เริ่มต้นทริปนี้ ผมชวนเจนไปเที่ยวอินเดีย เพราะเราสองคนไม่เคยไปมาก่อน.. เติ้ล: เจนๆ ไปเที่ยวอินเดียกันไหม๊ ?? เรายังไม่เคยไปกันมาก่อนเลย เจน: ไม่เอาอ่ะ เจนไม่อยากไป.. ไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย อาหารก็ไม่อร่อย เติ้ล : พี่ว่า มันสวยอยู่นะ ลองไปเที่ยวกันดูสักครั้งในชีวิต ไม่น่ากลัวหรอก.. ^_^ เจน : เจนไปก็ได้… ครั้งเดียวพอนะ เติ้ล : จ๊ะ หลังจากไปเที่ยวอินเดียมา 5 วัน … เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย เจน : พี่เติ้ล ทำไมเราไปกันน้อยวันจัง น่าจะอยู่อีกหลายๆวันเลยนะ ยังเที่ยวไม่ครบเลย … ไว้เรากลับไปเที่ยวกันอีกนะ เติ้ล : … อ้าวไหนตอนแรกใครบอกไม่อยากไป *_* ใครอยากรู้ว่าทำไมเจนถึงอยากกลับมาอีกก็ตามมาชมได้เลยครับ อินเดียใครได้ไปเยือนแล้วจะหลงเสน่ห์ของที่นี่.. ผมชอบ “คนอินเดีย” นะ ใครว่าเขาน่ากลัว ผมว่าเขาน่ารักดี ชอบถ่าย เซลฟี่กับชาวต่างชาติมาก เรียกได้ว่า ต่อคิวมาถ่ายรูปกันเลย ถือกล้องถ่ายรูปใครๆก็ยิ้มให้กล้องตลอด ^_^ การเดินทางเดี๋ยวนี้สะดวกมากขึ้นเยอะเลยครับ สิ่งจำเป็นที่เราต้องมีคือ Passport กับ Visa ซึ่ง Visa เดี๋ยวนี้เราสามารถขอ online เองได้เลยครับ ไม่ต้องเดินทาง สะดวกมาก มันคือ E-Tourist Visa. ค่าทำ $80 เหรียญ – ยื่นวีซ่าก่อนจองตั๋วเครื่องบินได้ -ไม่ต้องเตรียมใบรับรองการทำงาน เสตทเมนต์ หรือเอกสารใดๆ -ไม่ต้องไปยื่นที่สถานทูต -วีซ่ามีอายุ 365 วัน!!! นับตั้งแต่วันเดินทาง สามารถเข้าออกอินเดียได้ไม่จำกัดครั้ง !!! -พาสปอร์ตต้องมีอายุ มากกว่า 6เดือน -ไฟล์รูปภาพ ขนาด1×1 ไฟล์ .jpg พื้นหลังสีขาว ครอกตัดได้ -ไฟล์พาสปอร์ต เป็น.pdfขนาดไม่ต่ำกว่า 10 KB ไม่เกิน 300KB ถ้าสแกนไฟล์จะเป็น Pdf เลย -สามารถขอล่วงหน้าได้ 120 วัน และช้าสุด 4วัน ก่อนการเดินทาง หลังจากได้ วีซ่าแล้ว เราสามารถ Print มาแนบกับ passport ของเราได้เลย ที่เที่ยวที่เราแนะนำคือเมือง ชัยปุระ (Jaipur) – อัครา (Agra) – เดลี (Delhi) 3 เมืองนี้ เรียกได้ว่าเป็น Golden Triangle of India เลย เสร็จแล้วก็จองตั๋วโลดจ้า แนะนำของ NokScoot บินตรง ไปลงเมืองเดลี 4 เที่ยวบิน/ สัปดาห์ ราคาอยู่ที่ 7,000 บาท ไป-กลับ ถือว่าไม่แพงเลยครับ อย่าลืมแลกเงิน รูปีอินเดียไปด้วยนะ แนะนำไม่ต้องแลกเยอะ ไว้ซื้อขนม เครื่องดื่มเอา เพราะถ้าแลกเยอะแล้ว เวลาเหลือมาแลกคืน จะได้เรทที่น้อยมากๆ แล้วก็แลกเงินดอลล่าติดไปด้วยใช้ได้เหมือนกันครับ แนะนำนิดนึง ถ้าอยากเที่ยวแบบสบาย ไม่เหนื่อย ไม่ต้องกลัวของหาย แนะนำมาเป็นกลุ่มครับ สัก 5-8 คนกำลังดีเลย แล้วเช่ารถเที่ยวพร้อมคนขับเอาครับ จะมีคนขับรถมารับเราตั้งแต่ลงสนามบิน พาไปเที่ยวทุกที่ที่อยากไป จนกลับมาส่งที่สนามบินอีกที เป็นอะไรที่สบายมากๆ นอนอย่างเดียว ^_^. เราใช้บริการของ www.indiaprivatechauffeur.com คนขับชื่อคุณ บารัค น่ารักมาก ใจดี ยิ้มแย้มตลอด คุยง่าย ให้พาไปที่ไหนก็พาไป ไม่บ่น มันทำให้การเดินทางในทริปนี้ของเราประทับใจมากๆเลย ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยก็ อินเตอร์เน็ต แนะนำให้ซื้อ AIS Sim2Fly เลยครับ ดีที่สุดแล้ว สัญญาณแรง เล่นได้ทุกเมืองที่เราไปเลย ราคา 399 บาท เล่นได้ 6GB ใช้ได้ 8 วัน เหลือๆเลยจ้า หาซื้อได้ที่สนามบินเลย ส่วนทริปนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง ตามมาชมกันได้เลยครับ #NokScoot #บินไกลสบายกว่าราคาคุ้ม #AISSim2Fly #India #สาดสี #Holi

Juipur เมืองสีชมพู

ทัชมาฮาล มุมด้านบนก็สวย แปลกตาดีนะครับ อย่างรุปนี้ ผมใช้ โทรศัพท์ Galaxy S10+ โหมด wide camera
เก็บภาพมุมกว้างได้อย่างสวยงาม

เทศกาล holi คล้ายๆ สงกรานต์บ้านเรา แต่ที่นี่ใช้สีสาดใส่กัน !!

เริ่มต้นเดินทาง กรุงเทพ – เดลี–––––
เดินทางง่ายๆเราไปกับสายการบิน NokScoot บินตรงจากสนามบินดอนเมือง – สนามบินอินทิรา คานธี เดลี
ซึ่งมีให้บริการ 4 เที่ยวบิน / สัปดาห์ นั่งสบายเลยครับ

เพราะเขาใช้เครื่อง Boeing 777-200 ลำใหญ่ ความจุ 415 ที่นั่ง
นั่งสบายกว้างกว่าสายการบินประหยัดทั่วไป

ในแถวที่ 71 ถึง 74 ซึ่งจัดมาเป็นคู่และมีความเป็นส่วนตัวสุดๆ เราเรียกที่นั่งโซนนี้ว่า “ที่นั่งสำหรับคู่รัก”❤️(Honeymoon Seat) จ่ายเพิ่ม แพงกว่าที่นั่งปกติแค่ หลักร้อยแต่ได้ความสบายเพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ

ที่นั่งกว้างมาก ขายืดได้สบาย ปกติที่นั่งด้านข้างจะนั่งกัน 3 คน แต่แถวพิเศษนี้ นั่งแค่ 2 คนเท่านั้น
บินไกลขนาดไหนก็ไม่กลัวหินเพราะมี NokScoot Café’ พร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อย สามารถสั่งล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมงก่อนบิน

อินเตอร์เน็ต แนะนำให้ซื้อ AIS Sim2Fly เลยครับ ดีที่สุดแล้ว สัญญาณแรง เล่นได้ทุกเมืองที่เราไปเลยราคา 399 บาท เล่นได้ 6GB ใช้ได้ 8 วัน เหลือๆเลยจ้า หาซื้อได้ที่สนามบินเลย แนะนำเรื่องสัญญาณเน็ทหน่อยครับ ที่อินเดีย เวลาเดินทางระหว่างเมือง สัญญาณมันจะไม่ค่อยจะมีนะ เพราะระบบ 4G ของที่นี่ ยังไม่ครอบคลุมเหมือนบ้านเรา แต่เวลาอยู่ในเมือง ใช้ได้อยู่ครับ

อย่างที่บอกไว้ ถ้าอยากเที่ยวสบายแนะนำให้ เช่ารถพร้อมคนขับเลยครับ รถนั่งได้ 8-9 คนแบบสบายๆ
เราโชคดีมากเจอคนขับ น่ารักใจดี
พาไปเที่ยวทุกที่ที่อยากไป จนกลับมาส่งที่สนามบินอีกที เป็นอะไรที่สบายมากๆ นอนอย่างเดียว เราใช้บริการของ www.indiaprivatechauffeur.com
คนขับชื่อคุณ บารัค ชอบเซลฟี่ แนะน้ำลยครับใครจะมาเที่ยวอินเดีย ประทับใจมากกกกก

จากเดลี เราเดินทางมายังเมือง เมือง Mathura ครับ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง เป้าหมายสำคัญที่ทำให้เราอยากมาอินเดียทริปนี้เลย เพราะช่วงเดือนมีนาคมทุกปีของอินเดีย เค้าจะจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาล Holi Festival เป็นเทศกาลของชาวฮินดู จัดเป็นประจำทุกปี ปีละสองวันในช่วงเดือนมีนาคม โดยทุกคนจะสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน

ปกติจะตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงสุดท้ายของหน้าหนาว หรือภายในเดือนกุมภาพันธ์/มีนาคมของทุกปี เป็นเทศกาลที่ชาวอินเดียจะลืมเรื่องชนชั้นวรรณะ ฐานะยากดีมีจน ความไม่พอใจความขัดแย้งทะเลาะกันต่างๆ เสียหมดสิ้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อฉลองเทศกาลนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าฤดูหนาวได้สิ้นสุดแล้ว และฤดูร้อนกำลังย่างเข้ามา
สีที่ใช้สาดเล่นกันในเทศกาลโฮลีนั้น เป็นผงสีที่มีความละเอียด ติดผิวหน้า เส้นผม และเสื้อผ้าอย่างแรง ล้างกันนานกว่าจะจางหาย บางทีเป็นวันจึงจะหมดก็มี แต่จากการสำรวจยังไม่พบว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะส่วนใหญ่ทำจากใบหรือดอกพืชแล้วผสมสีที่ไม่เป็นอันตรายครับ

ถือว่าเป็นเทศกาลนึงที่ไม่ควรพลาด ต้องมาสักครั้งนะครับ แนะนำให้มากับเพื่อนๆ ผู้หญิง ไม่ควรมาคนเดียว เพราะคนเยอะมาก มีมิจฉาชีพแฝงมาอยู่ครับ

 

จากเมือง Mathura เราเดินทางต่อมาที่เมือง Arga กันครับ แวะเข้าที่พักก่อนเลย เราพักกันที่ Hotel Clarks Shiraz Agra ถือว่าเป็นโรงแรมเก่าแก่ของเมืองเลย ปลอดภัยครับ มีรั้วกั้นโดยรอบ มียามตลอด 24 ชม. ตั่งอยู่บริเวณกลางเมือง เดินทางท่องเที่ยวค่อนข้างสะดวก

ห้องพักราคาประมาณ 1,500 บาท ครับ สะอาด แอร์เย็น น้ำไหลแรง เตียงนุ่ม ถือว่าผ่าน นอนได้ 

เก็บของ อาบน้ำเสร็จแล้ว เราเดินทางไปเที่ยวกันครับ เรานั่งรถ สามล้อไปกัน จากโรงแรมไปที่ ป้อมอัคราฟอร์ท (Agra Fort) ต่อรองกันนาน จบราคาอยู่ที่ 200 รูปี ประมาณ 100 บาทไทย ไป-กลับ ถือว่าไม่แพงเลย คนขับหน้าจะโหดนิดๆ แต่ใจดีครับ คุยเก่ง

 

วิวสองข้างทาง ที่อินเดียเราจะเห็นสัตว์ต่างๆ มากมายเลยครับ น่ารักมาก นั่งมองแล้วเพลิน

บ้านเมืองที่นี่ สวยงามแปลกตาดีครับ คุมโทนสีแดงๆ ส้มๆกันหมดเลย

ป้อมอัครา (Agra fort) หรือเรียกว่า ป้อมแดง เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์

ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เองคคือ กษัตริย์ ออรงเซป เนื่องจากในช่วงสุดท่ายของกษัตริย์ ชาจาร์ฮาล หลังจากที่พระนางมุมทัช มเหสีสุดที่รักได้จากไป พระองค์ได้ทุ่มเงินจำนวนมากในการสร้างสุสาน ทัชมาฮาลที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ให้พระนาง และยังมีดำริที่จะสร้างพระราชวังอีกวังหนึ่งให้ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน เพื่อเป็นที่เก็บพระศพของพระองค์เองเป็นพระราชวังที่จะสร้างด้วยหินสีดำเพื่อที่จะได้อยุ่เคียงคุ่กันชั่วนิรันด์ื ซึ่งต้องใช้เงินอีกจำนวนมหาศาล ทำให้พระราชโอรส ออรังเซบไม่สามารถที่จะทนได้ จึงปฏิวัติพระราชบิกา และคุมขังพระองค์ไว้ที่ ป้อมอัครา ซึ่งอยู่ริมฝั่งยมุนา และสามารถมองเห็นทัชมาฮาล และจัดให้พระองค์อยุ่มุมหนึ่งของวัง เพื่อให้พระองค์ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยมุนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
รอยยิ้มที่นี่ สามารถหาได้ตลอดการเดินทาง
ภายในป้อม มีพื้นที่กว้างมาก สามารถเดินถ่ายรูปได้เยอะเลยครับ
บริเวณสวนดอกไม้ด้านใน
เราเดินถ่ายรูปเล่นกันเป้นชั่วโมงเลยครับ มีจุดถ่ายภาพและมุมชมวิวสวยๆ อยู่หลายที่เลย
ใครว่าอาหารอินเดียไม่อร่อย .. มาเจอ ร้านนี้เข้าไปติดใจเลยครับPinch Of Spice ใครอยู๋เมือง Arga แนะนำเลย ร้านนี้เขาอร่อยจริงแนะนำโดย คุณบารัค คนขับรถของเราพามา
อาหารอินเดีย แต่รสชาติถูกปากคนไทย เครื่องเทศรสจัดแต่ไม่เหม็น อร่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น เราเดินทางมาที่ ทัชมาฮาลกันครับ เราตื่นกันแต่เช้า เพราะถ้าสายๆแล้วคนจะเยอะ ขนาดเรามากัน 7 โมงเช้าแล้ว คนยังมารอกันเพียบเลยครับ
ทัชมาฮาล (Taj Mahal )
สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์อินเดียผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ นับว่าเป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ทัชมาฮาลตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ประเทศอินเดีย ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของ…ทาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด
ในนี้ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมากเลยครับ ตอนแรกพอเจนรู้ว่าจะได้มาที่นี่ ก็เตรียมเช่าชุดมาจากประเทศไทยกันเลยทีเดียว
มุมถ่ายรูปตรงนี้ อยู่บริเวณประตูใหญ่ ด้านซายมือครับ แนะนำมาถ่ายตรงนี้ช่วงเช้า แสงจะลอดผ่านประตูเข้ามาพอด
ที่ทัชมาฮาล มีเล่น โฮลี่ สาดสีกันด้วยครับ ต้องคอยเดินหลบๆหน่อย
ช่วงเย็นๆ เราไปชมพระอาทิตย์ตกดินฝั่งตกข้าม ทัชมาฮาลกันครับ อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ Yamuna River
ชื่อว่า สวน Mehtab Bagh
บริเวณนี้มีนักท่องเที่ยวมารอชมค่อนข้างเยอะเลยครับ ถ่ายรูปมุมสวยๆกับ ทัชมาฮาลได้
จริงๆทริปนี้ จากเมือง Arga เราต้องกลับเมือง เดลีแล้วต้องกลับไทยเลยครับ เพราะติดเดินทางต่อไปประเทศ ญี่ปุ่น
แต่ด้วยความที่เจนอยากมา Jaipur เราเลยขอติดรถพี่ๆมาด้วย ส่วนขากลับ เราจะเหมา Taxi กลับเมือง deli เอง
เลยได้มีโอกาสมาเที่ยวเมือง Jaipur ด้วย ถึงแม้จะมีเวลาแค่ไม่กี่ ชั่วโมงก็เถอะ
Hawa Mahal พระราชวังสายลม
มีลักษณะประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กจำนวน 953 บาน เพื่อให้นางในวัง สามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้ มีลวดลายฉลุตกแต่งเพื่อไม่มีใครสังเกตเห็นนางจากด้านนอก พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู และสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองชัยปุระ
มุมที่คนส่วนใหญ่มาถ่ายรูปกันจะอยู่อีกฝั่งถนนของตัวพระราชวังสายลมครับ มีทางขึ้นเล็กๆเดินขึ้นมา
ด้านบนมีร้าน คาเฟ่ น่ารักๆ อยู่ 3-4 ร้าน สามารถขึ้นมาถ่ายรูปเล่นได้
จากนั้นเราเข้าไปชมความสวยงามของ City Palace พระราชวังสีชมพู
ค่าเข้าปกติอยู่ที่คนละ 500 รูปี แต่ถ้าอยากเข้าชมแบบ Exclusive ต้องจ่ายถึง 3500 รูปี
ซึ่งสามารถเข้าไปถ่ายรูปห้องสวยๆได้เกือบทุกห้อง พร้อมทั้งมีไกค์ส่วนตัวพาเดินชมด้วย
มาถึงที่แล้ว เราเลยยอมจ่าย คนละ 1,750 บาทเพื่อเข้าไปชม ถือว่าแพงมากๆเลยครับ แต่ก็ยอมถือว่าสักครั้งในชีวิต
แต่ละห้อง ตกแต่งได้อย่างสวยงาม อลังการมาก. บางห้องก็ห้ามถ่ายภาพด้วยครับ
ห้องนี้จริงๆเป็นห้องที่ไว้โล้ชิงช้าครับ สังเกตดีๆจะเห็นห่วงที่ติดไว้เล็กๆบนเพดาน เพื่อผูกกับชิงช้า
ด้านบนสามารถมองวิวมอง Jaipur ได้อย่างสวยงาม
แต่เวลาของเราสองคนก็หมดแล้วครับ เนื่องจากต้องนั่งรถกลับเมือง เดลีแล้ว เพราะใช้เวลาเดินทางเกือบ 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว
โชคดีได้ บารัคคนขับรถของเราติดต่อ Taxi ให้ครับ คนขับดีมาก ขับดี สุภาพ เราจะเข้าห้องน้ำ ก็พาจอด หรือหิวข้าวก็พาแวะด้วย ไม่เร่ง ไม่บ่นเลย

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here