เราเองไปสัมผัสบรรยากาศโครงการหมู่บ้านด้วยกันถึง 2 โครงการที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันทั้งที่ BANGKOK BOULEVARD RAMA 9 และ VENUE RAMA 9 โดยตัวโปรเจคท์นี้ได้ให้เรานำเสนอในคอนเซปท์ #ที่ที่ใช่มุมไหนก็ชอบ ซึ่งแบกกล้องเที่ยวก็ถ่ายรูปตัวโครงการบ้านทั้ง 2 แห่งมาเพียบเพราะมีมุมสวย ๆ มุมน่ารัก ๆ มุมที่ทำให้เราเกิดไอเดีย จนเราอยากเอามุมสวย ๆ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการมาบอกเพื่อน ๆ กันต่อ

#ที่ที่ใช่มุมไหนก็ชอบ #APlaceCalledHome #SCASSETxThinkofLiving #SCxTOL

รีวิวนี้เราจะมีทั้งในส่วนของโครงการบ้านที่ “BANGKOK BOULEVARD RAMA 9” และอีกโครงการ “VENUE RAMA 9” ที่ ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้อยู่ในพื้นที่ติดกันต่างกันแค่อยู่คนละโซน ซึ่งความแตกต่างจะเป็นอย่างไร และมีอะไรน่าสนใจเราค่อย ๆ กดไปชมกันได้เลย
…ส่วนในภาพนี้คือภาพบรรยากาศของโครงการ Bangkok Boulevard Rama 9 กับสไตล์บ้านทั้ง 3 แบบ OSLO, BERGEN, NAVIK

ส่วนภาพนี้คือจาก VENUE RAMA 9 กับโซนรับแขกของบ้านในแบบ WILLOW

มุมเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ภายในหมู่บ้านที่ไว้ให้เป็นที่นั่งเล่นของผู้พักอาศัย ซึ่งแต่ละโครงการก็จะมีความสวยงาม และมีดีไซน์ที่ต่างกันไปตามคอนเซปท์

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ขาดไม่ได้เลยของโครงการหมู่บ้านในยุคนี้ก็คือ สระว่ายน้ำ แต่ละที่ก็จะครีเอทออกแบบให้ดูสวยงามแตกต่างกันไป ซึ่งว่าไปแล้วนี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อบ้านของคนยุคใหม่ก็ว่าได้

เรามาเริ่มต้นกันแบบเห็นภาพชัด ๆ กันก่อนซึ่งทั้งที่ BANGKOK BOULEVARD RAMA 9 และ VENUE RAMA 9 นั้นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำเลเดียวกันเป๊ะ.. ก็คือตั้งอยู่บน ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ สถานที่ใกล้เคียงหลัก ๆ ก็เป็นสนามบินสุวรรณภูมิ และที่สำคัญคือใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม, สายสีเหลือง(ที่จะมีในอนาคต)
…ส่วนที่พักผ่อนหย่อนใจห้างสรรพสินค้าละแวก ๆ ที่ยังพออยู่ในย่านนี้ก็มี The Paseo รามคำแหง หรือไกลออกไปหน่อยก็เป็น Fashion Island, The Nine, Central พระราม 9 (สามที่หลังที่กล่าวมาจะว่าไปก็ไกลอยู่หน่อยนึง)

หลังแรกของโครงการ Bangkok Boulevard Rama 9 ที่เราเดินเข้าไปดูกันก็คือ “OSLO” ซึ่งเป็นหลังที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยใหญ่สุดจาก 3 แบบโดยมีพื้นที่ 354 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย ห้องนอน 4, ห้องน้ำ 4, Double living room, Family area, Dining room, ห้องครัวไทย, ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ และที่กว้างขวางอีกอย่างก็คือ 3 ที่จอดรถ
…เรียกได้ว่าต้องเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ถึงน่าจะอยู่กันอย่างลงตัว
…ในภาพก็คือโซนโต๊ะรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นห้องรับแขกติดประตูทางเข้า

ห้องรับแขกชั้นสองที่อยู่ส่วนกลางเชื่อมต่อกับห้องนอนอีกทั้ง 3 ห้องที่อยู่บนชั้น 2 เรียกได้ว่าหลังนี้พื้นที่ใช้สอยนั้นใหญ่มากจึงสามารถจัดห้อง หรือหากใครครอบครัวไม่ได้ใหญ่ขนาดที่ต้องมี 3 4 ห้องนอน ก็สามารถดัดแปลงไปเป็นห้องรับแขก ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องสตูดิโออะไรก็ได้แล้วแต่สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว

ตัวอย่างห้องนอนที่บ้านตัวอย่างได้ดีไซน์ไว้ก็สวยงามตามแบบฉบับโดยครีเอทไว้ในรูปแบบของบรรยากาศระบบสุริยะจักรวาล เอาจริง ๆ แล้วเรื่องการจัดวางออกแบบห้องก็ค่อนข้างมีส่วนต่อการอยู่อาศัยว่าใครมีรสนิยมความชอบในด้านไหนเป็นพิเศษ ส่วนที่เห็นนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างที่ทางโครงการได้ออกแบบไว้ให้เห็นเป็นไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ

อีกห้องกับห้องเด็กที่อาจจะโตขึ้นมาสักหน่อย สังเกตได้จากพื้นที่ของห้องที่มีโต๊ะเล็ก ๆ อาจไว้ทำการบ้าน หรือด้านฝั่งตรงข้ามเตียงที่เป็นเหมือนห้องเก็บเสื้อผ้าที่เราก็สามารถมาประยุกต์พื้นที่ใช้สอยให้เข้ากับเราให้ดีที่สุด

จากเท่าที่เราเดินสำรวจพื้นที่ของบ้านใน Type OSLO นี้บอกเลยว่ามีขนาดใหญ่มากจนรู้สึกว่ากับการที่จะอยู่กันสองคนก็คงแลดูเปล่าเปลี่ยวไปหน่อย แต่ถ้าถามว่ากับครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูก และมีญาติผู้ใหญ่คุณตาคุณยายอยู่ด้วยน่าจะตอบโจทย์กับบ้าน OSLO ได้ตรงตัวกว่า

มาต่อกันที่บ้านในอีกดีไซน์ได้แก่ “BERGEN” ที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอย 283 ตารางเมตร (จะเล็กกว่าแบบ OSLO อยู่ 71 ตารางเมตร) แต่ยังคงไว้ซึ่ง 4 ห้องนอน และ 4 ห้องน้ำ, Double living room , Family area, Dining room, ห้องครัวไทย, ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ เรียกว่าก็ใกล้เคียงกับแบบแรก แต่ในส่วนของที่จอดรถจะเหลือเพียง 2 ที่จอดรถเท่านั้น

แม้ขนาด และพื้นที่ใช้สอยรวมถึงแปลนบ้านอาจมีแตกต่างไปบ้างเล็กน้อยจากแบบแรก แต่สิ่งที่ทุกบ้านมีเหมือนกันหมดก็คือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในหมู่บ้านที่ผู้พักอาศัยสามารถใช้พื้นที่ได้สบายไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลัง(ฟิตเนส), ห้องอบไอน้ำ(ห้องสตรีม), โซนเด็กเล่น และพื้นที่ที่เป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทุกหลังคาเรือนในโครงการจะมีสิทธิ์ใช้งานได้เท่าเทียมกัน

ส่วนพื้นที่ชั้นสองเมื่อขึ้นบันไดมาก็แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางทางเดินแยกซ้ายขวาสู่ห้องนอนทั้งสองฝั่ง เพียงแต่พื้นที่ก็จะดูกระชับให้เล็กลงกว่าหลังแรกที่ผ่านมาสักเล็กน้อย

ไฮไลท์อีกอย่างของบ้านในแบบ BERGEN และ OSLO(ที่ผ่านมา)มีเหมือนกันก็คือพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ที่ตีฝ้าหลังคาขึ้นสูง ซึ่งออกแบบไว้ให้เป็นในส่วนของห้องนอนใหญ่ความโปร่งโล่งสบายเมื่อพื้นที่เพดานถูกยกสูงขึ้นก็ย่อมทำให้เรารู้สึกยิ่งโล่งขึ้น อันนี้ต้องบอกว่าออกแบบดีไซน์มาได้ถูกใจเรามาก

พูดกันถึงเรื่องการเลือกโทนสีบ้านอันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญมากไม่แพ้การที่เราจะมองเรื่องพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อย่างที่สังเกตง่าย ๆ เลยระหว่างหลังแรกที่ใหญ่กว่า และหลังนี้ที่เล็กกว่าเล็กน้อยแต่ความรู้สึกเมื่อเดินอยู่ข้างในนั้นไม่ได้รู้สึกอึดอัดลงสักเท่าไหร่ก็เพราะโทนสีของภายในนั้นใช้เป็นสีสว่างการจัดวางข้าวของเฟอร์นิเจอร์ก็เลือกให้เข้ากับโทนสี ส่วนนี้ก็ทำให้ในแง่ของประสาทสัมผัสเราไม่รู้สึกอึดอัด และถูกบีบด้วยสีเหมือนกับสีที่ไปทางโทนเข้มอย่างที่รู้กัน

ปิดท้ายกันที่น้องเล็กสุดของโครงการบางกอกบูเลอวาร์ดได้แก่ “NARVIK” กับพื้นที่ใช้สอยที่เล็ก 247 ตารางเมตร เล็กกว่าแบบกลางอยู่ 36 ตารางเมตร ด้วยพื้นที่อันกะทัดรัด ขนาดของห้องนอนจึงเหลือ 3 ห้องนอน แต่ยังคง 4 ห้องน้ำ, Double living room, Family area, Dining room, ห้องครัวไทย และที่จอดรถ 2 เหมือนกับแบบ BERGEN

อันที่จริงการเลือกบ้านสักหลังปัจจัยก็ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นจำนวนสมาชิกของคนในบ้าน พื้นที่ทำเลที่ตั้ง ใกล้ไกลจากที่ทำงาน มีแหล่งบันเทิงพักผ่อนหย่อนใจอะไรใกล้บ้าน รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน และการดูแลรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ก็มีส่วนต่อการตัดสินใจทั้งสิ้น

ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยที่ BANGKOK BOULEVARD RAMA 9 มีนั้นก็มีด้วยกันหลายรูปแบบที่จะช่วยให้สมาชิกในหมู่บ้านได้อยู่กันอย่างสบายใจ และรู้สึกถึงความปลอดภัยด้วยอย่างระบบ Triple Security ระบบรักษาความปลอดภัยประกอบด้วย Double Gate ระบบประตู 2 ชั้น แบ่งโซน Guest Area (ส่วนผู้มาติดต่อ) และ Residential Area (ส่วนพักอาศัย) อย่างชัดเจน / ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ Easypass / รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร พร้อมเหล็กแหลมสูง 60เซนติเมตร / ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) 49 จุด ทั้งโครงการ พร้อม รปภ.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง / ติดตั้งสัญญาณกันขโมยในตัวบ้านระบบ Magnetic และ Shock Censer ทั้งหลัง พร้อมจอกราฟฟิคแสดงตำแหน่งการทำงานของสัญญาณกันขโมย
…เรียกว่าแทบจะครอบคลุมทุกโซนของหมู่บ้านเลยก็ว่าได้

กลับมาที่ตัวบ้านในแบบ NARVIK ถึงแม้จะมีขนาดพื้นที่น้อยที่สุด ซึ่งจำนวนห้องก็ลดลงตามสภาพพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าบ้านจะอึดอัดลงแม้แต่น้อย เพราะสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคนในครอบครัวว่ามีสมาชิกมากน้อยแค่ไหน และสามารถจะออกแบบตกแต่งปรับประยุกต์พื้นที่ห้องต่าง ๆ ให้ออกมาในรูปแบบไหน
…บางทีการที่ต้องมาปวดหัวกับการจัดแจงอะไรให้ลงตัวก็อาจทำให้เราต้องใช้สมองหน่อย แต่ถ้าเป็นบ้านสักหลังที่จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จะไปลงตัวกันที่ความสุขของคนในบ้านนั่นเอง (ขอแค่อย่าทะเลาะกันไปก่อนแค่นั้นพอ ฮ่าๆๆ)

ว่ากันต่ออีกนิดกับเรื่องเดิมคือและเมื่อหลังจากแบ่งสันปันส่วนพื้นที่กันได้แล้วความสุขอีกอย่างในการเริ่มต้นบ้านใหม่ก็คงเป็นการออกแบบห้องอย่างที่ใจตัวเองชอบ งานนี้บางทีแค่เราเลือกความต้องการของเราเองว่าอยากได้แบบไหนก็ยังคิดอยู่นานสองนานเพราะชอบหลายอย่างก็เป็นอันว่าก็ต้องคิดกันให้หนัก ๆ หน่อย เพราะทั้งหมดจะเป็นพื้นที่ของเราไปอีกนานแสนนาน

ผ่านไปกับทั้งหมด 3 รูปแบบบ้านของโครงการ Bangkok Boulevard Rama 9 ก็ต่างกันตรงพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน และก็ตัวผังบ้านแปลนบ้านที่อาจมีการขยับสลับเปลี่ยนไปตามขนาดของพื้นที่ แต่เท่าที่เราเดินดูทั้งสามหลังของโครงการนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอักสักเท่าไหร่
…ก็เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาบ้านใหม่ที่อาจจะเริ่มต้นตั้งแต่ขนาดครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ก็น่าจะตอบได้ง่ายกว่าอีกโครงการอย่าง VENUE ที่เรากำลังจะไปดูกัน

VENUE RAMA 9 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับโครงการ BANGKOK BOULEVARD RAMA 9 โดยอยู่ห่างกันแค่เดินข้ามป้อม รปภ.ประมาณยี่สิบก้าวก็จะพบกับอีกหนึ่งความต้องการของผู้ที่กำลังเลือกหาบ้านที่ไม่ต้องมีขนาดใหญ่ และไม่ได้มีสมาชิกมากมาย ที่นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

WILLOW” แบบบ้านแบบแรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ VENUE กับพื้นที่ 234 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Foyer(ห้องโถง) , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , 2 ที่จอดรถ
…ขนาดพื้นที่ก็ค่อย ๆ กระชับลงมาเรื่อย ๆ ตามรูปแบบของโครงการที่ไม่ได้เน้นตัวบ้านขนาดใหญ่ หรือไว้รองรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนซึ่งแปลว่า SC ASSET นั้นก็ได้เตรียมไว้รองรับความต้องการของผู้พักอาศัยหลายกลุ่ม อยู่ที่เราเองจะเลือกแบบไหนในการตัดสินใจ

มุมเล็กมุมน้อยจะพื้นที่กว้างขวางมากน้อยแค่ไหน จุดสำคัญหลัก ๆ เลยก็อยู่ที่การออกแบบ และดีไซน์มุม ๆ นั้นให้เป็นมุมในฝันที่เราต้องการความสุขในการอยู่อาศัยก็จะยิ่งอิ่มเอมมากขึ้น

หลัก ๆ ของการที่เรามาดูบ้านตัวอย่างในโครงการก็เพื่อเป็นส่วนประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ และหาความต้องการที่ตรงกับตัวเราที่สุด แม้หลายคนจะมองว่าบ้านตัวอย่างจัดอย่างไรก็สวยอันนี้ก็จริง แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเรานี่แหละครับที่จะเอาไปประยุกต์ดัดแปลงต่อให้เป็นบ้านในสไตล์ของเรา

เพราะหลัก ๆ ของการดูบ้านตัวอย่างนั้นผู้ที่จะเข้าอยู่อาศัย หรือสนใจจะซื้อบ้านสักหลังก็จะมาดูขนาดของพื้นที่แล้วก็จะมีภาพในใจของตัวเองว่าหากเราได้เลือกซื้อบ้านหลังนี้ ในหน้าตาพื้นที่แบบนี้เราจะวางห้องไหนไว้อย่างไรมีส่วนไหนที่เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับตัวเราเพื่อความสะดวก และประโยชน์ใช้สอยของเรามากยิ่งขึ้น..
…อย่างเช่นบ้าน WILLOW ที่เป็นตัวแบบแรกของโครงการฝั่ง VENUE ก็ทำให้เรามองเห็นอะไรชัดเจนขึ้น เพราะด้วยขนาดที่ไม่ได้ใหญ่เกินความต้องการเราไป

มาต่อกันที่แบบบ้านที่มีพื้นที่รองลงมาอีกสักนิดกับ “ROWAN” ที่มีพื้นที่ 213 ตารางเมตร เล็กลงมาอีก 21 ตารางเมตร ดังนั้นในส่วนของพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ในบ้านที่ถูกลดทอนออกไปก็จะเป็นในส่วนของห้องโถง แต่พื้นที่หลัก ๆ ส่วนอื่นยังคง 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ , Living Area , Dining Area , Kitchen , Family Area , 2 ที่จอดรถ
…ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อดีนะครับ เพราะยังคงไว้ซึ่งห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ถือว่ายังลงตัว อาจหายในส่วนห้องโถงไปแต่พื้นที่หลักอยู่ครบก็น่าจะโอเคสำหรับใครที่ไม่ได้มายด์อะไรมากกับพื้นที่ห้องโถง

ขนาดพื้นที่บ้านยิ่งเดินแต่ละหลังก็ยิ่งรู้สึกกระชับขึ้นเรื่อย ๆ คือด้วยเพราะขนาดที่ลดลง แต่กับการอาศัยอยู่ของสมาชิกหากมีสัก 4-5 คน ก็น่าจะยังโอเคอยู่เพราะการที่ทางโครงการได้ออกแบบห้องนอนไว้รองรับถึง 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ นั่นก็คือได้คำนวณมาอย่างดีแล้วถึงการอยู่อาศัยว่าจะไม่เป็นที่อึดอัดจนเกินไปของสมาชิกในบ้าน

บ้านตัวอย่างของหลัง ROWAN ที่เราเห็นอยู่นี้ออกแบบไว้แบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ มีโทนสีสันออกไปทางเอิรธ์โทน ดูเบาในบางมุม และก็มีเข้มบ้างบางมุมตัดสลับกัน ก็ถือว่าเป็นบ้านตัวอย่างอีกหนึ่งหลังที่ดูอบอุ่นไปอีกรูปแบบ

ห้องนอนเองก็เช่นกันคลุมโทนได้ดีกับห้องอื่น ๆ คือไม่โดดกันมาก ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลบางบ้านพื้นที่กลางก็เป็นโทนหนึ่ง แต่พอเปิดเข้าห้องนอนก็กลายเป็นอีกโทน พอไปห้องนั่งเล่นห้องรับแขกก็อาจเป็นอีกฟิวล์ สลับอารมณ์สลับฟิวล์การอยู่อาศัยตามแต่ละห้องกันไป

อีกมุมหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัดและน่าจะมีประโยชน์กับบ้านทุกบ้านก็คือมุมห้องแต่งตัวเก็บเสื้อผ้า ซึ่งหลายบ้านก็อาจจะรวมอยู่ในห้องนอนเลยเนื่องจากพื้นที่จำกัดซึ่งก็จะไปกินพื้นที่ส่วนของห้องนอน แต่เราสังเกตเห็นจากบ้านแต่ละหลังเท่าที่เดินมาของทั้ง Bangkok Boulevard และ Venue ก็จะมีมุมของห้องเสื้อผ้าแยกออกมาต่างหากส่วนจะมีพื้นที่กว้างหรือน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านแต่แน่นอนว่าจะเป็นส่วนติดกับห้องนอนเป็นหลัก ซึ่งเราว่าก็ออกแบบได้ลงตัวดีไม่น้อย

ห้องเด็กของบ้าน ROWAN ก็ยังคงไม่ใช้สีฉูดฉาดมากเท่าไหร่ แค่อาจขยับจากโทนน้ำตาลมาเป็นน้ำเงินเข้มให้รู้สึกมีสีสัน กระชุ่มกระชวยขึ้นมาอีกนิดให้สมกับวัยของเด็ก ซึ่งอันที่จริงแล้วเราว่าห้องนี้สีประมาณนี้ถ้าเป็นเราอาจเอามาทำเป็นห้องทำงานเลยก็ได้ นอกจากพื้นที่มันได้แล้วยังมีมุมโซฟาให้เอนหลังพักผ่อนอิริยาบถอีกต่างหาก

มุมเล็กมุมน้อยซึ่งบ้านนั้นบ้านนี้ก็จะมีแตกต่างกันไป บางคนอาจมองเป็นของกระจุกกระจิกเกะกะวางแล้วอาจรู้สึกรก แต่กับบางคนแค่มุมเล็ก ๆ เหล่านี้แหละที่เป็นตัวเสริมสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยให้เรารู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย และรู้สึกดีไปกับมุมที่เราคัดสรรเลือกวางเอง

และเราก็มาสิ้นสุดกันที่หลังสุดท้าย “HAZEL” ที่มีขนาด 163 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ, Living Area, Dining Area, Kitchen, 2 ที่จอดรถ นี่คือจิ๋วสุดจากบรรดาทั้งหมดที่วันนี้เราได้เดินชมโครงการจากทั้งหมด 6 หลังรวมหลังนี้ด้วย แต่เอาจริงเราว่าโอเคเลยนะกับการอยู่อาศัยกันสัก 3-4 คน คือมันไม่ได้ใหญ่โตมโหฬารจนเกินไป และก็อยู่ในขนาดของพื้นที่ และราคาที่เราว่าพอสู้ไหว .. ดังนั้นหากดูจากพื้นที่หลังนี้อาจสู้หลังอื่นไม่ได้แต่เอาจริงแล้วก็มีครบเหมือนทุกหลังที่เราได้เดินดูมา

ห้องนอน 3 , ห้องน้ำ 3 ,พื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นห้องรับแขก, ห้องครัว, บริเวณรับประทานอาหาร และที่จอดรถ 2
…น่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านตั้งแต่อยู่ด้วยกันเอง 2 คนไปจนถึง 4 คน เดินยังไงก็ไม่ชนกันแน่นอน

เอาจริง ๆ แล้วอย่างห้องนั่งเล่นนี่ถ้าใครไม่ซีเรียสเราเห็นบางคนยังยึดกลายเป็นห้องนอนหลักไปเลยก็มี เพราะทุกอย่างแล้วภายในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นบ้านของเรา เราเองก็สามารถดัดแปลงปรับให้เข้ากับตัวเราให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคนในบ้านกันได้ ขอแค่พื้นที่ยังคงความเป็นสัดส่วนเรียบร้อย และมีไว้รองรับเพียงพอต่อประโยชน์ใช้สอยของคนในบ้าน

โซนห้องครัวก็ยังมีอยู่และพื้นที่เท่าที่ดูแล้วก็เพียงพอต่อการประกอบอาหาร เพราะเต็มที่คนทำอาหารเมื่อเดินเข้ามาก็คงมีอยู่แค่คนสองคน ซึ่งอาจไม่ได้เป็นส่วนที่ใช้พื้นที่อะไรมากมายหากเทียบกับโซนอื่น

ตัวบรรยากาศรวม ๆ ภายในบ้านแบบ HAZEL นั้นก็ลงตัวไปกับขนาดพื้นที่ที่กะทัดรัด ไม่เล็กอึดอัดและไม่ใหญ่เกินไป เรียกว่าอาจเป็นขนาดเริ่มต้นสำหรับผู้ที่เริ่มอยากซื้อบ้านที่อยู่กันไม่กี่คน ในราคาที่ไม่สูงนัก

บรรยากาศภายนอกส่วนกลางกับมุมสวย ๆ สระว่ายน้ำ และเก้าอี้นั่งพักผ่อนรับลมยามเย็นในหมู่บ้านอาจไม่ได้เป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่กว้างอะไรมาก แต่กับวันสบาย ๆ หรือวันพักผ่อนเดินตัวเบา ๆ ออกมาจากบ้านการได้ยืดเส้นยืดสายสักนิดสักหน่อย ไม่ว่าจะว่ายน้ำ หรือวิ่งจ๊อกกิ้งทุกอย่างล้วนเป็นกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างความสุขให้กับตัวเองและสมาชิกในบ้านได้แน่นอน

ใครที่สนใจอยากลองหาบ้านสักหลังที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองวุ่นวายมากนักบนเส้น ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (แถว ๆ วงแหวนรอบนอกตะวันออก ถ.กาญจนาภิเษก) จะลองเดินทางขับมาดูโครงการเราว่าไม่เสียหายเลย เพราะหลายอย่างในโครงการนี้ก็มีครบพร้อม และมีระบบการดูแลที่ดีจากโครงการที่ออกแบบ และดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้อาศัยในหลายรูปแบบทั้งที่ฐานครอบครัวใหญ่ หรือจะเป็นครอบครัวขนาดย่อม ๆ ก็อาจจะถูกใจที่นี่ได้ไม่ยา
…ลองแวะมาดูเผื่ออาจจะเป็นไอเดีย หรือไม่แน่อาจจะได้จับจองเป็นเจ้าของหลังไหนสักหลังในโครงการ BANGKOK BOULEVARD RAMA 9 หรือ VENUE RAMA 9 ก็เป็นได้
…ใครสนใจทั้ง 2 โครงการนี้อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ 2 ลิ๊งค์นี้จากทั้ง 2 โครงการ


BANGKOK BOULEVARD RAMA 9

https://www.scasset.com/th/house/bangkok-boulevard-rama-9


VENUE RAMA 9 

https://www.scasset.com/en/house/venue–rama-9

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here