กาญจนบุรี 2 วันก็เที่ยวได้

กาญจนบุรี อีกหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม โดดเด่นในเรื่องของน้ำตกที่สวยงามมีชื่อเสียง กิจกรรมล่องแพ พักผ่อนยังรีสอร์ทที่สะดวกสบายริมน้ำ และคาเฟ่สวยมากมาย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่ที่เที่ยวเยอะมาก มาเที่ยวครั้งเดียวไม่เคยพอ

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์

บ้านพักล่องแพ วินเทจที่เขื่อนศรีนครินทร์

ร้านอาหารหลักร้อย วิวหลักล้าน คีรีมันตรา

ทริปนี้เราจะเที่ยวโซนเขื่อนศรีนครินทร์และเมืองกาญจนบุรีที่แรกที่เรามาเที่ยวก็คือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มากี่ครั้งก็สวย

ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมี สภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมา จากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้ง ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

บ้านพักล่องแพวินเทจ  (Baanpak Longpae Vintage) แพเขื่อนศรีนครินทร์ อีกหนึ่งแพใหม่สไตล์วินเทจ หลังใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 8-12 ท่าน ในตัวแพมีอุปกรณ์ครบครัน เป็นแพแอร์ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีเครื่องครัว จาน ฉาม ช้อน มีด กาต้มน้ำร้อน เตาปิ้งบาบีคิว น้ำดื่ม ถังพร้อมน้ำแข็ง เตรียมไว้ให้บริการสำหรับลูกค้าที่จะมาเยือน ใครได้มาเยือนเป็นต้องประทับใจ มีรอยยิ้มกลับไปกันทุกคน

บรรยากาศดีๆรวมถึงดีไซน์การตกแต่งที่โดนใจ เรียกได้ว่าไปนั่งๆ นอนๆ เอาขาจุ่มน้ำกันได้เลย แพที่พักมีหลายแบบด้วยกัน ทั้งมาเป็นคู่ หรือจะยกแกงค์มากันทั้งกลุ่มเพื่อนก็มีแพ็คเกจที่ตอบโจทย์ได้ทั้งหมดค่ะ มีครัวเล็กๆ พร้อมเตาปิ้งย่าง แถมด้วยกิจกรรมล่องแพเปียกอย่างมันส์ ทริปนี้รับรองชิลแน่นอน

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี ที่ห้ามพลาด คือ ถ้ำกระแซ  เพราะตั้งอยู่ติดกับเส้นทางรถไฟสายมรณะอันเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  และถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี-น้ำตก เป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่ง และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา

เราสามารถขับรถมาจอดบริเวณ สถานีรถไฟ ถ้ำกระแซได้เลยครับ แล้วเดินมาอีกนิดเดียวก็มาถ่ายรูปเล่นได้แล้ว

สถานีรถไฟถ้ำกระแซจะมีรถไฟผ่านทั้งหมด 3 ขบวนต่อวัน มาถึงถ้ำกระแซเวลา 7.36 น.,11.41 น. และ 17.51 น.

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขามอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เมื่อปีพ.ศ. 2489จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม ปัจจุบัน มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญจนเรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของกาญจนบุรี

วัดไชยชุมพลชนะสงคราม เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง จึงไม่สามารถหาประวัติอันแน่นอนได้ว่าสร้างขึ้นเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง แต่เข้าใจว่าเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีคงจะมีวัดนี้อยู่แล้วได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2521 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

มีพระเจดีย์เก่าแก่องค์หนึ่่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า ตั้งอยู่ริมตลิ่งพระเจดีย์องค์นี้มีชื่อทาง โบราณคดี กรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ นอกจากความสำคัญ ด้านประวัติศาสตร์แล้วสิ่งที่โดดเด่นของวัดใต้ ก็คือ เรือเทวดาอันงดงาม ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในวัด ซึ่งสร้างเพื่อใช้เป็นเมรุสำหรับตั้งศพของเจ้าอาวาส องค์เก่า หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้นไป เรือเทวดาจึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ โดดเด่นที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน

สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์ เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกในจังหวัดกาญจนบุรี ยังเป็นสถานีอนุรักษ์ขยายพันธุ์สัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตสัตว์นานาชนิด เช่น ยีราฟ ช้าง ม้าลาย อูฐ เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว หมีควาย ลามา นกกระจอกเทศ กวางชนิดต่างๆ ฯลฯ และไฮไลท์ของที่นี่จะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด แห่งเดียวในโลก สามารถกอดคอยีราฟถ่ายรูปได้เลย และเพลิดเพลินกับการให้อาหารสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้เลยที่เดียวนอกจากนี้ท่านจะได้ชมการแสดงโชว์ของสัตว์ที่น่ารักและแสนรู้

อาทิ โชว์ช้าง และตื่นเต้นเร้าใจกับโชว์จระเข้ รวมถึงเรายังมีจุดให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับลูกสัตว์ที่น่ารักน่าเอ็นดู เช่น ป้อนนมลูกเสือโคร่ง-เสือดาว-สิงโต เสือโคร่งใหญ่ที่คุณสามารถนอนกอดถ่ายรูปได้เลย หรือเก็บภาพคู่กับนกมาคอว์เป็นที่ระลึกก็ได้ รับรองว่ามาเที่ยวที่สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์ ของเราแล้ว ท่านจะได้รับความประทับใจกลับบ้านอย่างแน่นอน

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัด เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ ก็คือ ความใหญ่โตกว้างขวาง ของวัด และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์  เมื่อเดินทางมาถึงด้านบน ก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็นทุ่งนาเขียวขจี

นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐ ทั้งองค์ แบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ หลายชั้น แต่ละชั้นจะ ประดิษฐาน พระพุทธรูปต่างๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาติที่อัญเชิญ มา จากประเทศ อินเดีย และยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปและชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังภายใน เมื่อชมจนทั่วแล้วก็ลงไป ข้างล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิดและจำหน่ายวัตถุมงคล

รักษ์คันนา ร้านกาแฟและร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีวิวของทุ่งนาสีเขียวกว้างไกลรายล้อม  มีสะพานทอดยาวกลางทุ่ง มองเห็นวิวของวัดถ้ำเขาน้อยและวัดถ้ำเสืออยู่เบื้องหน้า ในช่วงเวลาเย็นยามพระอาทิตย์ตกนั้น ยิ่งงดงามมาก

รักษ์คันนา ตั้งอยู่ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี วิวคล้ายกับมีนาคาเฟ่ แต่จะตั้งอยู่คนละฝั่งกัน ซึ่งมีนาคาเฟ่ จะมองเห็นวิวของวัดถ้ำเสือฝั่งด้านหลังทั้งหมด  แต่รักษ์คันนาจะมองเห็นวิวของวัดถ้ำเขาน้อยแบบเต็มๆและเห็นวัดถ้ำเสือในฝั่งด้านข้าง สำหรับการเดินทาง คือ ให้เดินทางมาที่วัดถ้ำเขาน้อย จะมีซอยเล็กๆอยู่ข้างวัด ให้เลี้ยวเข้ามาในซอยนั้น ขับรถตรงไปอีกนิดเดียวก็จะถึงรักษ์คันนา แนะนำตั้งการเดินทางจาก google maps จะง่ายมาก เมื่อมาถึงให้จอดรถฝั่งตรงข้ามร้าน ที่จอดรถค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว มีคุณลุงคอยโบกรถให้ตลอด อันนี้ต้องขอชมทางร้านว่าจัดการเรื่องระบบการจอดรถได้ดีไม่ค่อยวุ่นวายมาก

ตัวร้านสร้างเป็นกระท่อมแบบเปิดโล่งรับลมชมวิว ร้านขายอาหารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ อาหารคาวเน้นเป็นก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้ง และของหวาน อย่างเช่น เครื่องดื่ม ขนม สำหรับก๋วยเตี๋ยวต้องเดินไปสั่งที่เคานเตอร์ เขียนชื่อและรายการอาหารไว้  หลังจากนั้นจะมีพนักงานมาเสิรฟ์ถึงโต๊ะ ส่วนเครื่องดื่มเค้กก็สามารถรอรับและถือมาเองได้เลย

ร้าน Corgi Cafe คาเฟ่น่ารัก บรรยากาศดี ร้านตั้งอยู่ที่ อยู่ใน City Complex อำเภอท่าม่วง บอกได้เลยว่า สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด เพราะนอกจากบรรยากาศภายนอกร้านที่น่ารักแล้ว โดยภายในร้านตกแต่งไปด้วยไม้ สไตล์อบอุ่น มีทั้งเตาผิงเล็กๆน่ารัก เหลือจะเป็นมุมถ่ายรูปกับตุ๊กตาคอร์กี้ ยิ่งเพิ่มความน่ารักให้ร้านเข้าไปอีกค่ะ

ว่ากันด้วยเรื่องของบรรยากาศแล้ว มาถึงเรื่องกินกันบ้าง Signature ของทางร้านคือ “Pancake เด๋งดึ๋ง” สูตรเฉพาะของทางร้าน Corgi Cafe ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่คนชอบมัทฉะ ถ้ามาเมืองกาญแล้วไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว มีเรื่องราวประวัติศาสตร์น่าสนใจให้ค้นหา อีกทั้งมีธรรมชาติที่งดงามสุดอันซีนอีกหลากหลายแห่ง 

อย่าง “ต้นจามจุรียักษ์” ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านเขาตก หมู่บ้านกสิกรรม ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความยิ่งใหญ่ของต้นจามจุรีขนาดใหญ่ต้นนี้

“ต้นจามจุรียักษ์” ที่ตั้งอยู่ในเมืองกาญจนบุรี เป็นต้นไม้มีอายุยืนยาวมากกว่า 100 ปี ขนาดของลำต้นโดยรอบประมาณ 10 คนโอบ มีเส้นรอบวงประมาณ 15 เมตร ความสูงประมาณ 20 เมตร ถือเป็นอีกหนึ่งต้นจามจุรีที่มีขนาดใหญ่และหาชมได้ยากในปัจจุบัน

ต้นจามจุรี หรือ ต้นก้ามปู มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นไม้ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้างคล้ายรูปร่ม มีเปลือกสีดำ ลักษณะเนื้อไม้มีลวดลายสวยงาม แก่นสีดำคล้ำคล้ายมะม่วงป่าหรือวอลนัท มีความชื้นในเนื้อไม้สูง ลักษณะลำต้นมีความแข็งแรง

ส่วน “ต้นจามจุรียักษ์” ที่ตั้งอยู่ในเมืองกาญจนบุรี เป็นต้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ในพื้นที่ของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวได้ให้ความสนใจและแวะเวียนมาชม เนื่องจากเป็นต้นไม้มีขนาดใหญ่และแตกกิ่งก้านสาขาสวยงาม

ร้านอาหารวิวสวย บรรยากาศดี ที่น่าแวะเวียนเข้าไปใช้บริการแห่งใหม่ของกาญจนบุรี ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ แถมบรรยากาศดีอีกด้วย คีรีมันตรา ที่อยู่ไม่ไกลจาก สะพานแม่น้ำแคว กันมาบ้าง วันนี้มีร้านอาหารน้องใหม่ที่อยู่ในเครือเดียวกันอย่างร้าน คีรีมันตรา เปิดให้บริการอย่างยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ 40 ไร่ พร้อมสรรพไปด้วยห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยงที่พร้อมรองรับการจัดงานทุกรูปแบบ ทั้งงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงาน การจัด Event และการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญต่างๆ รองรับได้มากถึง 800 ท่าน

บรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ทุ่งนา ทุ่งหญ้า และทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ และการตกแต่งที่ลงตัว เชื่อว่าหลายคนที่ได้ภาพเหล่านี้ คงอยากขับรถไปกาญจนบุรี แล้วฟินไปกับบรรยากาศร้านใหม่ร้านนี้ ด้วยตัวคุณเอง แค่บรรยากาศกับเมนูอาหารที่น่าทาน เชื่อว่าหลายคนน่าจะหาโอกาสไปเยือนกันแล้วใช่ไหม ถ้าอยากไปสัมผัสบรรยากาศที่ร้าน คีรีมันตรา เพียงแค่ขับรถไปยังถนนเส้น กาญจนบุรี-ไทรโยค ร้านอาหารคีรีมันตรา อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจบุรี

ร้าน The Village Farm to cafe อยู่บน ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค ร้านอยู่ริมถนนใหญ่ ห่างตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 8 กิโลค่ะ อยู่ติดกับคีรีมันตรา ร้านสวยโดดเด่น ที่ลานจอดรถด้านหน้ากว้างขวางมาก บรรยากาศร้านสวยงาม ร้านกว้างค่ะ มีมุมให้นั่งหลากหลาย มุมถ่ายรูปสวยๆก็เยอะมากค่ะ

คาเฟ่สุดโมเดิร์นแห่งกาญจนบุรี ที่ตกแต่งบรรยากาศในสไตล์ฟาร์ม เป็นคาเฟ่ในเครือของร้านอาหารคีรีมันตราตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ภายในร้านมีโต๊ะที่นั่งให้เลือกหลากหลาย โซนโถงที่นั่งกลางร้านที่มีทั้งโต๊ะยาวสำหรับใครที่มากันหลายคน หรือโต๊ะเก้าอี้อาร์มแชร์ตัวนุ่มๆ ให้เอนหลัง จิบกาแฟคุยกันสบายๆ นั่งชิลได้ทั้งวัน

โซนห้องกระจก ตกแต่งด้วยดอกไม้ ด้านหลังมองเห็นวิวภูเขา สนามหญ้าและต้นไม้สีเขียวร่มรื่นสบายตา

โซนระเบียง out door ด้านนอก เหมาะจะมานั่งรับลม จิบกาแฟชมวิวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ มีทั้งเก้าอี้ให้นั่งเอนหลังชิลๆ และโต๊ะที่นั่งแบบชิงช้าสำหรับใครที่อยากทานอาหารท่ามกลางวิวภูเขาแบบนี้

วิวหลังร้านคือวิวเดียวกัน คือ โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์ของภูเขาเขียวขจีที่เบื้องหน้าคือสระน้ำที่ประดับน้ำพุ จัดทำเป็นลานไม้ยื่นไปในสระน้ำ สำหรับนั่งเล่น เดินชมวิวรับอากาศบริสุทธิ์ได้แบบเต็มปอด แถมมีทุ่งหญ้าสีขาวพริ้วไหวติดกับโรงเรือนปลูกผัก ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันได้แบบชวนฝันอีกด้วย  นอกจากบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว เรื่องของเมนูอาหารและเครื่องดื่มก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยเน้นอาหารสไตล์ฟิวชั่นคัดสรรวัตถุดิบที่มีความสดใหม่ในทุกเมนู ใครผ่านมาแถวนี้แนะนำให้ลองมาแวะดูนะครับ อยู่ทางไปอำเภอไทรโยค เลย ตัวเมืองมาไม่ไกล

Village farm to café ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

(ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 8 กิโลเมตร) ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหารคีรีมันตรา

เปิดให้บริการ : ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-21.00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30-21.00 น. https://www.facebook.com/TheVillageFarmToCafe/

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here