Unseen Kansai เก๋ไกร๋ไม่เหมือนใคร

ครั้งแรกที่คันไซ…
ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินชื่อแถบนี้มานาน ว่ามาที่นี่ ต้องมาเกียวโต ไปถ่ายรูปกับกวางที่ นารา ไปวัดน้ำใส วัดเงิน วัดทอง ไปป่าไผ่ ไปนุ่งกิโมโนถ่ายรูป แต่ทริปนี้ไม่เลยยย
เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสสถานที่ ที่ๆน่าสนใจอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันครับ
รายละเอียดแต่ละสถานที่อยู่ใต้รูปนะ

ภูมิภาคคิงกิ (Kinki) หรือภูมิภาคคันไซ (Kansai) คือภูมิภาคที่อยู่ตอนกลางทางตะวันตกของเกาะฮอนชู (Honshu) ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชิงะ (Shiga), จังหวัดนารา (Nara), จังหวัดวากายะมะ (Wakayama), จังหวัดเกียวโต (Kyoto), จังหวัดโอซาก้า (Osaka) และจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) โดยมีจังหวัดโอซาก้า (Osaka)เป็นศูนย์กลางที่มีความทันสมัยเต็มไปด้วยสีสัน ภูมิภาคนี้มีทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารท้องถิ่น มีเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต (Kyoto) – นารา (Nara) ทำให้มีจุดเด่นด้านวัฒนธรรม วัดวาอารามที่ทรงคุณค่าจนได้เป็นสมบัติแห่งชาติ และอีกหลายแห่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และยังมีอนเซ็นริมทะเลที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

การเดินทาง : การเดินทางไปที่ ภูมิภาคคิงกิ (Kinki) หรือภูมิภาคคันไซ (Kansai) มีเที่ยวบินตรงจากเมืองไทยไปลงที่สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport) จังหวัดโอซาก้า (Osaka) ซึ่งสามารถต่อรถไฟชินคันเซ็นไปยังจังหวัดเกียวโต (Kyoto) จังหวัดชิงะ (Shiga) และจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) และโดยสารรถไฟสายทั่วไปยังจังหวัดนารา (Nara) และจังหวัดวากายะมะ (Wakayama)

Amanohashidate เป็นชื่อของแนวสันทราย(sandbar)แคบๆที่เชื่อม2ฝั่งของอ่าว Miyazuในเขตอุทยานแห่งชาติ Tango-Amanohashidate-Oeyama Kokutei Koen ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต

หากใครได้ติดตามข่าวท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ คงจะทราบอยู่แล้วว่าเจ้าแมวทามะ นายสถานีที่เป็นแมวตัวแรกของโลก ที่ประจำอยู่สถานี Kishi ในจังหวัด Wakayama ประเทศญี่ปุ่น ได้จากโลกนี้ไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในวัย 16 ปี สร้างความสะเทือนใจให้แก่แฟนๆของทามะเป็นอย่างมาก

สำหรับสายกินต้องห้ามพลาดครับ เมื่อมาถึงเกียวโต ให้ลองมาทาน ชาบู ปลาบูริ ที่ร้าน Tsuruya shokudo

ชมดอกอาซาเลียที่ศาล Nagaoka Temmangu 長岡天満宮 อาซาเลียที่นี่เป็นพันธุ์ Kirishima มีอายุราว 150 ปี สีแดงสดบานสะพรั่งต่อกันเป็นทางยาวราวกว่า 150 เมตรที่หน้าทางเข้าศาล

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ – Ine Cho

ศาลเจ้าชินโตในจังหวัดวาคายามะ 

เนื่องจากสิ่งนี้ อาวาชิมา จินจา มีการเก็บตุ๊กตาที่สำคัญกว่า 20,000 ตัว มีตุ๊กตา หน้ากาก และรูปปั้นจากทุกสถานที่ ตั้งเรียงรายรวมกัน แถมยังเชื่อว่าตุ๊กตาที่มีผมเติบโตจริงๆ

โรงงานจำกัดขยะ Maishima Garbage Factory

โอซาก้า เป็นเมืองท่องเที่ยวแสนคึกคัก โดยเฉพาะในย่านช้อปปิ้ง Dotonbori ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจให้เราไปเดินเที่ยว กิน ช้อปกันจนเพลิน แถมแต่ละร้านในย่านนี้ยังมาพร้อมแสงสีเสียงและซิกเนเจอร์ประจำร้านที่โดดเด่นเตะตาจนต้องรีบถ่ายรูปไปอวดเพื่อน พร้อมเช็กอินให้อิจฉาไปตาม ๆ กัน แต่ละร้านจะเล่นใหญ่ได้น่าสนใจขนาดไหน ต้องตามไปดูกันครับ

โรงงานผลิตเบียร์ Suntory Premium Malts

โรงแรม Karaksa Hotel Kyoto 1

ครั้งนี้ผมลองมากับเพื่อนๆ ใช้บริการของทัวร์เอื้องหลวงครับ เห็นเขามีโปรโมชั่นพิเศษ เที่ยวโอซาก้า แบบ 5 วัน 4 คืน รวมตั๋วเครื่องบิน การบินไทย ที่พักอย่างดี 4 คืน พร้อมรถรับส่ง สนามบิน-โรงแรม ราคาไม่แพงด้วย ที่พักก็อยู่โครตใกล้กับสถานีรถไฟเลย แถมเราสามารถวางแผนเที่ยวเองได้ด้วย ดีงามมากกก�รายละเอียด โปรโมชั่นตามนี้เลย
http://www.thaiairways.com/…/plan_my_trip/…/Osaka_Kyoto.page

สำหรับย่าน Naramachi นั้นเป็นอีกย่านใจกลางเมืองนาราที่มีความสวยงามเเละมีความวินเทจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งย่านนี้เป็นย่านยอดนิยมในการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของความวินเทจในย่านเมืองเก่าที่มีบรรยากาศที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว รวมทั้งบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยขาช็อปที่ให้ความสนใจเเวะเวียนมาเที่ยวชมเเละมาช็อปปิ้งกันอย่างมาก

ย่านนารามาชิ นั้นนับว่ามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นย่านเมืองเก่าที่ความสวยงามของอาคารบ้านเรือนทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งจะมีตรอกซอกซอยที่มีบ้านเรือนเก่าๆ อยู่มากมายให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นอย่างเเท้จริง โดยเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ที่คุณสามารถเดินช็อปปิ้งกันได้อย่างสนุกสนาน โดยสินค้าส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสินค้าพื้นเมืองของเมืองนาราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เเสนจะสวยงามเป็นอย่างมากยิ่ง เเละน่าซื้อหาเป็นของฝากอย่างมากเลย

วิธีการเดินทาง
เดิน 10-15 นาที จาก Kintetsu Nara Station

เดิน 20 นาที จาก Kintetsu Nara Station

ขึ้นรถบัสสาย 5,6 ลงที่ Naramachi

Harushika Brewery

ชิมสาเกชื่อดังประจำท้องถิ่นด้วยครับ ชื่อร้าน Harushika Brewery ก่อตั้งมามากกว่า 130 ปี ค่าชิม คนละ 500 yen ชิมได้ 5 ชนิด แถมได้จอกสาเก กลับไปเป็นที่ระลึกด้วย

บรรยากาศภายในร้าน สัญลักษณ์ของร้านแห่งนี้ HaruShika โดยมีความหมายว่า “ฝูงกวางแห่งฤดูใบไม้ผลิ”

โรงเบียร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเล็ก ๆ ใกล้กับสวนนารา สถานที่นี้หากได้รับความนิยมมาก (ในวันธรรมดาเรามาถึงเวลา 15.00 น.) มีลูกค้าเข้ามาจำนวนมากการชิมจัดวางในลักษณะที่พวกเขาเริ่มต้นเมื่อมีกลุ่มใหญ่พอที่จะรวมตัวกันรอบโต๊ะ หากมีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นพวกเขาอาจเข้าร่วมคุณที่โต๊ะ เซิร์ฟเวอร์มีความเชี่ยวชาญในการติดตามขวดที่ได้ลิ้มรส ภาษาอังกฤษของเซิร์ฟเวอร์ของเรามี จำกัด แต่มีการ์ดเคลือบที่อธิบายสิ่งที่เราชิม เรายังได้รับผักดองญี่ปุ่นไปพร้อมกับชิมสาเก เราได้ซื้อสาเก Reiwa ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่ของจักรพรรดิในปีนี้เพื่อเป็นของที่ระลึก เรายังซื้อสาเกที่เปล่งประกาย สดชื่นมากโดยไม่มีแอลกอฮอล์ พวกเขาทำได้ดีมากในการห่อขวดในถุงที่มีเบาะพร้อมซองน้ำแข็ง ขอเเนะนำ!

ชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นโบราณ Naramachi Toys Museum สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยเอโดะตั้งแต่ปี ค.ศ.1890 โดยของเล่นทุกชิ้นทำขึ้นจากไม้จริงทั้งหมดอีกทั้งยังสามารถทดลองเล่นได้จริงอีกด้วย

Naramachi Museum (Naramachi Shiryokan)
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสิ่งประดิษฐ์ ทางศิลปะและวัฒนธรรมของนาระ ทั้งเครื่องปั้น เครื่องสาน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ถูกจัดแสดงอยู่ในบ้านเก่าที่เจ้าของได้บริจาคไว้ให้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่นี่สังเกตุเห็นได้ง่ายมากคือ จะมี migawari-zaru ห้อยอยู่ที่ประตูทางเข้า

เปิดทุกวัน 10.00-16.00น. ค่าเข้า ฟรี

สวนสาธารณะ นารา หรือ สวนกวาง

ที่ได้ขึ้นชื่อว่า สวนกวาง นั้น เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีกวางเชื่องจำนวนมากอยู่ที่สวน ที่นักท่องเที่ยวมาเมืองนารา สามารถนำของกินไปให้กวางได้ หรือถ้าไม่ได้นำไปก็มีขายที่บริเวณนั้น กวางกับเมืองนารานั้นเป็นสัตว์ที่คู่กันเพราะกวางถือว่าเป็นสัตว์สวรรค์เคยมีตำนานอยู่ว่า เทพเจ้า Takemikazuchi กับกวางขาวนั้นช่วยกันปกป้องเมืองนาราจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆซึ่งนั้นก็คือเหตุผลที่ทำให้กวางเป็นสัตว์สำคัญของเมืองนารา

นาระมะจิ (Naramachi)

ย่านการค้าเก่ากลางเมือง จังหวัดนาระ (Nara) ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี เอกลักษณ์ของย่านนี้คือบ้านเก่าแบบดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นแถบนี้รอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดจึงทำให้ย่านนี้ยังคงความสวยงามเช่นวันวานมาจวบจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น จับจ่ายซื้อสินค้า รับประทานอาหารและของหวาน หรือทดลองทำกิจกรรมต่างๆ เข่น การสวมใส่ชุด Kimono การชงชา การชิมเหล้าสาเกญี่ปุ่นชื่อดังประจำท้องถิ่น เป็นต้น

การเดินทาง :: จากสถานี Kintetsu Nara เดินต่อประมาณ 10-15 นาที

โรงแรม Karaksa Hotel Kyoto 1 สะดวก สุโค่ยมากๆ เป็นโรงแรมใหม่ อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ห้องพักกว้าง เตียงนุ่มนอนสบาย สะอาด แถมของใช้ในห้องน้ำก็ใช้ของ Shiseido ด้วย ใครมาเกียวโต แนะนำให้มาพักเลยครับ ส่วนวันพรุ่งนี้ไปไหนบ้าง จะกลับมาอัพเดดให้เพื่อนๆชมนะครับ

โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 ได้รับความนิยมจากทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว เนื่องจากให้บริการที่พักคุณภาพในการช็อปปิ้ง, การเที่ยวชมทิวทัศน์, กิจกรรมทางวัฒนธรรมของเกียวโต ที่พักอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 1.5 km และเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก เนื่องจากที่พักตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ผู้เข้าพักจึงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ของเมืองได้โดยง่าย

โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ที่รับประกันได้ว่าจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เข้าพัก ณ ที่พักเปี่ยมคุณภาพแห่งนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับฟรี Wi-Fi ทุกห้อง, แม่บ้านทำความสะอาดรายวัน, ทางสำหรับรถเข็น, แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง, สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ

ห้องพักทุกห้องประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ึัคัดสรรมาแล้วอย่างดี ผู้เข้าพักจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ ที่พักยังจัดเตรียมกิจกรรมนันทนาการหลากหลายไว้ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลิน เมื่อเข้าพักที่โรงแรมคะรักซะ เกียวโต 1 ผู้เข้าพักจะได้พบกับบริการแบบมืออาชีพและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายซึ่งผสมผสานกันอย่างลงตัว

Amanohashidate เป็นชื่อของแนวสันทราย(sandbar)

แคบๆที่เชื่อม2ฝั่งของอ่าว Miyazuในเขตอุทยานแห่งชาติ Tango-Amanohashidate-Oeyama Kokutei Koen ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต ด้านที่ติดกับทะเลญี่ปุ่น สันทรายนี้ทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทาง 3.6 กิโลเมตร ตลอดทางมีต้นสนโบราณเกือบ8,000ต้นขึ้นอยู่ ด้านตะวันออกเป็นหาดทราย นับเป็นทัศนียภาพที่สวยแปลกตาไม่น้อย

มาเที่ยวที่นี่ ต้องเริ่มต้นจากมุมสูงบนภูเขาทั้ง2ฝั่งของแนวสันทรายค่ะ ถึงจะเห็นวิวสวยๆชัดๆ มีผู้รู้บอกไว้ว่า ถ้าจะให้ดีต้องชมวิวด้วยวิธีพิเศษเรียกว่าวิธี Matonozoki คือหันหลังแล้วก้มลงมองลอดขา จะเห็นวิวกลับหัวที่มีลักษณะเหมือนสะพานทอดข้ามจากโลกมนุษย์ไปยังสวรรค์ เป็นที่มาของชื่อที่แปลว่า Bridge to Heaven นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ทางรถไฟ นิยมแวะขึ้นเขาทางทิศใต้ ไปที่Theme Parkเล็กๆชื่อAmanohashidate View Land ที่นี่มีจุดชมวิวสวยๆหลายแห่ง ส่วนบนภูเขาฝั่งตรงข้ามก็มีKasamatsu Park นอกจากนี้ถ้าอยากชมวิวรอบอ่าว ก็มีเรือนำเที่ยวคอยบริการด้วยครับ

สำหรับสายกินต้องห้ามพลาดครับ เมื่อมาถึงเกียวโต ให้ลองมาทาน ชาบู ปลาบูริ (Buri) เป็นปลาที่หาทานได้เฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น ที่ร้าน Tsuruya shokudo ร้านนี้อยู่ใกล้ๆทางขึ้นกระเช้าไปชมวิวบนยอดเขา ที่ Amahohashidate รสชาติบอกเลยว่า นุ่ม หวาน อร่อยมาก ต้องมาลองทานกันเองดูครับ

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ – Ine Cho

หมู่บ้านชาวประมงอนุรักษ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศญี่ปุ่น อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ที่นี่มีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่นคือการทำบ้านยื่นออกไปในน้ำและมีช่องจอดเรืออยู่ภายในบ้านแต่ละบ้านเลย ชาวบ้านมีไม่มากแต่ยังอนุรักษ์ บ้านเก่าๆเหล่านั้นอยู่ มาที่นี่คุณจะได้เห็นวิถีกการใช้ชีวิตของคนท้องถิ่น โดยอาชีพส่วนใหญ่จะเป็นชาวประมง กิจกรรมที่น่าสนใจ เราสามารถนั่งเรือออกไปชมวิว แล้วให้อาหารนกกลางทะเลได้ด้วยครับ

ศาลเจ้าชินโตในจังหวัดวาคายามะ ศาลเจ้าอาวาชิมา จินจา

ศาลเจ้าเป็นที่รู้จักกันสำหรับการขอพรเพื่อให้โชคดี ขอลูก และขอให้คลอดลูกง่ายๆสำหรับผู้หญิง เป็นที่รู้จักกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการมี “คูโย” สถานที่สำหรับตุ๊กตาและเข็ม “คูโย” ปกติหมายถึงพิธีระลึกถึงผู้เสียชีวิต แต่เนื่องจากรากฐานของความเชื่อในวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นที่เชื่อกันว่าเข็มเย็บผ้าและตุ๊กตาก็มีชีวิตของมัน และเมื่อเมื่อได้รับความเสียหายหรือไม่มีการใช้งานอีกต่อไป พิธีระลึกถึงผู้เสียชีวิตจะประกอบพิธีเพื่อตุ๊กตาเหล่านั้น

เนื่องจากสิ่งนี้ อาวาชิมา จินจา มีการเก็บตุ๊กตาที่สำคัญกว่า 20,000 ตัว มีตุ๊กตา หน้ากาก และรูปปั้นจากทุกสถานที่ ตั้งเรียงรายรวมกัน แถมยังเชื่อว่าตุ๊กตาที่มีผมเติบโตจริงๆ

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟฟ้าสายนันไคไปสถานีคาดะและเดิน 15 นาทีจากที่นั่น ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ใช้ทางด่วนฮันวะไปแยกวาคายามะอินเตอร์เชนจ์หรือแยกเซนนันอินเตอร์เชนจ์และขับต่อไปอีก 40 นาทีจากทางแยกนั้น

หากใครได้ติดตามข่าวท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ คงจะทราบอยู่แล้วว่าเจ้าแมวทามะ นายสถานีที่เป็นแมวตัวแรกของโลก ที่ประจำอยู่สถานี Kishi ในจังหวัด Wakayama ประเทศญี่ปุ่น ได้จากโลกนี้ไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในวัย 16 ปี สร้างความสะเทือนใจให้แก่แฟนๆของทามะเป็นอย่างมาก

มาวันนี้ทาง Wakayama Electric Railway ได้ตั้งแต่แมวตัวใหม่ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน นามว่า “นิทามะ (Nitama)”

ภาระหน้าที่ที่ทามะเคยทำไว้ตลอดระยะเวลากว่า 9 ปีนั้นยิ่งใหญ่มาก เพราะทามะได้สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกในฐานะ Super station master นายสถานีรถไฟที่เป็นแมวตัวแรกของโลก ทำให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเยี่ยมชมความน่ารักของมันเป็นจำนวนมาก ทำให้กิจการรถไฟสายนี้จากที่กำลังจะล้มละลาย กลับมามีกำไร และเป็นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด Wakayama ไปในทันที (ในปีแรกของทามะ ทามะสามารถสร้างรายได้ได้มากถึง 1.1 พันล้านเยนเลยทีเดียว)

และการที่จะหาแมวตัวใหม่ที่จะมาแทนที่ก็ไม่ใช่ว่าตัวไหนก็ได้ เพราะจะต้องผ่านโรงเรียนฝึกฝนมาก่อน ต้องมีนิสัยชอบเล่นกับผู้คน และที่สำคัญต้องไม่รังเกียจที่จะใส่หมวกประจำตำแหน่งด้วย ซึ่งนิทามะก็ผ่านคุณสมบัตินั้น และได้ทำหน้าที่เป็นนายสถานีประจำสถานี Idakiso มาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งสถานีนี้ก็ตั้งอยู่บนรถไฟสาย Kishi เช่นเดียวกัน

นิทามะ ปัจจุบันอายุ 5 ปี เกิดในเมือง Okayama ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเมือง Wakayama ประมาณ 250 กิโลเมตร และถูกรับมาเลี้ยงโดยเจ้าหน้าที่จาก Okayama Electric Tramway ซึ่งไปพบมันขณะหลบอยู่ใต้ท้องรถในวันฝนตก

ใครที่สนใจอยากจะไปพบความน่ารักของ นิทามะ สามารถไปได้ที่ สถานี Kishi โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Wakayama ชานชลาที่ 9 ไปยังสถานีสุดท้ายซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที อ้อ นิทามะเค้าจะทำงานตั้งแต่ 10โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็นนะ และมีวันหยุดทุกวันจันทร์ และวันพฤหัสบดีด้วย

ในปลายฤดูใบไม้ผลิช่วงตั้งแต่ปลายเดือนเมษาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ผู้คนจะพากันไปชมดอกอาซาเลียที่ศาล Nagaoka Temmangu 長岡天満宮 อาซาเลียที่นี่เป็นพันธุ์ Kirishima มีอายุราว 150 ปี สีแดงสดบานสะพรั่งต่อกันเป็นทางยาวราวกว่า 150 เมตรที่หน้าทางเข้าศาล ภาพของทุ่งดอกกุหลาบพันปีอาซาเลียที่บานพร้อมกันราวกับเป็นก้อนเมฆสีแดงที่บริเวณบ่อน้ำ Hachijōgaike เป็นภาพที่สวยสะดุดตา และที่ด้านในสวนของ Kinsui-tei ภัตตาคารลอยน้ำหน้าศาล และก่อนหรือหลังจากนั้นจะแวะไปชมดอกโบตั๋นที่วัด Otokuni-dera โดยมองหาอาหารที่เกี่ยวกับหน่อไม้ (Takenoko Ryori) ซึ่งเป็นของกินท้องถิ่นที่โด่งดังของที่นี่กัน เรียกได้ว่าเป็นเซ็ทท่องเที่ยวแนะนำของเมือง Nagaoka Kyo ก็ว่าได้

Nagaoka Kyo เป็นเมืองชายขอบด้านทิศตะวันตกของเกียวโต อยู่ห่างจากโอซากาไปโดยรถไฟราว 30 นาที วิธีการเดินทางนั่งรถไฟสาย Hankyu ลงที่สถานี Nagaoka Tenjin และเดินต่ออีกประมาณ 6-7 นาที ไม่เสียค่าเข้าชม

โอซาก้าเป็นเมืองท่องเที่ยวแสนคึกคัก โดยเฉพาะในย่านช้อปปิ้ง Dotonbori ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจให้เราไปเดินเที่ยว กิน ช้อปกันจนเพลิน แถมแต่ละร้านในย่านนี้ยังมาพร้อมแสงสีเสียงและซิกเนเจอร์ประจำร้านที่โดดเด่นเตะตาจนต้องรีบถ่ายรูปไปอวดเพื่อน พร้อมเช็กอินให้อิจฉาไปตาม ๆ กัน แต่ละร้านจะเล่นใหญ่ได้น่าสนใจขนาดไหน ต้องตามไปดูกันครับ

1. Dotonbori Glico sign : จุดเช็กอินป้ายกูลิโกะ
2. Kanidouraku : กินหรูปูอร่อย
3. Osaka osho : หม่ำเกี๊ยวซ่าน่าอร่อย
4. Kuidaoretaro : เซลฟ์ฟี่กับคุณตัวตลก
5. Duboraya : ลองชิมปลาปักเป้า
6. Genrokuzushi : เต็มอิ่มกับซูชิสายพาน
7. Don Quijote Dotonburi Store : ช้อปแหลก 24 ชั่วโมง
8. Dotonbori Konamon Museum : ดื่มดำความอร่อยของทาโกะยาก
9. Gansokushikatsudaruma : ของทอดสุดอร่อยร้านลุงโฉด
10. Namba Dotonbori Hotel : โรงแรมสุดเก๋แด่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here