อุทัยธานี .. เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบ

อุทัยธานี ..
เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบ ริมฝั่งสายน้ำสะแกกรัง
เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ไม่ว่าจะในเรื่องของอาหารการกิน วิถีชีวิตความเป็นอยู่และความน่ารักของผู้คน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีครบครัน สามารถเที่ยวได้ทั้งปี

ร้านอาหารอร่อยๆมากมายนับร้อยแล้ว
เรายังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากวิถีชีวิตชาวเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมไว้อย่างดี

โดยเฉพาะ เรื่องการ “ทอผ้า” โดยเฉพาะ “ผ้าทอลายโบราณ” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย

ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆ ท่องเที่ยว ไหว้พระ ไปชมความสวยงามของเมืองอุทัยธานีอีกด้านนึงกันครับ

โดยมี อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ มาเป็นวิทยากรช่วยบรรยาย ให้ความรู้ในสถานที่ต่างๆอีกด้วย
ต้องขอบคุณ อาจารย์มากๆเลยครับ
มีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาชมได้เลยจ้า

วัดสังกัสรัตนคีรี
วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม
นั่งเรือชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง
กลุ่มทอผ้าลาวครั่งโคกหม้อ
โรงแรมอวตาร มิราเคิล
ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม
กลุ่มทอผ้าลาวครั่งบ้านนาตาโพ
กลุ่มผ้าทอโบราณ บ้านผาทั่ง

ชมจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ ภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม

ไหว้พระที่ วัดสังกัสรัตนคีรี

ชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอโบราณอายุมากกว่า 100 ปี
ที่ กลุ่มทอผ้าลาวครั่งบ้านนาตาโพ

ชมวิวบน เขาสะแกกรัง อุทัยธานี

เริ่มต้นทริปนี้ เราไปไหว้พระกันก่อนครับ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี

“พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”

พระพุทธรูปสาริดปางมารวิชัย ศิลปะแบบสุโขทัย
ยุคเดียวกับพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้าง ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีอายุประมาณ ๖๐๐ – ๗๐๐ปี

วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม วัดเก่าแก่บนเกาะเทโพริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง

เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความงดงามทางวัฒนธรรม พระวิหาร สร้างคู่พระอุโบสถมาแต่ต้นประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติสมัยรัตนโกสินทร์หลายองค

ด้านหน้าพระวิหารมีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพถวายพระเพลิงและวิถีชีวิตชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ-ศาสนา ซึ่งแตกต่างจากพระวิหารแห่งอื่นที่มีภาพจิตรกรรมภายในเท่านั้น

ส่วนภายในมีงานจิตรกรรมทั้ง 4 ด้านเป็นภาพพุทประวัติ
เรื่องพระมาลัย พระอสีติมหาสาวก และอสุภกรรมฐาน 10 ด้านบนเป็นภาพชุมนุมพระสงฆ์สาวกสลับพัดยศลายต่าง ๆ

บรรยากาศเมืองเก่าริมน้ำ บ้านที่นี่จะทาสีเป็นสีม่วง เนื่องจากเป็นสีของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งท่านมีบ้านอยู่ที่นี่

นั่งเรือ ทานอาหาร ชมวิถีชีวิตของชาวแพ

อุทัยธานี ยังคงวิถีชีวิตแบบชาวแพที่สืบทอดมาช้านาน เรือนแพแต่ละหลังที่ทอดยาวไปตามแนวโค้งของแม่น้ำล้วนแต่มีบ้านเลขที่สายน้ำสะแกกรังจึงเสมือนถนนสายหลักของชาวแพ

เรือนแพที่มีชาวแพอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคน

โดยในสมัยก่อนจะมีอยู่ ทั้งหมดกว่า 300 หลัง ทุกเรือนแพมีบ้านเลขที่และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัย เป็นการถือกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย ปัจจุบันยังเหลือชาวแพที่อาศัยอยู่ในสายน้ำ แห่งชีวิตสายนี้กว่า 200 หลัง โดยทางการไม่อนุญาต ให้มีการออกทะเบียนบ้านให้แพที่สร้างใหม่อีกแล้ว

“ร้านป้าแต๋ว”

ครอบครัว หนึ่งเดียวในลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่ยังคงดำเนิน วิถีชีวิตย่างปลาในเรือนแพ แหล่งขายปลาย่างชื่อดังแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง ปลาย่างที่นี่มีทั้ง ปลาช่อน ปลาสวาย ปลากด ปลาเนื้ออ่อน ที่ถูกนำมาย่างเตาถ่าน ที่ใช้ขี้เลื่อยเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ได้ปลาย่างที่หอมกว่าที่อื่น รวมทั้งยังมีเมนูปลาร้า และ ปลาส้ม รสชาติดีอีกด้วย แต่ใครจะมาซื้อร้านป้าแต๋ว ต้องนั่งเรือมานะ

“ปลาย่างรมควัน”

ซึ่งเป็นเมนูปลาที่แปลรูปเพื่อถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน ซ้ำยังมีรสชาดที่อร่อย และทำเป็นเมนูต่างๆได้หลากหลาย ซึ่งปัจจุบัน กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารตามหา ทานได้ยาก และต้องทำโดยผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น ถึงจะได้ “ปลาย่างรมควัน” ที่สด สะอาด อร่อย และสามารถเก็บไว้ทานได้นาน เพราะ หากทำไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้ปลามีกลิ่นเหม็น และขึ้นราได้ง่าย

แนะนำเลยครับ ปลาของ ป้าแต๋ว อร่อยจริงๆ

บ้านหลังคาส้มๆ ที่เห็น นี่เป็น บ้านของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แม่ๆ จาก กลุ่มทอผ้าลาวครั่งโคกหม้อ มาต้อนรับ

การทอผ้าทอลาวครั่งโบราณ

โดยสืบสานเทคนิคการทอผ้าของโบราณ และประยุกต์ใช้ “เส้นไหม” ในการทอ คงไว้ซึ่งลวดลายอันเป็น เอกลักษณ์ของท้องถิ่น

ที่นี่มี พัฒนาออกแบบผ้าทอลาวครั่งโบราณ ให้มีสีสันและลวดลายใหม่ ๆ แต่ยังคงรูปแบบผลิตด้วยกรรมวิธี
แบบโบราณ ทาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสร้างเป็นแบรนด์ “แต้มตะกอ” ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

อย่างผ้าผืนนี้ ใช้เวลาทอเกือบปี โดยมีคนจ่ายเงินล่วงหน้าแล้วด้วยครับ ราคา ก็ประมาณ 3xx,xxx บาท

ที่พักคืนนี้ เรามานอนกันที่ โรงแรม อวตาร มิราเคิล

ตกแต่งคล้ายๆ อยู่ในถ้ำ ยุคหิน แต่ที่นอนนอนสบายดีครับ เตียงใหญ่ นุ่ม สะอาด

ห้องน้ำ outdoor

สระว่ายน้ำที่นี่ใหญ่มาก สวยด้วย อยู่กลางหุบเขาเลย

บริเวณสระน้ำ รอบๆที่พัก มีเลี้ยงปลาคาร์ฟ ด้วยครับ

จากนั้นเราไปดูวิธีการทำไหม มาทอผ้ากัน ที่ ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม อ.บ้านไร่

อาจารย์พาเข้าไปดูถึงในกรง ที่เขาเลี้ยงตัวไหมกันเลยครับ โดยให้อาหารเป็นใบหม่อน

หนอน ที่เห็นมันตัวใหญ่มาก มันจะกินจนอิ่ม แล้วสร้างดักแด้ขึ้นมาเป็นรังรอบๆตัวมัน

รังมันจะเป็นแบบนี้ สีเหลืองๆ โดยชาวบ้าน ได้มาจะเอามาต้มในน้ำอุ่น แล้วเอาเข้าเครื่องเพื่อค่อยๆดึงเส้นไหมออกมา

ส่วนตัวข้างใน พอดึกเส้นไหมออกหมดแล้วก็ทาน จิ้มเหลือได้เลย เพราะสุกพอดี มัน อร่อยมาก

จากนั้น เรามากันต่อที่ กลุ่มทอผ้าลาวครั่งบ้านนาตาโพ
มาเรียนรู้วิธีทอผ้าฝ้ายกันบ้างครับ

แม่ๆที่นี่ น่ารัก อารมณ์ดี แถมแต่ละคน ฝืมือการทอผ้านี่เก่งมากๆเล

ใครสนใจ เกี่ยวกับเรื่องผ้า เราแนะนำมาเลยนะ ของขายเยอะมาก มีหลายหมู่บ้านเลย

คุณแม่ปาจาปี ธรรมศิริ ผู้มีชื่อเสียงระดับ
อาเซียน จากรางวัล ASEAN Selection 2016
คอลเลคชั่นสะสมผ้าทอลาวครั่งโบราณที่หาชมได้ยาก

ปิดท้ายมาแวะชมกันที่ กลุ่มผ้าทอโบราณ บ้านผาทั่ง

ศูนย์ทอผ้าโบราณบ้านผาทั่ง เป็นการรวมตัวของผู้คนในชุมชนบ้านผาทั่ง ที่ได้รับความรู้และวัฒนธรรมการทอผ้ามาจากบรรพบุรุษชาวลาวเวียง ผ้าทอบ้านผาทั่งยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ตามแบบต้นฉบับได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here