DAY 1 : KYOTO – OSAKA เดินชิลชมเมือง

เมืองนารา

เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเกียวโตและโอซาก้า ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ซึ่งในอดีตเมืองนารานั้นเคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงในช่วงปี ค.ศ. 710-794 และเมืองนารายังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านศาสนาในยุคก่อนซึ่งดูได้จาการที่มีวัดทั้งขนาดเล็กและใหญ่มากมาย เมืองนารามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 874 ตร. กม.ประชากรปะมาณ 1.4 ล้านคน

นครเกียวโต

นครเกียวโต (ญี่ปุ่น: 京都市 โรมาจิ: Kyōto-shi ออกเสียง: เคียวโตะ) เป็นเมืองหลักของจังหวัดเกียวโต และเป็นอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดว่าเป็นศูนย์กลางของเกาะฮนชู นอกจากนี้ นครเกียวโตยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ กลุ่มเมืองใหญ่ “เคฮันชิง” และนครเกียวโต ยังจัดว่าเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 11 ของโลก ในปี พ.ศ. 2555

ทริปนี้ เราเริ่มต้นเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ – Kansai international Airport

ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้งอยู่เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นในอ่าวโอซากะ นอกชายฝั่งเมืองเซ็นนังและเมืองอิซูมิซาโนะ จังหวัดโอซากะ ญี่ปุ่น ออกแบบโดยสถาปนิก Renzo Piano เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2537

ทริปนี้ เราเริ่มต้นเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ – Kansai international Airport มีรถมารับถึงสนามบินสะดวกมากก มาถึงก็ไปเช็คอิน ที่โรงแรมก่อนเอากระเป๋าไปฝากแล้วเราก็นั่งรถไฟเที่ยวกันแบบชิลๆ

ที่แรกวันนี้คือ ย่าน natamachi ที่ เมืองนารา ครับ ที่นี่น่าสนใจมาก คนไม่เยอะ ตั้งอยู่แถบใจกลางเมืองแต่ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศเก่าๆให้ได้สัมผัส กิจกรรมชื่อดัง คือการซื้อสินค้า ทานอาหาร ของหวาน และชิมสาเกชื่อดังประจำท้องถิ่นด้วยครับ

Naramachi เป็นย่านเมืองเก่าของนะระ ขนาดประมาณหมู่บ้านเล็กๆ ตรอกซอยเล็กๆเต็มไปหมด ระแวกนั้นก็จะเป็นย่านบ้านเรือนเก่าๆ ร้านค้าเก่าๆที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะที่ถูกอนุรักษ์ไว้ เดินจากสถานี Kintetsunara ไม่ถึง1กม.ค่ะ เดินเล่นสบายๆ ได้ครึ่งวันเลยทีเดียวค่ะ

บ้านเรือนร้านค้าแถบนี้จะเรียกว่า machiya ซึ่งหมายถึง Townhouse จะมีลักษณะหน้าแคบ แต่ภายในลึก เพื่อประหยัดภาษีที่คิดตามหน้ากว้างของบ้าน

จริงๆแล้วพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัด Gangoji ซึ่งมีความสำคัญมากในสมัยนาระมาตั้งแต่ศตวรรษที่15แล้วค่ะ แต่ปัจจุบันพื้นที่วัดเหลืออยู่แค่ส่วนน้อยเท่านั้น เพราะกลายเป็นบ้านเรือนและร้านค้ากันหมด

นาระมะจิ (Naramachi)

ย่านการค้าเก่ากลางเมือง จังหวัดนาระ (Nara) ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี เอกลักษณ์ของย่านนี้คือบ้านเก่าแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นแถบนี้รอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดจึงทำให้ย่านนี้ยังคงความสวยงามเช่นวันวานมาจวบจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น จับจ่ายซื้อสินค้า รับประทานอาหารและของหวาน หรือทดลองทำกิจกรรมต่างๆ เข่น การสวมใส่ชุด Kimono การชงชา การชิมเหล้าสาเกญี่ปุ่นชื่อดังประจำท้องถิ่น เป็นต้น

การเดินทาง :: จากสถานี Kintetsu Nara เดินต่อประมาณ 10-15 นาที

Harushika Brewery

ชิมสาเกชื่อดังประจำท้องถิ่นด้วยครับ ชื่อร้าน Harushika Brewery ก่อตั้งมามากกว่า 130 ปี ค่าชิม คนละ 500 yen ชิมได้ 5 ชนิด แถมได้จอกสาเก กลับไปเป็นที่ระลึกด้วย

บรรยากาศภายในร้าน สัญลักษณ์ของร้านแห่งนี้ HaruShika โดยมีความหมายว่า “ฝูงกวางแห่งฤดูใบไม้ผลิ”

โรงเบียร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเล็ก ๆ ใกล้กับสวนนารา สถานที่นี้หากได้รับความนิยมมาก (ในวันธรรมดาเรามาถึงเวลา 15.00 น.) มีลูกค้าเข้ามาจำนวนมากการชิมจัดวางในลักษณะที่พวกเขาเริ่มต้นเมื่อมีกลุ่มใหญ่พอที่จะรวมตัวกันรอบโต๊ะ หากมีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นพวกเขาอาจเข้าร่วมคุณที่โต๊ะ เซิร์ฟเวอร์มีความเชี่ยวชาญในการติดตามขวดที่ได้ลิ้มรส ภาษาอังกฤษของเซิร์ฟเวอร์ของเรามี จำกัด แต่มีการ์ดเคลือบที่อธิบายสิ่งที่เราชิม เรายังได้รับผักดองญี่ปุ่นไปพร้อมกับชิมสาเก เราได้ซื้อสาเก Reiwa ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่ของจักรพรรดิในปีนี้เพื่อเป็นของที่ระลึก เรายังซื้อสาเกที่เปล่งประกาย สดชื่นมากโดยไม่มีแอลกอฮอล์ พวกเขาทำได้ดีมากในการห่อขวดในถุงที่มีเบาะพร้อมซองน้ำแข็ง ขอเเนะนำ!

จากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณ Naramachi Toys Museum สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยเอโดะตั้งแต่ปี ค.ศ.1890 โดยของเล่นทุกชิ้นทำขึ้นจากไม้จริงทั้งหมดอีกทั้งยังสามารถทดลองเล่นได้จริงอีกด้วย

Naramachi Museum (Naramachi Shiryokan)
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสิ่งประดิษฐ์ ทางศิลปะและวัฒนธรรมของนาระ ทั้งเครื่องปั้น เครื่องสาน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ถูกจัดแสดงอยู่ในบ้านเก่าที่เจ้าของได้บริจาคไว้ให้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่นี่สังเกตุเห็นได้ง่ายมากคือ จะมี migawari-zaru ห้อยอยู่ที่ประตูทางเข้า

เปิดทุกวัน 10.00-16.00น. ค่าเข้า ฟรี

migawari-zaru คืออะไรไม่รู้ แต่มันเป็นเหมือนพวงผ้าสีแดง-ขาว มัดกันคล้ายๆนวม ภาษาอังกฤษบอกว่าเป็น strings of red-cloth monkeys hanging แต่ดูแล้วไม่เห็นเหมือนลิงตรงไหนเลยนะ

มีความเชื่อว่า migawari-zaru นี้ ห้อยเพื่อเป็นลิงรับบาป (ปกติเราเคยแต่ได้ยินว่าแพะรับบาปเนอะ) ห้อยไว้เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าไปในบ้าน หรือจะเขียนขอพรติดไว้ด้วยก็ได้ค่ะ

สวนสาธารณะ นารา หรือ สวนกวาง

ที่ได้ขึ้นชื่อว่า สวนกวาง นั้น เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีกวางเชื่องจำนวนมากอยู่ที่สวน ที่นักท่องเที่ยวมาเมืองนารา สามารถนำของกินไปให้กวางได้ หรือถ้าไม่ได้นำไปก็มีขายที่บริเวณนั้น กวางกับเมืองนารานั้นเป็นสัตว์ที่คู่กันเพราะกวางถือว่าเป็นสัตว์สวรรค์เคยมีตำนานอยู่ว่า เทพเจ้า Takemikazuchi กับกวางขาวนั้นช่วยกันปกป้องเมืองนาราจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆซึ่งนั้นก็คือเหตุผลที่ทำให้กวางเป็นสัตว์สำคัญของเมืองนารา

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถไฟกลับมาที่เมืองเกียวโตครับ ลงสถานีปุ๊บมาถึงเลย

โรงแรม Karaksa Hotel Kyoto 1 สะดวก สุโค่ยมากๆ เป็นโรงแรมใหม่ อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ห้องพักกว้าง เตียงนุ่มนอนสบาย สะอาด แถมของใช้ในห้องน้ำก็ใช้ของ Shiseido ด้วย ใครมาเกียวโต แนะนำให้มาพักเลยครับ ส่วนวันพรุ่งนี้ไปไหนบ้าง จะกลับมาอัพเดดให้เพื่อนๆชมนะครับ

โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 ได้รับความนิยมจากทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว เนื่องจากให้บริการที่พักคุณภาพในการช็อปปิ้ง, การเที่ยวชมทิวทัศน์, กิจกรรมทางวัฒนธรรมของเกียวโต ที่พักอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 1.5 km และเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก เนื่องจากที่พักตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ผู้เข้าพักจึงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ของเมืองได้โดยง่าย

โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ที่รับประกันได้ว่าจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เข้าพัก ณ ที่พักเปี่ยมคุณภาพแห่งนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับฟรี Wi-Fi ทุกห้อง, แม่บ้านทำความสะอาดรายวัน, ทางสำหรับรถเข็น, แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ

ห้องพักทุกห้องประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ึัคัดสรรมาแล้วอย่างดี ผู้เข้าพักจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ ที่พักยังจัดเตรียมกิจกรรมนันทนาการหลากหลายไว้ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลิน เมื่อเข้าพักที่โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 ผู้เข้าพักจะได้พบกับบริการแบบมืออาชีพและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายซึ่งผสมผสานกันอย่างลงตัว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here