Japan Day 2+3 … TAKAYAMA – SHIRAKAWA-GO

ทาคายาม่า(Takayama)

เป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างเกียวโตกับขนมธรรมเนียมประเพณียุคเอโดะเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่บริเวณที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ในจังหวัดกิฟุ ดำรงไว้ซึ่งบรรยากาศและขนมธรรมเนียบประเพณีแบบเมืองเก่าแก่ไว้ได้เป็นอย่างดี เปรียบได้กับเมืองที่ได้รับพรให้เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันดีงาม ย้อนกลับไปในสมัยยุคเอโดะ (1603-1868) ทาคายามะนั้นแตกต่างกับเมืองอื่นในญี่ปุ่นอย่างชัดเจนเนื่องจากความโดดเด่นด้านขนบธรรมเนียมและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่บริเวณเมืองทาคายามะจึงถูกปกคลองโดยตรงจากรัฐบาลกลาง (บาคุฟุ) เพื่อปกป้องและอนุรักษ์พื้อที่บริเวณชายป่านั้นเอง

ชิราคาวาโกะ(Shirakawa-go) และโกคายาม่า(Gokayama)

เป็นพื้นที่หมู่บ้านริมแม่น้ำโชงาวะ(Shogawa River) ยาวตั้งแต่กิฟุไปจนถึงโทยาม่า ได้ถูกประกาสให้เป็นเมืองมรดกโลกยูเนสโกในปี 1995 ซึ่งมีชื่อเสียงในการทำไร่แบบดั้งเดิม gassho-zukuri farmhouses โดยบางแห่งมีอายุกว่า 250 ปี
บ้านแต่ละหลังมุงด้วยหลังคาสูงชันให้ทนทานต่อปริมาณหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงฤดูหนาว มีห้องใต้หลังคาที่กว้างขวางสำหรับเลี้ยงหนอนไหม
หมู่บ้านโองิมาจิ(Ogimachi) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในชิราคาวาโกะ สามารถเดินทางจากทาคายาม่าหรือคานาซาว่าได้อย่างสะดวก

เมืองโกคายาม่าจะเข้าถึงได้ยากเล็กน้อยโดยต้องเปลี่ยนรถบัสในเมือง Ogimachi ภายในหมู่บ้านได้รับการพัฒนาน้อยกว่า อาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงคือ Suganuma และ Ainokura

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

เมืองทาคายาม่า (Takayama)

เมืองทาคายาม่า (Takayama)

ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu) บริเวณตอนกลางของหมู่เกาะญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่มีบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นสมัยโบราณหลงเหลืออยู่ ในอดีตก่อนที่ญี่ปุ่นจะรวมเป็นหนึ่งได้แบ่งออกเป็นประเทศต่างๆ มากมาย และพื้นที่ในแถบนี้ก็คือประเทศฮิดะ ทำให้ยังมีการใช้ชื่อ “ฮิดะ” หลงเหลืออยู่บ้าง เช่น การเรียกชื่อเมืองว่า ฮิดะทาคายาม่า

นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะคนญี่ปุ่นหรือต่างชาติมักจะมาเดินเที่ยวที่ ถนนซันมาจิ (Sanmachi Street) ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่ยุคเอโดะ หรือไม่ก็มาชมงานเทศกาลทาคายาม่ามัตสึริอันแสนตระการตาซึ่งจัดขึ้นทุกปีในเดือนเมษายนและตุลาคม ถ้านั่งรถบัสจากเมืองทาคายาม่าไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะพบกับ หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวะโก (Shirakawago) ที่มีบ้านหลังคาทรงพนมมืออันโด่งดัง

เมืองนี้ มีสิ่งน่าสนใจอยู่หลายอย่าง

ทาคายาม่า ตั้งอยู่ในใจกลางของ Hida Takayama สถานที่แห่งนี้จัดได้ว่าเป็นที่ที่เก่าแก่ และไม่ถูกการทำลายภูมิทัศน์ด้วยอาคารหรือถนนมากนั้น ด้วยอาคารเก่าๆ ที่รวมตัวเรียงรายกันตั้งแต่สมัยก่อนจึงทำให้เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าอนุรักษ์ทางด้านสถาปัตยกรรม เพียงแค่การเดินชมที่นั่นก็จะทำให้เราเห็นถึง การถูกอนุรักษ์ของชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรมที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี ทำให้สิ่งที่ผู้มาเยือนได้รับกลับไปคือความรู้สึกที่เข้าถึงบรรยากาศเก่าๆ ได้เพียงแค่การเดินชมก็เพลินเพลิน อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้าต่างๆ อีกมากมายให้เราได้ดูครับ

บรรยากาศภายในเมืองยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแบบยุคสมัยก่อนๆ

บ้านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์มาตั้งแต่สมัยอดีตยังคงมีให้เห็นได้บริเวณถนนซันโนะมาจิและตามตรอกซอยบริเวณวัดต่างๆ ที่ฮิกาชิยะมะถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

นอกจากนี้เทศกาลทาคายามะยังจัดว่าเป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย เทศกาลที่จัดขึ้นที่ทาคายามะนั้นประกอบไปด้วยขบวนแห่ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส พาเหรดนี้จะจัดขึ้นบริเวณตัวเมืองทุกวันที่ 14 และ 15 เมษายน (เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ) และจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 9 และ 10 ตุลาคม (เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง)

วันต่อมา เราก็นั่งรถไปที่เมือง Shirakawa-go กันครับ ใช้เวลา 50 นาที จาก ทาคายาม่า ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้น หิมะเริ่มละลายแล้วครับ หมู่บ้านชิราคาวาโกะตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

เป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa) ถ้าใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงนิทานที่เคยฟังสมัยตอนเด็กๆ ค่ะ ที่จะมีหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา และดูเหมือนจะเป็นหมู่บ้านนินจาเลยก็ว่าได้

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยาม่า (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยบ้านเรือนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบๆ ที่ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) ประกอบกันถึง 16 หมู่บ้านค่ะ

แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมากๆ และเราเห็นรูปสวยๆ กันบ่อยๆ ก็คือ หมู่บ้านโอกิมาจิ (Ogimachi) ซึ่งเป็นหมู่บ้านหลักและมีขนาดใหญ่ที่สุดในชิราคาวาโกะนั่นเอง นอกจากนี้ ที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1995 อีกด้วย

ไฮไลท์ในการมาเที่ยวที่ชิราคาวาโกะก็คือ

การได้มาเดินชมบ้านแบบ กัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) ซึ่งเป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปีนั่นเองค่ะ บ้านในแบบกัสโชสึคุริ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า “กัสโช”  ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากันนั่นเอง

ตัวบ้านจะมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร ซึ่งมีโครงสร้างของบ้านสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างต่างๆ ล้วนแต่มาจากวัสดุจากธรรมชาติล้วนๆ ค่ะ

จุดชมวิวชิราคาวาโกะ

ภาพจำของหลายคนที่มักจะเห็นตามโปสการ์ด หรือ รูปถ่ายก็คือ วิวสวยๆ ของหมู่บ้านชิราคาโกะ ถ้าถามว่าภาพแบบนี้ ต้องไปเที่ยวตรงจุดไหนถึงจะได้มา ตามเรามาที่นี่เลยค่ะ จุดชมวิวของ ปราสาทโอกิมาชิ (Ogimashi)

ที่นี่ได้รับความนิยมมากสำหรับการชมวิวพของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เราจะสามารถมองเห็นหมู่บ้าน 59 หลังคาเรือน และเหมาะมากกับการชมภาพมุมกว้างของหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นความเขียวชอุ่มของฤดูใบไม้ผลิ สีน้ำตาลแดงของฤดูใบไม้ร่วง หรือว่าในยามที่มีหิมะตกปกคลุมนั่นเอง

ลักษณะของบ้าน

ด้านหน้าทำเป็นหน้าจั่วแบบบ้านทรงไทย มีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก และเป็นการระบายอากาศให้ถ่ายเทจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง เมื่อมองจากภายนอกจึงดูมีสัดส่วนสวยงาม วัสดุที่ใช้มุงหลังคาเป็นวัสดุท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยากในแถบนั้น ประกอบด้วยเศษไม้ ต้นไผ่ ดินเหนียว หญ้าคา หลังคาอาจมีความหนาถึง 1 เมตร เพื่อรองรับน้ำหนักหิมะและป้องกันไม่ให้น้ำซึมทะลุหลังคาเข้ามาในบ้าน ทำให้หลังคาไม่ต้องเปียกน้ำเป็นเวลานาน ๆ จนทำให้ผุพังเร็ว จุดเด่นอีกอย่างคือไม่มีการใช้ตะปูในการมุงหลังคา แต่ใช้วิธีแบบธรรมชาติ คือใช้ไม้ขัดกัน และใช้เชือกมัดให้แน่น

มาเที่ยวชิราคาวาโกะช่วงไหนดี

ใครที่วางแผนกำลังจะมาเที่ยวชิราคาวาโกะ สามารถมาเที่ยวได้ในทุกช่วงฤดูกาล เพราะแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป

  • ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม-พฤษภาคม เราก็จะได้เห็นความสวยงามของหมู่บ้านชิราคาวาโกะที่รายล้อมไปด้วยต้นซากุระสีชมพู แน่นอนว่า ถ่ายรูปสวยได้ทุกที่เลยทีเดียว ยิ่งมีซากุระเป็นแบ็คกราวน์ บอกเลยว่าได้รูปสวยฟินๆ กลับมาอย่างแน่นอน
  • ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน-สิงหาคม พอเข้าสู่ฤดูร้อนของชิราคาวาโกะ ทั่วทั้งหมู่บ้านก็จะเต็มไปด้วยนาข้าว ต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศดีๆ และยังมีช่วงการฉีดน้ำขึ้นหลังคาบ้านให้ได้เห็นอีกด้วยค่ะ
  • ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ต้นไม้ ใบไม้ต่างๆ ทั้งหมู่บ้านจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล ถือได้ว่า หมู่บ้านชิราคาวาโกะนั้นเป็นอีกแห่งสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยงามมากๆ อีกแห่ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
  • ฤดูหนาว เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ช่วงฤดูหนาวนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหลายคนเฝ้ารอ เพราะหิมะสีขาวโพลนจะปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ให้บรรยากาศญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้ดีมากๆ อีกทั้งยังมีงานเทศกาลฤดูหนาว ที่ทั่วทั้งหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยแสงไฟในยามค่ำคืน ชื่อว่า งานแสดงไฟ Shirakawago Light Up ค่ะ สำหรับปี 2020 นี้ วันจัดงานประดับไฟจะมี 6 วัน คือ 13,19,26 มกราคม และ 2,9,16 กุมภาพันธ์ เข้าชมได้ระหว่างเวลา 17.30-19.30 น.

การเดินทางมาหมู่บ้านชิราคาวาโกะ 

  • สามารถนั่งรถไฟจากโอซาก้า (Osaka) หรือ นาโกย่า (Nagoya) มาลงที่เมืองคานาซาวา (Kanazawa) แล้วต่อรถบัสประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ก็จะถึงหมู่บ้าน
  • จากนาโกย่า (Nagoya) นั่งรถไฟเข้าเมืองทาคายาม่า (Takayama) แล้วต่อรถบัส Takayama Nohi Bus Center อีกประมาณ 50 นาที ดูตารางรถบัส ที่นี่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here