ทริปปลายปีเที่ยวยาวๆ จากกิ่วแม่ปานไปแม่ฮ่องสอนเกิดจากที่เจนบอกว่ายังไม่เคยไปปางอุ๋ง ผมก็เลยจัดทริปชวนเพื่อนไปด้วยวางแผนว่าไปกันเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อนการเดินทางของพวกเราเริ่มต้นที่เชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนโดยเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพักเอาแรงที่เชียงใหม่แล้วตอนเช้าก็ตื่นไปดอยอินทนนท์ DAY 1 กิ่วแม่ปาน เราไปถึงกิ่วแม่ปานประมาณ 8 โมงเช้า อากาศอย่างหนาว 6 องศา โชคดีที่ไปวันธรรมดาคนไม่เยอะเท่าไหร่ไม่ต้องต่อคิวนานครับ หากาแฟ อาหารเช้าเพิ่มพลังกันก่อนเดินทาง คืนก่อนวันเดินทางมีฝนตกเล็กน้อยทำให้ทางเดินมีแฉะบ้างบางช่วงแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด กิ่วแม่ปานสำหรับผมกับเจนเราไปด้วยกันหลายครั้ง แต่ครั้งนี้โชคดีได้เห็นทะเลหมอกเต็มๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างหยุดถ่ายรูปมุมนี้ที่เรียกว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่กัน หลายคนเลือกที่จะเดินย้อนกลับทางเดิม แต่ผมแนะนำว่าเดินต่อไปดีกว่าเพราะระหว่างทางยังมีความสวยงามรอเพื่อนๆ อยู่ อากาศเย็นสบายทำให้เดินถ่ายรูปได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยอะไรเลยครับ เส้นทางบนกิ่วแม่ปานสำหรับผมคิดว่าตรงทางเดินเล็กๆ แคบๆ ตรงนี้หวาดเสียวที่สุดแล้วมีเพียงไม้กั้นเป็นราวมองลงไปด้านล่างก็เสียวดี    การได้ยืนมองจับมือความสวยงามของธรรมชาติที่ตรงหน้ากับคนที่เรารักนี่แหละครับความสุขของเราสองคน มุมไฮไลต์อีกมุมก็คือ พระมหาธาตุเจดีย์ธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริบนยอดดอยอินทนนท์ ท่ามกลางหมอกสวยๆ เป็นฉากหลัง เห็นแบบนี้หายเหนื่อยเลยครับ   ทางเดินกลับ 1 กม.สุดท้ายผ่านป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ เดินไปพักไปมีจุดให้นั่งพักเป็นระยะครับ แต่เห็นเจนไม่บ่น ไม่เหนื่อย ยังคงเดินต่อได้เรื่อยๆ ผมก็สบายใจ     ใช้เวลาอยู่ที่กิ่วแม่ปานกันเกือบๆ ครึ่งวัน ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อแล้ว ล้อหมุนไปที่แม่ฮ่องสอนนั่งกันยาวๆ...
“ไปเที่ยวโคราชกันมั้ย” ตอนมีคนมาชวนไปโคราชบอกตรงๆ ว่านึกไม่ออกว่าโคราชจะมีอะไรเที่ยว ปกติเติ้ลกับเจนไปเขาใหญ่ หรือวังน้ำเขียวกันมากกว่า เมื่อมีคนบอกว่า โคราชไม่ได้มีแค่ย่าโม  ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่ต่อไปนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นก็ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางไปตามหาของดีที่…เมืองย่าโมกันเลย ทริป 3 คืน 4  วัน จึงเริ่มต้นขึ้น DAY 1 Villa Marino ล้อหมุนตอนสายๆ แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ คืนแรกเราเลือกไปพักที่เขาใหญ่กันก่อน ไปนอน วิลล่ามาริโน บ้านพักท่ามกลางขุนเขาในสไตล์ทัศคานี ชวนเพื่อนไปหลายคนก็เลยเปิดบ้านสองหลังคือ บ้านโรมิโอ & จูเลียต มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างบ้าน ที่นี่อุปกรณ์ครัวครบครัน ทำอาหารทาน หรือจะขนอาหารทะเลไปปิ้งย่างก็ดีงามท่ามกลางอากาศเย็นสบายของเขาใหญ่ บรรยากาศยามค่ำคืนเหมาะแก่การปาร์ตี้ หรือจะนั่งดูดาวก็มีเก้าอี้หน้าบ้านให้นั่งฟิน วิลล่ามาริโน เหมาะแก่การไปพักยกก๊วนชวนกันไปทั้งครอบครัว ราคาบ้านพัก Villa Romeo บ้านขนาด 3 ห้องนอน...
ปีที่ผ่านมากาญจนบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่เกิดขึ้นหลายแห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม วัดที่มีพระปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจนอยากไปไหว้พระพอดีเลยชวนพี่เติ้ลไปที่นี่ถือว่าไปทำบุญและได้เที่ยวด้วย ตามไปเที่ยวกับเราเลยนะคะ วัดทิพย์สุคนธาราม ตั้งอยู่ใน อ.ห้วยกระเจา กาญจนบุรี ซึ่งเราออกเดินทางจากบ้านเจนย่านบางบัวทองใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ ก่อนจะเข้าไปเที่ยวกันมาดูประวัติของวัดกันก่อนดีกว่าจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของวัดก่อนเข้าไปยังสถานที่จริง ซึ่งวัดทิพย์สุคนธาราม สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา เข้าไปถึงบริเวณวัดจะมีลานจอดรถกว้างขวาง จอดรถแล้วให้เดินไปติดต่อเข้าชมภายในอาคารด้านในซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมฟรีค่ะ มาดูแผนผังพื้นที่ทั้งหมดกันค่ะซึ่งประกอบไปด้วยหลายส่วนกว้างขวาง 320 ไร่ ดังนั้นหากจะเดินเที่ยวคงไม่ไหว แต่ไม่ต้องห่วงค่ะเพราะที่นี่มีจักรยานให้ปั่นเที่ยวชม ฟรี แต่สิ่งที่ต้องมีคือบัตรประชาชนเท่านั้น เมื่อได้จักรยานแล้วก็ได้เวลาปั่นกันค่ะ โชคดีมากวันที่ไปอากาศไม่ร้อนลมพัดเย็นสบายแถมคนไม่เยอะด้วย ถนนคอนกรีตอย่างดีเหมาะแก่การปั่นจักรยานมากเลยค่ะ ไม่กี่นาทีเจนก็มาถึงสถานที่แรกที่จะพาไปเที่ยวชมกันนั่นก็คือ อาคารนิทรรศการแห่งการตื่นรู้ อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้เพื่อนๆ ได้เข้าไปชมกันค่ะ "การตื่นรู้" คือหัวใจของพุทธศาสนา นิทรรศการแห่งนี้เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศึกษาเรื่องพระพุทธศาสนา...
ฮานอย โฮจิมินห์ ซาปา ดาลัด มุ่ยเน่ น่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ที่คนไทยนึกถึงเมื่อคิดจะไปเที่ยวเวียดนาม เติ้ลกับเจนมีโอกาสไปเที่ยวเวียดนามหลายครั้งแต่ครั้งนี้พิเศษกว่าเดิมเมื่อมีโอกาสได้บินไปพร้อมกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ - ไฮฟอง ของสายการบินเวียตเจ็ท หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อเมืองเท่าไรนัก โดยสายการบินเวียตเจ็ท บินตรงกรุงเทพฯ – ไฮฟอง บริการเที่ยวบินในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา 15.20 น. ถึงเมืองไฮฟองเวลา 17.10 น. (เวลาท้องถิ่น) ส่วนเที่ยวบินกลับ เดินทางออกจากเมืองไฮฟองเวลา 17.40 น. (เวลาท้องถิ่น) และถึงกรุงเทพฯ...
หน้าฝนหลายคนอาจกลัวที่จะเที่ยวทะเล เพราะคลื่นระหว่างนั่งเรือจะรุนแรงและน่ากลัว แต่ทุกปัญหามีทางออก เพราะคราวนี้เราจะไปทะเลด้วยรถไม่ใช่เรือ แต่เอ๊ะ สงสัยกันแล้วล่ะสิว่าแค่รถขับถึงเนี่ย มันจะสวยสู้เกาะต่างๆจริงหรอ เราเลยจะพาทุกท่านไปพิสูจน์ทะเลที่หาดสวย น้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ แต่ความสวยงามและความหรูหราไม่แพ้ฝั่งฟ้าอันดามันอย่างแน่นอน และที่แห่งนั้นก็คือ แสมสาร สัตหีบนั่นเอง ทริปนี้เราก็ได้รถคู่ใจเป็น Mitsubishi Pajero Sport ใครสนใจข้อมูลรถยนต์ ปาเจโร สปอร์ต คลิก https://goo.gl/m8ddxQ สถานที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง 2วัน1คืนของเรา จะสวยงาม น่าประทับใจขนาดไหนติดตามกันได้เลย แอบกระซิบนิดนึงว่าทริปนี้เราได้พี่ใหญ่ หล่อ ใจดี สปอร์ต มาร่วมเดินทางสร้าง และเพิ่มอรรถรสให้การเดินทางครั้งนี้อีกหลายเท่า พี่ใหญ่ของเราไม่ใช่ใครที่ไหน เค้าคือ Mitsubishi Pajero Sportนั่นเอง จะหล่อ เท่ห์ สมาร์ทสมคำร่ำรือมากแค่ไหน...
น่านอีกแล้วหรอ ? หลังจากที่ลงรูปเช็คอินก็มีแต่คนถามคำถามนี้ว่ามาน่านกันอีกแล้วหรอ ก็น่านยังมีอะไรให้เรามาค้นหาอีกตั้งเยอะเลยนี่นา ครั้งนี้เราไม่ได้มาหยุดที่น่านกันอย่างเดียวแต่เรากำลังจะไป หลวงพระบางกัน!!! ไปหลวงพระบางครั้งนี้เราไปแบบทริปสั้น ๆ เรียกว่าเป็นทริปทำความรู้จักหลวงพระบางก่อนก็แล้วกัน ไปดูบ้านเมืองวิถีชีวิต ไปตักบาตรข้าวเหนียว เดินเล่นตลาดเช้า เข้าวัดดูสถาปัตย์ บ่าย ๆ เริ่มร้อนก็ไปเล่นน้ำตก แช่น้ำเย็น ๆ ให้สบายใจ ก่อนจะกลับเข้าเมืองมาหาอะไรกิน และเดินเล่นถนนคนเดินกัน เห็นไหม แค่มาน่านแล้วต่อไปหลวงพระบางได้แบบชิว ๆ แค่พกพาสปอร์ตและเงินก็ไปได้แล้ว วัดเชียงทอง รถบขส. ของไทยที่จะพาเราไปสู่หลวงพระบาง เริ่มต้นการเดินทางกันที่ขนส่งจังหวัดน่าน จุดจำหน่ายตั๋วรถ น่าน – หลวงพระบาง ราคา 660 บาท รถออกตอน 8 โมงเช้าทุกวัน ตั๋วและรถของเรา กระเป๋าเดินทางเอามาให้เจ้าหน้าที่ได้เลย เขาจะช่วยเอาขึ้นรถให้ เรามาประเดิมขึ้นรถบขส. น่าน-หลวงพระบาง กันเป็นเที่ยวแรก เลยได้ของที่ระลึกกลับมาด้วย รถยังใหม่เอี่ยมสุด...
เชียงรายไม่ไกล 3 วัน 2 คืนก็เที่ยวได้ ทริปนี้ แบกกล้องเที่ยวจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายในหน้าฝนกัน ไปดูกันว่าหน้าฝนที่นี่มีอะไรน่าสนใจ       ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว สวยงามขนาดไหน ตามเรามาเลยจ้าา ============  DAY 1  ============ เริ่มต้นจาก กทม. เราเดินทางโดยเครื่องบิน ไฟลต์เช้า ใช้เวลาเดินทางแค่ 1ชั่วโมง นิดๆก็มาถึงแล้ว                     ณ สนามบินนานาชาติเชียงราย เราเช่ารถเพื่อความสะดวกในการเดินทาง มาถึง...
บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด และมีวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขาปกากะญอ เป็นสถานที่เที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกและแสงอุ่นยามเช้า แต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์และแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายอย่างสลับซับซ้อน เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ส่วนช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวนั้นก็คือ ระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม เป็นช่วงดำนา ข้าวยังเป็นต้นกล้า มองเห็นท้องนา, เดือนกันยายน - เดือนตุลาคม นาข้าวจะโตเต็มวัยเป็นสีเขียวเข้ม เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่ง และต้นเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม นาข้าวก็จะกลายเป็นสีทองสวยงามมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ที่มีกันเพียงแค่ไม่เกิน 10 หลัง นับถือศาสนาคริสต์ ผู้คนจำนวนน้อยนิดที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ต่างตกลงให้บ้านแต่ละหลังมีโฮมสเตย์ที่รับนักท่องเที่ยวได้ 4 - 5 คนต่อหลัง เพื่อชมบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด วิถีชีวิตชาวบ้าน ป่าบงเปียงจึงกลายมาเป็นสถานที่เที่ยวและโฮมสเตย์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและตากล้อง อย่างที่บอกไว้ตอนต้น หากอยากสัมผัสธรรมชาติของป่าบงเปียง แนะนำให้พักโฮมสเตย์ของชาวบ้าน ที่ราคาเริ่มต้นเบาๆ...
ทุกครั้งที่ขับรถเที่ยวนอกจากเสื้อผ้าหน้าผมและพร๊อบต่างๆแล้วเนี่ย สิ่งนึงที่เราไม่เคยละเลยก็คือการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เพราะถ้าเที่ยวแบบ Road Trip แต่รถดันเสียเนี่ยบอกเลยนั่นคือความหายนะที่แท้จริงนอกจากแพลนล้มแล้วยังเสียเวลาเสียเงินเสียวันลาโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้นก่อนเพื่อนๆจะเดินทางเราแนะนำให้ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางนะคะ บางคนอาจตรวจเช็คเองได้แต่ถ้าใครไม่ชำนาญก็แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์ตรวจเช็คกันไปเลยเพื่อความชัวร์เราจะได้เที่ยวสนุกมั่นใจกับการเดินทาง อย่างทริปนี้เราก็เลยเลือกเข้าตรวจเช็คสภาพรถกับศูนย์บริการ คาสตรอล ออโต้ เซอร์วิสสาขาใกล้ๆบ้านของเราหรือถ้าเพื่อนสนใจอยากนำรถไปตรวจเช็คบ้างก็สามารถค้นหาศูนย์บริการใกล้ๆบ้านได้ที่ www.castrol.co.th หรือสอบถามได้ที่ www.facebook.com/CastrolCarsThailand ได้เลยนะคะ ทริปนี้เราจะไปเที่ยวพัทยากันค่ะ ถึงทริปจะใกล้ๆ แต่เราก็ยังต้องเช็คสภาพรถกันก่อน เราเลือกเอารถไปตรวจเช็คสภาพที่ศูนย์คาสตรอล ออโต้ เซอร์วิสสาขาใกล้ๆบ้านกันก่อน ขับรถไปเห็นธงคาสตรอลและป้ายโล่สีเขียวๆแบบนี้มั่นใจได้ว่าร้านนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากคาสตรอลว่าศูนย์นี้มีทั้งรูปลักษณ์ของศูนย์บริการที่ดี กระบวนการการให้บริการที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ทุกรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆมีความพร้อมและสุดท้ายศูนย์ยังให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยอีกด้วย พอเลี้ยวรถเข้าศูนย์ก็จะมีเจ้าหน้าที่มารับรถพร้อมสอบถามข้อมูลและนำของเราไปดูแลตรวจเช็คสภาพต่อไป จากนั้นก็เริ่มการตรวจเช็คสภาพรถยนต์โดยช่างจากศูนย์โดยช่างทุกคนที่อยู่ในศูนย์ที่ผ่านมาตรฐานของคาสตรอลจะต้องผ่านการอบรมปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มีมาตรฐานในการทำงานเหมือนกันทุกแห่งโดยช่างเค้าจะมีรายการสิ่งที่ต้องตรวจสภาพเพราะฉะนั้นจึงมั่นใจว่าจะไม่มีส่วนไหนของรถที่ไม่ได้รับการตรวจสภาพ เมื่อตรวจเช็คสภาพรถยนต์ตามรายการและยังไม่มีอะไหล่ส่วนใดที่ต้องเปลี่ยนก็จะไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ อย่างวันนี้รถของเรามีแค่น้ำมันเครื่องที่ต้องเปลี่ยนถ่าย ตรวจเช็คสภาพรถตามรายการของศูนย์เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ขับรถของเราเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เราเลือกใช้น้ำมันเครื่อง Castrol EDGE ขวดสีทองแบบนี้ เพราะน้ำมันเครื่องตัวนี้มีฟิล์มน้ำมันแข็งแกร่งช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้มากขึ้น ข้อดีของการเข้าศูนย์ที่ได้รับมาตรฐานจากคาสตรอลอีกหนึ่งข้อก็คือ เมื่อเราเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไม่ว่าจะเป็น Castrol EDGE หรือตัว Castrol MAGNATEC เราจะได้รับการประกันเครื่องยนต์ทันที สามารถสมัครหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://castrol-asean-warranty.email-preferences.com/th ช่วงที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์นำรถของเราไปตรวจเช็คสภาพไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเราก็ไปนั่งชิลๆ เล่น wifi...
เหนื่อยที่สุดในชีวิต ครั้งหนึ่งของผม... Mt. Kinabalu “ภูเขาแห่งความตาย” ชื่อที่บ่งบอกถึงความน่ากลัวของภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาว Saba แห่งนี้ ชื่อที่ได้ยินแล้วคงไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ แต่ในความเป็นจริง กลับมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันมาปีนตลอด ด้วยความสวยงามที่ติดอันดับโลกและการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ล่ะวันไว้ไม่มากนัก ทำให้การเดินทางมายังภูเขาลูกนี้ต้องจองคิวกันยาวเหยียดนับ3-4 เดือน  ภูเขาแห่งนี้ชื่อว่า “KINABALU” Mount Kinabalu ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ที่รัฐซาบาห์ (รัฐนี้มีเมืองหลวง คือ โกตา คินาบาลู) เป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศมาเลเซียจากยูเนสโก มีความสูง 4,095.2 เมตร กริ๊งๆๆ เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น เมื่อเดือนที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักกันบอกผมว่า เติ้ลๆ ทาง Sabah Tourism Board เขาอยากให้เติ้ลไปช่วยโปรโมทเมือง โกตาคินาบาลู หน่อย แต่ต้องปืนขึ้นยอดเขาด้วยนะ เราสนใจไหม... ผมรีบตอบกลับไปอย่างทันที.. "สนใจครับพี่" ตอนนั้นผมยังไม่รู้หรอก ว่ายอดเขานี้มันเป็นอย่างไร...

Notice: Undefined index: edge_owner_to_timeline_media in /home/baagklong/domains/baagklong.com/public_html/wp-content/plugins/td-composer/legacy/common/wp_booster/td_instagram.php on line 137