฝน สร้างความลำบากในการเดินทางและชาวบ้านที่จะเดินทางมาทำบุญที่วัด  จึงปรึกษากับคณะศรัทธาญาติโยม ในหมู่บ้านแพมบก บ้านปางตอง และบ้านแม่แลบ ในการที่จะสร้างสะพานบุญขึ้นมา และคณะศรัทธาต่างเห็นชอบ จึงได้ลงมือสร้างสะพานขึ้นมาเมื่อต้นปี พ.ศ.2559

สะพานบุญโขกู้สุ่ย   มีความยาวทั้งหมด 815 เมตร สูงจากพื้นดินประมาณ 1-2 เมตร สร้างขึ้นจากโครงปูนและเหล็ก ใช้ไม้ไผ่สานเป็นพื้นด้านบน กว้างประมาณ 1 เมตร สองฟากฝั่งทางเดินจะเป็นนาข้าวสุดกว้างไกล ซึ่งถือว่าเป็นสะพานไม้ไผ่อีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามและยาวมาก มองจากมุมสูงจะเห็นว่าบ้านเรือนของชาวบ้านนั้นอยู่ติดริมทุ่งนากันเลยทีเดียว

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here