สบายดี…หลวงพระบาง ไปทำไม?

เมืองแห่งการสโลว์ไลฟ์.. หลวงพระบาง มันมีดีอะไร ทำไมคนเขาถึงไปกัน.. มาเด๋วเราบอกให้ฟัง…

เริ่มต้นให้ไปที่ บขส.เลยก่อน แต่พวกผมนั่งเครื่องจากดอนเมืองมาดอนเมือง – เลย

มาถึงเวลาประมาณ 8.00 น. หรือนั่งรถทัวร์มาที่ บขส. เลยก็ได้ครับเหมารถจากสนามบิน – บขส. เลยเหมา มา150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีได้ครับเนื่องจากรถขับช้ามากเพราะขนหมูอยู่หลายตัวด้านหลัง ล้อหน้าแทบจะยกขึ้นเลย มาถึงก็ติดต่อ ตั๋ว ที่บขส. ไปหลวงพระบางครับรถโดยสารจากเลยไปหลวงพระบาง มีวันละ 1 รอบ ครับ รอบ 8.00 น. แต่ วันที่ผมไปออกจริงก็ 9.15 น. ได้ครับ ค่าโดยสาร คนละ 700 บาท แนะนำว่าก่อนขึ้นรถให้เตรียมซื้อขนม น้ำ ตุนมาเลยครับ.. เพราะเราจะอยู่กับรถคันนี้อย่างต่ำ 10 ชม !! ระหว่างทางนั่งชมวิวใช้เส้นทางเลย-ท่าลี่ ระยะทางประมาณ 50 กม ก็จะมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำเหือง เชื่อมระหว่างไทย-สปป ลาว ตรงนี้ ก็ลงไปทำเรื่องข้ามแดนที่ด่านไทยเสร็จ แล้วก็ข้ามไปด่านลาวต่อครับ ครึ่งทางจะมีจอดให้เข้าห้องน้ำและทานอาหาร อาหารจะสามารถสั่งได้ 3-4 อย่าง มีกระเพราหมู ข้าวผัด และ ก็เฝอ ครับ ค่าอาหารส่วนนี้รวมมากับค่ารถแล้วครับ

หลังจากนั้นก็นั่งรถมายาวๆชมวิวสองข้างทางหมอกตามทิวเขาสวยๆทั้งนั้นเลย มาถึงที่ขนส่งของหลวงพระบาง 20.00 น. ใช้เวลาไปประมาณ 11 ชม ครับ และเหมารถ สองแถวมาหาห้องพักบริเวณตลาดมืดจำชื่อที่พักไม่ได้ครับ ค่าห้องพัก มี แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น Wifi เตียงอย่างดี ห้องละ 600 บาท พักได้ 2 คนครับ ได้ที่พักแล้วออกไปหาของกินกัน ที่บริเวณ night market แนะนำให้หาที่พักแถวๆนี้นะจะมีของกิน มีร้านค้าเยอะแยะ และก็สามารถเดินใส่บาตรตอนเช้าได้เลย ของกินก็มีหลากหลาย เหมือนบ้านเราเลยครับ ราคาไม่แพงมาก พวกผมเจอป้าเข็นรถขายอาหารมาเลยซื้อของป้าทาน คล้ายๆ ผัดหมี่ ราคาแค่ 20 บาทเท่านั้น ตอนเช้าวันถัดมา ตื่นแต่เช้าครับ เราจะมาดูวิถีชีวิตของคนที่นี่กัน

ไฮไลท์อยู่ที่การใส่บาตรข้าวเหนียว

คนลาวจะแต่งกายอย่างงดงาม มานั่งรอพระอยู่ข้างทางกันแต่เช้าเลยครับ เป็นภาพที่สวยงามมากๆ เสร็จแล้วไปนั่งกิน ปาท่องโก๋ กาแฟ ที่ร้านประชานิยม ร้านดังของคนไทยครัย แต่ผมว่า รสชาติธรรมดา เสร็จแล้วไปเดินดูตลาดตอนเช้ากัน ที่นี่มีของแปลกๆ มาขายมากมาย ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์บนฟ้า ผักต่างๆ วันี้เราจะเดินเที่ยวกันครับ เส้นทางนี้เดินได้ ไม่ไกลมาก ประมาณ 2-4 กิโล เดินชมความงดงามของวัดต่างๆครับ วัดเชียงทอง วัดภูษี วัดวิชุนราช วัดใหม่สุวรรณภูมาราม พระราชวังหลวง ส่วนตอนเย็นแนะนำให้ไปที่ พระธาตุพูสีครับ จะเป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา มองลงมาสามารถเห็นวิว เมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และสามารถมานั่งชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินได้ด้วยครับ วันต่อมา ตื่นเช้าอีกแล้วครับ มาใส่บาตรกันอีกรอบ ใส่เสร็จแล้ว

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าตั๋วเครื่องบิน กทม-เลย 1100 บาท ค่ารถสองแถว เหมามา บขส เลย คนละ 40 บาท รถโดยสาร เลย หลวงพระบาง 700 บาท ที่พัก สามคืน ห้องละ 600 บาท หารกับเพื่อนอีกคน จ่ายคนละ 900 บาท ค่าอาหาร 4 วัน 1500 (กินอิ่ม อร่อยทุกมื้อ) ค่าธรรมเนียมเข้าสถานที่ต่างๆ 300 บาท ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซค์ คันละ 500 หารกับเพื่อน คนละ 250 บาท ขากลับ รถทัวร์ หลวงพระบาง – วังเวียง 300 บาท วังเวียง – อุดรธานี 360 บาท รถทัวร์ อุดรธานี กทม 800 บาท รวมแล้วงบประมาณ 6,250 บาทครับ 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบสบายๆ นอนห้องแอร์ กินอิ่ม #แบกกล้องเที่ยว #หลวงพระบาง #ลาว

ใส่บาตรข้าวเหนียว

จะเริ่มขึ้นในเวลาเช้าตรู่ของทุกวัน ซึ่งชาวไทเชียงคานถือว่าเป็นกิจวัตรแรกของวันที่ต้องปฏิบัติก่อนจะแยกย้ายกันออกไปทำภารกิจการงานของตน สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนที่อยากสัมผัสความเป็นเชียงคานให้ลึกซึ้ง ต้องทำความเข้าใจถึงวิธีใส่บาตรที่คนไทเชียงคานรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ยึดถือและปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานเสียก่อน นั่นก็คือ ต้องถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร เพราะพระท่านเดินเท้าเปล่า ดังนั้นการใส่รองเท้าจะถือว่าอยู่สูงกว่าพระ และต่อมาคือข้าวเหนียวที่จะนำมาใส่บาตร จะต้องเป็นข้าวเหนียวที่นึ่งมาใหม่ๆ ร้อนๆ และแยกออกมาโดยเฉพาะเพื่อใส่บาตรเท่านั้น และเมื่อพระเดินบิณฑบาตมาถึง ให้ใช้นิ้วมือขวาหยิบข้าวเหนียวขึ้นมาเป็นก้อนเล็กๆ โดยไม่ต้องปั้น ใส่ลงไปในบาตร ทั้งนี้ชาวเชียงคานจะไม่นิยมใส่อาหารใดๆ ลงในบาตร จะมีก็เพียงข้าวเหนียว หรืออาจมีขนมบ้าง หรือเป็นกล้วยเท่านั้น แต่ของทุกอย่างจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ และที่สำคัญ… ชาวเชียงคานจะไม่นำเงินใส่บาตรพระโดยเด็ดขาด

วันนี้เราเช่ารถมอเตอร์ไซค์ เราจะไปเที่ยวน้ำตก ตาดกวางสีกัน

จาก เมืองหลวงพระบาง ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปประมาณ 40 นาทีได้ครับ เส้นทางนี้ ไม่น่ากลัวนะครับ มีบ้านชาวบ้านอยู่สองข้างทางเรื่อยๆ ที่น้ำตกตาดกวางสี เดินเข้าไป จะพบกับศูนย์อนุรักษ์หมี ก่อนเลยครับ มีอยู๋หลายตัว มาถ่ายรูปเล่นๆก่อนได้ เสร็จแล้วก็จะถึงบริเวณน้ำตกครับ น้ำตกที่นี่สวยงาม อลังการมากๆเลย สีน้ำเป็นสีเขียวมรกต ขนาดช่วงที่ผมไปน้ำไม่ค่อยมียังสวยเลยครับ สามารถเล่นน้ำที่นี่ได้ เย็นสบายมากก จริงๆมีสถานที่เที่ยวอีกหลายที่ครับ แต่พวกผมเล่นน้ำกันเพลิน เลยได้มาเที่ยวอยู่ที่เดียว ตอนเย็นก็กลับที่พักครับ

เบียร์ลาว

เป็นผลิตภัณฑ์เบียร์ของประเทศลาว ผลิตโดยบริษัท ลาวบริวเวอรี จำกัด และส่งจำหน่ายทั่วทวีปเอเชีย รวมถึงสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา โดยแบ่งเป็นประเภทคลาสสิกและไลต์ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 ที่นครหลวงเวียงจันทน์อีกด้วย

คำว่า “เฝอ” มาจากเวียดนาม

โดยมีรากศัพท์จากภาษาฝรั่งเศส หมายถึงอาหารที่ทำจากเส้น ซึ่งได้แผ่อิทธิพลมายังประเทศลาว และแถบแม่น้ำโขงในฝั่งไทยด้วย ชาวหนองคาย ชาวลาว และชาวเวียดนาม ส่วนใหญ่จะเรียก ก๋วยเตี๋ยว ว่า “เฝอ” เฝอต้องรับประทานกับผักสด

น้ำตกตาดกวางสี (ลาวຕາດກວາງຊີ) เป็นน้ำตกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ประมาณ 32 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของหลวงพระบาง

น้ำตกตาดกวางสี มีจำนวนชั้นทั้งหมด 4 ชั้น มีความสูงโดยรวมประมาณ 75 เมตร เป็นน้ำตกหินปูน น้ำในน้ำตกจึงมีสีเขียวมรกต ภายในน้ำตกมีการจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่แบ่งออกเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร โดยไม่อนุญาตให้มีการปรุงอาหาร พื้นที่สำหรับเล่นน้ำ และมีการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาบัตรผ่านเข้าชม 20,000 กีบ (80 บาท) เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 6.00-17.00 น. บริเวณทางเข้าน้ำตกจะมีศูนย์อนุรักษ์หมี ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหมีจากการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่าในสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศลาว ซึ่งค่าเข้าชมส่วนหนึ่งก็นำมาอนุรักษ์บำรุงหมี

พระราชวังหลวงพระบาง

เป็นอาคารแบบฝรั่งแต่หลังคาเป็นแบบทรงลาว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง หันหน้าเข้าสู่พระธาตุพูสี ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคาร เตี้ยๆชั้นเดียว ตั้งอยู่บนพื้นยกสูง มีความงดงามลงตัวของศิลปะยุคอาณานิคม ผสมกับศิลปะแบบล้านช้าง สภาพโดยรอบมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ที่ไม่หนาจนเกินไป

ประวัติความเป็นมา

หอพิพิธภัณฑ์พระราชวังหรือหอคำ เดิมคือพระราชวังของเจ้ามหาชีวิตสายหลวงพระบาง จึงเรียกอีกชื่อว่า วังเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว

ลักษณะอาคารเป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง ศิลปกรรมแบบยุโรปผสมผสานล้านช้างหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือที่ชาวลาวเรียกว่า “การปลดปล่อย” รัฐบาลลาวจึงได้เปลี่ยนพระราชวังหลวงมาเป็น “หอพิพิธภัณฑ์” ใช้จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ ของขวัญจากต่างประเทศต่างๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here