Moscow – Saint Petersburg 20 สถานที่ห้ามพลาด

เที่ยวรัสเซียไม่ยากอย่างที่คิด แค่ Passport ใบเดียวก็ไปได้
แถมเดี๋ยวนี้ มีบินตรงของ การบินไทย ไปเที่ยวกับทัวร์เอื้องหลวง จาก กรุงเทพ – มอสโค อะไรจะสะดวกขนาดนี้

รัสเซีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหพันธรัฐรัสเซีย

เป็นประเทศในยูเรเชียเหนือ และเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในโลก กว่า 10,000,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ที่สามารถอยู่อาศัยของโลกถึงหนึ่งในแปด รัสเซียยังเป็นชาติมีประชากรมากที่สุดอันดับที่ 9 ของโลก  รัสเซียปกครองด้วยระบอบสหพันธ์สาธารณรัฐกึ่งประธานาธิบดี ประกอบด้วย 83 เขตการปกครอง ไล่จากตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ รัสเซียมีพรมแดนติดกับนอร์เวย์ ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์ เบลารุส ยูเครน จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน จีน มองโกเลียและเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ยังมีพรมแดนทางทะเลติดกับญี่ปุ่นโดยทะเลโอฮอตสค์ และสหรัฐอเมริกาโดยช่องแคบแบริง อาณาเขตของรัสเซียกินเอเชียเหนือทั้งหมดและ 40% ของยุโรป แผ่ข้ามเก้าเขตเวลาและมีสิ่งแวดล้อมและธรณีสัณฐานหลากหลาย รัสเซียมีปริมาณทรัพยากรแร่ธาตุและพลังงานสำรองใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลก เช่นเดียวกับผู้ผลิตน้ำมันอันดับหนึ่งทั่วโลก รัสเซียมีป่าไม้สำรองใหญ่ที่สุดในโลกและทะเลสาบในรัสเซียบรรจุน้ำจืดประมาณหนึ่งในสี่ของโลก

มอสโก (Moscow หรือ Москва́) เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย

ในปี พ.ศ. 2550 มอสโกได้รับการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ตามมาด้วย ลอนดอน และ โซล

พิพิธภัณฑ์ Fabergé ใน เมืองเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย

ไปรัสเซียคราวนี้ ผมและเพื่อนๆชอบเป็นภูมิแพ้ และมีอาการคันคอ คอแห้ง ต้องลองมาใช้ Propoliz spray

Propoliz Mouth Spray (โพรโพลิซ เมาท์สเปรย์)

ทางเลือกใหม่จากธรรมชาติสำหรับช่องปากและลำคอ ด้วยพลังจากสารสกัดโพรโพลิส (propolis extract ) ผสานคุณค่าจากน้ำผึ้งและสารสกัดจากธรรมชาติรวมกว่า7 ชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการอักเสบของช่องปากและลำคอ ช่วยลดอาการเจ็บคอ ระคายเคืองคอ เสียงแหบและแห้ง ได้เป็นอย่างดี (โพรโพลิซ) ตัวนี้ดูครับ มันสามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้นได้จริงๆ เพราะมีสารสกัดหลักคือ Propolis จากธรรมชาติ ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อที่ทำให้เจ็บคอและลดปวดลดบวม แค่ฉีดสเปย์แค่นั้น ใช้งานสะดวกมาก

วิหาร St. Isaac’s Cathedral

เริ่มต้นเดินทาง ด้วยรอยยิ้ม ไปกับ การบินไทย
เดี๋ยวนี้ไปเที่ยวรัสเซียง่ายมาก แค่ Passport ใบเดียวก็เที่ยวได้แล้ว แถมการบินไทยบินตรงไป Moscow ด้วยแถมพาเที่ยวไปกับ ทัวร์เอื้องหลวง ดูแลอย่างดีสะดวกสบายสุดๆ

“ถนนอารบัต” เป็นถนนเส้นเก่าแก่เส้นหนึ่งของ Moscow

ถนนนี้ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในประวัติเมืองมอสโก บันทึกว่าเคยเกิดเพลิงไหม้ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1493 ในสมัยศตวรรษที่ 16 ในรัชสมัยกษัตริย์อีวานจอมโหด ถนนสายนี้เป็นที่อยู่อาศัยของตำรวจลับ ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 เป็นที่อยู่ของชนชั้นขุนนาง และศิลปินที่มีผู้อุปถัมภ์ พอมาถึงศตวรรษที่ 20 มีการสร้างตึก 2 ชั้นและ 3 ชั้นดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน ปี 1917 ตึกเหล่านี้ใช้เป็นอพาร์ทเมนท์ที่อยู่ร่วมกันหลายครอบครัวของชนชั้นกรรมกร แต่พอมาถึงสมัยสหภาพโซเวียต ถนนอารบัตเป็นที่ย่านพักของเกิดมีชนชั้นใหม่ นั่นก็คือ สมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ประมาณปี 1985 ถนนอารบัตได้กลายเป็นถนนคนเดิน ต่อมาก็เป็นถนนที่ใครๆก็รู้จัก และคึกคักที่สุด เพราะเป็นแหล่งชุมนุมศิลปิน จิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ศูนย์วัฒนธรรม โรงละคร เป็นต้น

มี Hardrock Cafe’ ด้วยนะ ตกแต่งเข้ากับบรรยากาศดีครับ อาหารอร่อย

ยามค่ำคืน มาเดินเล่น อากาศหนาว แต่สวยงามครับ

พระราชวังเครมลิน Kremlin

พระราชวังเครมลิน (Kremlin Palace) หรือเรียกกันทั่วไปว่า มอสโควเครมลิน (Moscow Kremlin) เป็นคำที่ใช้เรียกบริเวณหมู่ตึกและป้อมปราการบริเวณใจกลางกรุงมอสโควของประเทศรัสเซีย กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ โดยทิศใต้เริ่มตั้งแต่บริเวณแม่น้ำมอสโคว ทิศตะวันออกเริ่มตั้งแต่มหาวิหารเซนต์เบซิลและจัตุรัสแดง ทิศเหนือ-ตะวันตกเริ่มตั้งแต่สวนอเล็กซานเดอร์ เครมลินแห่งมอสโควได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์กรยูเนสโก (UNESCO) เมื่อ ค.ศ. 1990

พระราชวังเครมลินแห่งนี้ในอดีตได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์ ปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญ เป็นหนึ่งในสามพิพิธภัณฑ์ของรัสเซียที่เก็บรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ล้ำค่าและสวยงามต่างๆของพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งรูปเคารพทางศาสนาตลอดจนถึงทรัพย์สมบัติของพระเจ้าซาร์ ล้วนเก็บแสดงอยู่ในห้องต่างๆของพระราชวังเครมลิน ซึ่งมีจำนวนมากมายจนประเมินค่าไม่ได้

“เครมลิน” ในภาษารัสเซียนั้น มีความหมายแปลว่าป้อมปราการ ซึ่งภายนั้นก็จะประกอบไปด้วยพระราชวัง วิหารสำคัญๆ และที่ทำการของรัฐบาลต่างๆ

Ivan The Great Bell-Tower Ensemble งานสถาปัตยกรรมอาคารชุดนี้ประกอบด้วย
Ivan The Great Bell-Tower , Assumption Belfry และ Filaret Annex
ปัจจุบันชั้นล่างของ Assumption Belfry ถูกใช้เป็นที่สำหรับจัดนิทรรศการ

ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ (Tsar Cannon)

ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ (The Tsar Cannon) ตั้งอยู่ภายในพระราชวังเครมลิน กรุงมอสโก นักท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วเข้าไปด้านในก่อนจึงจะสามารถชมความงดงามปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ได้ ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์มีความยาวมากถึงเกือบ 6 เมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1586 โดยจุดประสงค์ในการสร้างขึ้นก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเพียงเท่านั้น ไม่เคยนำมาใช้จริงในสมรภูมิสงคราม แต่ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากให้มาเข้าชมในแต่ละปี เพราะเป็นปืนใหญ่ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดย Guinness Book

เกร็ดประวัติศาสตร์ : เครมลินเป็นที่รู้จักการอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เครมลินนั้นไม่ได้มีแค่ที่เดียวในกรุงมอสโก แต่มีเครมลินในเมืองใหญ่ๆ เกือบทุกเมือง เพราะเครมลินในความหมายของรัสเซีย คือ “ป้อมปราการ” ดังนั้น แต่ละเมืองที่มีขนาดใหญ่ในสมัยโบราณจะมีเครมลินเป็นป้อมปราการป้องกันข้่าศึก ไว้คอยป้องกันเมืองในภาวะสงคราม

ว่ากันว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาว 5.34 เมตร หนัก 40 ตัน สร้างไว้เพื่อขู่ข้าศึก ไม่สามารถใช้งานจริงได้

ร้านอาหารท้องถิ่น ตกแต่งได้น่ารัก เข้ากับบรรยากาศ แต่รสชาติผมว่าไม่ค่อยถูกปากผมเท่าไร่นะครับ แฮร่ๆๆ

Izmailovsky Souvenir Market (ตลาดนัดอิสเมลอฟสกี้)

Izmailovsky Souvenir Market (ตลาดนัดอิสเมลอฟสกี้) เป็นตลาดขายของที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดใน Moscow หน้าตาตลาดจะเหมือนสวนสนุก ร้านรวงจัดเป็นระเบียบดี คนขายหลายร้านพูด และสื่อสารภาษาไทยได้ ของที่ขายส่วนใหญ่เป็นตุ๊กตาแม่ลูกดก หมวกขนสัตว์ ถุงมือหนัง และมีของมือสองจากชาวบ้านมาขาย วางเรียงรายอยู่บนชั้น 2 ด้วย แบบซุ้มตลาดทำด้วยไม้ จัดวางเป็นซุ้มๆ แบ่งเป็นทางเดินสวยเป็นระเบียบ

ตลาดอิสเมลอฟสกี้ เป็นที่ขายของจิปาถะมากมาย เสื้อผ้า อาหาร ของฝาก ชองชำร่วย อาทิ รองเท้า เสื้อหนาว
นาฬิกา รูปวาด ไม้แกะสลัก ตุ๊กตาแม่ลูกดก อัมพัน ผ้าพันคอ และอาหารเครื่องดื่มมากมาย ราคาต่างๆ
สามารถต่อรองได้

ตุ๊กตาแม่ลูกดก” หรือที่ชาวรัสเซียเรียกว่า “มาโตรชกา” (Matryoshka) หรือบ้างก็เรียกว่า Nesting Dolls, Nested Dolls, Matrioshka, Babushka Doll, Stacking Doll เป็นตุ๊กตาของรัสเซียเรียงซ้อนกันหลายๆ ตัว ซึ่งชื่อนี้แผลงมาจากสตรีภาษารัสเซียว่า “มาตริโยนา” ตุ๊กตาแม่ลูกดกชุดหนึ่งประกอบด้วยตุ๊กตา        ไม้เรียงซ้อนกันหลายตัวอยู่ข้างใน แต่ละตัวประกอบด้วย ส่วน คือส่วนบนและส่วนล่างมาประกอบกันได้สนิทตามร่องที่เซาะเอาไว้ วาดลวดลาย ลงสี ด้วยมือ (Handmade) ราคาจึงมีความหลากหลาย ตุ๊กตาแม่ลูกดกราคาถูกตั้งแต่หลักร้อย จนถึงตุ๊กตาแม่ลูกดกราคาแพงหลักหมื่นก็มีแตกต่างกันส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความปราณีตของฝีมือ ความสูง และจำนวนตัวที่ซ้อนกัน

บรรยากาศภายในเมือง มอสโก

สถานีรถไฟใต้ดินที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก

เริ่มต้นเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1935 ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการโฆษณาชวนเชื่อโดยสหภาพโซเวียต ภาพของฝูงชนเดินขบวนพาเหรดและร้องรำทำเพลงเฉลิมฉลองให้แก่สถานี 13 แห่งแรกมีขึ้นเพื่อแสดงแสนยานุภาพทางเทคโนโลยีของประเทศสังคมนิยมแห่งนี้ว่าเหนือชั้นแค่ไหน

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป มาวันนี้เครือข่ายสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงมอสโกแตกแขนงทอดยาวออกไปถึง 354 กิโลเมตร ผ่าน 212 สถานี ส่งผลให้ระบบรถไฟใต้ดินของรัสเซียเป็นระบบรถไฟใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลกลำดับที่หก ทั้งยังสะอาดสะอ้านปราศจากร่องรอยของกราฟฟิตี้เช่นสถานีรถไฟในประเทศอื่นๆ หากเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะความงามและอารยธรรม นี่คือความภาคภูมิใจของชาวรัสเซีย

สถานีรถไฟใต้ดินที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก

ได้รับการโหวตจากผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก

เปรียบเสมือนพระราชวังของประชาชน Palaces for the People โดยสตาลินสั่งไว้ว่า ต้องทำให้ผู้โดยสารหยุดมองและชื่นชมความงาม ดุจดังชื่นชมพระอาทิตย์ ดังนั้นผนังจึงถูกสร้างจากหินอ่อน และมีเพดานสูง ที่แห่งนี้จะทำให้คุณไม่เบื่อกับการต้องยืนรอรถไฟอีกต่อไป

แต่ละสถานีก็จะมี ลวดลายการตกแต่ง แต่งกัน ไม่เหมือนกันเลยครับ ดูคลาสสิค สะอาด มากๆเลย ลวดลายการตกแต่งของแต่ละที่ แตกต่างกัน

GUM Department Store

ห้างสรรพสินค้า GUM (ห้างกุม) ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก มีชื่อเสียงในเรื่องของสินค้าอันมีให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลายชนิด ห้างสรรพสินค้ากุม นับเป็นสถานที่หนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ของเมืองนี้ ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1895 มีความสวยงามและโดดเด่นมากลักษณะของตัวอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีร้านค้าเปิดให้ บริการมากมายสำหรับให้ผู้ที่เดินทางหรือผู้ที่ชอบการช้อปปิ้งถึง 200 ร้านค้าด้วยกัน สถาปัตยกรรมภายในและภายนอกที่ดูหรูหราโอ่อ่า และที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณลานกว้างในย่านจตุรัสแดงห้างสรรพสินค้ากูม มีการจำหน่ายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคเช่น เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน สินค้าที่มีชื่อมียี่ห้อ เครื่องสำอางค์ น้ำหอม และสินค้าที่เป็นประเภทของที่ระลึก ซึ่งมีให้เลือกกันอย่างหลากหลายทีเดียว

ที่นี่เค้าเป็นห้างที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามสร้างขึ้นมาก่อนหน้าเราเป็นร้อยปี มีร้าน High-end ต่างๆจากทั่วโลก

จัตุรัสแดงแห่งรัสเซีย (Red Square)

จัตุรัสแดงแห่งรัสเซีย (Red Square) เป็นพื้นที่ลานกว้างรูปทรงจตุรัสที่สวยงามที่สุดในโลก สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ตอกลงบนพื้นจนกลายเป็นลานหินโมเสก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมทางจิตใจของชาวรัสเซีย มีกิจกรรมต่างๆจัดขึ้นที่บริเวณนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองทางศาสนา หรือทางการเมือง ถือเป็นลานที่มีกิจกรรมและมีคนมาเที่ยวมากที่สุดของกรุงมอสโก เมื่อมาที่จัตุรัสแดงแห่งนี้ได้จะได้ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง หรือโบสถ์วิหารต่างๆ

ใกล้ๆกัน จะเป็นที่ตั้งของ St. Basil’s Cathedral (วิหารเซ็นบาซิล) ครับ ถือว่าเป็น landmark ที่สำคัญของประเทศรัสเซียเล

St. Basil’s Cathedral (วิหารเซ็นบาซิล)

ว่ากันว่า เป็นวิหารต้นแบบของ
โบสถ์แห่งหยดเลือดที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก สถาปัตยกรรมอันล้ำค่าแห่งนี้สร้างขึ้น
ในสมัยพระเจ้าอีวานที่ 4 สร้างตามพระประสงค์ของพระองค์ เพื่อเป็นการฉลองชัยที่ทรงรบชนะพวกตาตาร์
ในอัสตราคานและคาซาน เมื่อสร้างเสร็จปูนบำเหน็จให้กับผู้ออกแบบ
โดยการควักลูกตาทั้ง 2 ข้างออก จะได้ไม่ไปออกแบบวิหารที่ใดอีก ให้มีที่นี่ที่เดียวที่สวยที่สุด

มหาวิหารเซ็นต์บาซิลตั้งอยู่ที่จตุรัสแดง มีหลังคาสูงยอดแหลม มีโดมหัวหอม 9 โดม มีสีสันสดใสสวยงาม
มีขนาดเล็กใหญ่ลดหลั่นกันไป ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงมอสโกเลยก็ว่าได้

จุดชมวิวแห่งใหม่ใกล้ๆกับวิหาร เซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral) ที่ยื่นออกไปกลางแม่น้ำมอสโกวา

จากมอสโก เราเดินทางต่อไปที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กันครับ โดยรถไฟความเร็วสูง เดินทางค่อนข้างสะดวก รวดเร็ว และก็ราคาไม่แพงเลยครับ ประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงแล้ว

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 

เป็นเมืองหลวงเก่าของจักรวรรดิรัสเซีย และเป็นแหล่งร่วมอารยธรรมที่มนต์เสน่ห์ และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ พูดง่าย ๆ เลยว่า คือไม่มาเมืองนี้ไม่ได้จริง ๆ และเป็นเมืองที่ต้องมาสักครั้งในชีวิต ตัดมอสโกออกไปได้เลย เพราะที่นี้มันอลังกว่ามากกก  เมืองนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดย พระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือ ปีเตอร์ เดอะ เกรตแห่งรัสเซียนั่นเอง ที่สร้างเมืองนี้ก็เพราะติดกับคาบสมุทรบอลติกใกล้กลับ ประเทศฟินแลนด์ และดูจะเป็นเมืองที่ได้เปรียบหลาย ๆ อย่างทั้งการค้า และการสู้รบ พระองค์เกิดหลงไหลพื้นที่นี้มากถึงกับมีคำสั่งให้สร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ทันที ทำให้เป็นเมืองเซนต์ปีเตอร์บิร์ก ที่แสนจะใหญ่โตสมกับเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโชว์พลังอำนาจของกษัตริย์รัสเซีย

นอกจากนี้เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กยังถือว่าเป็นเมืองแรกของรัสเซียที่ได้สร้างขึ้นในแบบ “ยูโรเปียน” อย่างแท้จริง นี้ก็เพื่อจะแข่งขันกับประเทศมหาอำนาจของยุโรปประเทศอื่น ๆ อย่างอังกฤษและกรุงลอนดอน และอัมสเตอร์ดัม ของชาว Dutch ในสมัยนั้น

พระราชวังฤดูหนาว Hermitage Museum

เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ วัฒนธรรมที่สำคัญ ที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1764 สร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงอำนาจและความรุ่งโรจน์ของซาร์แห่งจักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งแต่เดิม พระราชินีแคทเธอรีนได้เก็บรวบรวมภาพเขียนชื่อดังไว้มากมายจากทั่วทุกมุมโลก จนต้องสร้างห้องสำหรับเก็บภาพและสมบัติล้ำค่าขึ้นมา ปัจจุปันมีมากกว่า 3 ล้านชิ้นเลยจ้าาาา

ดูความยิ่งใหญ่ สวยงาม หรูหรา อลังการของที่นี่สิ !!!

หนึ่งในสิ่งล้ำค่าคือนาฬิกานกยูงตัวนี้ (Peacock clock) เนื่องมาจากนาฬิกานี้มีกลไกการทำงานที่น่าทึ่งมาก เมื่อปลุกจะมีเสียงและนกยูงจะค่อยๆ รำแพนสร้างโดย James Cox ชาวอังกฤษ ในปี คศ 1770 และถูกนำเข้ามาในสมัยของพระนางแคทเทอรีนมหาราช ปัจจุบันระบบการทำงานยังใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

นาฬิกานกยูงทอง

ความเป็นมาก็คือ ในศตวรรษที่ 18 เจ้าชาย Grigory Potemkin ซึ่งบางกระแสระบุว่าพระองค์เป็นพระสวามีลับของพระนางแคทเธอรีนมหาราช ได้สั่งทำนาฬิกานี้ขึ้นจากช่างฝีมือชาวอังกฤษและส่งมายังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตัวนาฬิกาประกอบด้วยนกยูงขนาดใหญ่เท่าของจริงเกาะอยู่บนกิ่งไม้ที่มีกรงนกฮูกและไก่ แต่ละตัวก็มีกลไกเฉพาะของตัวเองเมื่อถึงกำหนดเวลาในแต่ละชั่วโมง

แน่นอนว่าของที่จะนำมาถวายพระราชินีจะต้องไม่ใช่ของธรรมดา ของสิ่งนั้นจะต้องดีและสร้างความประทับใจซึ่งก็ได้ผลเช่นนั้นจริง ปัจจุบันนาฬิกาอายุกว่า 200 ปีเรือนนี้ก็ยังคงใช้งานได้ แต่เขาก็ไม่ได้เปิดใช้งานตลอดเวลา ใน 1 สัปดาห์เขาจะเปิดให้คนทั่วไปได้ชมในวันพุธเวลาราว 2 ทุ่มเท่านั้น

แต่ในปี 2550 เมื่อสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถเสด็จเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดนาฬิกาเรือนนี้ถวายให้ทรงทอดพระเนตรด้วยเป็นกรณีพิเศษ

ซึ่งเค้าว่ากันว่าถ้าจะดูให้ครบทุกชิ้นจะต้องใช้เวลาถึง15ปี !!

ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ.1837 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นที่ Winter Palace และได้ทำลายงานสถาปัตยกรรมภายในอันล้ำค่าของพระราชวังแห่งนี้จนสิ้น หลังจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ พระเจ้านิโคลัสที่1 (Nicholas I of Russia) ก็มีรับสั่งให้บูรณะพระราชวังแห่งนี้กลับมาโดยเร็ว ซึ่งการบูรณะพระราชวังครั้งนี้ทางสถาปนิกได้มีการออกแบบเปลี่ยนแปลงการตกแต่งภายในจากสไตล์บาโรค (Baroque) เป็นสไตล์นีโอคลาสสิค (Neoclassic)

ภาพ Madonna and Child วาดโดย Leonardo da Vinci อายุ 500 กว่าปี

ที่ Hermitage จะมีห้อง Egypt โดยเฉพาะเพื่อจัดแสดง Collection จาก Egypt แต่ของที่นี่จะน้อยกว่าที่ British Meseum

วิหาร St. Isaac’s Cathedral

ว่ากันว่า เป็นวิหารที่มีการตกแต่งอลังการมากที่สุด ยอดโดมฉาบด้วยทองคำแท้ 100 กิโลกรัม และภายในใช้หินอ่อน และหินอื่นๆ กว่า 43 ชนิด แต่เดิมเคยเป็นที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์ปีเตอร์มหาราช และพระนางแคทเธอรีน

แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ขึ้น จึงได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ ในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1818 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ชื่อ Auguste de Montferrand โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 40 ปีเลย มีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ และบาโรก ตัววิหารใหญ่โต สีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยประติมากรรมเหล็กอันงดงาม เป็นโบสถ์ออร์โทดอกซ์แห่งเดียวที่ประดับประดาตกแต่งด้วยกระจกสี

ความสวยงามของภายในโบสถ์

โบสถ์แห่งหยดเลือด Church of Christ’s Resurrection

โบสถ์แห่งหยดเลือด เป็นโบสถ์ที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งความเศร้าค่ะ เป็นอนุสรณ์ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบิดา หรือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์บริเวณนี้ ในปี ค.. 1881 จากประวัติ ก็เล่ากันว่า พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ พยายามที่จะปลดปล่อยชาวนาและกรรมกร ทำให้เหล่าขุนนางที่เสียประโยชน์เกิดความไม่พอใจ ถึงลอบพระชนม์ บางแหล่งก็เล่าว่าชาวนาไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงทำให้ไม่พอใจ สรุปก็คือไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

มหาวิหารคาซาน Kazan Cathedral

สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในปีค.. 1708 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนเนฟสกี้ ถนนเส้นหลักของตัวเมืองเลยค่ะ แต่เดิมนั้น ที่นี่เป็นเพียงโบสถ์เล็กๆ ต่อมาในสมัยการปกครองของพระเจ้าปอลด์ที่ ในปีค.. 1800 ได้ทำการสร้างวิหารใหม่ ให้เป็นวิหารที่ใหญ่และสวยงามมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

เป็นสถาปัตยกรรมในรูปศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี ต่อมาได้เกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศสขึ้น จึงได้นำรูปปั้นของผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเรือ คือ Mikhail Kutuzov และ Barclay de Tolly มาจัดแสดงเป็นอนุสรณ์ไว้ด้านหน้าด้วย

มหาวิหารแห่งนี้มีลักษณะรูปทรงครึ่งวงกลม มีเสาหินวางเรียงแถวยาวอย่างเป็นระเบียบประกอบไปด้วยเสาโรมัน 96 ต้น และโดมขนาดใหญ่ซึ่งมียอดสูงถึง 90 เมตร และยังมีสวนสาธารณะซึ่งเป็นนิยมของชาวรัสเซีย

ร้านค้าขายของที่ระลึก

เช้าวันใหม่ เรามาเที่ยว พระราชวังแคทเธอรีน Catherine Palace กันครับ

พระราชวังที่งดงามและล้ำค่าแห่งนี้อยู่ที่เมือง Pushkin ห่างจากตัวเมือง St.Petersburg ประมาณ 25. กมค่ะ ก่อสร้างขึ้นในปี คศ 1717 โดยพระนางแคทเธอรีนที่ พระมเหสีองค์โปรดของปีเตอร์มหาราช ซึ่งได้ครองราชย์หลังจากสวรรคต จึงสร้างวังแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน โดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ในสไตล์สถาปัตยกรรมแบบคลาสสิค

พระราชวังถูกต่อเติม และตกแต่งใหม่มาหลายยุคหลายสมัยค่ะ ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดว่ากันว่า ทั้งพระราชวัง รูปปั้น รวมถึงหลังคา ได้ตกแต่งด้วยทองคำแท้ ผนังห้องประดับด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพเฟรสโก้ เป็นพระราชวังหลวงมีความสวยงาม หรูหรา อลังการ ที่พลาดไม่ได้คือในส่วนของห้องอำพัน

พระราชวังแคทเธอรีน Catherine Palace

พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace) พระราชวังที่บ่งบอกถึงความเจริญมั่งคั่ง ศิลปะอันงดงาม และสถานที่ที่จะสร้างความตะลึงให้กับคุณได้ทุกฝีก้าวในระหว่างที่เดินเยี่ยมชมที่แห่งนี้

เดิมเป็นพระราชวังที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชทรงสร้างไว้สำหรับพระนางแคทเธอรีนที่ 1 ในปี ค.ศ.1741 เพื่อใช้พักผ่อนในฤดูร้อน ต่อมาได้ตกทอดถึงพระนางอลิซาเบธพระธิดาของพระองค์ ที่ได้ตกแต่งใหม่ด้วยศิลปะแบบบารอค ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่กษัตริย์ยุโรปในขณะนั้น และเมื่อพระนางสวรรคตพระราชวังแห่งนี้จึงกลายเป็นของพระนางแคทเธอรีนที่2 (สะใภ้ของพระนางอลิซาเบธ) ที่โปรดปรานศิลปะแบบนีโอคลาสสิค ที่อ่อนช้อยนุ่มนวล พระนางจึงสั่งให้ตกแต่งใหม่ในแบบที่พระองค์ชอบ การตกแต่งพระราชวังใหม่ในแต่ละครั้งจึงเปรียบเสมือนการแสดงอำนาจและบารมีของผู้เป็นเจ้าของในแต่ละยุค ซึ่งจากการตกแต่งที่ผสมผสานหลายครั้งจึงเกิดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “รัสเซี่ยนบาโรค” ที่หรูหรา อ่อนช้อย และงดงามดังเช่นในปัจจุบัน

โดยพระราชวังถูก ตกแต่งประดับประดาผนังห้องด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพเฟรสโก้ (เขียนภาพขณะที่ปูนยังไม่แห้ง ถ้าเขียนผิดต้องทุบทิ้ง ฉาบปูนใหม่เขียนใหม่) ที่มีความสวยงามมาก

ต่อมาพระราชวังแคทเธอรีนถูกใช้เป็นที่พักผ่อนและอาศัยของกษัตริย์แห่งรัสเซียมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมากษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์โรมานอฟ (พระเจ้าซานิโคลัสที่ 2) ก็ใช้พระราวังแห่งนี้เป็นที่อาศัยก่อนจะถูกจับตัวไปโดยพรรคคอมมิวนิสต์

ร้านอาหารที่แนะนำอยากให้มาลอง Crab Story อร่อยมากก

“Crab Story” 

หนึ่งในร้านดังของรัสเซีย ที่ถ้าใครอยากชิม “ปูคัมชัคก้า” ต้องไม่พลาดร้านนี้ ปูตัวใหญ่ เนื้อแน่น และอร่อยมาก
อร่อยกว่าปูขนที่ฮอกไกโดซะอีก ขาปูรัสเชีย ใหญ่มว๊ากกกก

ปูคัมชัทก้าเป็นอีกชื่อเรียกของปูอลาสก้า/Red King Crab ที่มาก็คือแหล่งที่มีปูอยู่ อลาสก้าเป็นชื่อรัฐของอเมริกา ส่วนคัมชัทก้าเป็นชื่อเขตและคาบสมุทรอันเป็นดินแดนของรัสเซีย หากดูในแผนที่โลกแล้วก็อยู่ในแถบเดียวกับอลาสก้า จึงเป็นแหล่งจับปูเช่นเดียวกัน

Fabergé Museum

พิพิธภัณฑ์ Fabergé ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ก่อตั้งขึ้นโดย Viktor Vekselberg ร่วมกับมูลนิธิ Link of Times Cultural Historical Foundation พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ใจกลางของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่พระราชวัง Shuvalov บริเวณแม่น้ำ Fontanka ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์คือ Imperial Easter eggs หรือไข่อีสเตอร์ของจักรพรรดิที่สร้างขึ้นโดย Fabergé ให้กับมหากษัตริย์ซาร์สแห่งรัสเซียทั้งสองพระองค์

ที่ Fabergé Museum นอกจากมี “ไข่ฟาแบร์เช่” ให้ชมแล้ว ยังมีงานเครื่องประดับและของประดับตกแต่งอีกกว่า 4,000 ชิ้น และผลงานศิลปะประดิษฐ์จากอัญมณี หินสีมีค่า และเครื่องเงิน เครื่องทอง ของศิลปินรัสเซียอีกหลายคนด้วย มูลค่าไข่แต่ละใบ ตอนนี้คงสูงมากๆ

บรรยากาศยามเย็นของเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ป้อมปีเตอร์ แอนด์ ปอลด์ (Peter And Paul)

วิหารปีเตอร์ แอนด์ ปอลด์ (Peter-and-Paul-Fortress) เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1712 ด้วยการ ออกแบบของ Domennica Trezzini สร้างเสร็จในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ 1733 ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่ นักบุญปีเตอร์ และนักบุญปอลด์เพื่อเป็นการเผยแพร่ศาสนา ความสูงของยอดแหลมคือ 122.5 เมตร ในอดีตเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมืองและห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างใดสูงกว่า ภายในทำการตกแต่งด้วยศิลปะบารอกซึ่งนับว่าแตกต่าง กับโบสถ์คริสต์ออร์โทดอกซ์ทั่วไป

ซึ่งวิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ เริ่มต้นจากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก จนกระทั่งถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่เพิ่งนำมาในปีค.ศ 1998 โดยการตรวจ DNA ทราบว่าคือ พระเจ้านิโคลัส ที่ 2 และครอบครัวซึ่งประกอบด้วย พระเจ้านิโคลัสที่ 2 พระมเหสีอเล็กซานดรา และพระธิดา 3 พระองค์คือโอลก้า (Olga) ทาเทียนา (Tatiana) และอนาสตาเซีย (Anastasia) ส่วนที่ไม่พบคือ มาเรีย (Maria) และรัชทายาทอเล็กเซย์ (Alekxy)

อากาศกำลังหนาวครับ ละอองฝน กลายเป็นหิมะแล้ว

ล่องเรือในแม่น้ำ ชมความงามของเมือง Moscow โรแมนติคมากๆ แอดมินมี live สดให้เพื่อนๆชมด้วยนะครับ ตอนอยู่บนเรือ

St. Basil’s Cathedral (วิหารเซ็นบาซิล) ยามค่ำคืนสวยงามอีกแบบ

วิหาร เซนต์เดอะซาเวียร์

มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ หรือที่เรียกกันว่า มหาวิหารโดมทอง (St. Saviour Cathedral) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียและสูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Moskva เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน โดยมหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 45 ปี

ในสมัยของสตาลิน เคยสั่งให้ทุบทำลายมหาวิหารแห่งนี้ จนกระทั่งในสมัยประธานาธิบดีบอริส เยลซิน จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยเงินบริจาคและพลังความศรัทธาของผู้คน ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่รักและศูนย์รวมจิตใจของประชาชน มหาวิหารโดมทองแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญระดับชาติทางคริสตศาสนาของประเทศรัสเซีย

KOLOMENSKOYE the WOODEN PALACE

ปราสาทพระเจ้าซาร์ (Wooden Palace of Tsar Alexey Mikhilovich) ที่สร้างขึ้นใหม่ทำจากไม้ทั้งหลัง เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์รัสเซียที่ผสมผสานระหว่างหอคอยทรงกระโจมและหลังคารูปโดมหัวหอม ข้างในตกแต่งแต่ละห้องอย่างสวยงาม และมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะสมัยโบราณอีกด้วย (ต้องเสียเงินซื้อตั๋วเข้าชมต่างหาก) เราสามารถนั่งรถ Electric Car ที่วิ่งระหว่างโซนหนึ่งมายังโซนสองได้ หรือถ้ามาจากสถานีเมโทร Kashirskaya ก็จะเดินถึงได้ใกล้กว่า

ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าซาร์ Alexei Mikhailovich บิดาของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชในกลางศตวรรษที่ 17 ถูกใช้เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของพระเจ้าซาร์และพระราชวงศ์ หลังจากที่ย้ายเมืองหลวงไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมและพังทลาย จนถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยการจำลองและอ้างอิงเเบบตามบันทึกในประวัติศาสตร์

พระราชวังนี้สวยแปลกตากว่าพระราชวังที่เราเห็นในรัสเซีย เนื่องจากเป็นวังที่ทำจากไม้และไม่ได้ใช้ตะปูเลย ข้างในมีถึง 250 ห้องเลยทีเดียว มีจัดแสดงข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ

เดินทางกลับด้วย สายการบินไทย ไปกับทัวร์เอื้องหลวง ทริปนี้ สนุกมาก ได้เที่ยวเยอะ แถมได้ความรู้ประวัติศาสตร์ขึ้นเพียบบ. บอกเลยว่า แนะนำให้มากับทัวร์เอื้องหลวงดู ไกค์เก่งมากๆ อธิบายแต่ละสถานที่ ทำให้เราอินกับเรื่องราว ต่างๆ
ทำให้การเดินทางทริปนี้สนุกขึ้นอีกเยอะเลยครับ

การท่องเที่ยวในรัสเซีย มักจะครอบคลุมทั้งเมืองมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ทั้งสองเมืองนี้ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 650 กม. ซึ่งไกลกันพอสมควร และมีหลายวิธีการเดินทางข้ามเมือง แต่ 2 วิธีที่เป็นที่นิยม คือ ไปทางเครื่องบิน หรือไปทางรถไฟค่ะ ซึ่งปัจจัยในการเลือกวิธีการเดินทางคือ เรื่องค่าโดยสาร ระยะเวลา และความสะดวกสบายในการเดินทาง

1. ทางเครื่องบิน จากสนามบิน Pulkovo มอสโก สามารถนั่งเครื่องไปลง Domodedovo เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้ ใช้เวลาการเดินทาง 1 ชม. 25 นาที สายการบินยอดนิยมคือสายการบินไซบีเรียนแอร์ไลน์ (S7) หรือสายการบินแอโรฟลอต Aeroflot ราคาประมาณ 1,800 บาทถึง 3,800 บาท

เป็นวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุด แต่ต้องเผื่อเวลาออกจากตัวเมืองไปยังสนามบิน ที่มอสโก 35 กม. ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 20 กม. (ระยะเวลาการเดินทางขึ้นอยู่กับช่วงเวลา แต่รถค่อนข้างติด) บวกช่วงเวลารอที่สนามบินด้วย

2. ทางรถไฟ จะออกจากสถานีรถไฟหลักในตัวเมืองเลย จาก Moscow Leningradsky Station กับ St. Petersburg Moskovsky Station มีรถไฟหลายชนิด ได้แก่

รถไฟด่วน High Speed Trains: Sapsan ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. 40 นาที ถึง 4 ชม. ด้วยความเร็วเฉลี่ย 166 กม.ต่อชม. มี 8-10 รอบต่อวัน เร็วสุด สะดวกสุด ราคาสูงสุด ประมาณ $85 ถึง $180ซึ่งหญิงปุ๊กจะมารีวิวการเดินทางด้วยวิธีนี้ค่ะ

รถไฟกลางคืน ใช้เวลา 8-10 ชม. ออกจากมอสโกเที่ยงคืนถึงตีสาม ประหยัดค่าที่พักไปได้หนึ่งคืน ราคาอยู่ที่ $45-$90

รถไฟกลางคืนแบบหรู The Grand Express และ The Red Arrow มีที่นอนสะดวกสบาย มีอาหารและเครื่องดื่มบริการ ห้อง VIP มีที่อาบน้ำส่วนตัว ราคา $80-$120

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here